ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง
ชาย-ชาย,ลึกลับ,แฟนตาซี,รัก,ข้ามเวลา,เทพ ,พระเอกรวย,ฟีลกูด/feelgood,จบดี ,พระเอกธงเขียว,พระเอกคลั่งรัก,อดีตชาติ,wildoatlavender,เมื่อฝนจำรักได้,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง
เมื่อเรื่องราวของอดีตชาติ
กลายเป็นบทลงทัณฑ์แห่งฟากฟ้า
และความรักต้องถูกพลัดพรากให้มิอาจตามหา
วายุภพ ที่ครั้งหนึ่งเคยถือครองพลังแห่งสายฟ้า
กลับต้องโทษจากความผิดอันร้ายแรง ให้ต้องดำรงอยู่ผ่านห้วงเวลาที่หมุนไปพร้อมกับพลังที่ไม่อาจควบคุม
สวรรษา มนุษย์ผู้ถือกำเนิดในคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ
แต่ทุกเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตกลับอุบัติขึ้นพร้อมกับสายฝน จนเกิดเป็นความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่อาจข้ามพ้น
ความฝันที่ไม่เคยชัดเจน หากแต่กลับไม่เคยเลือนหาย
ต่างคนต่างกำลังตามหาเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
และในทุกครั้งที่พวกเขาเกือบได้พบหน้า ท้องฟ้าก็กลับพรากทั้งคู่ออกจากกัน
ติดตามบทพิสูจน์ว่าความรัก ไม่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา
หากแต่เพียงแค่เฝ้ารอ วันที่หัวใจจะระลึกได้อีกครั้ง
#เมื่อฝนจำรักได้
“ชื่อฝน แต่กลัวเสียงฟ้าร้องตอนฝนตกงั้นเหรอ”
“อ่า ครับ ตลกดีใช่ไหม ผมน่ะไม่ได้อยากกลัวฝนเลยนะ แต่ทุกครั้งที่ฝนตกชีวิตผมมันมักจะเจอแต่เรื่องแย่ๆ ตลอดเลยนี่สิ”
⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และฉบับแก้ไข - เพิ่มเติมทุกฉบับ โดยห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก เลียนแบบ ดัดแปลง หรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่ง
และห้ามมิให้มีการเผยแพร่ รวมถึงการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะในรูปแบบหรือวิธีการใดในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์
~~~~~~~
เนื้อหาทั้งหมด เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน
ตัวละคร รูปภาพประกอบ พฤติกรรม สถานที่ วิชาชีพ หน่วยงาน ทั้งหมดที่ถูกกล่าวถึง
ในงานเขียนเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ผู้เขียนมิได้มีเจตนา กล่าวถึง พาดพิง หรืออ้างอิง กับบุคคล สถานที่ หรือหน่วยงานใด ในความเป็นจริง
อาจมีเนื้อหาและการใช้ภาษาที่เกี่ยวกับ เพศ พฤติกรรมด้านความรุนแรง ที่ขัดต่อกฎหมาย ความเชื่อ ศีลธรรม และประเพณี
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘
Story : Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้
Author : WildOat Lavender (ไวลด์โอ๊ต ลาเวนเดอร์)
Illustrator : Himefreeze / Budzob / Prynn_10 / ZeliciaV / Moontears / OCTO.CATZ / INKTIARA / Karnnnbv
Proofreader : Wanlakham / Larchspiraea
Layout Designer : Ramyproof / Larchspiraea
Typographer : แมวอ้วนไทโป
Special Thanks : BTM Crews
⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘
Teen and up audiences - เหมาะกับผู้อ่านตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป
Fluff and Angst - แนวอบอุ่นหัวใจแต่มีปมดราม่าสอดแทรกในระหว่างดำเนินเรื่อง
Mature Character Death - มีการกล่าวถึงการเสียชีวิตของตัวละคร
Threats of Violence - การคุกคามคนอื่นด้วยความรุนแรง
Supernatural - มีพลังเหนือธรรมชาติ
Mature Violence - มีการกล่าวถึงการใช้ความรุนแรง
Explicit Sex Scene - มีการบรรยายถึงฉากร่วมเพศอย่างชัดเจน
Happy Ending - ตอนจบแบบสุขนิยม
╭──────────.★..─╮
ช่องทางติดต่อพูดคุย
╰─..★.──────────╯
𝕀𝕟𝕤𝕥𝕒𝕘𝕣𝕒𝕞 ➥ wildoat_larch
𝔽𝕒𝕔𝕖𝕓𝕠𝕠𝕜 ➥ WildOat Lavender นามปากกา
𝕋𝕚𝕜𝕋𝕠𝕜 ➥ wildoat_larch
𝔹𝕝𝕦𝕖𝕤𝕜𝕪 ➥ wildoatlarch
𝕏 ➥ wildoat_larch
✦•┈⋅ ∘₊ ⋯ ⋯ ₊∘ ⋅┈•✦
Heart in the raindrops
#เมื่อฝนจำรักได้
“ขับรถแบบนี้ จะรีบไปขี้ หรือรีบไปตายฮะ!”
