ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้ - บทที่ 3 สายฝนที่หวาดกลัว โดย WildOat Lavender @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,ลึกลับ,แฟนตาซี,รัก,ข้ามเวลา,เทพ ,พระเอกรวย,ฟีลกูด/feelgood,จบดี ,พระเอกธงเขียว,พระเอกคลั่งรัก,อดีตชาติ,wildoatlavender,เมื่อฝนจำรักได้,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,ลึกลับ,แฟนตาซี,รัก,ข้ามเวลา

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เทพ ,พระเอกรวย,ฟีลกูด/feelgood,จบดี ,พระเอกธงเขียว,พระเอกคลั่งรัก,อดีตชาติ,wildoatlavender,เมื่อฝนจำรักได้,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี

รายละเอียด

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้ โดย WildOat Lavender @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง

ผู้แต่ง

WildOat Lavender

เรื่องย่อ

เมื่อเรื่องราวของอดีตชาติ

กลายเป็นบทลงทัณฑ์แห่งฟากฟ้า

และความรักต้องถูกพลัดพรากให้มิอาจตามหา 


วายุภพ ที่ครั้งหนึ่งเคยถือครองพลังแห่งสายฟ้า

กลับต้องโทษจากความผิดอันร้ายแรง ให้ต้องดำรงอยู่ผ่านห้วงเวลาที่หมุนไปพร้อมกับพลังที่ไม่อาจควบคุม

 

สวรรษา มนุษย์ผู้ถือกำเนิดในคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ

แต่ทุกเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตกลับอุบัติขึ้นพร้อมกับสายฝน จนเกิดเป็นความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่อาจข้ามพ้น 


ความฝันที่ไม่เคยชัดเจน หากแต่กลับไม่เคยเลือนหาย

ต่างคนต่างกำลังตามหาเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเปิดเผย

และในทุกครั้งที่พวกเขาเกือบได้พบหน้า ท้องฟ้าก็กลับพรากทั้งคู่ออกจากกัน 


ติดตามบทพิสูจน์ว่าความรัก ไม่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา

หากแต่เพียงแค่เฝ้ารอ วันที่หัวใจจะระลึกได้อีกครั้ง


#เมื่อฝนจำรักได้





วายุ - วายุภพ อัสนีวงศ์เดโช


“ชื่อฝน แต่กลัวเสียงฟ้าร้องตอนฝนตกงั้นเหรอ”




“อ่า ครับ ตลกดีใช่ไหม ผมน่ะไม่ได้อยากกลัวฝนเลยนะ แต่ทุกครั้งที่ฝนตกชีวิตผมมันมักจะเจอแต่เรื่องแย่ๆ ตลอดเลยนี่สิ”


เรน - สวรรษา เมฆานุรักษ์





⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘



ลิขสิทธิ์


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และฉบับแก้ไข - เพิ่มเติมทุกฉบับ โดยห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก เลียนแบบ ดัดแปลง หรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่ง


