ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้ - บทที่ 10 ความฝันในคืนวันพระ โดย WildOat Lavender @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,ลึกลับ,แฟนตาซี,รัก,ข้ามเวลา,เทพ ,พระเอกรวย,ฟีลกูด/feelgood,จบดี ,พระเอกธงเขียว,พระเอกคลั่งรัก,อดีตชาติ,wildoatlavender,เมื่อฝนจำรักได้,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,ลึกลับ,แฟนตาซี,รัก,ข้ามเวลา

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เทพ ,พระเอกรวย,ฟีลกูด/feelgood,จบดี ,พระเอกธงเขียว,พระเอกคลั่งรัก,อดีตชาติ,wildoatlavender,เมื่อฝนจำรักได้,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี

รายละเอียด

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้ โดย WildOat Lavender @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง

ผู้แต่ง

WildOat Lavender

เรื่องย่อ

เมื่อเรื่องราวของอดีตชาติ

กลายเป็นบทลงทัณฑ์แห่งฟากฟ้า

และความรักต้องถูกพลัดพรากให้มิอาจตามหา 


วายุภพ ที่ครั้งหนึ่งเคยถือครองพลังแห่งสายฟ้า

กลับต้องโทษจากความผิดอันร้ายแรง ให้ต้องดำรงอยู่ผ่านห้วงเวลาที่หมุนไปพร้อมกับพลังที่ไม่อาจควบคุม

 

สวรรษา มนุษย์ผู้ถือกำเนิดในคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ

แต่ทุกเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตกลับอุบัติขึ้นพร้อมกับสายฝน จนเกิดเป็นความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่อาจข้ามพ้น 


ความฝันที่ไม่เคยชัดเจน หากแต่กลับไม่เคยเลือนหาย

ต่างคนต่างกำลังตามหาเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเปิดเผย

และในทุกครั้งที่พวกเขาเกือบได้พบหน้า ท้องฟ้าก็กลับพรากทั้งคู่ออกจากกัน 


ติดตามบทพิสูจน์ว่าความรัก ไม่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา

หากแต่เพียงแค่เฝ้ารอ วันที่หัวใจจะระลึกได้อีกครั้ง


#เมื่อฝนจำรักได้





วายุ - วายุภพ อัสนีวงศ์เดโช


“ชื่อฝน แต่กลัวเสียงฟ้าร้องตอนฝนตกงั้นเหรอ”




“อ่า ครับ ตลกดีใช่ไหม ผมน่ะไม่ได้อยากกลัวฝนเลยนะ แต่ทุกครั้งที่ฝนตกชีวิตผมมันมักจะเจอแต่เรื่องแย่ๆ ตลอดเลยนี่สิ”


เรน - สวรรษา เมฆานุรักษ์





⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘



ลิขสิทธิ์


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และฉบับแก้ไข - เพิ่มเติมทุกฉบับ โดยห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก เลียนแบบ ดัดแปลง หรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่ง