ล้ออัลลอยของโรลส์-รอยซ์ โกสต์ สีขาวที่บรรดาน้ำขังริมทางเท้าไม่สามารถทำให้มันหม่นรัศมีลงได้หยุดลงแทบจะในทันทีที่เสียงตะโกนจากเหยื่อของสมรรถนะรีดน้ำซึ่งถูกส่งมาจากยางคุณภาพเยี่ยมดังขึ้น
“ขอโทษครับนาย”
“ลงไปดูเขา”
น้ำเสียงสำนึกผิดของ ภุชพงศ์ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่เจ้าของใบหน้าคมซึ่งกำลังนั่งอ่านข้อมูลจากแท็บเล็ตในมือจะเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ โดยไม่คิดที่จะละสายตาจากตัวเลขตรงหน้าขึ้นมามองให้เสียเวลา
เพราะสำหรับ วายุภพ แล้วเขาไม่ใช่คนที่จะมัวมาสนใจกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พรรค์นี้ แต่ถึงอย่างนั้นการที่เลขาฯ ของตนขับรถไม่ระวังจนทำให้คนอื่นเดือดร้อนก็ไม่ใช่เรื่องที่จะสามารถละเลยได้
สิ้นเสียงสั่งการของเจ้านาย ภุช ที่พ่วงทั้งตำแหน่งเลขานุการและมือขวาของ วายุภพ อัสนีวงศ์เดโช นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ก็รีบเปิดประตูลงจากรถไปในทันที
“ขอโทษนะครับคุณ ผมไม่เห็นจริง ๆ ว่ามันมีแอ่งน้ำตรงนี้”
“นี่คุณครับ ถนนประเทศนี้ถ้าฝนตกมันก็มีน้ำขังทั้งนั้นแหละ คุณควรชะลอตั้งแต่เห็นคนแล้วหรือปะ…”
คำพูดท้ายประโยคของสวรรษาถูกกลืนหายลงคอไป ในจังหวะที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาเจอกับชายหนุ่มในชุดสูทสีสุภาพพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังแสดงออกว่ารู้สึกผิดอยู่เต็มประดา
หล่อ สะอาด เนี้ยบเหมือนหลุดออกมาจากละครหลังข่าวสักเรื่อง
ทำเอาเรนอดคิดในใจไม่ได้ว่าขนาดคนขับรถยังดูดีขนาดนี้ แล้วคนที่นั่งอยู่ทางเบาะหลังนั่นจะขนาดไหน แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงนุ่มของชายตรงหน้าก็เรียกสติของเขาให้กลับมาเป็นปัจจุบัน
“ผมขอโทษจริง ๆ นะครับ ไม่มีข้อแก้ตัวเลย ผมไม่ทันได้มองจริง ๆ คุณเลอะไปหมดแบบนี้น่าจะเดินทางลำบากแย่เลย”
“อะ…อ่าครับ จริง ๆ มันก็ยากตั้งแต่ก่อนจะเลอะแบบนี้แล้วละครับ”
เรนเอ่ยตอบเสียงแผ่วพร้อมกับก้มลงไปมองสภาพเละเทะของตัวเองอีกครั้ง โดยสองมือก็ยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะขยี้คราบดำ ๆ ที่ติดอยู่บนเสื้อสีขาวของตัวเองออก ถึงแม้จะรู้ว่าการกระทำนั้นคงไม่ได้ช่วยอะไรมากนักก็ตาม
“ไม่ทราบว่าจะรังเกียจไหมครับ ถ้าผมจะขออาสาให้รถที่บริษัทไปส่ง”
“ครับ?”
“คือว่าเจ้านายผมท่านต้องรีบไปธุระคงไม่สะดวกถ้าพาคุณขึ้นรถไปด้วย แต่ถ้าหากคุณยังหารถไม่ได้ เรามีรถอีกคันที่สามารถไปส่งคุณได้…คันที่จอดอยู่ตรงนั้นครับ”
เมื่อเห็นว่าผู้ประสบภัยน้ำขังตรงหน้าเงียบไป ราวกับว่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้งเพิ่งทำให้ระบบประมวลผลของร่างบางช็อตไปเสียแล้ว คนยื่นข้อเสนอจึงเป็นฝ่ายผายมือนำสายตาของคู่สนทนาไปยังรถยุโรปสีดำที่จอดเปิดไฟฉุกเฉินอยู่ทางด้านหลัง
อันที่จริงพอได้ลองเปลี่ยนโฟกัสจากท่อนล่างที่เลอะเทอะของตัวเองมาเป็นบรรยากาศรอบกาย ในตอนนี้นัยน์ตาสีเฮเซลนัตของเรนก็เพิ่งพบว่า ไม่ใช่เพียงแค่รถคันสีดำที่จอดกะพริบไฟอยู่ด้านหลังเท่านั้น แต่เลยไปจากรถโรลส์-รอยซ์คู่กรณีแล้วก็ยังมีรถรุ่นและสีเดียวกันนั้นจอดรออยู่เช่นเดียวกัน
‘คือจะเอากูไปฆ่าไหม?’
