ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้ - บทที่ 5 ความฝันที่เลืองราง โดย WildOat Lavender @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,ลึกลับ,แฟนตาซี,รัก,ข้ามเวลา,เทพ ,พระเอกรวย,ฟีลกูด/feelgood,จบดี ,พระเอกธงเขียว,พระเอกคลั่งรัก,อดีตชาติ,wildoatlavender,เมื่อฝนจำรักได้,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,ลึกลับ,แฟนตาซี,รัก,ข้ามเวลา

แท็คที่เกี่ยวข้อง

เทพ ,พระเอกรวย,ฟีลกูด/feelgood,จบดี ,พระเอกธงเขียว,พระเอกคลั่งรัก,อดีตชาติ,wildoatlavender,เมื่อฝนจำรักได้,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี

รายละเอียด

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้ โดย WildOat Lavender @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง

ผู้แต่ง

WildOat Lavender

เรื่องย่อ

เมื่อเรื่องราวของอดีตชาติ

กลายเป็นบทลงทัณฑ์แห่งฟากฟ้า

และความรักต้องถูกพลัดพรากให้มิอาจตามหา 


วายุภพ ที่ครั้งหนึ่งเคยถือครองพลังแห่งสายฟ้า

กลับต้องโทษจากความผิดอันร้ายแรง ให้ต้องดำรงอยู่ผ่านห้วงเวลาที่หมุนไปพร้อมกับพลังที่ไม่อาจควบคุม

 

สวรรษา มนุษย์ผู้ถือกำเนิดในคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ

แต่ทุกเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตกลับอุบัติขึ้นพร้อมกับสายฝน จนเกิดเป็นความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่อาจข้ามพ้น 


ความฝันที่ไม่เคยชัดเจน หากแต่กลับไม่เคยเลือนหาย

ต่างคนต่างกำลังตามหาเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเปิดเผย

และในทุกครั้งที่พวกเขาเกือบได้พบหน้า ท้องฟ้าก็กลับพรากทั้งคู่ออกจากกัน 


ติดตามบทพิสูจน์ว่าความรัก ไม่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา

หากแต่เพียงแค่เฝ้ารอ วันที่หัวใจจะระลึกได้อีกครั้ง


#เมื่อฝนจำรักได้





วายุ - วายุภพ อัสนีวงศ์เดโช


“ชื่อฝน แต่กลัวเสียงฟ้าร้องตอนฝนตกงั้นเหรอ”




“อ่า ครับ ตลกดีใช่ไหม ผมน่ะไม่ได้อยากกลัวฝนเลยนะ แต่ทุกครั้งที่ฝนตกชีวิตผมมันมักจะเจอแต่เรื่องแย่ๆ ตลอดเลยนี่สิ”


เรน - สวรรษา เมฆานุรักษ์





⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘



ลิขสิทธิ์


สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และฉบับแก้ไข - เพิ่มเติมทุกฉบับ โดยห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก เลียนแบบ ดัดแปลง หรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่ง


