ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง
ชาย-ชาย,ลึกลับ,แฟนตาซี,รัก,ข้ามเวลา,เทพ ,พระเอกรวย,ฟีลกูด/feelgood,จบดี ,พระเอกธงเขียว,พระเอกคลั่งรัก,อดีตชาติ,wildoatlavender,เมื่อฝนจำรักได้,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง
เมื่อเรื่องราวของอดีตชาติ
กลายเป็นบทลงทัณฑ์แห่งฟากฟ้า
และความรักต้องถูกพลัดพรากให้มิอาจตามหา
วายุภพ ที่ครั้งหนึ่งเคยถือครองพลังแห่งสายฟ้า
กลับต้องโทษจากความผิดอันร้ายแรง ให้ต้องดำรงอยู่ผ่านห้วงเวลาที่หมุนไปพร้อมกับพลังที่ไม่อาจควบคุม
สวรรษา มนุษย์ผู้ถือกำเนิดในคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ
แต่ทุกเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตกลับอุบัติขึ้นพร้อมกับสายฝน จนเกิดเป็นความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่อาจข้ามพ้น
ความฝันที่ไม่เคยชัดเจน หากแต่กลับไม่เคยเลือนหาย
ต่างคนต่างกำลังตามหาเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
และในทุกครั้งที่พวกเขาเกือบได้พบหน้า ท้องฟ้าก็กลับพรากทั้งคู่ออกจากกัน
ติดตามบทพิสูจน์ว่าความรัก ไม่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา
หากแต่เพียงแค่เฝ้ารอ วันที่หัวใจจะระลึกได้อีกครั้ง
#เมื่อฝนจำรักได้
“ชื่อฝน แต่กลัวเสียงฟ้าร้องตอนฝนตกงั้นเหรอ”
“อ่า ครับ ตลกดีใช่ไหม ผมน่ะไม่ได้อยากกลัวฝนเลยนะ แต่ทุกครั้งที่ฝนตกชีวิตผมมันมักจะเจอแต่เรื่องแย่ๆ ตลอดเลยนี่สิ”
⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และฉบับแก้ไข - เพิ่มเติมทุกฉบับ โดยห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก เลียนแบบ ดัดแปลง หรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่ง
และห้ามมิให้มีการเผยแพร่ รวมถึงการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะในรูปแบบหรือวิธีการใดในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์
~~~~~~~
เนื้อหาทั้งหมด เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน
ตัวละคร รูปภาพประกอบ พฤติกรรม สถานที่ วิชาชีพ หน่วยงาน ทั้งหมดที่ถูกกล่าวถึง
ในงานเขียนเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ผู้เขียนมิได้มีเจตนา กล่าวถึง พาดพิง หรืออ้างอิง กับบุคคล สถานที่ หรือหน่วยงานใด ในความเป็นจริง
อาจมีเนื้อหาและการใช้ภาษาที่เกี่ยวกับ เพศ พฤติกรรมด้านความรุนแรง ที่ขัดต่อกฎหมาย ความเชื่อ ศีลธรรม และประเพณี
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘
Story : Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้
Author : WildOat Lavender (ไวลด์โอ๊ต ลาเวนเดอร์)
Illustrator : Himefreeze / Budzob / Prynn_10 / ZeliciaV / Moontears / OCTO.CATZ / INKTIARA / Karnnnbv
Proofreader : Wanlakham / Larchspiraea
Layout Designer : Ramyproof / Larchspiraea
Typographer : แมวอ้วนไทโป
Special Thanks : BTM Crews
⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘
Teen and up audiences - เหมาะกับผู้อ่านตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป
Fluff and Angst - แนวอบอุ่นหัวใจแต่มีปมดราม่าสอดแทรกในระหว่างดำเนินเรื่อง
Mature Character Death - มีการกล่าวถึงการเสียชีวิตของตัวละคร
Threats of Violence - การคุกคามคนอื่นด้วยความรุนแรง
Supernatural - มีพลังเหนือธรรมชาติ
Mature Violence - มีการกล่าวถึงการใช้ความรุนแรง
Explicit Sex Scene - มีการบรรยายถึงฉากร่วมเพศอย่างชัดเจน
Happy Ending - ตอนจบแบบสุขนิยม
╭──────────.★..─╮