สีหน้าไม่มั่นใจที่เรนแสดงออกมาแทนเสียงในหัวเมื่อครู่ ทำให้ภุชพงศ์รีบแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการยื่นนามบัตรของตัวเองให้กับมือ ‘ภุชพงศ์ อุรเวคิน’ ตัวอักษรภาษาไทยที่ปรากฏอยู่เหนือคำว่า ‘Executive Secretary of Hydroforce Company Limited’ นั่นยิ่งทำให้สวรรษาคุมสีหน้าของตัวเองไม่อยู่
“ผมเป็นเลขาฯ ของผู้บริหารบริษัท ไฮโดรฟอร์ซ จำกัด มหาชน ครับ…รับรองว่าไม่ใช่มิจฉาชีพแน่นอน คุณสบายใจได้”
“อ้อ…ครับ”
“งั้นคุณสวมนี่ไว้ก่อนนะครับ จะได้ไม่หนาวมาก”
“เอ่อ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวสูทคุณจะเลอะไปด้วยเปล่า ๆ”
“ถ้างั้นเชิญขึ้นรถเถอะครับ ฝนเริ่มตกหนักแล้ว”
ภุชพงศ์รีบตัดบทเมื่อเห็นว่าสายฝนที่สงบไปแล้วเริ่มกลับมาลงเม็ดแรงขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เขาใช้เวลาทำความเข้าใจกับคนตรงหน้านานเกินกว่าที่ควรจะเป็น
“คุณสามารถแจ้งจุดหมายปลายทางที่ต้องการให้รถไปส่งกับคนขับได้เลยนะครับ”
“คะ…ครับ”
“ถ้ามีปัญหาอะไรติดต่อผมได้ที่เบอร์ตามนามบัตรเลยนะครับ”
สวรรษาที่กำลังมึนงงเดินตามคู่กรณีในชุดสูทกลับไปที่รถคันทางด้านหลังโดยไม่ทันสังเกตว่าอยู่ดี ๆ ถนนหนทางตรงหน้าก็แทบไม่มีรถผ่านมาเลยสักคัน มิหนำซ้ำสายฝนที่เริ่มแรงขึ้นกลับไม่ได้มาพร้อมลมกระโชกแรงที่จะทำให้ตัวของเรนซึ่งยืนหลบอยู่ใต้หลังคาป้ายรถเมล์เล็ก ๆ นี่ต้องเปียกดังเช่นเมื่อก่อนหน้า
“ไปส่งคุณเขาให้ถึงที่หมายแล้วค่อยตามไปทีหลัง”
“ครับ”
ได้ยินเพียงเท่านั้น เสียงฝนรอบกายก็ค่อย ๆ สงบลงเพราะชายในชุดสูทอีกคนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งหลังพวงมาลัยของรถยุโรปสีดำที่ภุชพงศ์เพิ่งเปิดประตูให้เขาขึ้นมานั่งกำลังกดเลื่อนกระจกให้ปิดขึ้นมาดังเดิม
“ไม่ทราบว่าให้พวกผมไปส่งที่ไหนดีครับ”
“ที่นี่เลยครับ”
เรนส่งมือถือของตัวเองซึ่งเปิดหน้าพิกัดปลายทางที่ปรากฏตำแหน่งที่พักของตนให้กับเจ้าของคำถามเมื่อครู่ซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะด้านหน้าฝั่งข้างคนขับ พลันสายตาก็มองเลยไปเห็นภุชพงศ์กำลังเดินกลับไปขึ้นรถสีขาวคันหรูที่จอดอยู่เบื้องหน้า
เพียงไม่นานเรนก็ได้ยินเสียงของสัญญาณไฟเลี้ยวดังขึ้น ก่อนยานพาหนะที่ตนนั่งอยู่จะเริ่มเคลื่อนตัวออกจากที่เดิม และตามประสาคนไทยที่ชอบใส่ใจเรื่องคนอื่นอยู่เป็นทุน ในหัวสมองของเรนก็ประมวลผลได้ทันที ว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้ารถคันนี้จะต้องขับผ่านโรลส์รอยซ์คันงามที่ยังคงไม่ขยับไปไหน
เมื่อคิดได้ดังนั้นร่างบางก็เอียงตัวหากระจกทางซ้ายมือของตัวเองทันที เพื่อหวังจะได้เห็นหน้าคนที่มีเงินซื้อรถราคาเกือบ 50 ล้านโดยที่ไม่เคยคิดจะขับมันเลยสักครั้งให้เป็นบุญตาสักหน่อย แต่สิ่งที่กรอบสายตาของสวรรษาได้เห็นกลับมีแค่ความดำมืดของฟิล์มกระจกสีทึมเพียงเท่านั้น
เปรี้ยง!!!