และห้ามมิให้มีการเผยแพร่ รวมถึงการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะในรูปแบบหรือวิธีการใดในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์






~~~~~~~





‼️ DISCLAIMER ⚠️


เนื้อหาทั้งหมด เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน

ตัวละคร รูปภาพประกอบ พฤติกรรม สถานที่ วิชาชีพ หน่วยงาน ทั้งหมดที่ถูกกล่าวถึง

ในงานเขียนเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

ผู้เขียนมิได้มีเจตนา กล่าวถึง พาดพิง หรืออ้างอิง กับบุคคล สถานที่ หรือหน่วยงานใด ในความเป็นจริง

อาจมีเนื้อหาและการใช้ภาษาที่เกี่ยวกับ เพศ พฤติกรรมด้านความรุนแรง ที่ขัดต่อกฎหมาย ความเชื่อ ศีลธรรม และประเพณี

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 


⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘




📝 CONTENT CREDITS ☔️



 Story : Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้

 Author : WildOat Lavender (ไวลด์โอ๊ต ลาเวนเดอร์)

 Illustrator : Himefreeze / Budzob / Prynn_10 / ZeliciaV / Moontears / OCTO.CATZ / INKTIARA / Karnnnbv

 Proofreader : Wanlakham / Larchspiraea

 Layout Designer : Ramyproof / Larchspiraea

 Typographer : แมวอ้วนไทโป

 Special Thanks : BTM Crews



⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘

 


💡 Content Detail / Warning (ข้อมูลและคำเตือนเกี่ยวกับเนื้อหา) 🚦


Teen and up audiences - เหมาะกับผู้อ่านตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป

Fluff and Angst - แนวอบอุ่นหัวใจแต่มีปมดราม่าสอดแทรกในระหว่างดำเนินเรื่อง

Mature Character Death - มีการกล่าวถึงการเสียชีวิตของตัวละคร

Threats of Violence - การคุกคามคนอื่นด้วยความรุนแรง

Supernatural - มีพลังเหนือธรรมชาติ

Mature Violence - มีการกล่าวถึงการใช้ความรุนแรง

Explicit Sex Scene - มีการบรรยายถึงฉากร่วมเพศอย่างชัดเจน

Happy Ending - ตอนจบแบบสุขนิยม





🎧 SPOTIFY PLAYLIST for Heart in the Raindrops #เมื่อฝนจำรักได้💦

CLICK




╭──────────.★..─╮


ช่องทางติดต่อพูดคุย


╰─..★.──────────╯


𝕀𝕟𝕤𝕥𝕒𝕘𝕣𝕒𝕞 ➥ wildoat_larch


𝔽𝕒𝕔𝕖𝕓𝕠𝕠𝕜 ➥ WildOat Lavender นามปากกา


𝕋𝕚𝕜𝕋𝕠𝕜 ➥ wildoat_larch


𝔹𝕝𝕦𝕖𝕤𝕜𝕪 ➥ wildoatlarch


𝕏 ➥ wildoat_larch




✦•┈⋅ ∘₊ ⋯ ⋯ ₊∘ ⋅┈•✦

 


Heart in the raindrops


#เมื่อฝนจำรักได้



สารบัญ

Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 1 สวรรษา แปลว่า ฤดูฝน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 2 วายุ (พบ),Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 3 สายฝนที่หวาดกลัว,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 4 มีกัน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 5 ความฝันที่เลืองราง,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 6 ปรินทรา,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 7 สัญญาณเตือน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 8 งานใหม่,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 9 พี่ชายคนใหม่,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 10 ความฝันในคืนวันพระ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 11 เสมอ 1-1,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 12 ฝากฝน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 13 วารีวัส,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 14 เมื่อต่อต้านไม่ได้ ก็แค่เข้าร่วม,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 