ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง
ชาย-ชาย,ลึกลับ,แฟนตาซี,รัก,ข้ามเวลา,เทพ ,พระเอกรวย,ฟีลกูด/feelgood,จบดี ,พระเอกธงเขียว,พระเอกคลั่งรัก,อดีตชาติ,wildoatlavender,เมื่อฝนจำรักได้,พล็อตสร้างกระแส,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้ใครจะเชื่อว่าคนที่ถูกตั้งชื่อให้แปลว่าฤดูฝน จะหวาดกลัวช่วงเวลาฝนตกยิ่งกว่าใคร หารู้ไม่ว่าสาเหตุที่เรื่องเลวร้ายในชีวิตมักจะเกิดขึ้นพร้อมกับสายฝนนั้น มันคือโชคชะตาที่ตนไม่อาจหลีกเลี่ยง
เมื่อเรื่องราวของอดีตชาติ
กลายเป็นบทลงทัณฑ์แห่งฟากฟ้า
และความรักต้องถูกพลัดพรากให้มิอาจตามหา
วายุภพ ที่ครั้งหนึ่งเคยถือครองพลังแห่งสายฟ้า
กลับต้องโทษจากความผิดอันร้ายแรง ให้ต้องดำรงอยู่ผ่านห้วงเวลาที่หมุนไปพร้อมกับพลังที่ไม่อาจควบคุม
สวรรษา มนุษย์ผู้ถือกำเนิดในคืนที่พายุฝนโหมกระหน่ำ
แต่ทุกเรื่องราวเลวร้ายในชีวิตกลับอุบัติขึ้นพร้อมกับสายฝน จนเกิดเป็นความรู้สึกหวาดกลัวที่ไม่อาจข้ามพ้น
ความฝันที่ไม่เคยชัดเจน หากแต่กลับไม่เคยเลือนหาย
ต่างคนต่างกำลังตามหาเรื่องราวที่ยังไม่ถูกเปิดเผย
และในทุกครั้งที่พวกเขาเกือบได้พบหน้า ท้องฟ้าก็กลับพรากทั้งคู่ออกจากกัน
ติดตามบทพิสูจน์ว่าความรัก ไม่เคยสูญหายไปตามกาลเวลา
หากแต่เพียงแค่เฝ้ารอ วันที่หัวใจจะระลึกได้อีกครั้ง
#เมื่อฝนจำรักได้
“ชื่อฝน แต่กลัวเสียงฟ้าร้องตอนฝนตกงั้นเหรอ”
“อ่า ครับ ตลกดีใช่ไหม ผมน่ะไม่ได้อยากกลัวฝนเลยนะ แต่ทุกครั้งที่ฝนตกชีวิตผมมันมักจะเจอแต่เรื่องแย่ๆ ตลอดเลยนี่สิ”
⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และฉบับแก้ไข - เพิ่มเติมทุกฉบับ โดยห้ามมิให้ผู้ใดคัดลอก เลียนแบบ ดัดแปลง หรือแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่ง
และห้ามมิให้มีการเผยแพร่ รวมถึงการจัดเก็บ ถ่ายทอด สแกน บันทึก ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะในรูปแบบหรือวิธีการใดในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์ โดยมิได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์
~~~~~~~
เนื้อหาทั้งหมด เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน
ตัวละคร รูปภาพประกอบ พฤติกรรม สถานที่ วิชาชีพ หน่วยงาน ทั้งหมดที่ถูกกล่าวถึง
ในงานเขียนเรื่องนี้ เป็นสิ่งสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
ผู้เขียนมิได้มีเจตนา กล่าวถึง พาดพิง หรืออ้างอิง กับบุคคล สถานที่ หรือหน่วยงานใด ในความเป็นจริง
อาจมีเนื้อหาและการใช้ภาษาที่เกี่ยวกับ เพศ พฤติกรรมด้านความรุนแรง ที่ขัดต่อกฎหมาย ความเชื่อ ศีลธรรม และประเพณี