ช่องทางติดต่อพูดคุย
╰─..★.──────────╯
𝕀𝕟𝕤𝕥𝕒𝕘𝕣𝕒𝕞 ➥ wildoat_larch
𝔽𝕒𝕔𝕖𝕓𝕠𝕠𝕜 ➥ WildOat Lavender นามปากกา
𝕋𝕚𝕜𝕋𝕠𝕜 ➥ wildoat_larch
𝔹𝕝𝕦𝕖𝕤𝕜𝕪 ➥ wildoatlarch
𝕏 ➥ wildoat_larch
✦•┈⋅ ∘₊ ⋯ ⋯ ₊∘ ⋅┈•✦
Heart in the raindrops
#เมื่อฝนจำรักได้
ภาพที่วายุภพเห็นเมื่อครู่ คือร่างเล็กเจ้าของลักยิ้มจาง ๆ ที่เปื้อนอยู่บนใบหน้ากำลังเดินรี ๆ รอ ๆ ผู้ชายที่ตัวสูงกว่าตนไปไม่มากนัก ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสีเขียวมะกอก เดินตามคนที่เขาตั้งใจรอรับมาติด ๆ ด้วยท่าทางอารมณ์ดี ผิดกับคนที่นั่งรออยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เมื่อ เกือบ 2 ชั่วโมงก่อนหน้า
ใช่ วายุภพ ไม่ได้มีธุระปะปังที่ไหน เพียงแต่สัญชาตญาณบางอย่างบอกกับเขาว่า เขาไม่ควรปล่อยให้สวรรษาอยู่ห่างจากสายตาของเขาไปมากกว่านี้
แค่เท่าที่ผ่านมา ก็นานมากพอ…
คนที่สื่อสารอะไรในใจออกมาไม่เก่งนัก เพราะโดยปกติแล้ว หากไม่ใช่เรื่องงาน เขาก็มีมือขวาคนสนิทข้างกาย อย่าง ภุชพงศ์คอยทำทุกอย่างที่เขาต้องการให้โดยที่เขาแทบไม่ต้องอธิบายอะไรออกมาให้มากความ
และเพราะแบบนั้น แม้ร่างหนาหลังพวงมาลัยจะรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่า ผู้โดยสารที่กำลังนอนตะแคงหันหลังให้กัน กำลังเข้าใจตนผิด แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลในการตัดบทสนทนาของคนน้องแล้ว วายุเองก็ไม่เหลือหนทางไหนให้ค้านต่อ
เมฆฝนที่ก่อตัวขึ้นมันเริ่มมาตั้งแต่ที่เขาเห็น เรน เดินออกมากับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น
โทรศัพท์มือถือของสวรรษา ถูกวายุภพกดปิดหน้าจอโดยไม่คิดจะหยิบมันขึ้นมาดูให้เสียสมาธิในการขับขี่ เพราะหากเป็นประวัติส่วนตัวของ ปรินทรา เทวาสุรคีรี เจ้าของบริษัทพัฒนาแอปพลิเคชัน พยากรณ์อากาศชื่อดังที่กำลังมาแรงอย่าง SkySense นั้น วายุภพรับรู้มันอย่างละเอียดตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แถมยังละเอียดเสียยิ่งกว่าบทสัมภาษณ์ธรรมดา ๆ ของนิตยสารที่เรนยกมาอ้างอิงไปหลายเท่าด้วยซ้ำ
ข้อมูลของนักธุรกิจหน้าใหม่ไฟแรง ที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งบริษัทในประเทศไทยได้ไม่นาน แต่กลับประสบความสำเร็จรวดเร็วราวกับมีผู้สนับสนุนใหญ่ให้การหนุนหลัง ยิ่งทำให้วายุภพรู้สึกสงสัยในตัวของปรินทรามากขึ้น อย่างน้อยก็มากพอให้เขาตามมาเฝ้า สวรรษาถึงที่นี่
หารู้ไม่ว่าการเผลอใช้อารมณ์ เอ่ยถามอย่างห้วน ๆ ถึงคนที่ตัวเองไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะเจออีกฝ่ายอยู่กับสวรรษาสองต่อสองนั้น จะทำให้เรนคิดเป็นอื่นไปไกลได้ถึงเพียงนี้ เจ้าของใบหน้าคมคร้าม พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุดเพื่อหวังจะควบคุมสติอารมณ์ของตัวเอง
แม้วายุภพจะพยายามฝึกควบคุมพลังในตัวมาตลอดนับตั้งแต่ที่รู้ว่ามีมันอยู่ แต่เขากล้าพูดได้เลยว่า ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขามุ่งมั่นที่จะทำมันขนาดนี้ และวายุภพ มั่นใจยิ่งกว่าครั้งไหน ว่าทั้งหมดนั่นมีเพียงเหตุผลเดียวคือ เขาไม่อยากให้สวรรษา ต้องทนฟังเสียงฝนที่คนน้องไม่อยากได้ยิน
มือแกร่งที่ประดับไปด้วยเส้นเลือดเลื้อยพันราวกับงานศิลปะ กดปุ่มเพิ่มระดับเสียงข่าวภาษาอังกฤษให้ดังขึ้นกว่าเก่าเล็กน้อย ในระหว่างที่กลุ่มเมฆฝนด้านบนยังคงไม่คลายตัว ยิ่งพยายามหยุด กลับเหมือนยิ่งยั่วยุให้พวกมันรวมตัวกันแน่นจนเกิดเป็นหยดน้ำ
เปาะ แปะ
ในที่สุดเม็ดฝนกลุ่มแรกก็ตกกระทบลงที่กระจกด้านหน้าของ BMW M8 อย่างห้ามไม่อยู่ เพียงแต่ยังไม่มีลมกระโชก หรือเสียงฟ้าผ่า ฟ้าร้องที่รุนแรงจนสามารถดังแทรกเข้ามาถึงภายในห้องโดยสารนี้ได้ก็เท่านั้น