เฮือก!!
“คุณครับ...คุณ…คุณครับ!”
“อึก…เอ่อ...คะ…ครับ”
“คุณเป็นอะไรไหมครับ?”
“มะ...ไม่เป็นไรครับ…ผม…คะ…แค่ตกใจ”
ชายในชุดสูทคนเดิมที่นั่งอยู่บนเบาะด้านหน้าของเขา เอ่ยถามกันโดยสบตากับเรนผ่านกระจกมองหลัง คนที่เปียกไปเกือบทั้งตัวรวบรวมสติทั้งหมดก่อนจะจิกปลายเล็บลึกแน่นลงไปกับฝ่ามือของตัวเองเพื่อข่มอาการผวาที่เกิดขึ้นจากเสียงฟ้าผ่าเมื่อครู่ โชคดีที่ไม่มีใครคิดจะติดใจถามต่อให้มากความ สวรรษาจึงเลือกที่จะหลับตาลงแล้วเอนหัวพิงเบาะทางด้านหลังเพื่อควบคุมลมหายใจของตัวเองให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว
“ใคร?”
“ครับ?”
“คนที่มึงให้พวกนั้นไปส่ง?”
“อ่า…ผมไม่ทันได้ถามครับนาย”
คล้ายว่าตัวของภุชพงศ์เล็กลงไปถนัดตาหลังได้ยินน้ำเสียงทุ้มต่ำของร่างหนาที่เบาะหลัง ไม่มีทางเลยที่คนสนิทซึ่งเปรียบได้เท่ากับมือขวาของคนเป็นนายอย่างตนจะเดาไม่ออกว่า ที่ฝนยังคงโปรยปรายนั้นเกิดขึ้นเพราะเจ้านายของตัวเองกำลังรู้สึกไม่พอใจกับอะไรบางอย่าง
น้อยคนนักจะรู้ว่า ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยที่มีสัดส่วนสมดุลราวกับพระเจ้าตั้งใจจัดวางมาเป็นอย่างดี นั้นซ่อนพายุร้ายอะไรเอาไว้บ้างในเบื้องลึก วายุภพตวัดสายตาออกไปมองยังนอกหน้าต่างอีกครั้ง เพื่อเฝ้ามองท้ายรถของบริษัทตัวเองที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวห่างออกไปจากครรลองสายตา ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงเย็นเยียบ
“ไปสืบมา”
“รับทราบครับ”
โครงคิ้วคมของคนเป็นนายขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เพราะเจ้าของมันกำลังรู้สึกสับสนจากภาพที่เห็นผ่านกระจกเมื่อครู่ ใบหน้าเรียวเล็กที่ดูสวยเกินชายกับแววตากลมโตที่กำลังจดจ้องมายังตำแหน่งของตนนั้นยังคงติดตา
แม้ว่าฝั่งของสวรรษาจะไม่สามารถมองทะลุเข้ามาถึงในตัวรถได้อย่างที่ต้องการ หากแต่เมื่อมองจากเบาะคนนั่งของโรลส์รอยซ์ โกสต์ราคาแปดหลักนี้แล้วนั้น วายุภพกลับสามารถมองเห็นเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่อยู่บนรถอีกคันได้อย่างเต็มตา เพราะต่อให้ฟิล์มรถคันที่อีกฝ่ายนั่งอยู่จะดำทึบเพียงใด แต่สายตาของวายุภพนั้นสามารถมองเห็นได้ดีกว่ามนุษย์ธรรมดาทั่วไปอยู่มากนัก
“เร็วที่สุด”
“ครับ?”