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘
Story : Heart in the raindrops #เมื่อฝนจำรักได้
Author : WildOat Lavender (ไวลด์โอ๊ต ลาเวนเดอร์)
Illustrator : Himefreeze / Budzob / Prynn_10 / ZeliciaV / Moontears / OCTO.CATZ / INKTIARA / Karnnnbv
Proofreader : Wanlakham / Larchspiraea
Layout Designer : Ramyproof / Larchspiraea
Typographer : แมวอ้วนไทโป
Special Thanks : BTM Crews
⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘⫘
Teen and up audiences - เหมาะกับผู้อ่านตั้งแต่วัยรุ่นขึ้นไป
Fluff and Angst - แนวอบอุ่นหัวใจแต่มีปมดราม่าสอดแทรกในระหว่างดำเนินเรื่อง
Mature Character Death - มีการกล่าวถึงการเสียชีวิตของตัวละคร
Threats of Violence - การคุกคามคนอื่นด้วยความรุนแรง
Supernatural - มีพลังเหนือธรรมชาติ
Mature Violence - มีการกล่าวถึงการใช้ความรุนแรง
Explicit Sex Scene - มีการบรรยายถึงฉากร่วมเพศอย่างชัดเจน
Happy Ending - ตอนจบแบบสุขนิยม
╭──────────.★..─╮
ช่องทางติดต่อพูดคุย
╰─..★.──────────╯
𝕀𝕟𝕤𝕥𝕒𝕘𝕣𝕒𝕞 ➥ wildoat_larch
𝔽𝕒𝕔𝕖𝕓𝕠𝕠𝕜 ➥ WildOat Lavender นามปากกา
𝕋𝕚𝕜𝕋𝕠𝕜 ➥ wildoat_larch
𝔹𝕝𝕦𝕖𝕤𝕜𝕪 ➥ wildoatlarch
𝕏 ➥ wildoat_larch
✦•┈⋅ ∘₊ ⋯ ⋯ ₊∘ ⋅┈•✦
Heart in the raindrops
#เมื่อฝนจำรักได้
“หึ ยังไงล่ะแกน่ะ นอนหลับทั้งวันไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับใครเขาเลยนะ”
เสียงของเจ้าของห้องตามกฎหมายที่กำลังหยอกล้อกับลูกแมววิเชียรมาศ ซึ่งกำลังนอนหงายท้องราวกับต้องการประกาศศักดาว่าตนนี่แหละคือเจ้าของห้องตัวจริง โดยไม่ได้รับรู้การมีอยู่ของร่างสูงที่ยอบตัวลงมาใกล้กันเลยแม้แต่น้อย
ปลายนิ้วหนาของวายุภพ ค่อย ๆ สะกิดลากเบา ๆ ลงไปยังกลางท้องของเจ้าเหมียวสีขาวนวลที่มีแต้มครบ 9 จุดอย่างถูกต้องตามตำรา ส่งผลให้เจ้าของดวงตาสีฟ้าอมเทาค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่งเสียงทักทายกันอย่างง่วงงุน
เงี้ยวววว~
เสียงเพอเบา ๆ ในลำคอของเจ้ามีกันยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับปลายหางสีน้ำตาลไหม้ที่สะบัดเล็กน้อย เพราะความหัวเสียที่ถูกมือหนาจกพุงกันอย่างถือวิสาสะ
ท้ายที่สุดเมื่อเห็นว่าการสะบัดหางไม่ได้ช่วยสื่อสารให้ร่างตระหง่านตรงหน้าเข้าใจความหมายได้ว่า สิ่งที่ทำอยู่มันรบกวนเวลานอนกลางวัน เจ้ามีกันเลยพลิกตัวกลับมานอนตะแคงพร้อมกับเพิ่มระดับความหนักแน่นในการฟาดหางลงไปกับฟูกบนเบาะจนเกิดเสียงดังปึกปัก
“อะไร เล่นด้วยแค่นี้ จะมามองค้อนอะไรน่ะไอ้เหมียว!”