เพราะสัมผัสแฉะชื้นเดียวที่ วายุภพสัมผัสได้ในตอนนี้ คือ หยดเลือดจากปลายจมูกของตน กลิ่นสนิมจากธาตุเหล็ก ที่คละคลุ้งอยู่ภายในโพรงจมูก ทำให้วายุภพขมวดคิ้วแน่นเพราะความรำคาญ ปลายนิ้วหนาถูกยกขึ้นมาปาดป้ายอย่างลวก ๆ เพราะอาการที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ไม่ได้รุนแรงเท่าครั้งก่อน ๆ
ดูเหมือนว่าวายุภพจะทำมันได้ดีขึ้น ทั้งการจัดการกับพลังที่ซ่อนอยู่ และการสงบอารมณ์ที่คุกรุ่นของตัวเอง เพราะหลังจากใช้เวลาเพียงไม่นาน หลังจากที่ร่างหนาตั้งสมาธิจนแน่วแน่ สายฝนที่โปรยปรายลงมาก็เริ่มซาลง จนเหลือแค่เพียงคราบละอองน้ำเกาะตัวอยู่ตามขอบกระจก ในจุดที่นอกเหนือความสามารถของที่ปัดน้ำฝนคุณภาพดีก็เท่านั้น
“เรน เรนครับ…ถึงแล้วนะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำ ที่วายุภพตั้งใจใช้มันกับคนตรงหน้า ถูกเอ่ยขึ้นอย่างไม่เต็มเสียงนักเพราะเขาไม่ได้อยากทำให้สวรรษารู้สึกถูกรบกวนไปมากกว่านี้ แพขนตาที่เรียงเส้นสวย ค่อย ๆ ขยับทีละนิดหลังสวรรษารับรู้ได้ถึงสัมผัสเย็น ๆ ที่ข้างแก้ม
“อือ~…”
“ขึ้นไปนอนต่อบนห้องนะ”
เปลือกตาสีไข่มุกกะพริบถี่รัวขึ้นเล็กน้อย เพราะคนที่เพิ่งตื่นจากภวังค์ ยังไม่สามารถประมวลผลได้ทัน ว่าความรู้สึกเย็น ๆ ที่แก้มเมื่อครู่ เกิดจากอะไรกันแน่ กว่าจะรู้ตัวว่ามันเป็นอุณหภูมิเดียวกัน กับฝ่ามือหนาที่กำลังจับข้อมือของตนเพื่อไม่ให้ขยี้ตาตัวเองอยู่ตอนนี้ ก็ผ่านไปนานหลักนาที
“อย่าขยี้ เดี๋ยวเจ็บตา”
สุ้มเสียงของคนโตกว่ายังคงสงบนิ่งเหมือนเคย เรนสัมผัสได้เลยว่าคนที่กำลังนั่งย่อตัวลงอยู่ตรงประตูรถที่เปิดอ้าข้าง ๆ ตัวเองอยู่ตอนนี้ ตั้งใจใช้เสียงที่นุ่มลงกว่าปกติที่ตนเคยได้ยินอยู่หลายเท่านัก ริมฝีปากสีสวยที่เคยเม้มแน่น ขยับยกพร้อมกับสายตาของสวรรษาที่หันไปสบกับคนตรงหน้า
“เรนขอโทษครับ…”
“ฉันก็ขอโทษ ที่ทำให้เธอเข้าใจไปแบบนั้น ฉันไม่ได้กลัวว่าเธอจะพาใครมาที่นี่ ฉันแค่…เป็นห่วง…เป็นห่วงเธอ”
“…”
สวรรษาเรียนรู้เพิ่มอีกหนึ่งอย่างท่ามกลางความสะลืมสะลือจากการเพิ่งตื่นนอน ว่าหัวใจของคนเราสามารถเต้นเร็วและถี่รัวได้ขนาดนี้จริง ๆ นัยน์ตาสีฟ้าอมเทาของคนตรงหน้า ที่เคยดูราวกับมันมีหลายอย่างซุกซ่อนอยู่ ทว่าในตอนนี้กลับมีเพียงภาพสะท้อนของเรนปรากฏขึ้น
ปลายจมูกเชิดรั้นมีสีแดงระเรื่อแต้มขึ้นกว่าปกติที่วายุภพเคยเห็น ไม่ต่างจากปรางแก้มและใบหูขาวของเจ้าตัว ใบหน้าที่ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางอย่างบรรจงนั้นตรึงสายตาของเขาเอาไว้ได้อีกครั้ง ดวงตากลมโตที่กำลังช้อนมองกันยิ่งทำให้เขาอยากจะขยับเข้าใกล้ให้มากกว่าที่เคย
ใครจะรู้ว่าท่ามกลางลานจอดรถชั้นวีไอพีของเพนต์เฮ้าส์สุดหรูแห่งนี้ จะมีหนึ่งร่างสูงที่ยอมนั่งคุกเข่าเพียงหนึ่งข้างลงกับพื้น เพื่อจะปลุกผู้โดยสารจากภวังค์หลับใหล แม้จะมีประตูรถที่เปิดอ้าค้างไว้เพื่อบังสายตาจากโลกภายนอก แต่ทว่านี่ก็ไม่ใช่สถานที่ ที่คนอย่างวายุภพ อัสนีวงศ์เดโชจะมานั่งทำอะไรแบบนี้ได้อยู่ดี
ไม่ใช่ไม่รู้ตัวว่าระยะห่างที่มีระหว่างกัน กำลังค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงไป หากแต่ยังไม่มีใครคิดจะยั้งตัวเองเอาไว้ในตอนนี้ ในขณะที่เรนไม่สามารถได้ยินอะไรมากไปกว่าเสียงหัวใจที่เต้นคร่อมจังหวะของตน วายุเองก็ไม่สามารถละสายตาไปจากแววตาติดเศร้าที่เขาโหยหาได้เลยเช่นกัน
“ใกล้เกินไปแล้วครับ”
“แล้วเธออยากให้ฉันขยับออกไปหรือเปล่า”
“…”
“ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะถือว่าเธอไม่ห้ามนะเรน”
“อะ…อื้อ...”
