เคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล
แฟนตาซี,แอคชั่น,ผจญภัย,อิงประวัติศาสตร์,รั้วโรงเรียน,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,ผจญภัย,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Theos-ผจญภัยล่าขุดทรัพย์แหวนแห่งปฐมกาลเคนเด็กหนุ่มอายุ16ปี ต้องมาเสียความทรงจำตัวเองไป14ปี จู่ๆก็มีองค์กรลับเข้ามาจู่โจมพวกเขาและเอาด็อกเตอร์ตุลย์นักโบราณคดีที่อุปการะเลี้ยงเขา โดนจับตัวไปไขปริศนาสมบัติแหวนแห่งปฐมกาล
ผมปั่นจักรยานลัดเลาะเข้าซอกซอยเล็กๆ ที่แสนคุ้นเคย มุ่งหน้าสู่โรงเรียน ท่ามกลางเสียงเพลง "I knew I loved you" ของ Savage Garden ที่ดังคลออยู่ในหูผ่านสายหูฟังที่เสียบไว้กับโทรศัพท์
จังหวะเพลงที่นุ่มนวลและโรแมนติกช่างเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศยามเช้าที่เงียบสงบ ผมหลับตาลงเล็กน้อย ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปตามเสียงเพลง จนกระทั่งเสียงเพลงค่อยๆ แผ่วลง และผมรู้ว่าผมใกล้ถึงจุดหมายแล้ว
ผมจอดจักรยานลงในลานจอดรถของโรงเรียนที่คุ้นเคย บรรยากาศรอบข้างเริ่มคึกคักไปด้วยเสียงพูดคุยของนักเรียน
ในระหว่างที่ผมกำลังเก็บจักรยานและเตรียมตัวเข้าแถวหน้าเสาธง ก็มีผู้หญิงมัดผมหางม้าเดินเข้ามาหา เธอยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยน ก่อนจะตบหลังผมเบาๆ จังหวะที่เธอตบหลังนั้นพอดีกับท่อนฮุกของเพลง "I knew I loved you" พอดี ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีใครบางคนมาบอกว่า "อรุณสวัสดิ์" ในแบบที่พิเศษกว่าปกติ
“หวัดดี" เธอกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น
“อ่า ไงเอม” ผมยิ้มและตอบกลับเธอ
เอมคือเพื่อนร่วมชั้นของผม เธอนั้นเก่งเรื่องการพูดคุยกับคนอื่นมากๆ เธอพร้อมทำให้เพื่อนๆนั้นต่างกันชอบเธอ ในแบบของเพื่อนอ่ะนะ และยังเป็นตัวแทนไปประกวดการอ่านเรียงความ รู้สึกว่าเธอเป็นตัวแทนตั้งแต่ ม.3 แล้ว โรงเรียนพึ่งเปิดเทอมไป 3เดือน เธอก็ได้รางวัลชนะเลิศมาแล้ว
ดวงตากลมโตที่มันราวกับเป็นลูกแก้วชวนให้หลงใหลและผมหน้าม้าของเธอที่เหมาะกับโครงหน้าของเธอและกิริยาที่เป็นมิตร ทำให้เธอนั้นดูน่ารัก
”ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะเอม“
เธอสตันไปช่วงขณะและเธอค่อยๆหน้าแดงขึ้นอย่างกะจับไข้
“เฮ้ย~~พูดแบบนี้อีกแล้ว เดี๋ยวมันจะเป็นเรื่องหรอก” นํ้าเสียงของเธอลนลานอยู่เล็กน้อย
“เรื่องหรอ? ผมเป็นคนชอบพูดตรงๆอ่ะนะ และมันเป็นเรื่องจริงที่เธอน่ะน่ารักและอีกอย่างปู่บอกให้ชมผู้หญิงเยอะๆเข้าไว้”
เอมเธอนั้นเธอลนลานใหญ่และทำตัวไม่ถูก เห็นกิริยาของเธอแล้วมันทำให้ผมอดยิ้มไม่ได้ ก่อนที่เธอจะหาเรื่องมาเปลี่ยนการคุยสำหรับเธอมันคงจะอึดอัดที่พูดคุยในสถานะการณ์นี้
“เอ่อ~~เอ้อฟังเพลงอะไรอ่ะ?” เธอถามและเอียงคอเล็กน้อย
“อ่ะ”
ผมยืนหูฟังไปอีกข้างให้เธอฟัง
“โห้ ฟังเพลงสากลซะด้วย”
“ปู่เป็นคนชอบฟังเพลงสากลยุค80 90 อ่ะ เลยชอบไปด้วยปริยาย”
ผมไม่ชอบค่อยเรียกด็อกเตอร์ต่อหน้าคนอิื่นสักเท่าไหร่มันดูเขินๆ อย่างไงไม่รู้ ดูเหมือนว่าผมพูดด็อกเตอร์กับด็อกเตอร์เหมือนจะชอบให้คนอื่นพูดแบบนั้นกับเขา
“ปู่นายเป็นคนไทยใช่ไหม?”