และห้ามมิให้มีการเผยแพร่ รวมถึงการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะในรูปแบบหรือวิธีการใดในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์






~~~~~~~





‼️ DISCLAIMER ⚠️


เนื้อหาทั้งหมด เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน

ตัวละคร รูปภาพประกอบ พฤติกรรม สถานที่ วิชาชีพ หน่วยงาน ทั้งหมดที่ถูกกล่าวถึง

ในงานเขียนเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

ผู้เขียนมิได้มีเจตนา กล่าวถึง พาดพิง หรืออ้างอิง กับบุคคล สถานที่ หรือหน่วยงานใด ในความเป็นจริง

อาจมีเนื้อหาและการใช้ภาษาที่เกี่ยวกับ เพศ พฤติกรรมด้านความรุนแรง ที่ขัดต่อกฎหมาย ความเชื่อ ศีลธรรม และประเพณี

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 


⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘




📝 CONTENT CREDITS ☔️



 Story : Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้

 Author : WildOat Lavender (ไวลด์โอ๊ต ลาเวนเดอร์)

 Illustrator : Himefreeze / Budzob / Prynn_10 / ZeliciaV / Moontears / OCTO.CATZ / INKTIARA / Karnnnbv

 Proofreader : Wanlakham / Larchspiraea

 Layout Designer : Ramyproof / Larchspiraea

 Typographer : แมวอ้วนไทโป

 Special Thanks : BTM Crews



⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘

 


💡 Content Detail / Warning (ข้อมูลและคำเตือนเกี่ยวกับเนื้อหา) 🚦


Teen and up audiences - เหมาะกับผู้อ่านตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป

Fluff and Angst - แนวอบอุ่นหัวใจแต่มีปมดราม่าสอดแทรกในระหว่างดำเนินเรื่อง

Mature Character Death - มีการกล่าวถึงการเสียชีวิตของตัวละคร

Threats of Violence - การคุกคามคนอื่นด้วยความรุนแรง

Supernatural - มีพลังเหนือธรรมชาติ

Mature Violence - มีการกล่าวถึงการใช้ความรุนแรง

Explicit Sex Scene - มีการบรรยายถึงฉากร่วมเพศอย่างชัดเจน

Happy Ending - ตอนจบแบบสุขนิยม





🎧 SPOTIFY PLAYLIST for Heart in the Raindrops #เมื่อฝนจำรักได้💦

CLICK




╭──────────.★..─╮


ช่องทางติดต่อพูดคุย


╰─..★.──────────╯


𝕀𝕟𝕤𝕥𝕒𝕘𝕣𝕒𝕞 ➥ wildoat_larch


𝔽𝕒𝕔𝕖𝕓𝕠𝕠𝕜 ➥ WildOat Lavender นามปากกา


𝕋𝕚𝕜𝕋𝕠𝕜 ➥ wildoat_larch


𝔹𝕝𝕦𝕖𝕤𝕜𝕪 ➥ wildoatlarch


𝕏 ➥ wildoat_larch




✦•┈⋅ ∘₊ ⋯ ⋯ ₊∘ ⋅┈•✦

 


Heart in the raindrops


#เมื่อฝนจำรักได้



สารบัญ

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 1 สวรรษา แปลว่า ฤดูฝน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 2 วายุ (พบ),Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 3 สายฝนที่หวาดกลัว,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 4 มีกัน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 5 ความฝันที่เลืองราง,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 6 ปรินทรา,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 7 สัญญาณเตือน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 8 งานใหม่,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 9 พี่ชายคนใหม่,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 10 ความฝันในคืนวันพระ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 11 เสมอ 1-1,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 12 ฝากฝน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 13 วารีวัส,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 14 เมื่อต่อต้านไม่ได้ ก็แค่เข้าร่วม,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 15 ลูกคนเดียว,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 16 แขกไม่ได้รับเชิญ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 17 ทำโทษ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 