ในชั่ววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกัน ลมหายใจของเรนก็เหมือนถูกหยุดไปชั่วขณะ เรียวลิ้นของคนโตกว่าที่ไล่ต้อนกันอย่างไม่คิดจะปรานี ยิ่งทำให้มือเล็กของเรนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกยกขึ้นมาจับเสื้อของคนพี่เอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนยิ่งบีบแน่นขึ้นกว่าเก่า
ความรู้สึกเย็น ๆ ที่ข้างแก้ม ทำให้คนเด็กกว่าพยายามเอียงแก้มหนีสัมผัส แต่มีหรือที่คนอย่างวายุภพจะยอม ฝ่ามือขาวยิ่งกอบกุมให้ใบหน้าเล็กเอียงปรับองศาเพื่อเปิดรับสัมผัสแฉะชื้นที่ตนมอบให้ได้มากขึ้นยิ่งกว่าเก่า
เสียงเฉอะแฉะจากการแลกเปลี่ยนลมหายใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมาระหว่างทั้งคู่ รู้ตัวอีกทีเอวคอดของเรนก็ถูกมือของคนโตกว่าบีบเคล้นจนขึ้นรอยแดง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่มีใครคิดอยากจะหยุด เนิ่นนานหลายนาทีที่เรนถูกอีกฝ่ายช่วงชิงลมหายใจ
แฮก…
“อื้อ...คุณวายุพอก่อน...เรนหะ...หายใจไม่ทัน”
“หึ…ขอโทษ”
ฟอดดดด
“…”
“เจ็บหรือเปล่า”
หลังจากขโมยหอมกันไปอีกหนึ่งที เพราะถูกคนตรงหน้างอแงใส่จนต้องยอมผละออก คนโตกว่าก็ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือของตัวเองในการเกลี่ยไล้ริมฝีปากของคนที่กำลังนั่งหน้าแดงเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
เพราะริมฝีปากบางของสวรรษาในตอนนี้ นอกจากจะบวมเจ่อเพราะแรงดูดดึงที่ตนเป็นคนกระทำแล้ว สีชมพูสวยของมันยังเข้มขึ้นกว่าเก่า เพราะอวัยวะใต้อกของเรนกำลังทำหน้าที่สูบฉีดเลือดลมอย่างหนักจนแทบจะเกินกำลัง
ใบหน้าสวยเกินชายส่ายไปมาเล็กน้อยแทนคำตอบ เรนไม่ได้รู้สึกเจ็บ ที่จริงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะรู้สึกอะไร รู้เพียงแค่สัมผัสเมื่อครู่กำลังทำให้เรนรู้สึกไม่เป็นตัวเอง เพราะหากเป็นสวรรษาในเวลาปกติแล้วนั้น ไม่มีทางที่จะปล่อยใจไปกับสัมผัสของใครโดยง่ายอย่างนี้แน่
แต่สำหรับคนตรงหน้าแล้ว สวรรษากลับรู้สึกได้ถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ชักพาให้ตนอยากเข้าหาอีกฝ่ายจนเกินจะต้านทาน ยังไม่นับอาการน้อยอกน้อยใจกับเรื่องไม่เข้าท่าบนรถเมื่อครู่ ที่ไม่ว่าจะคิดทบทวนเท่าไร เรนก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลยสักนิดว่า อะไรทำให้ตนกล้าแสดงออกไปแบบนั้น ท่าทีแง่งอนราวกับว่าตัวเองสลักสำคัญจนอีกฝ่ายต้องคอยตามง้อพวกนั้น ไม่ใช่วิสัยของสวรรษา เมฆานุรักษ์ที่ใคร ๆ รู้จักเลยแม้แต่นิดเดียว
“แล้วรู้สึกดีหรือเปล่า”
“…”
“ถ้าเธอรู้สึกแย่…ฉันจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก”
“เรนไม่ได้รู้สึกแย่…เรนแค่..เอ่อ…ไม่เข้าใจ”
“…”
“ไม่เข้าใจว่าคุณวายุ…ทำแบบนี้กับเรนทำไม”
“...”