15 ลูกคนเดียว,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 16 แขกไม่ได้รับเชิญ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 17 ทำโทษ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 18 ความฝันที่ต่างไป,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 19 ความหมายที่ซ่อนอยู่,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 20 เจ้าถิ่น,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 21 เจ้าของขนม,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 22 อุบัติเหตุ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 23 ผู้ต้องสงสัย,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 24 หลบหนี,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 25 ดวงตาของภุชพงศ์,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 26 เปิดใจ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 27 รอยแค้น,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 28 จุดเริ่มต้น,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 29 ตัวตายตัวแทน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 30 ลงทัณฑ์,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 31 หวนคืน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 32 รับผิด-ชอบ,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 33 หายป่วย,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 34 NC-ท้าฝน,Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้-บทที่ 35 - END เมื่อฝนจำรักได้

เนื้อหา

บทที่ 5 ความฝันที่เลืองราง

“ฮึก…ไม่ ไม่นะ ฟังข้าก่อน ข้าไม่ได้มีเจตนาจะโป้ปดท่าน”

“ทาสชั้นต่ำเช่นเจ้า กล้าดีเยี่ยงไรถึงบังอาจมารั้งท่านวชิรวิรุณ!!!”

“ฮึก… ได้โปรด ได้โปรดหยุดฟังข้าก่อนเถิด ข้าขอวอน”


เสียงร่ำไห้ราวกับจะขาดใจที่ตนกำลังได้ยิน ไม่ได้ดังมาจากทิศทางอื่นใด แต่มันกลับเป็นเสียงจากเจ้าของเรือนร่างบอบบาง ที่นั่งก้มหน้าอยู่ไม่ไกลจากจุดที่สวรรษาสามารถมองเห็นได้จากตรงนี้

ทุกกระแสเสียงที่ได้ยินนั้นแจ่มชัดราวกับได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ทว่าในบรรดากลุ่มคนที่แต่งองค์ทรงเครื่องราวกับตัวละครในวรรณคดีเหล่านี้ กลับไม่มีใครสังเกตเห็นเขาได้แม้แต่คนเดียว


“เอามือสกปรกของเจ้าออกไปจากตัวข้า วารีวัส”


น้ำเสียงเย็นเยียบจากบุรุษร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนนิ่ง โดยไม่คิดจะก้มลงไปมองเจ้าของเสียงร้องไห้ซึ่งกำลังใช้แรงทั้งหมดรั้งข้อเท้าของเขาเอาไว้นั้นฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด 

หากจะกล่าวว่าเรนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดชัดเจนราวกับทุกอย่างเกิดขึ้นจริงตรงหน้าก็คงพูดได้ไม่เต็มปากนัก เพราะถึงแม้ทุกอากัปกิริยาของคนเหล่านั้นจะปรากฏแก่สายตาของเขา แต่ทว่าใบหน้าของแต่ละคนกลับเลือนรางจนยากที่จะเห็นรายละเอียด


“ได้ยินแล้วหรือไม่เล่า? ปล่อยมือจากท่านวชิรวิรุณเสียก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน”

“ได้โปรด ได้โปรดเถอะนายท่าน ได้โปรดให้ข้าได้อธิบะ...”

“พอที!!! ข้าไม่อยากฟังถ้อยคำเท็จจากเจ้าอีกต่อไปแล้ว วารีวัส!”

“ไม่!!! ไม่ ท่านวชิรวิรุณ ได้โปรด”


เปรี้ยง!!!



เฮือก!!!

สวรรษาสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเวลาเกือบรุ่งเช้า เม็ดฝนที่สังเกตเห็นได้ว่ากำลังโปรยปรายลงมานอกหน้าต่าง ทำให้เรนพอเดาได้ว่า อีกไม่นานพระอาทิตย์คงกำลังจะโผล่พ้นขอบฟ้า และการคาดคะเนนั้นก็ได้รับการยืนยันผ่านตัวเลข 05:55 บนหน้าจอมือถือที่เจ้าตัวคว้าหยิบขึ้นมากดดูจากโต๊ะหัวเตียง