18 ความฝันที่ต่างไป,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 19 ความหมายที่ซ่อนอยู่,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 20 เจ้าถิ่น,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 21 เจ้าของขนม,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 22 อุบัติเหตุ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 23 ผู้ต้องสงสัย,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 24 หลบหนี,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 25 ดวงตาของภุชพงศ์,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 26 เปิดใจ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 27 รอยแค้น,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 28 จุดเริ่มต้น,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 29 ตัวตายตัวแทน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 30 ลงทัณฑ์,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 31 หวนคืน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 32 รับผิด-ชอบ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 33 หายป่วย,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 34 NC-ท้าฝน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 35 - END เมื่อฝนจำรักได้

เนื้อหา

บทที่ 10 ความฝันในคืนวันพระ

ภาพที่วายุภพเห็นเมื่อครู่ คือร่างเล็กเจ้าของลักยิ้มจาง ๆ ที่เปื้อนอยู่บนใบหน้ากำลังเดินรี ๆ รอ ๆ ผู้ชายที่ตัวสูงกว่าตนไปไม่มากนัก ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสีเขียวมะกอก เดินตามคนที่เขาตั้งใจรอรับมาติด ๆ ด้วยท่าทางอารมณ์ดี ผิดกับคนที่นั่งรออยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เมื่อ เกือบ 2 ชั่วโมงก่อนหน้า

ใช่ วายุภพ ไม่ได้มีธุระปะปังที่ไหน เพียงแต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกกับเขาว่า เขาไม่ควรปล่อยให้สวรรษาอยู่ห่างจากสายตาของเขาไปมากกว่านี้


แค่เท่าที่ผ่านมา ก็นานมากพอ…


คนที่สื่อสารอะไรในใจออกมาไม่เก่งนัก เพราะโดยปกติแล้ว หากไม่ใช่เรื่องงาน เขาก็มีมือขวาคนสนิทข้างกาย อย่าง ภุชพงศ์คอยทำทุกอย่างที่เขาต้องการให้โดยที่เขาแทบไม่ต้องอธิบายอะไรออกมาให้มากความ

และเพราะแบบนั้น แม้ร่างหนาหลังพวงมาลัยจะรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่า ผู้โดยสารที่กำลังนอนตะแคงหันหลังให้กัน กำลังเข้าใจตนผิด แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลในการตัดบทสนทนาของคนน้องแล้ว วายุเองก็ไม่เหลือหนทางไหนให้ค้านต่อ


เมฆฝนที่ก่อตัวขึ้นมันเริ่มมาตั้งแต่ที่เขาเห็น เรน เดินออกมากับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น


โทรศัพท์มือถือของสวรรษา ถูกวายุภพกดปิดหน้าจอโดยไม่คิดจะหยิบมันขึ้นมาดูให้เสียสมาธิในการขับขี่ เพราะหากเป็นประวัติส่วนตัวของ ปรินทรา เทวาสุรคีรี เจ้าของบริษัทพัฒนาแอปพลิเคชัน พยากรณ์อากาศชื่อดังที่กำลังมาแรงอย่าง SkySense นั้น วายุภพรับรู้มันอย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แถมยังละเอียดเสียยิ่งกว่าบทสัมภาษณ์ธรรมดา ๆ ของนิตยสารที่เรนยกมาอ้างอิงไปหลายเท่าด้วยซ้ำ

ข้อมูลของนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรง ที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งบริษัทในประเทศไทยได้ไม่นาน แต่กลับประสบความสำเร็จรวดเร็วราวกับมีผู้สนับสนุนใหญ่ให้การหนุนหลัง ยิ่งทำให้วายุภพรู้สึกสงสัยในตัวของปรินทรามากขึ้น อย่างน้อยก็มากพอให้เขาตามมาเฝ้า สวรรษาถึงที่นี่

หารู้ไม่ว่าการเผลอใช้อารมณ์ เอ่ยถามอย่างห้วน ๆ ถึงคนที่ตัวเองไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะเจออีกฝ่ายอยู่กับสวรรษาสองต่อสองนั้น จะทำให้เรนคิดเป็นอื่นไปไกลได้ถึงเพียงนี้ เจ้าของใบหน้าคมคร้าม พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุดเพื่อหวังจะควบคุมสติอารมณ์ของตัวเอง