ร่างสูงตรงหน้าไม่ได้คิดจะหลบสายตา หากแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเช่นกัน และเพราะแบบนั้น หัวใจของคนถามก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังโดนของมีคมค่อย ๆ กดลึกเข้าไปถึงเนื้อใน ความรู้สึกเจ็บหน่วงที่เกิดขึ้นท่ามกลางรูโหว่ซึ่งไม่เคยปิดสนิทก็กลับมาแสดงตัวอีกครั้ง เรนรับรู้มาตลอดว่าเรื่องทั้งหมดนี่กำลังจะนำพาตัวเองเข้าไปสู่หายนะ หากไม่อยากเป็นของเล่นคนรวย เรนก็ไม่ควรเอาใจลงไปเล่นในเกมที่ตนไม่มีทางได้ถือไพ่เหนือกว่า
“เดี๋ยวถึงเวลาเธอก็จะรู้เอง…ถึงตอนนั้นฉันจะบอกกับเธอทั้งหมด…ทุกเรื่องที่เธออยากรู้”
“…”
“ส่วนตอนนี้เราต้องขึ้นห้องกันได้แล้ว ใกล้จะได้เวลาที่เธอต้องป้อนยาเจ้าแมวนั่นแล้วนะ”
“อะ…อื้ม ครับ”
คนที่กำลังสับสนตอบรับออกมาง่าย ๆ อย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าเรนกำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง คนที่ไม่เคยยอมจำนนกับอะไรง่าย ๆ กลับยอมที่จะล้มเลิกการตั้งคำถาม เพียงเพราะคนตรงหน้าบอกว่าให้รอ
ราวกับต้องมนตร์สะกด คำพูดของวายุภพเหมือนคำประกาศิตที่สวรรษาไม่อาจคัดค้านหรือหลีกเลี่ยง เรนรู้แค่เพียงว่าเรื่องระหว่างตนกับคนที่กำลังเดินนำหน้าไปทางลิฟต์ส่วนตัวนั้น มีอะไรบางอย่างที่ขาดหายไป ไม่ต่างจากรูโหว่ที่ว่างเปล่าในหัวใจของตน เพียงแต่เรนไม่รู้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นมันคืออะไรกันแน่
-/-/-/-/-/-
ติ๊ง ติ๊งงงง
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือเครื่องบางของสวรรษาที่วางคว่ำหน้าอยู่บนโต๊ะทานข้าวขนาดใหญ่ที่กลางห้อง ไม่ได้เรียกความสนใจแค่จากเจ้าของมันเท่านั้น หากแต่ยังฉุดรั้งสายตาของคนที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่ตรงข้ามกันให้หันมองได้อีกด้วย
ติ๊ง ติ๊งงงง ติ๊ง
“ขออนุญาตนะครับ”
มือเรียวตัดสินใจวางช้อนส้อมในมือลง ก่อนที่จะหันไปหยิบเจ้าอุปกรณ์สื่อสารที่กำลังส่งเสียงดังขึ้นมากดปิดเสียงแจ้งเตือน โดยไม่ได้คิดจะหันมองหน้าจอ แต่ทว่าข้อความที่ปรากฏอยู่กลับทำให้เรนต้องขมวดคิ้วเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
Unknown has sent a message to you :
สวัสดีครับน้องเรน
พี่ปรินซ์เองนะครับ
ต้องขอโทษที่ทักมากวนตอนค่ำนะครับ
แต่พอดีว่าพี่ได้ Contact น้องเรน มาจากไฟล์งานที่คุณมิวสิคส่งมาให้
เลยอยากแอดมาไว้ เผื่อเราจะได้อัปเดทงานกันได้ง่าย ๆ น่ะครับ
ดวงตากลมเบิกกว้างขึ้นอีกระดับ หลังได้เห็นจำนวนข้อความถี่รัว ที่พอดิบพอดีกับเสียงที่ดังขึ้นเมื่อครู่ อันที่จริงแล้วด้วยลักษณะงานของเขา ที่มักจะร่วมงานกับทีมงานที่สลับสับเปลี่ยนกันไปมาอย่างมากหน้าหลายตาอยู่แล้ว จึงไม่ได้แปลกนักที่แต่ละงานจะมีการตั้งกรุ๊ปแชตขึ้นเพื่อติดต่อประสานงาน แต่เชื่อเถอะว่ายังไม่มีครั้งไหนที่ ลูกค้าซึ่งถือเป็นเจ้านายจะติดต่อเข้ามาโดยตรงเป็นการส่วนตัวอย่างในครั้งนี้