“เรื่องเด็กคนนั้น ขอเร็วที่สุด”
“อ่า ครับ”
ไม่ใช่ว่าหูฝาดหรือไม่รู้ใจเจ้านายที่ตัวเองถวายชีวิตเอาไว้เพื่อดูแล หากแต่ในความทรงจำอันยาวนานของภุชพงศ์แล้ว เขาจำไม่ได้เสียด้วยซ้ำว่าครั้งล่าสุดที่เจ้านายของเขาสั่งงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวด้วยประโยคที่ระบุเรื่องเวลากำกับมาด้วยนั้นคือตอนไหน
เพราะสำหรับ วายุภพ อัสนีวงศ์เดโชแล้ว คนในแวดวงธุรกิจพลังงานจะรู้จักเขาในฐานะเจ้าของกิจการเอกชนเจ้าเดียวที่ได้รับสัมปทานโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย แต่หากจะนับว่าใครที่เคยได้พบเจอหรือพูดคุยกับเขาแบบซึ่งหน้า ก็ยิ่งจะมีจำนวนน้อยลงไปอีกหลายเท่าตัว หากเทียบกับชื่อเสียงของบริษัทไฮโดรฟอร์ซที่เจ้าตัวถือครอง
แม้ว่า วายุภพจะถือเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงที่กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง เพราะนอกจากรูปร่างหน้าตาที่สำนักข่าวซุบซิบหลายเจ้าพยายามเล่นข่าวกันว่าหล่อเหลาจนไม่มีที่ติแล้ว เขายังพ่วงตำแหน่งนักธุรกิจพันล้านในขณะที่อายุยังน้อยเอาไว้กับตัวอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นตัวจริงของเขาผ่านงานสังคมต่าง ๆ เท่าใดนัก
ตัวตนของวายุภพไม่ควรเป็นที่กล่าวถึงหรือรับรู้ในวงกว้างจนเกินไปนัก ด้วยเพราะเขาไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป อย่างน้อย ๆ ก็ในเรื่องของเวลาที่เจ้าตัวมีอยู่อย่างเหลือเฟือ ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่เคยเร่งให้ ภุชพงศ์ทำอะไรหากมันเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
“ถามได้ไหมครับ?”
“มึงถามมาขนาดนี้แล้วภุช”
“ทำไมนายถึงอยากได้ข้อมูลของคุณคนนั้นเหรอครับ”
ภุชพงศ์ตัดสินใจเอ่ยถามข้อสงสัยของตนกับคนเป็นนาย เพราะเขารู้ดีกว่าใครว่า วายุภพนั้นสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างยืนยาวจนแทบจะไร้จุดจบบนโลกมนุษย์แห่งนี้ หรืออย่างน้อย ๆ เจ้านายของเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตายได้ เพียงเพราะความแก่ชรา หรืออาการบาดเจ็บโดยทั่วไป และนั่นเป็นสาเหตุให้พวกเขาต้องย้ายถิ่นฐานและก่อสร้างธุรกิจโดยอาศัยหุ้นส่วนและคู่ค้าออกหน้าแทนไปเรื่อย ๆ ตลอดเวลาที่ผ่านมา
และแน่นอนว่าสำหรับคนที่มีเวลาในการใช้ชีวิตอย่างเหลือเฟือนั้น จะมีความจำเป็นอะไรที่ต้องเร่งให้บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นโดยรวดเร็วกันเล่า หากไม่ใช่เพราะเหตุว่าเรื่องเหล่านั้นสำคัญเกินกว่าจะทนรอได้ไหว
“ไหนจะเรื่องฟ้าผ่าเมื่อกี้อีก”
“…”
“หรือว่านายรู้จักเขามาก่อน…”
“ถ้ากูรู้ แล้วกูจะให้มึงสืบทำไมภุช?”
“อ้อ... แหะ”
“ตั้งใจขับรถได้แล้ว ถ้าไปถึงช้า…กูจะให้ ไอ้ทิว ด่ามึง”
“ครับ ๆ แหม่ นี่ไอ้ภุชเองไงครับนาย”
“ก็เพราะเป็นมึงนี่แหละ กูด่าแล้วจำที่ไหน ให้ไอ้ทิวมันด่าน่ะถูกแล้ว”
คนเป็นลูกน้องหันกลับมาสนใจเส้นทางตรงหน้าอีกครั้งหลังจากได้ต่อปากต่อคำกับเจ้านายตัวเองอยู่พักใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงสังเกตเห็นว่าสายตาคมของบุรุษที่นั่งอยู่บนเบาะหลังยังคงมองตรงไปยังทิศทางที่รถบอดีการ์ดคันนั้นมุ่งไป
หลังจากที่รถของสวรรษาเลี้ยวพ้นสายตาออกจากถนนเส้นหลักไปได้หลายนาทีแล้ว เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของวายุภพก็ดังขึ้น พาให้โครงคิ้วของนักธุรกิจหนุ่มกระตุกเข้าหากันอีกครั้ง
“ว่า?”
[มึงอยู่ไหนแล้วครับคุณเพื่อน]
“ยังไม่ถึงเวลานัดมึงจะโทรตามกูทำไมทิว”
[ก็ ไอ้ตุลย์ มันถึงแล้ว เหลือแค่มึงคนเดียวเลยโทรถามดู เห็นปกติมาถึงก่อนพวกกูตลอด]
“ผิดแผนนิดหน่อย แต่ใกล้ถึงแล้ว”
[หืม?! … ระดับคุณวายุภพ เนี่ยนะ ผิดแผน?]