และห้ามมิให้มีการเผยแพร่ รวมถึงการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะในรูปแบบหรือวิธีการใดในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์






~~~~~~~





‼️ DISCLAIMER ⚠️


เนื้อหาทั้งหมด เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน

ตัวละคร รูปภาพประกอบ พฤติกรรม สถานที่ วิชาชีพ หน่วยงาน ทั้งหมดที่ถูกกล่าวถึง

ในงานเขียนเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

ผู้เขียนมิได้มีเจตนา กล่าวถึง พาดพิง หรืออ้างอิง กับบุคคล สถานที่ หรือหน่วยงานใด ในความเป็นจริง

อาจมีเนื้อหาและการใช้ภาษาที่เกี่ยวกับ เพศ พฤติกรรมด้านความรุนแรง ที่ขัดต่อกฎหมาย ความเชื่อ ศีลธรรม และประเพณี

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 


⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘




📝 CONTENT CREDITS ☔️



 Story : Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้

 Author : WildOat Lavender (ไวลด์โอ๊ต ลาเวนเดอร์)

 Illustrator : Himefreeze / Budzob / Prynn_10 / ZeliciaV / Moontears / OCTO.CATZ / INKTIARA / Karnnnbv

 Proofreader : Wanlakham / Larchspiraea

 Layout Designer : Ramyproof / Larchspiraea

 Typographer : แมวอ้วนไทโป

 Special Thanks : BTM Crews



⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘

 


💡 Content Detail / Warning (ข้อมูลและคำเตือนเกี่ยวกับเนื้อหา) 🚦


Teen and up audiences - เหมาะกับผู้อ่านตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป

Fluff and Angst - แนวอบอุ่นหัวใจแต่มีปมดราม่าสอดแทรกในระหว่างดำเนินเรื่อง

Mature Character Death - มีการกล่าวถึงการเสียชีวิตของตัวละคร

Threats of Violence - การคุกคามคนอื่นด้วยความรุนแรง

Supernatural - มีพลังเหนือธรรมชาติ

Mature Violence - มีการกล่าวถึงการใช้ความรุนแรง

Explicit Sex Scene - มีการบรรยายถึงฉากร่วมเพศอย่างชัดเจน

Happy Ending - ตอนจบแบบสุขนิยม





🎧 SPOTIFY PLAYLIST for Heart in the Raindrops #เมื่อฝนจำรักได้💦

CLICK




╭──────────.★..─╮


ช่องทางติดต่อพูดคุย


╰─..★.──────────╯


𝕀𝕟𝕤𝕥𝕒𝕘𝕣𝕒𝕞 ➥ wildoat_larch


𝔽𝕒𝕔𝕖𝕓𝕠𝕠𝕜 ➥ WildOat Lavender นามปากกา


𝕋𝕚𝕜𝕋𝕠𝕜 ➥ wildoat_larch


𝔹𝕝𝕦𝕖𝕤𝕜𝕪 ➥ wildoatlarch


𝕏 ➥ wildoat_larch




✦•┈⋅ ∘₊ ⋯ ⋯ ₊∘ ⋅┈•✦

 


Heart in the raindrops


#เมื่อฝนจำรักได้



สารบัญ

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 1 สวรรษา แปลว่า ฤดูฝน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 2 วายุ (พบ),Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 3 สายฝนที่หวาดกลัว,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 4 มีกัน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 5 ความฝันที่เลืองราง,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 6 ปรินทรา,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 7 สัญญาณเตือน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 8 งานใหม่,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 9 พี่ชายคนใหม่,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 10 ความฝันในคืนวันพระ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 11 เสมอ 1-1,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 12 ฝากฝน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 13 วารีวัส,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 14 เมื่อต่อต้านไม่ได้ ก็แค่เข้าร่วม,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 15 ลูกคนเดียว,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 16 แขกไม่ได้รับเชิญ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 