แม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่เรนก็ไม่ได้คิดจะทำลายมารยาทบนโต๊ะอาหารด้วยการรีบตอบข้อความพวกนั้น ในขณะที่ยังนั่งร่วมโต๊ะกับเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ลงมือทำอาหารมื้อนี้ให้ตนทาน เพราะเรนใช้เวลาตั้งแต่มาถึงที่นี่ในการให้อาหารและป้อนยาเจ้ามีกันที่เพิ่งออกอาการขี้งอนใส่กันจนหนีไปซุกตัวบนเบาะนอนของตัวเองภายในห้องนอนแขกเรียบร้อยแล้ว
กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาแทบจะหมดแรง ทาสมือใหม่ถึงกับมีเหงื่อซึมตามกรอบหน้าทั้ง ๆ ที่ เครื่องปรับอากาศก็เปิดอยู่ทนโท่ เพราะแบบนั้น เรนจึงตัดสินใจที่จะเข้าไปอาบน้ำก่อนที่จะออกมาหาอะไรลงท้องเพื่อเป็นมื้อเย็นของตัวเองทีหลัง
แต่ทว่าเมื่อเปิดประตูห้องนอนของตัวเองออกมา จมูกก็ปะทะเข้ากับกลิ่นอาหารหอมฟุ้งที่ลอยออกมาจากทางห้องครัว สุดท้ายแล้วเรนก็เลยได้มานั่งร่วมโต๊ะกับร่างสูงตรงหน้าอีกครั้ง
“ฉันไม่ใช่คนเคร่งมารยาทขนาดนั้น ถ้ามันสำคัญก็คุยเถอะ”
คนโตกว่าตัดสินใจเอ่ยขึ้นหลังจากที่โทรศัพท์เครื่องเดิมซึ่งเพิ่งถูกคว่ำหน้าลงบนโต๊ะกระจก ยังคงสั่นอีกสองสามครั้ง บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าของข้อความไม่ได้คิดจะละความพยายาม
“ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นครับ”
สวรรษามั่นใจว่าเมื่อครู่ตนเห็นรอยยิ้มจาง ๆ ที่ฉายวาบขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่ายอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนที่มันจะหายไป แต่ถึงอย่างนั้นเรนก็พอจะคิดเข้าข้างตัวเองได้ว่า คนตรงหน้าพึงพอใจกับคำตอบของตนอยู่พอควร
“อาหารเผ็ดไปไหม?”
“เอ่อ… ไม่ครับ อร่อยแล้ว”
“ถ้างั้น…แสดงว่าที่ปากเธอยังบวมอยู่แบบนั้น ก็น่าจะเป็นเพราะ…”
“หยุดเลยนะครับ คุณวายุ!”
คนปากเจ่อ แหวขึ้นเสียงดังจนวายุภพเองยังแปลกใจ เพราะโดยปกติแล้ว ต่อหน้าเขาเรนมักจะควบคุมตัวเองได้ดีมากเสมอ ขนาดเวลาที่กลัวเสียงฟ้า เสียงฝนยังฝืนกลั้นอดทนเอาไว้ได้โดยไม่คิดจะโวยวายสักนิด แต่กับประโยคที่เขาพูดเมื่อครู่ กลับทำให้เรนเสียอาการได้อย่างง่ายดาย
“หึ…อะไรของเธอ เรน ฉันหมายถึงว่าต้มยำนี่มันน่าจะร้อนเกินไป”
เพล้ง!!!
หากใบหน้าของเรนสามารถแตกออกมาได้จริง ๆ ป่านนี้เสียงเศษหน้าของเขาที่หล่นกระทบกับพื้นกระเบื้องหินอ่อนทางด้านล่างคงดังแบบนี้ไม่ผิดแน่ คนที่พยายามลบภาพเหตุการณ์ในลานจอดรถออกจากหัวด้วยการทำทุกทางราวกับมันไม่ได้เกิดขึ้น ถึงกับเก็บสีหน้าไม่อยู่ เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังถูกอีกคนแกล้งกัน