ก๊อก ๆๆ ๆ

เสียงเคาะเบา ๆ จากหน้าประตูทำให้เรนต้องละสายตาจากจอมือถือที่สว่างจ้าเพื่อหันไปมอง แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยตอบอะไรกลับไป บานประตูไม้สีทึมก็เปิดอ้าออกพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผู้มาใหม่

กลิ่นน้ำหอม Paco Rabanne Invictus จาง ๆ ที่เรนจำได้ดีว่ามันคือกลิ่นประจำกายของเจ้าของเพนต์เฮ้าส์แห่งนี้ ทำให้แม้สายตาจะยังไม่สามารถปรับให้มองเห็นผ่านความมืดได้อย่างชัดเจนนัก แต่สวรรษาก็มั่นใจว่าร่างสูงที่กำลังตรงมาหากันนั่น คือวายุภพไม่ผิดแน่


“ขอโทษที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องเธอ ฉันแค่กลัวว่าเธอจะตกใจเสียงเมื่อกี้”

“ไม่เป็นไรเลยครับ ยังไงที่นี่มันก็เป็นห้องของคุณอยู่แล้ว”

“นี่เธอตื่นเพราะเสียงนั่น หรือว่ายังไม่ได้นอน”

“ตื่นเพราะเสียงฟ้าผ่าน่ะครับ”


สวรรษาตอบออกไปแบบนั้น แม้ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจนักว่าเสียงที่ทำให้ตนสะดุ้งจนตื่นจากฝัน เป็นเพราะเสียงฟ้าคะนองทางด้านนอก หรือเสียงฟ้าผ่าที่พาให้เจ็บหน่วงเข้าไปถึงหน้าอกจากภาพฝันเมื่อครู่กันแน่


“เจ้านั่นล่ะ?”

“เอ๊ะ! อ้อ หลับสบายเลยนะ มีกัน”


ทาสมือใหม่ออกอาการงุนงงเล็กน้อย เพราะตัวเองก็ยังไม่ชินกับการมีอีกหนึ่งชีวิตให้ต้องดูแล แต่เมื่อถูกคนโตกว่าถามขึ้น สายตาของเรนก็อาศัยแสงวูบวาบจากฟ้าคะนองด้านนอกหน้าต่างมองหาเจ้าก้อนปุกปุย เพื่อพบว่ามันกำลังหลับหงายท้องอย่างสบายบนเบาะนุ่ม ๆ ที่เรนพาไปส่งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนเข้านอน


“ธรรมดาแหละ แมวจรถ้ากลัวเสียงฟ้าเสียงฝน ก็คงไม่รอดมาถึงตอนโตหรอก”

“นั่นน่ะสินะครับ ถ้าผมยังกลัวมากแบบตอนที่ยังเด็ก ก็คงใช้ชีวิตอยู่ในประเทศนี้ไม่ได้แล้วละ”

“แต่เธอก็ยังกลัวอยู่ดีไม่ใช่เหรอ”

“ก็…ครับ แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากแล้วละครับ ถ้าเทียบกับตอนเด็ก ๆ ”

“ดีขึ้นยังไง หน้าเธอยังซีดอยู่เลยเรน”

“…”


วายุไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการโน้มตัวลงมาเพื่อเอาแขนทั้งสองข้างเท้าไว้กับผืนที่นอน ก่อนจะขยับใบหน้าเข้าใกล้เพื่อสำรวจคนที่ยังคงทำใจดีสู้เสือ ทั้ง ๆ ที่แทบไม่สามารถคุมจังหวะหายใจของตัวเองให้เป็นปกติได้เสียด้วยซ้ำ

นัยน์ตาคมของวายุภพสบเข้ากับ ดวงตากลมโตของสวรรษาอยู่นานหลักนาที ท่ามกลางเสียงของเม็ดฝนที่ตกกระทบบานกระจกทางด้านนอก สีหน้าของคนที่กลัวฝนยังคงไม่สู้ดีนัก หากแต่คนที่กำลังตั้งใจตรวจสอบอาการกันก็ไม่คิดจะล่าถอย


ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ค่อย ๆ ลดลงตามเข็มวินาทีที่เลื่อนผ่าน


จากภาพใบหน้าของอีกฝ่ายที่คมชัด ก็เริ่มพร่าเลือนจนเหลือแค่เพียงจุดโฟกัสสำคัญ 

อย่างเช่นริมฝีปากสีสวยของอีกคน ที่ยังคงตรึงรั้งสายตาของทั้งคู่เอาไว้ในขณะที่ส่วนอื่นเริ่มพร่าเบลอเพราะสายตามนุษย์ไม่สามารถโฟกัสได้ในระยะเพียงเท่านี้

ระยะห่างแค่เพียงฝ่ามือกั้น ที่ทำให้สมองของคนที่เพิ่งตื่นอย่างเรนไม่สามารถประมวลผลถึงสิ่งที่ตัวเองควรทำได้ในตอนนี้ ความหวาดกลัวในสายฝนกลับทุเลาลงเมื่ออยู่ใกล้คนตรงหน้า ความรู้สึกปลอดภัย แผ่ซ่านไปรอบกายไม่ต่างจากกลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ที่ลอยฟุ้งอยู่รอบตัว

แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกจุกหน่วงอันไร้ที่มาก็คืบคลานกลับเข้ามายังพื้นที่ว่างในหัวใจของเรนอย่างยากที่จะห้าม


ครืนนนน ครืนนนน เปรี้ยง!!!

อึก…


ยังไม่ทันที่ต่างฝ่ายจะได้จัดการความรู้สึกของตัวเอง เสียงฟ้าผ่าที่มาพร้อมกับแสงสว่างวาบก็เรียกสติของทั้งคู่ให้กลับมาเป็นปัจจุบันอีกครั้ง วายุไม่ได้ผละตัวเองออกห่าง แต่เขากลับเลือกที่จะคว้าร่างสั่นเทาของคนตรงหน้ามาแนบกายเอาไว้แทน