17 ทำโทษ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 18 ความฝันที่ต่างไป,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 19 ความหมายที่ซ่อนอยู่,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 20 เจ้าถิ่น,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 21 เจ้าของขนม,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 22 อุบัติเหตุ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 23 ผู้ต้องสงสัย,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 24 หลบหนี,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 25 ดวงตาของภุชพงศ์,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 26 เปิดใจ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 27 รอยแค้น,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 28 จุดเริ่มต้น,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 29 ตัวตายตัวแทน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 30 ลงทัณฑ์,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 31 หวนคืน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 32 รับผิด-ชอบ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 33 หายป่วย,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 34 NC-ท้าฝน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 35 - END เมื่อฝนจำรักได้

เนื้อหา

บทที่ 3 สายฝนที่หวาดกลัว

“กูเจอแล้ว”



“ฮะ?!”

“เจออะไร มึงเช็ดเลือดก่อนไหม? เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า เขาก็นึกว่ามึงดูหนังโป๊กันพอดี”


ทิวาทิตย์เอ่ยขัดในขณะที่ภุชพงศ์กำลังยื่นกระดาษทิชชูให้กับเจ้านายด้วยสีหน้าเป็นกังวล เพราะด้วยสถานะของวายุภพแล้ว เขาไม่ใช่คนที่ควรจะเลือดตกยางออกได้โดยง่ายเสียด้วยซ้ำ 

ลำพังแค่พลังพิเศษที่ติดตัวมา ก็แทบจะทำให้อดีตเทพอย่างวายุภพสามารถควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในมือตัวเองได้อยู่แล้ว ไหนจะเม็ดเงินมหาศาลจากการทำธุรกิจที่วายุภพเอามาใช้เพื่อจ้างบอดีการ์ดฝีมือดีไว้เล่น ๆ เป็นมารยาท เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นสงสัย หรือเข้าถึงชีวิตส่วนตัวของเขาได้โดยง่ายก็เท่านั้น


“เกี่ยวกับฟ้าผ่าเมื่อกี้หรือเปล่า?”


ทุกอย่างรอบตัวกลับมาอยู่ในความสงบอีกครั้งหลังสิ้นประโยคของตุลธร ทุกสายตายังคงจับจ้องไปที่ร่างหนาซึ่งกำลังซับเลือดออกจากปลายจมูกของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจนัก เพื่อหวังจะรอคำตอบที่สมเหตุสมผลกับสิ่งที่เกิดขึ้น


“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ ๆ คือตอนที่กูสบตากับเขาก่อนหน้านี้ ก็มีฟ้าผ่าแบบนี้เหมือนกัน”

“เขา?” ตุลธรถามต่อ 

“นายหมายถึง คุณสวรรษาเหรอครับ?”

“สวรรษาไหน?”


คราวนี้เป็นทิวาทิตย์ที่ยิ่งร้อนใจด้วยความอยากรู้ เพราะสายตาของวายุภพยังคงไม่ละออกไปจากหน้าจอที่ส่องแสงสว่างในมือโดยไม่คิดที่จะเงยหน้ามาตอบกันให้หายข้องใจ


ฟึ่บ

“ไอ้ทิว!”


ในที่สุดทิวาทิตย์ก็เลิกล้มความคิดที่จะรอ ทิวตัดสินใจดึงอุปกรณ์เครื่องบางออกมาจากมือของเพื่อนสนิท ส่งผลให้วายุภพตวัตสายตากลับขึ้นมามองกันพร้อมกับเสียงเรียกชื่อที่ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ไม่ยาก ว่าเจ้าของน้ำเสียงเรียบนิ่งนั้นกำลังมีอารมณ์คุกรุ่นอยู่ภายใน

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ทิวาทิตย์นึกกลัว เพราะในตอนนี้เขามีผู้สมรู้ร่วมคิดเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้ว ตุลธรขยับตัวเข้ามาใกล้กันแทบจะในทันทีที่เขาคว้าแท็บเล็ตมาไว้ในมือได้


“มึงเจอเขาตอนไหน”

“เมื่อเย็นครับ”