“ถ้าคุณวายุ อิ่มแล้ว วางไว้เลยนะครับ เดี๋ยวเรนมาเอาใส่เครื่องล้างให้ เรนขอตัวไปคุยงานก่อนนะครับ”
พูดจบเพียงเท่านั้น คนที่เพิ่งก้มเก็บเศษหน้าของตัวเองในจินตนาการก็ รีบยกจานของตัวเองหายเข้าครัวไปด้วยความเร็วแสง เพราะเรนกำลังสัมผัสได้ถึงความเห่อร้อนที่ลามขึ้นไปจนถึงใบหู ซึ่งเกิดจากการที่เลือดลมทั้งหมดกำลังไหลเอ่อขึ้นมารวมตัวกันที่ใบหน้าสีระเรื่อของเจ้าตัว
หลังจากก้าวขาเข้าสู่เซฟโซนของตัวเอง เจ้ามีกันที่น่าจะงอนเองหายเองเรียบร้อยแล้ว ก็กระโดดขึ้นมานั่งบนตักของคนที่กำลังมีเครื่องหมายคำถามอยู่บนหน้าผากอีกครั้ง เพราะมันคงถึงเวลาที่เรนจะต้องกดอ่านข้อความของนายจ้างคนล่าสุดของตัวเองเสียที
มือเรียวข้างหนึ่งถูกอุทิศให้กับเจ้าลูกแมววิเชียรมาศที่ตอนนี้สีขนอ่อนลงกว่าเดิม เพราะอากาศข้างนอกกำลังปลอดโปร่งไม่ได้มีสายฝนมาลดอุณหภูมิของมันลงอย่างเมื่อเช้า ส่วนอีกข้างก็กดเลื่อนอ่านข้อความในช่องแชตโดยละเอียดอีกครั้งก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไป
R_RAIN :
ครับ คุณปรินซ์
ผมขอโทษที่ตอบช้านะครับ
พอดีเพิ่งเห็นแจ้งเตือน
PRINCE.T :
ไม่เป็นไรเลยครับ
พี่ซะอีกที่ทักมากวนน้องเรนตอนค่ำ ๆ แบบนี้
ต้องขอโทษด้วยนะครับ
R_RAIN :
ไม่ทราบว่าคุณปรินซ์ อยากให้ผมตั้งกลุ่ม
กับน้อง ๆ ทีมงานคนอื่น ๆ ด้วยไหมครับ
จะได้คุยทีเดียว
Read
R_RAIN :
แบบนั้นน่าจะสะดวกคุณปรินซ์มากกว่า
Read
PRINCE.T :
จริง ๆ พี่แค่อยากแอดมาไว้
เผื่ออยากปรึกษาอะไรน้องเรน
เป็นการส่วนตัวน่ะครับ
R_RAIN :
อ่า ครับ
ถ้าอย่างนั้นก็ได้เลยครับ
PRINCE.T :
ไม่ทราบว่าอาทิตย์หน้าน้องเรนว่างไหมครับ
พอดีพี่อยากให้น้องเรนช่วยเลือกของขวัญ
สำหรับที่จะใช้ในการจับรางวัล Lucky Draw
ช่วงท้ายของแคมเปญน่ะครับ
งานวันนั้นจะไม่ได้มีแค่ผู้บริหาร
แต่จะมีพนักงานรุ่นใหม่ค่อนข้างเยอะ
น้องเรนเด็กกว่าพี่หลายปี
พี่เลยอยากได้ความเห็นน่ะครับ
R_RAIN :
ให้ผมส่งลิงก์ไปให้ดีไหมครับ
จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคุณปรินซ์ด้วย
Read
PRINCE.T :
พี่อยากไปเลือกซื้อด้วยตัวเองมากกว่าน่ะครับ
จะได้แสดงความตั้งใจของพี่ต่อน้อง ๆ ในบ.ด้วย
แต่ถ้าน้องเรนไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะครับ
R_RAIN :
งั้นเป็นที่ไหนกี่โมง
คุณปรินซ์แจ้งมาก็ได้ครับ
ช่วงนี้ผมพอว่างอยู่ครับ
PRINCE.T :
เยี่ยมเลยครับ
ถ้างั้น เอาไว้พี่ทักหานะครับ
ส่วนคืนนี้ หลับไม่ฝันนะครับ
R_RAIN :
เช่นกันนะครับ
PRINCE.T :
ขอบคุณนะครับ
คืนนี้พี่คงไม่ต้องฝันถึงเรื่องราวแบบเดิมอีกแน่ ๆ
เพราะน้องเรนอวยพรให้เองแบบนี้
มันน่าเบื่อว่าไหมครับ
ที่ต้องฝันเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ กันในทุกคืนวันพระ
R_RAIN :
ครับ?