เสียงคำรามดังก้องของสายฟ้าที่ด้านนอกยังคงดังลอดเข้ามาในโสตประสาท หากไม่ใช่เพราะไม่อยากปล่อยให้คนตรงหน้าต้องเผชิญกับความกลัวเพียงลำพัง วายุคงหาทางทำอะไรสักอย่างกับเสียงน่ารำคาญนั่นแล้ว

แต่ในเวลานี้สิ่งที่สำคัญกว่า กลับเป็นความรู้สึกอยากปกป้องของคนที่รู้ตัวว่าเป็นหนึ่งในต้นเหตุของความหวาดกลัวที่ว่า

ใช่ สายฝนที่ตกลงมาผิดฤดูนี้เกิดขึ้นมาจากความขุ่นใจของวายุภพ แม้ว่าพายุฝนที่เกิดบนโลกใบนี้จะมีที่มาทั้งแบบที่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งวายุภพไม่ควรเข้าไปแทรกแซง แต่ทว่าก็มีไม่น้อยที่เกิดจากภาวะอารมณ์ที่ยากจะควบคุมของเขาเอง ดังเช่นในตอนนี้

กลุ่มฝนที่โปรยปรายยามฟ้าสางของเช้าวันใหม่นี้ มีที่มาจากความรู้สึกที่ติดค้างมาจากภาพนิมิตในฝันของวายุภพ

ภาพในอดีตที่เขาเองก็ไม่อาจลืม และมันยิ่งตามหลอกหลอนเขามากขึ้นนับตั้งแต่เขาได้พบกับสวรรษา 


“เอ่อ ผมโอเคแล้วครับ คุณ...ปล่อยได้แล้วละ”


สวรรษาเอ่ยขึ้นหลังจากที่รู้ตัวว่าเผลออาศัยไออุ่นของอีกฝ่ายเป็นที่กำบังจากความกลัวในใจ แต่เพราะเรนรู้ซึ้งดีกว่าใครว่า ไม่มีใครที่จะคอยอยู่ปกป้องกันไปได้ตลอด เจ้าของริมฝีปากบางจึงตัดสินใจจะหยุดใช้ประโยชน์จากความใจดีของคนตรงหน้าเอาไว้เพียงเท่านั้น แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้ต้องตกใจกว่าเสียงฟ้าฝนที่กระหน่ำอยู่ภายนอกกลับเป็นหยดเลือดสด ๆ บนใบหน้าคมของอีกฝ่ายแทน


“คุณวายุ เลือด!”


เป็นอีกครั้งที่วายุภพมีเลือดไหลออกมาจากปลายจมูก และนั่นทำให้ปลายคิ้วคมของร่างหนากระตุกเข้าหากันอย่างห้ามไม่อยู่ อาการที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน กลับเกิดขึ้นถึงสองครั้งในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่เขาได้ค้นพบการมีอยู่ของสวรรษา


“อ่า ฉันไม่เป็นไร”

“อยู่นิ่ง ๆ นะครับ เดี๋ยวเรนเช็ดให้”


โชคดีที่ในเวลานี้แสงสว่างจากพระอาทิตย์ทางด้านนอก เริ่มส่องสว่างมากพอให้เรนสามารถมองเห็นกล่องกระดาษทิชชูที่ตั้งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งปลายเตียงได้ชัดมากขึ้นแล้ว

ร่างเล็กผละลุกจากเตียงกว้างไปในทันที ก่อนจะกลับมาพร้อมกับกระดาษทิชชูที่พับมุมเรียบร้อยแล้ว มือเรียวค่อย ๆ บรรจงซับของเหลวสีชาดออกจากเหนือปากของคนโตกว่าอย่างไม่นึกรังเกียจ ส่งผลให้ระยะห่างระหว่างทั้งคู่กลับมาลดลงอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

ใบหน้าได้รูปที่ปรากฏแก่สายตาของวายุภพนั้นดูจริงจังไม่ต่างจากตอนที่เขาเห็นอีกฝ่ายกำลังพยายามจับประตูเหล็กที่ร้อนฉ่าจนถูกความร้อนของไฟลามลวก สวรรษาตั้งใจเบามือให้กันเป็นอย่างดี แม้มือเล็ก ๆ นั่นจะยังมีผ้าพันแผลอันเดิมพันอยู่เพราะเจ้าของมันไม่ยอมไปหาหมอท่าเดียว โดยใช้เหตุผลว่าตัวเองเพลียมากแล้ว และอยากพักเป็นข้ออ้าง


“ไปหาหมอดีกว่าครับ”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย แค่อากาศเปลี่ยนน่ะ”

“แต่มันอาจจะเป็นเพราะคุณสูดควันไฟเมื่อคืนก็ได้”

“ทีเธอยังไม่ยอมไปให้หมอดูแผลนี่เลย”


ไม่เพียงเอ่ยขึ้นเท่านั้น วายุยังใช้สายตาช่วยย้ำอีกแรงว่า แผลที่ว่านั่น หมายถึงแผลที่มีผ้าพันเอาไว้อย่างหลวม ๆ อันเป็นผลจากการพยายามเปลี่ยนผ้าพันแผลด้วยตัวเองที่ล้มเหลวของเรนเมื่อคืนนี้


“แต่ผมไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ นี่”

“ผม?”

“ครับ?”

“ก่อนหน้านี้ เธอแทนตัวเองด้วยชื่อ”

“…”


เรนได้แต่กะพริบตาปริบ ๆ เพื่อรื้อฟื้นความจำระยะสั้นของตัวเอง หากอีกฝ่ายไม่ทักขึ้นมา เจ้าของริมฝีปากที่เม้มแน่นอยู่ก็คงไม่รู้ตัวว่าเมื่อครู่ ตนเผลอตกใจจนแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นออกไป