ภุชพงศ์รับหน้าที่ตอบคำถามของตุลธรแทนเจ้านาย เมื่อเห็นว่าสีหน้าของวายุภพยังคงหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย วายุภพไม่ใช่คนใจเย็นโดยเฉพาะกับเรื่องที่สำคัญ และหากภุชเดาไม่ผิด ในตอนนี้เรื่องของสวรรษากำลังกลายเป็นเรื่องสำคัญของคนเป็นนาย แต่สีหน้าเคร่งขรึมนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะหยุดยั้งการตั้งคำถามของทิวาทิตย์ได้


“แล้วที่ว่าเจอแล้วนี่ อย่าบอกนะว่ามึงหมายถึง…”

“อืม…กูคิดว่าเขาคือคนที่กูตามหา”

“เชี่ย…”


ไม่เพียงแค่ทิวาทิตย์ที่เพิ่งอุทานออกมา แต่ตุลธรและภุชพงศ์ก็หันกลับมามองยังเจ้าของประโยคเมื่อครู่เป็นตาเดียวเช่นกัน เพราะหากพูดถึงคนคนเดียวที่อดีตเทพอย่างวายุภพกำลังรอคอย คงมีเพียงคนที่อยู่ในนิมิตของเขามาตลอดนับตั้งแต่จุติลงมาเกิดบนโลกมนุษย์

วายุภพรู้ดีว่าเขาถูกส่งลงมาที่นี่ทำไม เรื่องราวในอดีตยังคงหลอกหลอนในทุกครั้งที่เขาหลับตา และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถยุติบ่วงกรรมทั้งหมดลงได้


“สั่งคนของเราให้ตามดูสวรรษาเอาไว้ กูต้องการรู้เรื่องที่เกี่ยวกับเขาทั้งหมด ไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตนับจากนี้”

“รับทราบครับนาย”




-/-/-/-/-/-





เป็นเวลาหลายวันแล้วที่วายุภพทิ้งงานในบริษัทของตัวเองให้ภุชพงศ์และหุ้นส่วนอย่างตุลธรดูแล เพื่อมานั่งผลาญเวลาที่ตัวเองมีอยู่อย่างเหลือเฟือไปกับการเฝ้าดูกิจวัตรประจำวันของคนที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่าในทุกครั้งที่ตนพยายามเข้าใกล้หรือตามหา

ราวกับว่าอะไรบางอย่างที่เบื้องบนนั้นไม่ได้ต้องการให้เขาได้พบกับ เรน สวรรษา ร่างบางที่กำลังยกกล่องลังสินค้ามากมายจากภายในร้านสะดวกซื้อชื่อดังออกมาทิ้งทางด้านหลัง ใบหน้าได้รูปที่มีเหงื่อซึมอยู่ตามกรอบหน้านั้นยังคงตรึงสายตาของร่างหนาหลังพวงมาลัยรถ BMW M8 Convertible สีควันบุหรี่ที่จอดห่างออกไปไม่ไกลนักเอาไว้ได้อย่างดี

สาเหตุที่วายุเลือกจะขับรถหน้าตาธรรมดาที่สุดเท่าที่โรงรถของอัสนีวงศ์เดโชมีมาด้วยตัวเองนั้น ก็มีเหตุผลง่าย ๆ เพียงเพราะเขาต้องการที่จะรู้จักสวรรษาให้มากกว่านี้ โดยไม่เป็นที่ผิดสังเกตจนเกินไปนัก อย่างน้อยก็เพื่อให้มั่นใจ ว่าเรนคือคนที่เขากำลังตามหาอยู่จริง ๆ


“ขอโทษนะเรน ที่เรามาเปลี่ยนกะช้า เราเรียกรถตั้งนานแล้วแต่ไม่มีไรเดอร์รับเลยจริง ๆ ”

“ไม่เป็นไรเลย รีบไปสแกนนิ้วในระบบเถอะ เดี๋ยวยิ่งโดนหักเงินนะ”

“จ้า ๆ รีบแบบด่วนจี๋เลยเนี่ย”


เสียงสดใสจากบทสนทนาของสวรรษากับหญิงสาวอีกคนที่เพิ่งวิ่งหน้าตั้งมาทำงาน ในขณะที่สวนทางกับร่างเล็กซึ่งกำลังสะพายกระเป๋ากลับออกมาจากทางหลังร้านในช่วงเวลากลางดึกของค่ำคืนที่อบอ้าว ลอยเข้าหูของคนที่จอดรถเปิดประทุนอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ฝีก้าวได้อย่างชัดเจน

วันนี้เรนเลิกงานช้ากว่าทุกวัน ทำให้บรรยากาศในซอยหลังร้านนั้นเงียบสงบกว่าปกติที่เจ้าตัวเคยสัมผัส ดวงตาคู่คมของวายุภพมองไล่หลังตามเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มออกไปจนลับสายตา ก่อนที่ปลายนิ้วยาวจะเลื่อนไปกดปุ่มเพื่อสั่งการให้หลังคาของ BMW M8 คันนี้ ปิดกลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง หลังจากรอเวลาเพื่อให้ไม่ผิดสังเกตมากนักแล้วจึงค่อยขับรถตามออกไปยังทิศทางเดียวกัน

วายุทำสิ่งนี้ซ้ำ ๆ อยู่หลายวันจนเคยชิน หากแต่ว่าในวันนี้มีบางสิ่งที่ต่างออกไป ร่างสูงหลังพวงมาลัยยืดตัวขึ้นตั้งตรงกว่าเก่าเมื่อเขายังไม่เห็น สวรรษาอยู่ในครรลองสายตา ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วเรียวขาที่สั้นกว่าเขาอยู่หลายเซนติเมตรมักจะไม่เคยเดินเร็วขนาดนี้

ด้วยระยะเวลาเพียงเท่านี้ วายุจะสามารถตามทันฝีเท้าของเรนได้อย่างพอดิบพอดี ก่อนเรนจะขึ้นรถเมล์ที่ป้ายประจำเพื่อกลับไปยังห้องพักของตัวเอง แต่ไม่ใช่กับวันนี้