“ไม่ใช่กู…ไอ้ภุช”
[ฮ่า ๆๆๆ เออ ๆ งั้นมาถึงแล้วก็ขึ้นมาแล้วกัน]
วายุไม่ได้เอ่ยอะไรตอบกลับไปแต่เลือกที่จะกดตัดสายแทน เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้ารถที่ตัวเองโดยสารมาก็จะเลี้ยวเข้าสู่ตึกสูงใจกลางเมืองที่มีผับของเพื่อนสนิทเปิดให้บริการอยู่บนชั้นดาดฟ้าแล้ว
และก็เป็นดังคาด เพียงไม่นานยนตกรรมสีขาวคันงามก็หยุดลงที่บริเวณหน้าล็อบบี้ของโรงแรม 6 ดาวซึ่งมีเพื่อนสนิทของตนอย่าง ทิวาทิตย์ เป็นเจ้าของ ขายาวของนักธุรกิจหนุ่มที่ครอบครองความสูงถึง 192 เซนติเมตรก้าวลงจากประตูทางด้านหลังที่พนักงานโรงแรมกุลีกุจอวิ่งมาเปิดให้เพราะจำกันได้ดี
ไม่เพียงเท่านั้น เหล่าพนักงานต้อนรับก็ยังคงทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง เพราะทันทีที่ร่างสูงของวายุภพปรากฏตัวขึ้น ลิฟต์พิเศษสำหรับผู้บริหาร ก็เปิดกว้างพร้อมให้บริการ โดยที่เขาไม่จำเป็นต้องใช้เวลารอเสียด้วยซ้ำ
“เฮ้ย! วันนี้ฝนจะตกไหมวะ ไอ้วายุมาช้าสุดเนี่ย”
“หึ มึงอยากให้ตกไหมล่ะ”
“เดี๋ยว ๆ มึงใจเย็นนะ กูหยอกเล่นไงครับเพื่อน”
ทิวาทิตย์ร้องห้ามด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม เพียงเพราะอยากแซววายุภพ ผู้ซึ่งมักจะตรงเวลายิ่งกว่าใครแต่กลับกลายเป็นคนที่เดินทางมาเป็นลำดับสุดท้ายในวันนี้
“มึงไม่ลองจัดให้มันสักหน่อยอะ เอาให้แขกบนนี้ลุกหลบฝนกันแทบไม่ทันไปเลย”
“ไอ้ตุลย์ มึงเงียบ ๆ ไปเลย! เดี๋ยวมันสั่งฝนให้ตกจริง แล้วมันลำบากพนักงานกูไอ้เวร”
“สาบานว่ามึงห่วงพนักงาน?”
ตุลธร เอ่ยท้า เพราะไม่เชื่อว่าทิวาทิตย์ไม่ได้คิดเป็นห่วงยอดรายได้ของผับบนชั้นดาดฟ้าของตัวเอง แม้จะมีความจริงอยู่บ้างที่ ทิวจะรู้สึกเป็นห่วงว่าพนักงานจะต้องลำบากจัดการย้ายโต๊ะของแขกที่โซนบาร์เครื่องดื่มกลางแจ้งเข้าไปไว้ในโซนร้านอาหารทางด้านใน แต่มันก็คงไม่เท่ากับยอดรายได้หลักล้านในหนึ่งคืนที่เพื่อนของเขาจะได้จากที่นี่
“สาบานก็ตายเปล่าดิ ไอ้วายุมันคุมได้แต่ลมแต่ฝน มันคุมฟ้าผ่าได้ที่ไหน เกิดข้างบนเขาเหม็นหน้ากูขึ้นมาทำไง”
“ไอ้ทิว! ปากมึงนี่นะ”
“อ่า...เชี่ย โทษทีว่ะ”
ทิวาทิตย์มีสีหน้าสลดลงทันทีที่ถูกเพื่อนสนิทอย่างตุลธรเอ่ยทักเสียงดุ เมื่อตนเผลอไปพูดถึงสิ่งที่ไม่ควรก้าวล่วง เพราะนอกเหนือไปจากมือขวาอย่างภุชพงศ์แล้ว หากจะมีใครอื่นรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของวายุภพก็คงไม่พ้นเพื่อนสนิทสองคนนี้ซึ่งอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลกใบนี้
“เมาแล้วพูดไปเรื่อย ดีแล้วที่มึงรวยพอจะกั้นโซนวีไอพีให้พวกกูนั่งแดกเหล้ากับมึงเนี่ย”
ตุลย์ หรือ ตุลธร บ่นขึ้นขณะส่ายหัวไปมาอย่างเหนื่อยใจ กับความปากไวของเพื่อนตัวเอง เพราะถึงแม้เรื่องที่วายุภพจะสามารถสั่งฟ้าสั่งฝนได้จะฟังดูเหลือเชื่อ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ในประเทศที่ควรมีกระทรวงเวทมนตร์ยิ่งกว่าที่ใดบนโลกนี้จะไม่มีคนเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติพวกนี้เสียเมื่อไหร่