วายุบ่นเสียงเข้มเพราะนอกจากไอ้เจ้าขนฟูนี่จะไม่สำนึกบุญคุณที่เขาอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตไปช่วยมันเอาไว้แล้ว ยังทำหน้าเหมือนอยากไล่เจ้าของห้องออกไปจากบ้านของตัวเองอีกต่างหาก
“ระวังเถอะฉันจะจับแกไปหย่อนลงหน้าต่าง!”
“ฮะ?!”
แง้วววว ~
“…”
นั่นคือประโยคที่เรนได้ยินหลังจากที่ภุชพงศ์เป็นฝ่ายเปิดประตูให้ตนเข้ามาในห้อง สีหน้าของคนที่กำลังงุนงงกับการได้เห็นภาพผู้ชายตัวโตกำลังยกลูกแมวตัวใหญ่ไม่เกินฝ่ามือของตัวเองขึ้นมาถือไว้ในระดับสายตา พร้อมกับเอ่ยประโยคเมื่อครู่ ทำเอาคนที่ยกกระเป๋าเดินทางใบย่อมเดินตามหลังเข้ามาถึงกับหลุดขำจนเสียอาการ
“อุ๊ปส์!…ฮ่า ๆ ๆ ๆ นายทะเลาะกับลูกแมวเหรอครับ?”
“กูทะเลาะที่ไหน?!”
“แล้วคุณวายุจะจับมีกันโยนลงหน้าต่างทำไมล่ะครับ”
“…”
หลังจากตั้งสติได้ ทาสอย่างเป็นทางการของเจ้ามีกันก็เอ่ยคำถามเมื่อครู่ออกมาด้วยรอยยิ้ม เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นท่าทางไปไม่เป็นของผู้ชายที่ปกติมักจะวางมาดขรึมอย่างวายุภพ
“เธอก็ดูมันสิ แค่จับนิดจับหน่อยก็โวยวายสะบัดหาง มองกันตาเขียว”
“แล้วคุณวายุจับตรงไหนของมีกันล่ะครับ”
“ก็ท้องมันน่ะสิ”
“อ๋า ปกติน้องแมวจะไม่ชอบให้จกพุงครับ มันเป็นอวัยวะที่ถือเป็นส่วนเปราะบางที่ต้องระวังภัยน่ะครับ”
เรนยกยิ้มในขณะที่เอ่ยอธิบายให้คนตรงหน้าฟังอย่างใจเย็น เพราะถึงแม้ตัวเองจะไม่เคยได้มีโอกาสรับเลี้ยงแมวตัวไหน แต่ทว่าทาสแมวออนไลน์อย่างเขานั้น แทบจะไม่เคยเลื่อนผ่านคลิปคอนเทนต์เกี่ยวกับน้องแมวไปได้เลยสักคลิป ความรู้พวกนี้จึงถือเป็นความรู้พื้นฐานที่เรนค่อย ๆ สะสมมันมาอยู่ตลอด นับตั้งแต่รู้ตัวว่าชอบเจ้าเหมียวพวกนี้ขนาดไหน
เมี้ยวววว ~
เสียงร้องเบา ๆ จากเจ้ามีกันดังขึ้น ในระหว่างที่กำลังย้ายที่อยู่จากบนฝ่ามือของวายุ มาเป็นในอ้อมกอดของทาสตัวจริงอย่างสวรรษา มีกันขยับตัวเพียงเล็กน้อยก่อนจะซุกหน้าเข้าไปในช่องว่างระหว่างแขนกับช่วงเอวของเรน ราวกับจะออดอ้อน จนภุชพงศ์ที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแชว
“โอ้โฮ รีแอกต่างกันลิบลับมาก ไอ้เหมียว ฮ่า ๆ ”
“มึงขนของเสร็จแล้วเหรอ ภุช?”