แม้วายุภพจะพยายามฝึกควบคุมพลังในตัวมาตลอดนับตั้งแต่ที่รู้ว่ามีมันอยู่ แต่เขากล้าพูดได้เลยว่า ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขามุ่งมั่นที่จะทำมันขนาดนี้ และวายุภพ มั่นใจยิ่งกว่าครั้งไหน ว่าทั้งหมดนั่นมีเพียงเหตุผลเดียวคือ เขาไม่อยากให้สวรรษา ต้องทนฟังเสียงฝนที่คนน้องไม่อยากได้ยิน

มือแกร่งที่ประดับไปด้วยเส้นเลือดเลื้อยพันราวกับงานศิลปะ กดปุ่มเพิ่มระดับเสียงข่าวภาษาอังกฤษให้ดังขึ้นกว่าเก่าเล็กน้อย ในระหว่างที่กลุ่มเมฆฝนด้านบนยังคงไม่คลายตัว ยิ่งพยายามหยุด กลับเหมือนยิ่งยั่วยุให้พวกมันรวมตัวกันแน่นจนเกิดเป็นหยดน้ำ



เปาะ แปะ


ในที่สุดเม็ดฝนกลุ่มแรกก็ตกกระทบลงที่กระจกด้านหน้าของ BMW M8 อย่างห้ามไม่อยู่ เพียงแต่ยังไม่มีลมกระโชก หรือเสียงฟ้าผ่า ฟ้าร้องที่รุนแรงจนสามารถดังแทรกเข้ามาถึงภายในห้องโดยสารนี้ได้ก็เท่านั้น

เพราะสัมผัสแฉะชื้นเดียวที่ วายุภพสัมผัสได้ในตอนนี้ คือ หยดเลือดจากปลายจมูกของตน กลิ่นสนิมจากธาตุเหล็ก ที่คละคลุ้งอยู่ภายในโพรงจมูก ทำให้วายุภพขมวดคิ้วแน่นเพราะความรำคาญ ปลายนิ้วหนาถูกยกขึ้นมาปาดป้ายอย่างลวก ๆ เพราะอาการที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ได้รุนแรงเท่าครั้งก่อน ๆ

ดูเหมือนว่าวายุภพจะทำมันได้ดีขึ้น ทั้งการจัดการกับพลังที่ซ่อนอยู่ และการสงบอารมณ์ที่คุกรุ่นของตัวเอง เพราะหลังจากใช้เวลาเพียงไม่นาน หลังจากที่ร่างหนาตั้งสมาธิจนแน่วแน่ สายฝนที่โปรยปรายลงมาก็เริ่มซาลง จนเหลือแค่เพียงคราบละอองน้ำเกาะตัวอยู่ตามขอบกระจก ในจุดที่นอกเหนือความสามารถของที่ปัดน้ำฝนคุณภาพดีก็เท่านั้น


“เรน เรนครับ…ถึงแล้วนะ”


น้ำเสียงทุ้มต่ำ ที่วายุภพตั้งใจใช้มันกับคนตรงหน้า ถูกเอ่ยขึ้นอย่างไม่เต็มเสียงนักเพราะเขาไม่ได้อยากทำให้สวรรษารู้สึกถูกรบกวนไปมากกว่านี้ แพขนตาที่เรียงเส้นสวย ค่อย ๆ ขยับทีละนิดหลังสวรรษารับรู้ได้ถึงสัมผัสเย็น ๆ ที่ข้างแก้ม


“อือ~…”

“ขึ้นไปนอนต่อบนห้องนะ”


เปลือกตาสีไข่มุกกะพริบถี่รัวขึ้นเล็กน้อย เพราะคนที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ ยังไม่สามารถประมวลผลได้ทัน ว่าความรู้สึกเย็น ๆ ที่แก้มเมื่อครู่ เกิดจากอะไรกันแน่ กว่าจะรู้ตัวว่ามันเป็นอุณหภูมิเดียวกัน กับฝ่ามือหนาที่กำลังจับข้อมือของตนเพื่อไม่ให้ขยี้ตาตัวเองอยู่ตอนนี้ ก็ผ่านไปนานหลักนาที


“อย่าขยี้ เดี๋ยวเจ็บตา”


สุ้มเสียงของคนโตกว่ายังคงสงบนิ่งเหมือนเคย เรนสัมผัสได้เลยว่าคนที่กำลังนั่งย่อตัวลงอยู่ตรงประตูรถที่เปิดอ้าข้าง ๆ ตัวเองอยู่ตอนนี้ ตั้งใจใช้เสียงที่นุ่มลงกว่าปกติที่ตนเคยได้ยินอยู่หลายเท่านัก ริมฝีปากสีสวยที่เคยเม้มแน่น ขยับยกพร้อมกับสายตาของสวรรษาที่หันไปสบกับคนตรงหน้า


“เรนขอโทษครับ…”

“ฉันก็ขอโทษ ที่ทำให้เธอเข้าใจไปแบบนั้น ฉันไม่ได้กลัวว่าเธอจะพาใครมาที่นี่ ฉันแค่…เป็นห่วง…เป็นห่วงเธอ”

“…”


สวรรษาเรียนรู้เพิ่มอีกหนึ่งอย่างท่ามกลางความสะลืมสะลือจากการเพิ่งตื่นนอน ว่าหัวใจของคนเราสามารถเต้นเร็วและถี่รัวได้ขนาดนี้จริง ๆ นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาของคนตรงหน้า ที่เคยดูราวกับมันมีหลายอย่างซุกซ่อนอยู่ ทว่าในตอนนี้กลับมีเพียงภาพสะท้อนของเรนปรากฏขึ้น

ปลายจมูกเชิดรั้นมีสีแดงระเรื่อแต้มขึ้นกว่าปกติที่วายุภพเคยเห็น ไม่ต่างจากปรางแก้มและใบหูขาวของเจ้าตัว ใบหน้าที่ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างบรรจงนั้นตรึงสายตาของเขาเอาไว้ได้อีกครั้ง ดวงตากลมโตที่กำลังช้อนมองกันยิ่งทำให้เขาอยากจะขยับเข้าใกล้ให้มากกว่าที่เคย

ใครจะรู้ว่าท่ามกลางลานจอดรถชั้นวีไอพีของเพนต์เฮ้าส์สุดหรูแห่งนี้ จะมีหนึ่งร่างสูงที่ยอมนั่งคุกเข่าเพียงหนึ่งข้างลงกับพื้น เพื่อจะปลุกผู้โดยสารจากภวังค์หลับใหล แม้จะมีประตูรถที่เปิดอ้าค้างไว้เพื่อบังสายตาจากโลกภายนอก แต่ทว่านี่ก็ไม่ใช่สถานที่ ที่คนอย่างวายุภพ อัสนีวงศ์เดโชจะมานั่งทำอะไรแบบนี้ได้อยู่ดี