ไหนจะเรื่องที่เผลอพูดถึงเรื่องราว ที่เจ้าตัวเลี่ยงจะพูดถึงมาตลอดนั่นอีก
“ช่างเหอะ ที่มึงพูดมาก็จริงทุกเรื่องนี่”
คนถูกพูดถึงในบทสนทนายกแก้วเหล้าตรงหน้าขึ้นจิบอย่างไม่ใส่ใจนัก แม้ว่าเพื่อนอีกสองคนที่เหลือจะรับรู้ได้ดีผ่านบรรยากาศรอบกาย ว่าเจ้าของเรียวนิ้วยาวที่กำลังหมุนควงแก้วเหล้าในมือเบา ๆ กำลังหัวเสีย จากความมืดครึ้มที่ก่อตัวขึ้นจากมวลเมฆเหนือศีรษะของตน
วายุภพไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา หากแต่ถือกำเนิดมาพร้อมกับพลังควบคุมแรงลมและสายฝน และนั่นเป็นสาเหตุให้การทำธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศที่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำย่ำแย่เป็นอันดับต้น ๆ ของทวีป ประสบความสำเร็จจนเกินความคาดหมาย
หากจะพูดให้ถูกคงต้องใช้คำว่า เขาสามารถฝึกที่จะควบคุมพลังของตนได้มากขึ้นตามกาลเวลาที่ต้องมีชีวิตอยู่ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่งบนโลกมนุษย์เสียมากกว่า แต่ถึงทุกวันนี้เขาจะสามารถเรียกลม เรียกฝน หรือแม้กระทั่งใช้พลังเพื่อยับยั้งพวกมันได้แต่กลับมีเพียงอย่างเดียวที่เขาไม่สามารถควบคุมมันได้เลย นั่นคือ สายฟ้า
ร่องรอยเดียวที่เชื่อมโยง วายุภพเข้ากับเรื่องราวในอดีต ครั้งที่เขาดำรงอยู่ในฐานะ วชิรวิรุณ บุตรชายคนโตของพระพิรุณ องค์เทพผู้ถือครองพลังแห่งสายฝน คือเขาถูกส่งให้ลงมาเกิดบนโลกมนุษย์พร้อมกับพลังครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่ต้องอาศัยการฝึกฝนดวงจิตเพื่อจะควบคุมพวกมันอยู่นานหลายปี
วายุภพมีชีวิตอยู่พร้อมกับภาพความฝันที่ตามหลอกหลอนในแต่ละคืน ที่ไม่ว่าเขาจะพยายามเพ่งสมาธิเพื่อหยุดมันเท่าไร ก็ไม่สามารถลบเลือนเรื่องราวพวกนั้นได้เลยแม้แต่น้อย และเหตุผลของการที่เขาไม่สามารถควบคุมสายฟ้าได้ ก็ยังคงเป็นตราบาปที่ติดอยู่ในใจของเขาจวบจนวินาทีนี้
ไม่ต้องพูดถึงผู้เป็นบิดา เพราะนับตั้งแต่ที่เขาลืมตาขึ้นมาในฐานะ วายุภพ เขาก็ไม่สามารถติดต่อกับ พระพิรุณที่ใคร ๆ มักเรียกกันติดปากว่าเป็นเทพเจ้าแห่งท้องฟ้าและเมฆฝนได้อีกเลย มีเพียงการระลึกรู้ในดวงจิตที่ติดตัวมาแต่กำเนิดเท่านั้นที่คอยเตือนให้เขารับรู้ในชาติกำเนิดที่แท้จริง อันเป็นที่มาของพลังที่วายุภพไม่เคยปรารถนาที่จะมี
“สวัสดีครับคุณทิว คุณตุลย์…นี่ครับนาย ข้อมูลที่นายให้ผมหา”
เสียงของผู้มาใหม่ดังขึ้นเพื่อทักทายสองเพื่อนสนิทของเจ้านาย ก่อนที่ภุชพงศ์จะหันไปส่งแท็บเล็ตในมือให้กับผู้เป็นนาย ไม่ใช่เรื่องยากลำบากนักกับการหาข้อมูลของมนุษย์เดินดินธรรมดาคนหนึ่งสำหรับคนที่มีทั้งเงินทองและเส้นสายในวงสังคม ข้อมูลโดยละเอียดของเจ้าของดวงตาติดเศร้านั้นถูกรวบรวมมาอยู่ในมือของวายุภพ ภายในเสี้ยวเวลาที่ภุชพงศ์นำรถไปจอดแล้วขึ้นลิฟต์มาถึงที่นี่
“ข้อมูลอะไรวะ”
“นั่นดิ ปกติมึงไม่คุยเรื่องงานในวงเหล้านี่”