“ชะอุ่ย ยังครับนาย”
ไม่ต้องรอให้คนเป็นนายสั่งซ้ำ เพราะแค่เงยหน้ามาสบกับสายตาคาดโทษจากนายเหนือหัว ภุชพงศ์ก็หุบยิ้มแล้วย้ายตัวเองออกไปขนกระเป๋าเดินทางอีกสองใบเข้ามาทันที
“มีกัน…จะทำอย่างนี้กับคุณวายุไม่ได้นะครับ ถ้าไม่มีคุณวายุ มีกันอาจจะไม่รอดมาอย่างทุกวันนี้นะ ที่สำคัญมีกันกับเรนก็จะไม่ได้อยู่ด้วยกันด้วย เพราะงั้นต้องรักคุณวายุให้มาก ๆ เข้าใจไหมครับ”
โทนเสียงช่องที่ 2 ถูกสวรรษานำมาใช้กับเจ้าวิเชียรมาศในอ้อมแขน ที่ยังคงเงยหน้าหลับตาพริ้มปล่อยให้เรนได้เกาคางให้กันอย่างสบายอารมณ์ ยิ่งทำให้คนมองอดที่จะถอนหายใจใส่เพราะความหมั่นไส้ไม่ได้
ทีกับเขาละสะบัดหางประท้วง ทีกับร่างเล็กตรงหน้า ทั้งอ้อน ทั้งมุดเข้าหา ไหนจะเสียงเพอที่ดังมาจนเข้าหูของคนที่อยู่ห่างกันไปหลายก้าวอย่างเขาด้วยแล้วยิ่งมองก็ยิ่งน่าจับโยนลงหน้าต่างอย่างที่ปากพูดจริง ๆ นั่นแหละ
แต่ถึงอย่างนั้นวายุก็ทำได้เพียงแค่คิดในใจ เพราะถ้าเกิดวันไหนเขาแพ้เสียงในหัวตัวเองขึ้นมาจริง ๆ รับรองได้เลยว่า สวรรษาคงไล่เขาให้โดดตามไปเป็นแน่
“เรียบร้อยแล้วคร้าบ ของทั้งหมดของคุณเรน ผมวางไว้ให้ในห้องแล้วครับ”
“ขอบคุณนะครับ พี่ภุช”
“ด้วยความยินดีคร้าบ”
“พี่?”
“…”
คงมีเพียงสวรรษาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยังไม่รับรู้ถึงความผิดปกติในน้ำเสียงของวายุภพ เพราะในตอนนี้สีหน้าของภุชพงศ์นั้นแปรเปลี่ยนจากรอยยิ้มเต็มแก้ม มาเป็นยิ้มค้างอย่างแห้ง ๆ แทนแล้วหลังได้ยินคำถามของเจ้านาย
“ครับ พี่ภุช...ก็พี่ภุชอายุเยอะกว่าเรน เรนก็เลย…”
“มึงเข้าไปเตรียมเอกสารที่กูต้องเซ็นในห้องทำงานไปภุช”
“ครับนาย!”
ยังไม่ทันจะสิ้นสุดประโยคของสวรรษา เสียงทุ้มต่ำของวายุภพก็ดังขึ้น ในขณะที่หันไปสบตากับเลขาฯ ของตัวเอง แววตาคมที่ภุชพงศ์แทบไม่ต้องใช้เวลาในการตีความซึ่งมาพร้อมกับคำสั่งเมื่อครู่ ทำให้ชายหนุ่มยิ้มเก่งต้องเก็บรอยยิ้มของตัวเองเดินหายเข้าไปอีกด้านของเพนต์เฮ้าส์ในตำแหน่งของห้องทำงานในทันที
ปลายเท้าในรองเท้าสลิปเปอร์ สีน้ำเงินขยับเข้าใกล้สวรรษาขึ้นอีกระดับก่อนเจ้าของส่วนสูงที่มากกว่ากันอยู่เกือบ 20 เซนติเมตรจะเอ่ยด้วยเสียงที่นุ่มกว่าเมื่อครู่เพียงให้ได้ยินกันสองคน
“ให้ไปด้วยกันแค่ครึ่งวัน ไปสนิทกันถึงขนาดเรียกมันว่าพี่เลยหรือไง?”