ปลายนิ้วหนาของวายุกดปุ่มลดกระจกลงอีกครั้งหลังจากที่ตนกลับรถย้อนมาทางเก่าพร้อมกับพยายามชะลอความเร็วลงเพื่อมองหาสวรรษาตลอดทางที่ขับผ่านซอกซอยเล็ก ๆ โดยหวังว่าจะพบคนที่ตนตั้งใจขับตามมา แต่ทว่ากลับไร้วี่แวว

โครงคิ้วคมของวายุภพยิ่งขมวดแน่นขึ้นในทุกวินาทีที่เขากวาดสายตาไล่ผ่านความมืดรอบกาย จนกระทั่งจมูกคมได้กลิ่นควันไฟจาง ๆ โชยผ่านมากับสายลม ปลายเท้าขวาสลับไปอยู่ในตำแหน่งเบรกทันทีที่ฆานประสาทของตนรับรู้ถึงที่มาของกลิ่นไหม้อันคละคลุ้ง

วายุหักพวงมาลัยให้ตัวรถจอดเลียบที่ข้างทางเข้าตรอกแคบ ๆ ขนาดที่รถยนต์สองคันไม่สามารถสวนกันได้สะดวก ก่อนจะลงจากรถเพื่อมุ่งหน้าไปตามสัญชาตญาณของตัวเอง ภายในซอยแคบที่ปกติจะมืดสลัวเพราะไฟทางสาธารณะอยู่ห่างกันจนไม่สามารถส่องแสงได้ทั่วถึง ทว่าในค่ำคืนนี้กลับมีความสว่างวาบปรากฏขึ้นที่ท้ายซอย

สวรรษายืนอยู่ตรงนั้น ด้านหน้าบ้านไม้หลังสุดท้ายของซอยลึกที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียวซึ่งกำลังถูกไฟลุกลามโหมกระหน่ำจนเกินควบคุม


“ช่วยด้วยครับ! ช่วยด้วย! ไฟไหม้ครับ!!!”


เสียงตะโกนโหวกเหวกไม่ได้ทำให้ความช่วยเหลือเข้ามาถึงเร็วขึ้นมากนัก เพราะในซอยคับแคบแห่งนี้เหลือเพียงแต่บ้านเก่าทรุดโทรมที่ถูกปล่อยให้ทิ้งร้างตั้งอยู่เท่านั้น และนอกจากจะเป็นซอยตันที่รถใหญ่ไม่สามารถเข้ามาถึงได้แล้ว พื้นที่ตรงนี้ยังต่ำกว่าถนนเส้นหลักจนน้ำท่วมสูงทุกครั้งที่ฝนตกอีกด้วย


“คุณ!!! ถอยออกมามันอันตราย!”


วายุภพตัดสินใจตะโกนขึ้นหลังจากเห็นว่า สวรรษาพยายามจะบุกเข้าไปในเปลวเพลิงตรงหน้า วายุรู้แค่เพียงว่าเขาก็ไม่สามารถปล่อยให้ร่างเล็กที่มีน้ำตาอาบแก้มนั่นทำสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ


“คุณครับ!!! คุณช่วยด้วย!!! ฮึก…มีลูกแมว มีลูกแมวติดอยู่ในนั้น!!!”

เปรี้ยงงงง!!

“อ๊าก!!”

“คุณ!!!”

ซ่าาาา….


ในวินาทีที่เสียงสายฟ้าฟาดลงมาพร้อมกับลมฝนคะนองที่โปรยปราย วายุภพก้าวเข้าไปประชิดตัวของสวรรษาที่เผลอกรีดร้องออกมาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งคุดคู้ด้วยความหวาดกลัว วงแขนแกร่งคว้าร่างกายที่สั่นเทาของคนตรงหน้าเข้ามาไว้แนบกายอย่างอัตโนมัติ


“ช่วย…ฮึก ช่วยลูกแมว ใครก็ได้ช่วยมันที ฮืออออ”

“ชู่วววว… ไม่เป็นไร นั่งตรงนี้ก่อน เดี๋ยวผมจะเข้าไปช่วยมันเอง”

“เฮ้ย ๆ พ่อหนุ่ม เอ็งอย่าเข้าไปมันอันตราย!”


ท่ามกลางความโกลาหลทั้งหมด ในเวลานี้รอบข้างเริ่มมีชาวบ้านจากละแวกใกล้เคียงมายืนมุงดูสถานการณ์กันประปราย บ้างก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิป บ้างก็พยายามโทรติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่กลับไม่มีใครคิดจะเข้ามาช่วยดับไฟ อาจเพราะพื้นที่แถบนี้ไม่ได้ติดกับบ้านที่มีผู้คนอาศัยอยู่ หรือบางทีอาจเป็นเพราะสำหรับคนหาเช้ากินค่ำที่ยังอดมื้อกินมื้อในแต่ละวันแล้ว ชีวิตลูกแมวหนึ่งตัวก็ไม่ได้สำคัญเท่าใดนัก


“ไอ้หนุ่มเอ็งจะเข้าไปทำไม ฝนตกแล้วเดี๋ยวมันก็ดับเอง แค่ลูกแมวตัวเดียว”


นอกจากไม่ช่วยแล้ว ยังมีเสียงเตือนจากไทยมุงมากมายที่ไม่คิดจะเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงกับบ้านไม้เก่า ๆ ที่คาดเดาความแข็งแรงของโครงสร้างแทบไม่ได้ เพื่อช่วยชีวิตลูกแมวเพียงตัวเดียวที่ยังคงส่งเสียงร้องออกมาจากด้านใน


“ผมไปด้วย!”

“รออยู่นี่!…ฉันจะเข้าไปเอามันออกมาให้”


เสียงที่เข้มขึ้นอีกระดับของผู้ชายตัวสูงตรงหน้าทำเอาเรนหยุดชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่เจ้าของประโยคเมื่อครู่จะยืดตัวขึ้นเต็มความสูงเพื่อถอดเสื้อสูทที่สวมอยู่ออกมาถือไว้ แล้วจึงเดินตรงเข้าไปในกองเพลิงซึ่งยังคงไม่มีทีท่าจะลดความแรงลง


เมี้ยว… เมี้ยวววว~


วายุใช้ท่อนขาอันแข็งแกร่งถีบรั้วเหล็กผุพังทางด้านหน้าเพียงไม่กี่ครั้ง เพื่อให้แม่กุญแจเก่า ๆ ที่คล้องอยู่นั้นหลุดออก สายฝนรอบกายเริ่มลงเม็ดแรงขึ้น จนไทยมุงโดยรอบจำต้องล่าถอยกลับเข้าไปหลบในร่ม มีเพียงสวรรษาเท่านั้นที่ยังคงไม่ละสายตาไปจากเปลวเพลิงตรงหน้า