ไหนจะสายตาอ่านยากที่อีกฝ่ายจ้องตรงกลับมา ก็ยิ่งทำให้สวรรษาไปไม่เป็น เรนรู้แค่เพียงว่าตนควรตอบอะไรสักอย่าง เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเท่านั้น และก็เหมือนว่าคนตรงหน้าจะอ่านกันออกอย่างทะลุปรุโปร่ง เพราะวายุภพกลับกลายเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาอีกครั้ง


“แทนตัวเองว่า เรน สิ ชื่อของเธอน่ะ”

“คือ…เรน เอ่อ แผลเรนไม่ได้เป็นอะไรจริง ๆ ครับ”

“หึ งั้นก็ไม่มีใครต้องไปตกลงไหม”


 เมื่อไม่เหลือช่องให้เถียงต่อคนที่ยอมจำนนต่อหลักฐานที่มัดตัวก็เป็นฝ่ายยกธงขาวแต่โดยดี ศีรษะทุยผงกขึ้นลงแทนการตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนที่คนโตกว่าจะเป็นฝ่ายคืนพื้นที่ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ให้กัน ร่างสง่าถอยกลับมายืนเต็มความสูงอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยถามกันด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหู


“เธอจะนอนต่อไหม”

“ไม่ละครับ เรนว่าจะปลุกมีกันมากินอาหารเพราะมีกันต้องกินยาครับ”

“อืม… ถ้าเสร็จแล้วก็ออกไปกินข้าวข้างนอกเดี๋ยวฉันรอ เธอแพ้อาหารอะไรบ้างหรือเปล่า?”

“ครับ? …เอ่อ แค่นมวัวครับ ที่เหลือเรนชนะหมดเลย”

“หึ…โอเค งั้นฉันทำข้าวต้มกุ้งให้แล้วกัน”

“หืม...ทำเหรอครับ หมายถึง คุณวายุ จะทำเอง?”

“ทำไมล่ะ หน้าอย่างฉันดูเหมือนคนทำอาหารไม่เป็นหรือไง”

“แหะ เปล่าครับ เรนแค่คิดว่าคุณมีแม่บ้านอะไรแบบนั้น”

“ก็มี…แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย เลยไม่ได้ให้เขาพักที่นี่”

“อ่า…ครับ”


ได้ยินเพียงเท่านั้น สวรรษาก็ยกมือเกาท้ายทอยเบา ๆ เป็นการเตือนตัวเองว่าอย่าทำตัววุ่นวายให้อีกฝ่ายรำคาญ แต่ก็ไม่ได้คิดจะพูดออกมาอีก ด้านวายุเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบขยายความอะไรให้ยืดยาว ร่างสูงจึงทำแค่เพียงเปิดประตูห้องแล้วเดินจากไป


รู้ตัวอีกทีลำแสงอบอุ่นของดวงอาทิตย์ทางด้านนอกก็ยึดคืนพื้นที่จากกลุ่มฝนที่โปรยปรายในช่วงรุ่งสางได้สำเร็จ


เมฆฝนจากไปแล้ว…


ความสดใสของเช้าวันใหม่กลับมาทำหน้าที่อย่างที่มันควรจะเป็นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงกังวานของสมาชิกอีกหนึ่งชีวิตที่เพิ่งตื่นจากการนอนหลับอย่างเต็มคราบ โดยไม่ได้รับรู้เลยว่าก่อนหน้าเพียงไม่กี่นาทีมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้างในห้องนี้


เมี้ยวววว~…

“หืออออ…ยังไงอะเรา ฝนตกฟ้าร้องไม่ตื่น แค่เปิดถุงซองอาหารนี่ตื่นมาโวยวายซะลั่นเลยนะ”


สวรรษาลุกไปทำหน้าที่ทาสฝึกหัดของตัวเอง ในขณะที่ปากก็เอ่ยบ่นเจ้าวิเชียรมาศร่างจิ๋วที่โก่งตัวบิดขี้เกียจตั้งแต่ยังเดินพ้นที่นอนของตัวเองมาได้ไม่ถึงสองก้าวดี พลันเสียงกระทบของอาหารเม็ดที่เรนเทลงในถ้วยเซรามิก ก็ช่วยเปลี่ยนทิศทางของมีกัน จากที่กำลังคลอเคลียที่ข้อเท้าของทาสมือใหม่อย่างเรนอยู่ก่อนหน้า ให้ตรงมายังถาดอาหารแทนในทันที








ใช้เวลาไม่นานมื้ออาหารแรกในเช้านี้ของเจ้ามีกันก็จบลงพร้อมกับเม็ดยาที่ถูกแบ่งออกจนเหลือเพียงหนึ่งส่วนสี่ ที่ทาสอย่างเรนเพิ่งป้อนลงท้องไป ส่งผลให้เจ้าเหมียวมีกันมีอาการงอนทาสอย่างเห็นได้ชัด เจ้าลูกแมวตัวสีขาวครีมซึ่งมี หู หาง และเท้าทั้งสี่เป็นสีน้ำตาลเข้มก็มุดหายเข้าไปในบ้านจิ๋วของตัวเองอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่า ขอห่างกันสักพักกับคนที่ยืนเท้าเอวมองกันอย่างหน่าย ๆ 

เรนตัดสินใจให้เวลาส่วนตัวกับเจ้าวิเชียรมาศขี้งอนด้วยการเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว ด้วยหวังว่าจะรีบออกไปช่วยวายุทำอาหารเช้า แต่ทว่าถึงรีบอย่างไรก็ไม่ทันอยู่ดี เพราะทันทีที่เรนออกมาถึงมุมห้องครัว กลิ่นหอมของข้าวต้มกุ้งในหม้อเดือด ๆ ก็โชยฟุ้งไปจนถึงมุมโต๊ะทานอาหารเสียแล้ว