ไม่ใช่ไม่รู้ตัวว่าระยะห่างที่มีระหว่างกัน กำลังค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงไป หากแต่ยังไม่มีใครคิดจะยั้งตัวเองเอาไว้ในตอนนี้ ในขณะที่เรนไม่สามารถได้ยินอะไรมากไปกว่าเสียงหัวใจที่เต้นคร่อมจังหวะของตน วายุเองก็ไม่สามารถละสายตาไปจากแววตาติดเศร้าที่เขาโหยหาได้เลยเช่นกัน


“ใกล้เกินไปแล้วครับ”

“แล้วเธออยากให้ฉันขยับออกไปหรือเปล่า”

“…”

“ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะถือว่าเธอไม่ห้ามนะเรน”

“อะ…อื้อ...”


ในชั่ววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน ลมหายใจของเรนก็เหมือนถูกหยุดไปชั่วขณะ เรียวลิ้นของคนโตกว่าที่ไล่ต้อนกันอย่างไม่คิดจะปรานี ยิ่งทำให้มือเล็กของเรนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกยกขึ้นมาจับเสื้อของคนพี่เอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนยิ่งบีบแน่นขึ้นกว่าเก่า

ความรู้สึกเย็น ๆ ที่ข้างแก้ม ทำให้คนเด็กกว่าพยายามเอียงแก้มหนีสัมผัส แต่มีหรือที่คนอย่างวายุภพจะยอม ฝ่ามือขาวยิ่งกอบกุมให้ใบหน้าเล็กเอียงปรับองศาเพื่อเปิดรับสัมผัสแฉะชื้นที่ตนมอบให้ได้มากขึ้นยิ่งกว่าเก่า

เสียงเฉอะแฉะจากการแลกเปลี่ยนลมหายใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมาระหว่างทั้งคู่ รู้ตัวอีกทีเอวคอดของเรนก็ถูกมือของคนโตกว่าบีบเคล้นจนขึ้นรอยแดง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใครคิดอยากจะหยุด เนิ่นนานหลายนาทีที่เรนถูกอีกฝ่ายช่วงชิงลมหายใจ


แฮก…

“อื้อ...คุณวายุพอก่อน...เรนหะ...หายใจไม่ทัน”

“หึ…ขอโทษ”

ฟอดดดด

“…”

“เจ็บหรือเปล่า”


หลังจากขโมยหอมกันไปอีกหนึ่งที เพราะถูกคนตรงหน้างอแงใส่จนต้องยอมผละออก คนโตกว่าก็ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือของตัวเองในการเกลี่ยไล้ริมฝีปากของคนที่กำลังนั่งหน้าแดงเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

เพราะริมฝีปากบางของสวรรษาในตอนนี้ นอกจากจะบวมเจ่อเพราะแรงดูดดึงที่ตนเป็นคนกระทำแล้ว สีชมพูสวยของมันยังเข้มขึ้นกว่าเก่า เพราะอวัยวะใต้อกของเรนกำลังทำหน้าที่สูบฉีดเลือดลมอย่างหนักจนแทบจะเกินกำลัง 

ใบหน้าสวยเกินชายส่ายไปมาเล็กน้อยแทนคำตอบ เรนไม่ได้รู้สึกเจ็บ ที่จริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะรู้สึกอะไร รู้เพียงแค่สัมผัสเมื่อครู่กำลังทำให้เรนรู้สึกไม่เป็นตัวเอง เพราะหากเป็นสวรรษาในเวลาปกติแล้วนั้น ไม่มีทางที่จะปล่อยใจไปกับสัมผัสของใครโดยง่ายอย่างนี้แน่

แต่สำหรับคนตรงหน้าแล้ว สวรรษากลับรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ชักพาให้ตนอยากเข้าหาอีกฝ่ายจนเกินจะต้านทาน ยังไม่นับอาการน้อยอกน้อยใจกับเรื่องไม่เข้าท่าบนรถเมื่อครู่ ที่ไม่ว่าจะคิดทบทวนเท่าไร เรนก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลยสักนิดว่า อะไรทำให้ตนกล้าแสดงออกไปแบบนั้น ท่าทีแง่งอนราวกับว่าตัวเองสลักสำคัญจนอีกฝ่ายต้องคอยตามง้อพวกนั้น ไม่ใช่วิสัยของสวรรษา เมฆานุรักษ์ที่ใคร ๆ รู้จักเลยแม้แต่นิดเดียว


“แล้วรู้สึกดีหรือเปล่า”

“…”

“ถ้าเธอรู้สึกแย่…ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก”

“เรนไม่ได้รู้สึกแย่…เรนแค่..เอ่อ…ไม่เข้าใจ”

“…”

“ไม่เข้าใจว่าคุณวายุ…ทำแบบนี้กับเรนทำไม”

“...”


ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้คิดจะหลบสายตา หากแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเช่นกัน และเพราะแบบนั้น หัวใจของคนถามก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังโดนของมีคมค่อย ๆ กดลึกเข้าไปถึงเนื้อใน ความรู้สึกเจ็บหน่วงที่เกิดขึ้นท่ามกลางรูโหว่ซึ่งไม่เคยปิดสนิทก็กลับมาแสดงตัวอีกครั้ง เรนรับรู้มาตลอดว่าเรื่องทั้งหมดนี่กำลังจะนำพาตัวเองเข้าไปสู่หายนะ หากไม่อยากเป็นของเล่นคนรวย เรนก็ไม่ควรเอาใจลงไปเล่นในเกมที่ตนไม่มีทางได้ถือไพ่เหนือกว่า