ทิวาทิตย์เอ่ยถามก่อนที่ตุลธรจะสมทบ ด้วยเหตุผลที่ฟังขึ้นหากการรีบร้อนส่งต่อข้อมูลของภุชพงศ์ในครั้งนี้จะดูผิดสังเกตในสายตาของทั้งคู่ แต่เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากเพื่อนสนิท ทิวจึงเลือกที่จะหันไปเค้นถามจากเลขาฯ คนสนิทที่ทำหน้ากระอักกระอ่วนอยู่แทน
“มันให้หาข้อมูลอะไร ภุช”
“เอ่อ…คือ”
“พวกมึงไม่เสือกสักเรื่องได้ไหมวะ”
“ได้…แต่เอาไว้เรื่องอื่นนะ เรื่องนี้กูอยากใส่ใจอะ”
ไร้ซึ่งความสลดใด ๆ ทิวยังคงหันไปใช้สายตาคาดคั้นกับภุชพงศ์ที่ยังคงอ้ำอึ้ง เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองมีสิทธิ์จะเล่าเรื่องของเจ้านายหรือไม่ โชคยังดีที่ตุลธรหันมาเอาแก้วเหล้ายัดใส่มือเจ้าของสถานที่ได้ทันก่อนที่ภุชพงศ์จะเผลอหันไปสบตาอีกครั้งจนพ่ายแพ้
“แดกเหล้าไปเงียบๆเลยมึงอะ”
“อ้าว! เดี๋ยวดิวะ ก็กูอยากรู้อะ มึงคิดดูนะตุลย์ ไอ้วายุเล่นไม่สนใจรอบตัวขนาดนี้ มันต้องสำคัญขนาดไหนอะ ปกติกูกวนมันขนาดนี้มันต้องหันมาด่ากูแล้วดะ…อึก”
เมื่อเห็นว่าทิวไม่คิดจะละความพยายาม ตุลธรจึงเลือกที่จะตัดคนขี้ใส่ใจตั้งแต่ต้นลม ด้วยการยกแก้วเหล้ากรอกปากเพื่อนตัวเองไปจนเสียงของทิวาทิตย์ขาดหาย ถึงกระนั้นความวุ่นวายเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ทำให้วายุภพละสายตาจากหน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าในมือไปได้เลย
ชื่อ : สวรรษา เมฆานุรักษ์
ชื่อเล่น : เรน
วัน/เดือน/ปีเกิด : 29 สิงหาคม 2543
อายุ : 25 ปี 6 เดือน 3 วัน
ส่วนสูง : 173
น้ำหนัก : 62
ที่อยู่ : …
ข้อมูลมากมายเกี่ยวกับสวรรษาไหลผ่านดวงตาคู่คม ก่อนที่แสงสว่างวาบจะปรากฏขึ้นเหนือศีรษะ ที่มาพร้อมกับเสียงดังสนั่นจากสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมายังสายล่อฟ้าตรงด้านข้างของตัวตึก จนสร้างความแตกตื่นให้กับแขกนักเที่ยวในโซนบาร์ที่อยู่ห่างไปไม่ไกล
เพราะค่ำคืนนี้ไม่ได้มีวี่แววของลมฝนแม้แต่น้อย แต่อยู่ดี ๆ กลับมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ทว่ามันก็ถือเป็นเหตุผลเพียงพอให้ทั้งเพื่อนและลูกน้องของวายุภพหันกลับมามองที่เขาเป็นตาเดียว
“นายครับ!”
“ไอ้วายุ เลือด!!”
กลิ่นคาวคลุ้งตีขึ้นในห้วงลมหายใจเมื่อวายุภพรู้ตัวว่าตัวเองกำลังมีเลือดสด ๆ ไหลออกทางจมูก แต่ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เจ้าตัวเป็นกังวล ริมฝีปากหยักเอ่ยขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางความตระหนกของคนรอบตัว
“กูเจอแล้ว”
To be continued
.
.
.
#เมื่อฝนจำรักได้
เชิงอรรถ
^
Rolls-Royce Ghost เป็นรถยนต์ซีดานหรูที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V12 ขนาด 6.75 ลิตร เทอร์โบคู่ มีให้เลือกหลายรุ่นย่อย เช่น รุ่นมาตรฐาน รุ่น Extended Wheelbase (ฐานล้อยาว) และรุ่นสมรรถนะสูง Black Badge ซึ่งมีกำลังแรงม้ามากกว่า ราคาของรุ่นปี 2025 อยู่ในช่วงประมาณ 29.9 - 46.9 ล้านบาท