แม้จะรู้สึกหวาดกลัวจากเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ แต่สิ่งที่ตรึงรั้งความสนใจของเจ้าของดวงตากลมโตเอาไว้ได้ กลับเป็นความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นจากการเฝ้ามองแผ่นหลังของชายแปลกหน้าที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในกองเพลิง


อยากขอบคุณและอยากขอโทษในเวลาเดียวกัน


ความรู้สึกปลอดภัยและความอันตรายที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้อย่างเด็ดขาด


ทั้งยังโหยหาและเศร้าหมอง ไปพร้อม ๆ กันอย่างไร้เหตุผลอันเหมาะสม


แต่ทั้งหมดนั่น ก็ไม่เท่ากับเม็ดฝนที่ดูหนาตาขึ้นรอบกายของชายตรงหน้าในทุกย่างก้าวที่เขาเคลื่อนตัวเข้าใกล้ความร้อนระอุ ซึ่งยังลุกโชนจากเชื้อไฟชั้นดีอย่างเศษไม้ที่เปราะแตกท่ามกลางอากาศร้อน ๆ ของประเทศไทย

เรนมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด หลังจากที่ตนเห็นกลุ่มฝนซึ่งก่อตัวขึ้นเหนือร่างของคนที่เพิ่งอาสาเข้าไปช่วยชีวิตลูกแมวที่ตนห่วงใย เพียงแต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งหาคำตอบ เพราะหลังจากที่ร่างสูงเดินตามเสียงร้องของลูกแมวเข้าไปด้านในโดยไม่หันกลับมามองกัน เสียงเรียกของสิ่งมีชีวิตในกองเพลิงก็เงียบหายไปจนน่ากังวลเสียยิ่งกว่าเก่า

สวรรษาลุกขึ้นยืนชะเง้อมองเข้าไปยังกลุ่มควันจากเปลวเพลิง ก่อนจะตัดสินใจวิ่งตามเข้าไปด้านในเพราะอดเป็นห่วงไม่ได้ เรนก้าวผ่านประตูเหล็กบานเดิมที่เคยลวกมือของตนจนแสบร้อน ซึ่งกำลังเริ่มลดอุณหภูมิลงเพราะความเย็นจากสายฝนเพื่อมุ่งตรงเข้าไปที่ใต้ถุนบ้าน

เพียงไม่นาน ผิวกายเนียนละเอียดของเรนก็สัมผัสเข้ากับอุณหภูมิที่สูงขึ้นกว่าด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด เขม่าควันคละคลุ้งที่โอบล้อมอยู่รอบกายทำให้ทัศนวิสัยในการมองลดลงไปหลายเท่าตัว ความแสบร้อนที่ลุกล้ำเข้าไปถึงช่องคอและระบบทางเดินหายใจยิ่งเร่งเร้าให้เรนต้องรีบหาทางออกจากที่นี่


…แต่เขาจะไม่ยอมออกไปมือเปล่า


เรนจะไม่ยอมเสียอะไรไปกับเปลวเพลิงร้ายกาจพวกนี้อีกแล้ว


“คุณ!!! คุณอยู่แถวนี้หรือเปล่า?!…แค่ก แค่กกกก!...”


“ระวัง!!!”


ครืนนนน...โครมมมม!!!

ฉ่าาาา…


รู้ตัวอีกทีร่างเล็กก็ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายแปลกหน้าที่ตัวเองไม่รู้จักแม้แต่ชื่ออีกครั้งเสียแล้ว เสียงโครงไม้ที่ร่วงหล่นลงมาอย่างไร้ทิศทางซึ่งเพิ่งถูกมวลน้ำจำนวนมากโถมใส่จนปลิวไปกองหล่นอยู่ข้างกายของตนยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท


“เจ็บตรงไหนไหม?”

เมี้ยวววว~


น้ำเสียงแหบต่ำของคนที่ยังคงประคองร่างของเรนเอาไว้แนบอกโดยที่มืออีกข้างก็ยังไม่ยอมปล่อยออกจากลูกแมววิเชียรมาศหน้าตามอมแมมที่เขาเพิ่งช่วยเอาไว้เอ่ยถามขึ้น ตามมาด้วยเสียงของเจ้าตัวจิ๋วที่เงยหน้าหันมามองกันตาแป๋ว ราวกับไม่ได้รับรู้เลยว่าเมื่อครู่เกิดความโกลาหลอะไรขึ้นบ้างนั้นช่วยเรียกสติของสวรรษาให้กลับมาเป็นปัจจุบัน

ไฟที่ลุกโชนรอบกายสงบลงไปแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นเรนก็ดีดตัวออกจากตักกว้างของคนตรงหน้าทันที ก่อนจะคว้าเจ้าขนปุยที่ถูกห่อเอาไว้ภายใต้เสื้อสูทที่ชุ่มน้ำจากมืออีกฝ่ายขึ้นมากอดเอาไว้จนแน่นโดยไม่ลืมที่จะหันไปขอบคุณเจ้าของเสื้อ


“ขะ…ขอบคุณนะครับ…อึก…ขอบคุณที่เข้ามาช่วยมัน”

“นอกจากแผลที่มือ เธอเจ็บตรงไหนอีกไหม?”


วายุภพย้ำคำถามของเขาอีกครั้ง เพราะอาการบวมแดงที่ฝ่ามือของร่างเล็กตรงหน้านั้นรุนแรงจนสายตาของวายุภพสามารถมองเห็นได้ชัด แม้บริเวณโดยรอบในตอนนี้จะเต็มไปด้วยควันไฟที่เพิ่งสงบลงกระจายตัวอยู่


“อะ…เอ่อ…ไม่…คิดว่าไม่นะครับ”

“ขอฉันดูหน่อย”


ฝ่ามือแกร่งหงายลงตรงหน้าของเรน เป็นสัญลักษณ์ว่าคนตรงหน้าต้องการจะขอดูบาดแผลพุพองที่บริเวณฝ่ามือซึ่งน่าจะเกิดจากการที่เรนพยายามเปิดประตูเหล็กด้านหน้าบ้านออกด้วยตัวเองก่อนที่วายุจะมาถึง