“เดี๋ยวถึงเวลาเธอก็จะรู้เอง…ถึงตอนนั้นฉันจะบอกกับเธอทั้งหมด…ทุกเรื่องที่เธออยากรู้”

“…”

“ส่วนตอนนี้เราต้องขึ้นห้องกันได้แล้ว ใกล้จะได้เวลาที่เธอต้องป้อนยาเจ้าแมวนั่นแล้วนะ”

“อะ…อื้ม ครับ”


คนที่กำลังสับสนตอบรับออกมาง่าย ๆ อย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าเรนกำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง คนที่ไม่เคยยอมจำนนกับอะไรง่าย ๆ กลับยอมที่จะล้มเลิกการตั้งคำถาม เพียงเพราะคนตรงหน้าบอกว่าให้รอ

ราวกับต้องมนตร์สะกด คำพูดของวายุภพเหมือนคำประกาศิตที่สวรรษาไม่อาจคัดค้านหรือหลีกเลี่ยง เรนรู้แค่เพียงว่าเรื่องระหว่างตนกับคนที่กำลังเดินนำหน้าไปทางลิฟต์ส่วนตัวนั้น มีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป ไม่ต่างจากรูโหว่ที่ว่างเปล่าในหัวใจของตน เพียงแต่เรนไม่รู้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นมันคืออะไรกันแน่





-/-/-/-/-/-






ติ๊ง ติ๊งงงง

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือเครื่องบางของสวรรษาที่วางคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะทานข้าวขนาดใหญ่ที่กลางห้อง ไม่ได้เรียกความสนใจแค่จากเจ้าของมันเท่านั้น หากแต่ยังฉุดรั้งสายตาของคนที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ตรงข้ามกันให้หันมองได้อีกด้วย


ติ๊ง ติ๊งงงง ติ๊ง

“ขออนุญาตนะครับ”


มือเรียวตัดสินใจวางช้อนส้อมในมือลง ก่อนที่จะหันไปหยิบเจ้าอุปกรณ์สื่อสารที่กำลังส่งเสียงดังขึ้นมากดปิดเสียงแจ้งเตือน โดยไม่ได้คิดจะหันมองหน้าจอ แต่ทว่าข้อความที่ปรากฏอยู่กลับทำให้เรนต้องขมวดคิ้วเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว




Unknown has sent a message to you :

สวัสดีครับน้องเรน

พี่ปรินซ์เองนะครับ

ต้องขอโทษที่ทักมากวนตอนค่ำนะครับ

แต่พอดีว่าพี่ได้ Contact น้องเรน มาจากไฟล์งานที่คุณมิวสิคส่งมาให้

เลยอยากแอดมาไว้ เผื่อเราจะได้อัปเดทงานกันได้ง่าย ๆ น่ะครับ


ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นอีกระดับ หลังได้เห็นจำนวนข้อความถี่รัว ที่พอดิบพอดีกับเสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ อันที่จริงแล้วด้วยลักษณะงานของเขา ที่มักจะร่วมงานกับทีมงานที่สลับสับเปลี่ยนกันไปมาอย่างมากหน้าหลายตาอยู่แล้ว จึงไม่ได้แปลกนักที่แต่ละงานจะมีการตั้งกรุ๊ปแชตขึ้นเพื่อติดต่อประสานงาน แต่เชื่อเถอะว่ายังไม่มีครั้งไหนที่ ลูกค้าซึ่งถือเป็นเจ้านายจะติดต่อเข้ามาโดยตรงเป็นการส่วนตัวอย่างในครั้งนี้

แม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่เรนก็ไม่ได้คิดจะทำลายมารยาทบนโต๊ะอาหารด้วยการรีบตอบข้อความพวกนั้น ในขณะที่ยังนั่งร่วมโต๊ะกับเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ลงมือทำอาหารมื้อนี้ให้ตนทาน เพราะเรนใช้เวลาตั้งแต่มาถึงที่นี่ในการให้อาหารและป้อนยาเจ้ามีกันที่เพิ่งออกอาการขี้งอนใส่กันจนหนีไปซุกตัวบนเบาะนอนของตัวเองภายในห้องนอนแขกเรียบร้อยแล้ว

กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาแทบจะหมดแรง ทาสมือใหม่ถึงกับมีเหงื่อซึมตามกรอบหน้าทั้ง ๆ ที่ เครื่องปรับอากาศก็เปิดอยู่ทนโท่ เพราะแบบนั้น เรนจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปอาบน้ำก่อนที่จะออกมาหาอะไรลงท้องเพื่อเป็นมื้อเย็นของตัวเองทีหลัง

แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูห้องนอนของตัวเองออกมา จมูกก็ปะทะเข้ากับกลิ่นอาหารหอมฟุ้งที่ลอยออกมาจากทางห้องครัว สุดท้ายแล้วเรนก็เลยได้มานั่งร่วมโต๊ะกับร่างสูงตรงหน้าอีกครั้ง


“ฉันไม่ใช่คนเคร่งมารยาทขนาดนั้น ถ้ามันสำคัญก็คุยเถอะ”


คนโตกว่าตัดสินใจเอ่ยขึ้นหลังจากที่โทรศัพท์เครื่องเดิมซึ่งเพิ่งถูกคว่ำหน้าลงบนโต๊ะกระจก ยังคงสั่นอีกสองสามครั้ง บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของข้อความไม่ได้คิดจะละความพยายาม


“ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นครับ”