PRINCE.T :
อ่าพี่พิมพ์อะไรไปเรื่อยอีกแล้ว
ขอโทษด้วยนะครับ
R_RAIN :
ไม่เป็นไรเลยครับ
ผมเข้าใจ
PRINCE.T :
ขอบคุณนะครับที่ไม่รำคาญพี่
งั้น ไว้เจอกันนะครับ
R_RAIN :
ครับ
Read
…
แสงสว่างจากหน้าจอมือถือดับไปแล้ว เจ้ามีกันที่นอนหงายท้องให้ลูบพุงอยู่บนตักก็หลับไปแล้วเช่นกัน แต่ทว่าความคิดในหัวของเรนกลับไม่ได้สงบเหมือนทุกอย่างรอบตัว อาจเป็นเพราะตัวอักษรจากปรินทราที่ทำให้เรนรู้สึกสะกิดใจ
จะมีกี่คนกันที่ฝันเรื่องราวเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้นไม่รู้จบ เหมือนกับที่ตนเจอ เพราะความฝันของเรนแม้จะไม่ได้ปะติดปะต่อเป็นเรื่องเป็นราว แต่ทว่ามันกลับเกิดขึ้นในทุก ๆ คืนวันพระ ไม่ก็วันโกน ที่คราแรกเรนก็ไม่เคยคิดจะสังเกตมันจนกระทั่งเวลาผ่านไปนานเข้า เขาจึงได้รู้ว่า มันไม่ได้เกี่ยวกับอาการเหนื่อยล้า นอนไม่พอ หรือไปดูหนังดูละครอะไรมา หากแต่มันเชื่อมโยงอยู่กับวันพวกนี้ต่างหาก
และหากมันเป็นความบังเอิญที่ทำให้เขาได้เจอกับคนที่มีปัญหาไม่ต่างกัน สวรรษาก็คิดว่ามันคุ้มค่าอยู่ไม่น้อยหากจะลองปรึกษาเรื่องนี้ดูกับคนที่กำลังต้องพบเจอเรื่องอะไรแบบเดียวกัน อย่างน้อย ๆ มันอาจช่วยให้ความสงสัยที่ติดตัวเรนมาเป็นเวลานาน จะได้ค้นพบกับคำตอบที่ค้างคาอยู่ได้บ้าง
ก๊อก ๆ ๆ ๆ
ดวงตากลมหันไปมองตามต้นเสียงก่อนที่จะรีบอุ้มเจ้าก้อนอ้วนในมือไปส่งไว้ที่เบาะนอน แล้วจึงเดินไปเปิดประตูห้องให้กับคนที่รออยู่ด้านนอก
“ทานเสร็จแล้วเหรอครับ”
“อืม… แต่เธอไม่ต้องล้างหรอก แค่เอาเข้าเครื่องล้างจานฉันทำเองได้ แผลที่มือเธอยังไม่หายดีเลย”
“ให้เรนทำบ้างเถอะครับ มือเรนหายดีแล้วจริง ๆ แถมค่าเช่าคุณวายุก็ไม่ได้คิด แค่นี้เรนก็เกรงใจจะแย่แล้วครับ”
คนฟังหลุบตามองลงต่ำ เพื่อมองลงไปยังฝ่ามือเล็กที่ยังเหลือรอยแดงอยู่จาง ๆ เพราะเจ้าของมันดื้อเกินกว่าจะยอมพันแผลไปประชุมให้คนอื่นต้องเป็นกังวลไปด้วย แต่เมื่อเห็นว่ารอยแดงพวกนั้น ไม่น่าจะก่อความเจ็บปวดอะไรให้กับเจ้าตัว วายุภพจึงเลือกที่จะปล่อยผ่าน
“หึ…ถ้าเกรงใจแล้วอยากจ่ายค่าเช่าไหมล่ะ”
“อยากครับ! …ตะ แต่ว่า อย่าแพงมากนักได้ไหมครับ เรนไม่ได้มีเงินเยอะขนาดนั้น”
หลังจากคำตอบที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนพูดดีใจขนาดไหน น้ำเสียงในท้ายประโยคก็หม่นลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับเจ้าของมันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ห้องที่ตัวเองพักอยู่นั้นราคาเกินเอื้อมขนาดไหน
“ฉันไม่ได้จะให้เธอจ่ายเป็นเงิน”
“ครับ?”
ภาพเหตุการณ์ที่ลานจอดรถผุดขึ้นในหัวเป็นฉาก ๆ หลังจากเรนได้เห็นรอยยิ้มมุมปากของคนตรงหน้า ร่างเล็กพลันก้าวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง หากแต่ไม่ใช่เพราะระแวงเจ้าของใบหน้าคมที่ยืนจ้องกันอยู่ ทว่ากลับเป็นเพราะเรนกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจให้กับแววตาน่าค้นหาราวกับท้องฟ้าสีรัตติกาลคู่นั้นอีกครั้งต่างหาก
“จะถอยไปไหน ฮื้ม?”
“ก็ ปะ เปล่าครับ... คุณวายุจะให้เรนจ่ายด้วยอะไรล่ะ”
“ร่างกายเธอไง”
“ฮะ?!”
ปึก! “อ๊ะ!”
“คิดอะไรของเธอ ฉันจะให้เธอออกไปซื้อของข้างนอกกับฉันพรุ่งนี้ ของสดในตู้จะหมดแล้ว”
เจ้าของส่วนสูง 192 เซนติเมตรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจือความขบขัน ในระหว่างที่คนโดนกระทำกำลังเอานิ้วลูบหน้าผากของตัวเอง ไปพลางเพราะเพิ่งโดนข้อนิ้วยาวของเขาดีดมาหมาด ๆ ก่อนที่ริมฝีปากสีสวยจะขยับบ่นอย่างเอาแต่ใจ
“แล้วจะพูดให้คิดทำไมล…”
“หืม?…เธอว่าไงนะ”
“…”
“หึ…ถ้าเธอคิดว่าฉันอยากให้เธอยอมให้ฉันจูบอีกรอบ…ที่จริง...เธอก็เข้าใจถูกแล้ว…ฉันแค่ยังไม่ได้พูดน่ะ”
“คุณวายุ!!!”
To be continued
.
.
.
#เมื่อฝนจำรักได้