“อ่าใช่ มีอะไรหรอ”
“เปล่า~~แค่วันที่เกิดเรื่องนั้นเกิดขึ้นแค่คิดว่าปู่นายเป็นฝรั่งหรือเปล่า เพราะนายก็เป็นลูกครึ่งใช่ไหม?”
เรื่องในวันนั้นเป็นวันที่เอมนั้นได้กลุ่มรุ่นพี่บูลลี่ จับเธอขังอยู่ในห้องเก็บของในช่วงเวลาที่เพื่อนหรือคนในโรงเรียนเริ่มทยอยกลับกัน ในตอนนั้นเป็นความโชคดีของผมที่เดินผ่านมาพอดีจึงได้ช่วยเหลือเธอ ในตอนนั้นผมได้ใช้พลังกายมหาศาลทำให้ประตูห้องเก็บของพังถึงด็อกเตอร์จะห้ามใช่แล้วก็ตาม
วันต่อมาหลังจากนั้นก็โดนเรียกผู้ปกครองเรื่องเกี่ยวกับประตูฐานทำลายทรัพย์สินของรัฐจะต้องชดใช้เรื่องที่ทำ แต่แล้วค่าทำลายทรัพย์สินทางผู้ปกครองของเอมก็เป็นคนออกให้ทั้งหมด และเหตุผลทางผู้กระทำ ทำไปเพราะความหึงหวงรุ่นพี่ืปี6ที่แอบชอบ เอมก็บอกพวกเขาว่าเธอไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นกับเขาถ้าเขาจะมาสารภาพบอกรักกับเธอเธอก็ปฏิเสธทันที และเอมก็ไม่เอาเรื่องกับพวกเขาเพื่อไม่กระทบเกิดเป็นรอยราว ไม่ให้พวกเขามายุ่งอีกเรื่องจบแล้วจบเลย
จากนั้นก็โดนผู้ปกครองฝั่งของเอมก็ได้ฝากเธอเป็นเพื่อนกับผม และผมก็ถูกทำโทษช่วยซ่อมประตูด้วยก็ตามนั้นแหละผมจึงเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่เธอสนิทด้วย หลังจากกลับบ้านก็โดนด็อกเตอร์ดุไปชุดใหญ่เลย คุ้มมั้ยเนี้ย
“อืม หน้าตาของผมมันออกทางคนยุโรปด้วยอ่ะนะ”
“นั้นแหละ~~ฉันอยากรู้ทำไมนายถึงมาเรียนที่ไทยล่ะ?
คงพูดได้ยากหน่อย จังหวะนี้คงต้องแถสินะ!!
“อ่ะ~เอ่อ~คือว่าผมอ่ะนะ~ค~คือ~ผมเกิดที่ไทยมาตลอดภาษาอังกฤษก็พูดได้นิดน้อยน่ะ ไม่สังเกตหรอเรานะพูดไทยคล่องเลยนะ”
ผมหัวเราะกลบเกลือนหวังว่าเธอไม่ต้องมาจับผิด
“หรอ”เธอลากเสียงสูง แต่ก็ยอมเชื่อในที่สุด
เซฟ! ผมไม่อยากให้เธอต้องมากังวลเรื่องของผม รอยยิ้มของเธอไม่เหมาะกับเรื่องอมทุกข์หรอก... ความจริงคือ ผมสูญเสียความทรงจำไปทั้งหมด 14 ปี ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน แม้จะสแกนลายนิ้วมือที่อำเภอก็ไม่พบข้อมูล ผมรู้แค่ว่าตัวเองเป็นคนยุโรปแน่ ๆ แต่การตามหาความจริงมันต้องใช้เงินมหาศาล ตอนเข้าเรียนผมไม่มีประวัติอะไรเลยจนต้องทำบัตรต่างด้าวและสอบเทียบเข้ามาโดยมีด็อกเตอร์ติวเข้มจนแทบกระอัก
ก็นะตอนนี้ก็ทำตัวให้สบายๆไม่ต้องไปซีเรียสเรื่องนี้หรอก เดี๋ยววันใดวันหนึ่งเดี๋ยวมันจำได้เองนั้นแหละในหัวผมก็คิดแบบแวบๆอยู่เหมือนกันผมนั้นกลัว กลัวที่จะสูญเสียตัวเองไปในตอนนี้เช่นกัน ถ้าวันนั้นมาถึงผมจะทำอย่างไง
(กริ๊งงงงงงงงงงง!)
เสียงออดโรงเรียนแผดโรจน์ขึ้นมาอย่างพอดิบพอดี มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าถึงเวลาเข้าแถวช่วงเช้าแล้ว ความคิดฟุ้งซ่านในหัวของผมถูกตัดขาดลงทันที
ผมและเอมหันมามองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะรีบออกตัววิ่งหน้าตั้งตรงไปยังอาคารเรียน จัดการวางกระเป๋าลงใต้อาคารอย่างรวดเร็ว แล้วจึงรีบวิ่งกลับมาต่อแถวเตรียมเคารพธงชาติให้ทันเวลา