สวรรษามั่นใจว่าเมื่อครู่ตนเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่ฉายวาบขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนที่มันจะหายไป แต่ถึงอย่างนั้นเรนก็พอจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ว่า คนตรงหน้าพึงพอใจกับคำตอบของตนอยู่พอควร


“อาหารเผ็ดไปไหม?”

“เอ่อ… ไม่ครับ อร่อยแล้ว”

“ถ้างั้น…แสดงว่าที่ปากเธอยังบวมอยู่แบบนั้น ก็น่าจะเป็นเพราะ…”

“หยุดเลยนะครับ คุณวายุ!”


คนปากเจ่อ แหวขึ้นเสียงดังจนวายุภพเองยังแปลกใจ เพราะโดยปกติแล้ว ต่อหน้าเขาเรนมักจะควบคุมตัวเองได้ดีมากเสมอ ขนาดเวลาที่กลัวเสียงฟ้า เสียงฝนยังฝืนกลั้นอดทนเอาไว้ได้โดยไม่คิดจะโวยวายสักนิด แต่กับประโยคที่เขาพูดเมื่อครู่ กลับทำให้เรนเสียอาการได้อย่างง่ายดาย


“หึ…อะไรของเธอ เรน ฉันหมายถึงว่าต้มยำนี่มันน่าจะร้อนเกินไป”

เพล้ง!!!

หากใบหน้าของเรนสามารถแตกออกมาได้จริง ๆ ป่านนี้เสียงเศษหน้าของเขาที่หล่นกระทบกับพื้นกระเบื้องหินอ่อนทางด้านล่างคงดังแบบนี้ไม่ผิดแน่ คนที่พยายามลบภาพเหตุการณ์ในลานจอดรถออกจากหัวด้วยการทำทุกทางราวกับมันไม่ได้เกิดขึ้น ถึงกับเก็บสีหน้าไม่อยู่ เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังถูกอีกคนแกล้งกัน


“ถ้าคุณวายุ อิ่มแล้ว วางไว้เลยนะครับ เดี๋ยวเรนมาเอาใส่เครื่องล้างให้ เรนขอตัวไปคุยงานก่อนนะครับ”


พูดจบเพียงเท่านั้น คนที่เพิ่งก้มเก็บเศษหน้าของตัวเองในจินตนาการก็ รีบยกจานของตัวเองหายเข้าครัวไปด้วยความเร็วแสง เพราะเรนกำลังสัมผัสได้ถึงความเห่อร้อนที่ลามขึ้นไปจนถึงใบหู ซึ่งเกิดจากการที่เลือดลมทั้งหมดกำลังไหลเอ่อขึ้นมารวมตัวกันที่ใบหน้าสีระเรื่อของเจ้าตัว

หลังจากก้าวขาเข้าสู่เซฟโซนของตัวเอง เจ้ามีกันที่น่าจะงอนเองหายเองเรียบร้อยแล้ว ก็กระโดดขึ้นมานั่งบนตักของคนที่กำลังมีเครื่องหมายคำถามอยู่บนหน้าผากอีกครั้ง เพราะมันคงถึงเวลาที่เรนจะต้องกดอ่านข้อความของนายจ้างคนล่าสุดของตัวเองเสียที

มือเรียวข้างหนึ่งถูกอุทิศให้กับเจ้าลูกแมววิเชียรมาศที่ตอนนี้สีขนอ่อนลงกว่าเดิม เพราะอากาศข้างนอกกำลังปลอดโปร่งไม่ได้มีสายฝนมาลดอุณหภูมิของมันลงอย่างเมื่อเช้า ส่วนอีกข้างก็กดเลื่อนอ่านข้อความในช่องแชตโดยละเอียดอีกครั้งก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป



R_RAIN :

ครับ คุณปรินซ์

ผมขอโทษที่ตอบช้านะครับ

พอดีเพิ่งเห็นแจ้งเตือน


PRINCE.T :

ไม่เป็นไรเลยครับ

พี่ซะอีกที่ทักมากวนน้องเรนตอนค่ำ ๆ แบบนี้

ต้องขอโทษด้วยนะครับ


R_RAIN :

ไม่ทราบว่าคุณปรินซ์ อยากให้ผมตั้งกลุ่ม

กับน้อง ๆ ทีมงานคนอื่น ๆ ด้วยไหมครับ

จะได้คุยทีเดียว


Read


R_RAIN :

แบบนั้นน่าจะสะดวกคุณปรินซ์มากกว่า


Read


PRINCE.T :

จริง ๆ พี่แค่อยากแอดมาไว้

เผื่ออยากปรึกษาอะไรน้องเรน

เป็นการส่วนตัวน่ะครับ


R_RAIN :

อ่า ครับ

ถ้าอย่างนั้นก็ได้เลยครับ


PRINCE.T :

ไม่ทราบว่าอาทิตย์หน้าน้องเรนว่างไหมครับ

พอดีพี่อยากให้น้องเรนช่วยเลือกของขวัญ

สำหรับที่จะใช้ในการจับรางวัล Lucky Draw

ช่วงท้ายของแคมเปญน่ะครับ

งานวันนั้นจะไม่ได้มีแค่ผู้บริหาร

แต่จะมีพนักงานรุ่นใหม่ค่อนข้างเยอะ

น้องเรนเด็กกว่าพี่หลายปี 

พี่เลยอยากได้ความเห็นน่ะครับ


R_RAIN :

ให้ผมส่งลิงก์ไปให้ดีไหมครับ

จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคุณปรินซ์ด้วย


Read


PRINCE.T :

พี่อยากไปเลือกซื้อด้วยตัวเองมากกว่าน่ะครับ

จะได้แสดงความตั้งใจของพี่ต่อน้อง ๆ ในบ.ด้วย

แต่ถ้าน้องเรนไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะครับ


R_RAIN :

งั้นเป็นที่ไหนกี่โมง

คุณปรินซ์แจ้งมาก็ได้ครับ

ช่วงนี้ผมพอว่างอยู่ครับ


PRINCE.T :

เยี่ยมเลยครับ

ถ้างั้น เอาไว้พี่ทักหานะครับ

ส่วนคืนนี้ หลับไม่ฝันนะครับ


R_RAIN :

เช่นกันนะครับ


PRINCE.T :

ขอบคุณนะครับ

คืนนี้พี่คงไม่ต้องฝันถึงเรื่องราวแบบเดิมอีกแน่ ๆ

เพราะน้องเรนอวยพรให้เองแบบนี้

มันน่าเบื่อว่าไหมครับ