“หิวหรือยัง?”

“ยังครับ มีอะไรให้เรนช่วยไหมครับ”

“เธอจัดโต๊ะแล้วกัน ช้อน กับแก้วอยู่ในตู้นั้น”


วายุเอ่ยบอกพร้อมกับเบี่ยงใบหน้าเพื่อระบุพิกัดที่แน่ชัดของตู้ที่ตนพูดถึงให้คนเด็กกว่าได้รู้ ก่อนจะหันไปสนใจข้าวต้มในหม้อตรงหน้า แผงไหล่กว้างของวายุภพที่ยังคงสวมชุดนอนแขนยาวผ้าฝ้ายเนื้อดี ขยับเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของเจ้าตัว แต่มันกลับหยุดสายตาของเรนเอาไว้ได้นานกว่าที่คิด

กว่าจะเรียกสติตัวเองให้กลับมาโฟกัสกับสิ่งที่ถูกมอบหมายให้ทำได้ก็เล่นเอาเสียเวลาไปหลักนาที และมันกลับยิ่งช้าขึ้นไปอีกเมื่อเรนพบกับอุปสรรคที่ตัวเองก็คาดไม่ถึง


“คือ… คุณวายุครับ”

“ฮื้ม?”

“แก้วน้ำมีล้างไว้ตรงอื่นอีกไหมครับ?”

“ในตู้ข้างบนนั่นไม่มีเหรอ?”


วายุถามกลับในขณะที่ยังตั้งใจอยู่กับการเทข้าวต้มลงชามสีน้ำเงินเข้มตรงหน้า แต่ครั้นเมื่อไม่ได้ยินคำตอบใดถูกส่งกลับมา ร่างสูงจึงละสายตามามองกันอีกครั้ง ราวกับต้องการเค้นคำตอบ


“คือเรน หยิบไม่ถึง”

“หึ…”


ปกติก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเตี้ยเพราะถ้าหากว่ากันตามจริงแล้ว ความสูง 173 เซนติเมตรในประเทศนี้นับว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยเสียด้วยซ้ำไป แต่กับคนตรงหน้าที่เรนสูงได้แค่เพียงปลายคางแล้วนั้น คงไม่แปลกนักถ้าจะเก็บของที่ตนคงไม่ค่อยได้ใช้บ่อยนักเอาไว้ในตู้เก็บของที่สูงมากหน่อย


“คือมันอยู่ลึก เรนลองเขย่งแล้ว…กลัวทำมันแตกครับ”

“เธอเอาไปแต่ช้อนก็พอเดี๋ยวแก้วนั่นฉันหยิบเอง”

“งั้น…เรนช่วยยกชามข้าวนะครับ”

“อย่าดื้อเรน มือเธอเจ็บอยู่”

“…”


ดื้อเหรอ…คนถูกห้ามไม่เข้าใจสักนิดว่าอีกฝ่ายใส่ฟิลเตอร์แบบไหนให้กันอยู่ ถึงได้พูดขึ้นมาแบบนั้น แต่ถึงอย่างนั้น ในเมื่อปฏิญาณกับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะไม่ทำตัวยุ่งยากวุ่นวาย เรนจึงเลือกที่จะทำตามคำสั่งของคนโตกว่าแต่โดยดี


“อิ่มแล้วเหรอ”

“ครับ”

“วางไว้นี่แหละ เดี๋ยวอีกสักพักแม่บ้านก็เข้ามาแล้ว”

“แต่ของเรน เรนล้างเองได้นะครับ เรนเกรงใจ”

“เอาไว้ถ้าแผลเธอหายดี ฉันจะไม่ห้าม ตกลงไหม”


ในขณะที่คนเด็กกว่ากำลังหาเหตุผลที่จะแย้งเจ้าของห้อง เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์เครื่องหรูของวายุก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน คนที่นับตัวเองเป็นผู้อาศัยอย่างเรนจึงเลือกที่จะเดินกลับไปยังห้องพักของตนเงียบ ๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องให้วายุลำบากลุกออกไปรับสายที่อื่น

แต่ด้วยขนาดห้องที่ใหญ่เกินกว่า 200 ตารางเมตร ทำให้กว่าที่เรนจะเดินถึงประตูหน้าห้องของตัวเอง เสียงทุ้มต่ำของวายุก็ดังไล่หลังมาเสียก่อน


“อีกหนึ่งชั่วโมง ภุชจะมารับ”

“รับ?…เรน?”


ปลายนิ้วเรียวถูกเจ้าของมันยกขึ้นมาชี้เข้าหาตัวเพื่อเป็นท่าประกอบประโยคเมื่อครู่ เพราะสวรรษายังคงไม่เข้าใจว่า ภุชพงศ์ จะมารับตนไปไหน และด้วยเหตุผลอะไรกันแน่


“ใช่ เธอต้องกลับไปเก็บของ แล้วย้ายมาอยู่ที่นี่”

“ฮะ?!”

“ทำไมล่ะ หรือเธอจะยอมยกแมวนั่นให้คนอื่น?”


เป็นอีกครั้งที่เรนไม่สามารถเก็บสีหน้าของตัวเองเอาไว้ได้มิด แววตาที่ฉายแววกังวลอย่างชัดเจน เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมานั้นรวดเร็วไปหมด และเรนก็เหนื่อยล้าเกินกว่าจะขบคิดได้ทัน

เพราะหากจะให้ตนย้ายออกจากหอพักเดิมตอนนี้ เงินมัดจำที่เคยเก็บหอมรอมริบมาเป็นเวลานานก็คงไม่ได้คืนเพราะยังไม่ครบกำหนดสัญญา และถ้าหากว่าจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ เรนก็ยังหาเหตุผลไม่เจอว่าตนจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร และแน่นอนว่า เรนไม่มีทางมีปัญญาจ่ายค่าเช่าห้องที่หรูขนาดนี้ได้แน่ ๆ 