“ผม…ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ”

“มือแดงขนาดนั้นจะไม่เป็นไรได้ยังไง ส่งมือมาฉันจะดูแผลให้”

“เอ่อ…”

“พวกคุณปลอดภัยดีไหมครับ?!”


ยังไม่ทันที่เรนจะยินยอมให้คนแปลกหน้าได้สำรวจบาดแผลของตน น้ำเสียงเหนื่อยหอบของหน่วยดับเพลิงก็ดังแทรกขึ้นมา ส่งผลให้ทั้งคู่ผละออกจากกันเพื่อรักษาระยะห่างยิ่งกว่าเก่า แล้วก็เป็นวายุภพที่เป็นฝ่ายหันไปเอ่ยตอบคำถามของเจ้าหน้าที่


“ผมปลอดภัยดี ฝากดูแผลให้เด็กคนนี้กับลูกแมวนี่ก็พอครับ”

“ถ้างั้นพวกคุณพอจะเดินไหวไหมครับ ซอยมันแคบมากรถพยาบาลเข้ามาไม่ได้ อาจจะต้องเดินออกไป”

“เธอเดินไหวหรือเปล่า”

“ผมไหวครับ…อ๊ะ!…”


แม้ปากจะบอกไหว แต่ดูเหมือนว่าร่างกายของเรนกลับไม่ได้ให้ความร่วมมือกับคำพูดตัวเองเลยสักนิด เพราะทันทีที่พยายามทำตัวแข็งแรงรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับเจ้าเหมียวในอ้อมแขนแล้วนั้น แข้งขาก็ดูเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงไปในพริบตา


พึ่บ

“เอ๊ยคุณ!…ผมเดินเองได้”

“เดินได้แล้วเมื่อกี้ ทำไมเธอถึงจะล้ม”

“แต่…”

“อยู่นิ่ง ๆ ขืนปล่อยเธอเดินเอง ไอ้ลูกแมวนี่ได้ตายจริง ๆ แน่ เพราะเธอจะทำมันหล่น…นำทางไปเลยครับ”


ประโยคแรกคนที่ยังทำหน้าดุใส่กันไม่เลิกก้มลงมาบอกในขณะที่ยังคงไม่ยอมปล่อยมือ ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้กับนักดับเพลิงซึ่งยืนรออยู่ไม่ไกลเพื่อให้นำทางออกไปยังด้านนอก

สวรรษาไม่เหลือหนทางอะไรให้โต้แย้ง เพราะหากไม่โกหกตัวเองเกินไปนัก เรี่ยวแรงของตนก็เหมือนถูกสถานการณ์คับขันตรงหน้าสูบออกไปจนหมดสิ้นแล้ว ยังไม่นับความหวาดหวั่นที่เกิดจากเสียงฟ้าผ่าและสายฝนที่อยู่ดี ๆ ก็ตกลงมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย






เมี้ยวววว ~

“คร้าบ ปลอดภัยแล้วนะ เดี๋ยวรอเรนทำแผลแล้วจะหาเปียกมาให้กินนะ”

~ เมี้ยวววว ~

“หึ…ฉลาดนักนะไอ้เปี๊ยก”


เรนละสายตาจากเจ้าตัวเล็กบนตักขึ้นมามองทางต้นเสียงของคนที่ยังคงยืนอยู่ห่างไปไม่ไกล ในขณะที่ยังคงยอมยื่นแขนให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปฐมพยาบาลแผลในมือให้ที่ท้ายรถ รอยยิ้มแรกของผู้ชายตัวสูงตรงหน้าทำให้ลมหายใจของคนเด็กกว่าสะดุดไปชั่วขณะ

แม้จะเป็นแค่รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นเพียงไม่นาน แต่สวรรษามั่นใจว่าตนสามารถสังเกตเห็นมันได้ชัดอย่างเต็มตา ใบหน้าคมที่มีเส้นผมเปียกชื้นทิ้งตัวระลงตรงกรอบหน้า ประกอบกับเสื้อเชิ้ตสีทึมที่ลู่ลงไปตามสัดส่วนกล้ามเนื้อของร่างสูงนั้นยิ่งขับให้คนตรงหน้าดูน่ามองขึ้นอีกหลายเท่าตัว


“เรียบร้อยจ้ะ…แต่ยังไงแนะนำว่าควรไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผลอย่างถูกวิธีดี ๆ อีกทีนะคะ พองขนาดนี้กลางคืนน่าจะปวดน่าดูเลย พี่ว่าให้คุณหมอจ่ายยาแก้ปวดมาให้ด้วยดีกว่า”

“ครับ…ขอบคุณนะครับ…เดี๋ยวผมเอาเจ้านี่ไปหาหมอก่อนแล้วค่อยไปโรงพยาบาลอีกทีครับ”

“นี่…แล้วก็คราวหน้า อย่าใจกล้าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงแบบนี้อีกนะลูก มันอันตราย นี่ถ้าแฟนเราไม่ช่วยเอาไว้ เรากับไอ้เหมียวนี่อาจจะไม่รอดออกมาครบ 32 แบบนี้ก็ได้นะ”

“หืออออ?! ...แฟน? …มะ…ไม่ใช่นะครับ”

“อ้าว…ไม่ใช่หรอกเหรอ…เห็นอุ้มกันออกมาถึงนี่”

“เอ่อ...”


คนเพิ่งถูกเข้าใจผิดรีบโบกไม้โบกมือเพื่อปฏิเสธข้อสันนิษฐานของหญิงสาวตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวว่าร่างสูงที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋าทำหน้าเข้มอยู่ในระยะที่สามารถได้ยินประโยคเมื่อครู่ได้ชัดเจนจะรู้สึกไม่พอใจ


“แผลเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ”