“อ่า เรนขอโทษครับ”
ปกติก็ไม่ได้เป็นคนช่างพูด แถมพอได้พูดคนฟังกลับแปลความหมายไปคนละอย่างอีกต่างหาก ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ไม่ยากว่า สวรรษากำลังตีความประโยคเมื่อครู่ของตัวเองไปคนละทางกับที่ตนตั้งใจ
“ฉันแค่ถาม ยังไม่ได้ว่าอะไรเธอสักคำเลย”
“ก็ เรนเห็นคุณทำหน้าดุ เหมือนไม่พอใจ...”
“ฉันเคยบอกเธอแล้วว่า ไม่มีอะไรที่เธอต้องขอโทษฉันอีกแล้วเรน”
“...”
ต่อให้ไม่ค่อยได้ฟังเสียงของอีกฝ่ายมากนัก แต่สวรรษาก็มั่นใจว่าโทนเสียงเมื่อครู่ วายุภพตั้งใจปรับมันให้นุ่มกว่าปกติ ริมฝีปากที่เม้มแน่นจากความรู้สึกกังวลเมื่อครู่ค่อย ๆ คลายตัวลงหลังจากได้เห็นสายตาที่ไม่ได้คิดจะเอาผิดกันอย่างที่พูดจริง ๆ
“ไอ้ภุช เกิดทีหลังฉัน”
“ครับ?”
“…”
“อ๋ออออ หมายถึงคุณวายุอยากให้เรนเรียกคุณว่าพี่เหมือนกันเหรอครับ”
สวรรษาไม่ใช่คนโง่ แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่หากวัดจากใบหูที่ขึ้นสีเลือดฝาดจาง ๆ ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้ผ่านสีผิวที่ขาวสว่างราวกับคนไม่เคยโดนแดดนั่นแล้ว เรนก็คิดว่าตนพอจะเดาออกอยู่บ้าง
รอยยิ้มที่กว้างกว่าปกติประดับขึ้นบนใบหน้าหวาน เอื้อให้วายุภพได้เห็นลักยิ้มจาง ๆ ที่ข้างแก้มของคนเด็กกว่าได้ชัดขึ้น น่าแปลกที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมันก่อนหน้านี้ แต่ถึงอย่างนั้นเมื่อได้เห็นแล้ว เขาก็ไม่อาจละสายตาออกไปได้เลย จนกระทั่งได้ยินประโยคของคนตรงหน้า
“แต่เรนว่าไม่เหมาะหรอกครับ ระดับคุณวายุแค่ให้เรนมาเรียกแทนตัวเองซะสนิทขนาดนี้เรนก็ว่าไม่เหมาะแล้ว”
“…อืม งั้นก็แล้วแต่เธอเถอะ”
ในเมื่อเจ้าตัวเขาไม่สะดวกใจจะเรียก คนอย่างวายุภพก็ไม่ได้คิดจะเซ้าซี้ให้อีกฝ่ายลำบากใจ ร่างสูงทำเพียงพยักหน้ารับคำ เพราะไม่อยากเก็บมาเป็นอารมณ์ แต่ทว่ามันก็ไม่ทันเสียแล้ว
“เฮ้อ เมื่อกี้ยังฟ้าสว่างอยู่เลย แกล้งกันหรือเปล่าเนี่ย!”
“แกล้ง?”
“ครับ เรนว่าจะซักเสื้อให้มีกันซะหน่อย เมื่อเย็นรบกวนให้พี่ภุชพาแวะซื้อที่เพตช็อปมาน่ะครับ กลางคืนเรนกลัวมีกันจะหนาว”
“อ่า ในห้องซักรีด มีเครื่องอบผ้า เธอใช้ได้เลย ไม่ต้องไปรอฝนบ้าฝนบออะไรนั่นหรอก มันเอาแน่เอานอนไม่ได้”
พูดไปก็เหมือนกำลังด่าตัวเองกลาย ๆ เพราะวายุรู้ดีกว่าใครว่าสาเหตุที่อยู่ดี ๆ ฝนนอกฤดูที่ไม่มีวี่แววว่าจะตก กลับตกลงมาเมื่อครู่นั่น เป็นผลมาจากตัวเขาเองที่เป็นต้นเหตุ วายุภพจึงเลือกแนะนำให้เรนได้หลบไปใช้เวลาในห้องที่อยู่ใจกลางของเพนต์เฮ้าส์เพื่อจะได้ไม่ต้องทนฟังเสียงฝนฟ้าคะนองพวกนั้น ในระหว่างที่เขากำลังพยายามทำสมาธิเพื่อหยุดมัน
“งั้น เรนไม่เกรงใจนะครับ ปะ มีกัน ไปดูชุดใหม่ของหนูกันครับ!”