“เรนอาจจะลองถามเพื่อนดูก่อนครับ คอนโดเพื่อนเรนอาจจะอนุญาตให้เลี้ยงแมวได้…อย่างน้อยก็ระหว่างหาห้องใหม่”

“หรือว่าเธอลำบากใจที่จะอยู่ที่นี่?”

“…”


ต้องถามว่าทำไมถึงควรจะสบายใจที่จะมาอยู่ฟรี กินฟรีเสียมากกว่า สวรรษาได้แต่คิดในใจเพียงเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะมองทางไหนเรนก็ไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่ตนจะต้องพาตัวเองกับลูกแมวจรอีกหนึ่งตัวเข้ามาเป็นภาระของคนตรงหน้าไปมากกว่านี้

ไหนจะความรู้สึกแปลก ๆ ในทุกครั้งที่อยู่ใกล้ยิ่งทำให้สัญชาตญาณของเรนกู่ร้องว่าต่อให้วายุภพ จะหยิบยื่นความใจดีออกมาให้แค่ไหน ตนก็ไม่ควรที่จะอาจเอื้อมไปรับมันเอาไว้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่มีอะไรคู่ควร

และราวกับว่าวายุอ่านใจของคนเด็กกว่าได้อีกครั้ง เพราะร่างสูงเลือกที่จะขยับเข้ามาใกล้กันมากกว่าเก่า เพื่อหวังจะคาดคั้นเอาคำตอบให้กับคำถามเมื่อครู่ของตัวเอง


“เรน เงยหน้าขึ้น”

“…”

“มองหน้าฉัน…เรน”


แค่เพียงเสียงที่กดต่ำลงกว่าปกติ คนถูกถามก็ยิ่งกำชายเสื้อของตัวเองเอาไว้แน่น ราวกับต้องการสะกดกลั้นความรู้สึกแปลก ๆ ที่ก่อกวนเข้ามาในหัวใจตอนนี้ ความรู้สึกที่อุ่นใจเมื่อได้อยู่กับคนตรงหน้า แต่ทว่าในความอุ่นใจนั้นก็กลับมีความวูบโหวงซ่อนอยู่ราวกับว่ามีจิ๊กซอว์สำคัญที่หล่นหาย

ในชั่วขณะที่ความสับสนในจิตใจของสวรรษาตีรวนขึ้นมาราวกับตะกอนที่ลอยฟุ้งในห้วงความคิด สัมผัสเย็น ๆ จากปลายนิ้วยาวของคนตรงหน้าก็พลันเกิดขึ้นที่ปลายคาง วายุภพถือวิสาสะเชยคางของคนตรงหน้าขึ้นมาสบตากันอย่างเอาแต่ใจ แต่ถึงอย่างนั้นคนถูกกระทำก็ไม่ได้คิดจะปัดป้อง


“ถ้าเธอกลัว หรือไม่ไว้ใจฉัน ฉันจะจัดการหาที่อยู่อื่นให้ แบบนี้สบายใจขึ้นหรือเปล่า”

“…”


แววตาที่มีแต่คำถามมากมายแอบซ่อนอยู่ กลับไม่สามารถซ่อนตัวจากสายตาคู่คมของคนโตกว่าได้อีกต่อไป วายุรู้ดีกว่าใครว่านัยน์ตาคู่สวยตรงหน้า ยังคงเป็นแววตาคู่เดิมที่เขาจำมันได้ดีกว่าใคร


“อยากถามอะไร ก็ถามสิเรน”


หลังจากที่ชั่งใจอยู่นาน เรนจึงตัดสินใจเอ่ยถามสิ่งที่ตนสงสัย


“คุณเป็นใครกันแน่ คุณวายุ”


‘เปรี้ยง!!’


‘อึก’

หากไม่มีเสียงฟ้าคำรามเมื่อครู่ เรนคงไม่อาจรู้ได้เลยว่าด้านนอกนั่นมีฝนตกลงมาอีกครั้งแล้ว คนที่กลัวฝนกลับยิ่งเม้มปากแน่นอีกครั้ง เมื่อเห็นแสงสว่างวาบจากบนท้องฟ้า ปลายเล็บสั้นกุดกลับยิ่งจิกลงไปในเนื้อผ้าของชุดนอนตัวหลวมที่ ภุชพงศ์ เป็นคนนำมาให้ใส่ตั้งแต่เมื่อคืน

เสียงท้องฟ้าที่ปั่นป่วน กับหยาดฝนที่เริ่มลงเม็ดหนาตาขึ้น ยิ่งทำให้ลมหายใจของเรนเริ่มไม่เป็นจังหวะ แต่แค่เพียงชั่วพริบตาที่สวรรษาพยายามจะหลับตาเพื่อควบคุมอาการแพนิกของตัวเอง เสียงทุกอย่างรอบตัวก็พลันเงียบลงไปในวินาทีถัดมา

เปลือกตาสีมุกของสวรรษาเปิดขึ้นอีกครั้งหลังได้รับสัมผัสเย็น ๆ ที่ข้างใบหู ภาพที่เรนเห็นในตอนนี้คือใบหน้าคมของวายุที่ก้มตัวลงมาหากัน พร้อมกับมือสองข้างที่วางแนบลงมาตรงข้างแก้ม เพื่อปิดกั้นไม่ให้เรนได้ยินเสียงที่ตัวเองหวาดกลัว

เรนไม่รู้แล้วว่าในเวลานี้เสียงชีพจรที่กำลังเต้นถี่ของตัวเอง เกิดมาจากอาการหวาดกลัวสายฝนที่คำรามลั่น หรือเป็นเพราะการที่ตนได้มองแววตาสีดั่งท้องฟ้ายามรัตติกาลที่น่าค้นหาคู่นั้นในระยะใกล้กันขนาดนี้อีกครั้งกันแน่


“ฟังแค่ฉันเรน ฟังแค่เสียงของฉัน ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ฉันจะบอกเธอได้ทุกอย่าง แต่อย่างน้อยขอให้มั่นใจ...ว่าฉันคือคนที่ไม่มีวันจะทำร้ายเธออีกแล้วก็พอ”

“...”





To be Continued

.

.

.

#เมื่อฝนจำรักได้