ราวกับระฆังช่วยชีวิต วายุภพเอ่ยตัดบทก่อนที่จะมีคำถามอะไรตามมามากกว่านี้ และนั่นก็เปรียบเสมือนเป็นสัญญาณให้สุภาพสตรีหนึ่งเดียวในที่นี้หยุดความอยากรู้ของตัวเองเอาไว้แต่เพียงเท่านั้น


“อ้อ…เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“งั้นก็ไปกันได้แล้ว”

“ครับ?”

“ก็เธอจะพาเจ้านั่นไปให้หมอเช็กไม่ใช่เหรอ”

“…”


ไม่พูดเปล่าวายุยังระบุพิกัดให้อีกด้วยว่า ‘เจ้านั่น’ ที่ตนพูดถึง ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้นอกจากลูกแมวขนเปียกมอมแมมซึ่งกำลังซุกตัวอยู่บนตักของร่างเล็กที่ยังคงนั่งทำหน้างงเพราะสมองไม่สามารถประมวลผลคำพูดของตนได้ทัน


“ฉันจะพาไป ดึกขนาดนี้แล้ว กว่าเธอจะเจอโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิด 24 ชม. เจ้านั่นได้เป็นปอดบวมตายก่อนแน่”

“ฮะ…อ้อ…ครับ!…เอ่อ…งั้นผมไปก่อนนะครับ ขอบคุณพี่มากนะครับ”

“จ้า ๆ ขวัญเอ๊ยขวัญมานะเจ้าเหมียว”


หญิงสาวตอบรับขณะกำลังก้มเก็บเครื่องมือลงในกล่องปฐมพยาบาล โดยไม่ลืมหันไปอวยพรลูกแมวตัวเล็กในอ้อมกอดของสวรรษาเป็นการบอกลา ก่อนที่จะหันกลับไปรับกระดาษใบเล็กจากมือของร่างสูงที่ยื่นมาให้กัน


“นี่นามบัตรเลขาฯ ผม ถ้าตำรวจต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็ติดต่อมาได้เลยครับ”

“อ้อ...ได้เลยค่ะ”

“เอ้อ…แล้วผมไม่ต้องอยู่รอคุยกับตำรวจเหรอครับ”

“ไม่ต้อง รีบพาเจ้านั่นไปหาหมอ ทางนี้เดี๋ยวฉันให้คนของฉันจัดการเอง”

“ใช่ ๆ ตามนั้นเลยจ้า”


บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น ก่อนที่วงแขนแกร่งของคนโตกว่าจะแตะลงตรงด้านหลังเพื่อดันให้สวรรษาที่ตอนนี้ใบหน้าเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างแล้วให้เดินกลับไปที่รถของตัวเองซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล


“หยุดทำไม”

“คือ…ผมตัวเปียก…มันจะเลอะรถคุณ”

“ขึ้นไปเถอะ รถเลอะก็ล้างได้ หรือต้องให้อุ้ม?”

“เอ๊ย! ไม่ต้อง ๆ ”


เรนตัดสินใจเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนเบาะด้านข้างคนขับก่อนเจ้าของรถจะได้ทำจริงอย่างที่พูด ส่งผลให้คนที่ยืนกอดอกมองกันอยู่ด้านหลังจุดยิ้มจาง ๆ ขึ้นตรงมุมปากอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว


“นี่ครับเสื้อคุณ”


วายุภพรับเสื้อสูทชื้น ๆ คืนมาจากมือเล็กของผู้โดยสารข้างกายหลังตนก้าวขึ้นมานั่งในตำแหน่งหลังพวงมาลัย ก่อนจะเอื้อมมือส่งมันไปแขวนไว้กับที่พักศีรษะทางด้านหลังแล้วจึงหันกลับมาสตาร์ตรถ

บรรยากาศในห้องโดยสารนับตั้งแต่รถ BMW M8 คันนี้เริ่มออกตัวนั้นเงียบจนสวรรษาได้ยินเสียงเพอ เบา ๆ ดังมาจากเจ้าตัวจิ๋วบนตักในระหว่างที่ตนก้มลงไปเกาคางให้ พลันในหัวก็นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่


“ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยผมกับเจ้าเหมียวเอาไว้”

“เจ้านี่มันเป็นแมวของเธอเหรอ”


“เปล่าครับ ตอนที่แม่พวกมันยังอยู่ ผมเคยให้อาหารมันทุกวัน แต่หลังจากไม่ได้มาทำงานที่นี่พักใหญ่ กลับมาอีกทีก็เหลือแต่เจ้าตัวนี้ตัวเดียวแล้วน่ะครับ ผมก็เลยคอยเอาอาหารมาให้มันเวลาผมเลิกงาน แต่วันนี้ผมไม่เห็นมันออกมารอที่เดิมตรงปากทางก็เลยเดินเข้ามาในนี้ เพราะบ้านหลังนั้นเป็นบ้านร้างที่แม่มันมาคลอดทิ้งไว้…แล้วก็อย่างที่เห็นเลยครับ”


คนฟังพยักหน้าอย่างเข้าใจ โดยไม่ละสายตาจากถนนตรงหน้ากลับมามองหน้ากัน สวรรษาจึงสบโอกาสที่จะใช้เวลาสำรวจกรอบหน้าคมนั้นในระยะเพียงหนึ่งช่วงแขน แนวเส้นผมเปียกชื้นจนไม่เป็นทรงกับแขนเสื้อเชิ้ตที่ถูกพับขึ้นมาไว้เหนือข้อศอกไม่ได้ทำให้ความดูดีของคนตรงหน้าลดน้อยลงไป


“เธอชื่อเรนใช่ไหม”

“ครับ?”

“ฉันเห็นเธอแทนตัวเองกับเจ้านั่น”

“อ้อ…ครับ”

“ชื่อฝน แต่กลัวเสียงฟ้าร้องตอนฝนตกงั้นเหรอ”

“อ่า ครับ ตลกดีใช่ไหม ผมน่ะไม่ได้อยากกลัวฝนเลยนะ แต่ทุกครั้งที่ฝนตกชีวิตผมมันมักจะเจอแต่เรื่องแย่ๆ ตลอดเลยนี่สิ”

“…”




To be continued

.

.

.

#เมื่อฝนจำรักได้