ที่ต้องฝันเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กันในทุกคืนวันพระ


R_RAIN :

ครับ?


PRINCE.T :

อ่าพี่พิมพ์อะไรไปเรื่อยอีกแล้ว

ขอโทษด้วยนะครับ


R_RAIN :

ไม่เป็นไรเลยครับ

ผมเข้าใจ


PRINCE.T :

ขอบคุณนะครับที่ไม่รำคาญพี่

งั้น ไว้เจอกันนะครับ


R_RAIN :

ครับ


Read





แสงสว่างจากหน้าจอมือถือดับไปแล้ว เจ้ามีกันที่นอนหงายท้องให้ลูบพุงอยู่บนตักก็หลับไปแล้วเช่นกัน แต่ทว่าความคิดในหัวของเรนกลับไม่ได้สงบเหมือนทุกอย่างรอบตัว อาจเป็นเพราะตัวอักษรจากปรินทราที่ทำให้เรนรู้สึกสะกิดใจ

จะมีกี่คนกันที่ฝันเรื่องราวเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้นไม่รู้จบ เหมือนกับที่ตนเจอ เพราะความฝันของเรนแม้จะไม่ได้ปะติดปะต่อเป็นเรื่องเป็นราว แต่ทว่ามันกลับเกิดขึ้นในทุก ๆ คืนวันพระ ไม่ก็วันโกน ที่คราแรกเรนก็ไม่เคยคิดจะสังเกตมันจนกระทั่งเวลาผ่านไปนานเข้า เขาจึงได้รู้ว่า มันไม่ได้เกี่ยวกับอาการเหนื่อยล้า นอนไม่พอ หรือไปดูหนังดูละครอะไรมา หากแต่มันเชื่อมโยงอยู่กับวันพวกนี้ต่างหาก

และหากมันเป็นความบังเอิญที่ทำให้เขาได้เจอกับคนที่มีปัญหาไม่ต่างกัน สวรรษาก็คิดว่ามันคุ้มค่าอยู่ไม่น้อยหากจะลองปรึกษาเรื่องนี้ดูกับคนที่กำลังต้องพบเจอเรื่องอะไรแบบเดียวกัน อย่างน้อย ๆ มันอาจช่วยให้ความสงสัยที่ติดตัวเรนมาเป็นเวลานาน จะได้ค้นพบกับคำตอบที่ค้างคาอยู่ได้บ้าง


ก๊อก ๆ ๆ ๆ


ดวงตากลมหันไปมองตามต้นเสียงก่อนที่จะรีบอุ้มเจ้าก้อนอ้วนในมือไปส่งไว้ที่เบาะนอน แล้วจึงเดินไปเปิดประตูห้องให้กับคนที่รออยู่ด้านนอก



“ทานเสร็จแล้วเหรอครับ”

“อืม… แต่เธอไม่ต้องล้างหรอก แค่เอาเข้าเครื่องล้างจานฉันทำเองได้ แผลที่มือเธอยังไม่หายดีเลย”

“ให้เรนทำบ้างเถอะครับ มือเรนหายดีแล้วจริง ๆ แถมค่าเช่าคุณวายุก็ไม่ได้คิด แค่นี้เรนก็เกรงใจจะแย่แล้วครับ”


คนฟังหลุบตามองลงต่ำ เพื่อมองลงไปยังฝ่ามือเล็กที่ยังเหลือรอยแดงอยู่จาง ๆ เพราะเจ้าของมันดื้อเกินกว่าจะยอมพันแผลไปประชุมให้คนอื่นต้องเป็นกังวลไปด้วย แต่เมื่อเห็นว่ารอยแดงพวกนั้น ไม่น่าจะก่อความเจ็บปวดอะไรให้กับเจ้าตัว วายุภพจึงเลือกที่จะปล่อยผ่าน


“หึ…ถ้าเกรงใจแล้วอยากจ่ายค่าเช่าไหมล่ะ”

“อยากครับ! …ตะ แต่ว่า อย่าแพงมากนักได้ไหมครับ เรนไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น”


หลังจากคำตอบที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนพูดดีใจขนาดไหน น้ำเสียงในท้ายประโยคก็หม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเจ้าของมันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ห้องที่ตัวเองพักอยู่นั้นราคาเกินเอื้อมขนาดไหน


“ฉันไม่ได้จะให้เธอจ่ายเป็นเงิน”

“ครับ?”


ภาพเหตุการณ์ที่ลานจอดรถผุดขึ้นในหัวเป็นฉาก ๆ หลังจากเรนได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของคนตรงหน้า ร่างเล็กพลันก้าวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง หากแต่ไม่ใช่เพราะระแวงเจ้าของใบหน้าคมที่ยืนจ้องกันอยู่ ทว่ากลับเป็นเพราะเรนกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจให้กับแววตาน่าค้นหาราวกับท้องฟ้าสีรัตติกาลคู่นั้นอีกครั้งต่างหาก


“จะถอยไปไหน ฮื้ม?”

“ก็ ปะ เปล่าครับ... คุณวายุจะให้เรนจ่ายด้วยอะไรล่ะ”

“ร่างกายเธอไง”

“ฮะ?!”

ปึก! “อ๊ะ!”

“คิดอะไรของเธอ ฉันจะให้เธอออกไปซื้อของข้างนอกกับฉันพรุ่งนี้ ของสดในตู้จะหมดแล้ว”


เจ้าของส่วนสูง 192 เซนติเมตรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือความขบขัน ในระหว่างที่คนโดนกระทำกำลังเอานิ้วลูบหน้าผากของตัวเอง ไปพลางเพราะเพิ่งโดนข้อนิ้วยาวของเขาดีดมาหมาด ๆ ก่อนที่ริมฝีปากสีสวยจะขยับบ่นอย่างเอาแต่ใจ


“แล้วจะพูดให้คิดทำไมล…”

“หืม?…เธอว่าไงนะ”

“…”

“หึ…ถ้าเธอคิดว่าฉันอยากให้เธอยอมให้ฉันจูบอีกรอบ…ที่จริง...เธอก็เข้าใจถูกแล้ว…ฉันแค่ยังไม่ได้พูดน่ะ”

“คุณวายุ!!!”






To be continued

.

.

.

#เมื่อฝนจำรักได้