ประโยคแรกที่ใช้น้ำเสียงปกตินั้นแน่นอนว่า เรนเอ่ยกับร่างสูงตรงหน้า ส่วนประโยคที่เสียงละมุนกว่ากันถึงแปดระดับ เรนหันไปเอ่ยกับเจ้าก้อนขนในมือของตัวเองไม่ผิดแน่ ดูจากที่พากันเดินหายเข้าไปทางโซนซักล้างภายในไม่กี่วินาทีหลังวายุพยักหน้าให้แทนคำอนุญาตนี่ก็ได้
เมื่อเห็นว่าทาสและเจ้านายขี้เห่อแยกตัวเข้าไปแกะถุงชุดสัตว์เลี้ยงกันสองชีวิตเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคราวที่ร่างสูงจะเข้าไปจัดการกับคนที่ตนหมั่นไส้จนแทบทนไม่ไหวได้เสียที
“เอกสารพวกนี้ผมเรียงหน้าให้นายเอาไว้หมดแล้วนี่ครับ”
“เออไง”
“อ้าว! แล้วนายให้ผมเข้ามาเรียงอะไรอีกล่ะครับ?”
“เรื่องของกู”
“นั่น! หน้าหงิก แถมทำฝนตกขนาดนี้ โมโหที่คุณเรนเรียกผมว่าพี่เหรอครับ”
พลั่ก!
อึก!
“ซี้ด…เท้าหนักเหมือนเดิมเลยนะคร้าบบบบ แหะ”
สนามอารมณ์ในคราบเลขาฯ ยังสู้มือด้วยการเอ่ยแซวเจ้านายของตัวเอง ทั้ง ๆ ที่มือก็ยังลูบต้นขาตัวเองป้อย ๆ เพราะความเจ็บจากแรงปะทะเมื่อครู่ยังไม่ซาไป
“เอาอีกสักทีไหม?”
“โอย ๆ พอก่อนคร้าบบบบ ถึงไอ้ภุชจะทนมือทนเท้า แต่ก็ขอเหลือขาไว้เดินเถอะคร้าบ เกิดไอ้ภุชคนนี้สลบไป ใครจะเล่าเรื่องคุณเรนให้นายฟังละครับ”
“เรื่องอะไร?”
เมื่อได้ยินชื่อของคนที่ตนเคยสั่งให้ติดตามเฝ้าสังเกตการณ์มาตลอด สายตาคู่คมของวายุภพก็ตวัดจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมาสบตากับคนที่คิดจะเอาข้อมูลมาแลกกับความปลอดภัยของตัวเองภายในเสี้ยววินาที
“คุณเรนเธอบอกว่า อาทิตย์หน้าเธอจะได้ทำงานแล้วน่ะครับ จากที่ปกติช่วงนี้จะตกงานยาว ๆ ท่าทางดูตื่นเต้นน่าดู เห็นว่าคอนเฟิร์มแน่นอนแล้วด้วย คุณเรนถึงกับกล้าใช้เงินเปย์เจ้าเหมียวมีกันนั่นไงล่ะครับ”
วายุภพไม่ได้นึกแปลกใจนักเพราะนับตั้งแต่ที่ตนสั่งให้ภุชพงศ์ส่งคนตามสืบเรื่องราวของสวรรษา วายุก็แทบไม่เห็นว่าเรนจะกล้าใช้เงินไปกับอะไรที่ฟุ่มเฟือยมาก่อน ซ้ำยังคอยออกไปทำงานที่มินิมาร์ตเพื่อหาเงินมาใช้กินอยู่ในแต่ละวันอีกด้วย
แต่กับวันนี้ที่คนเด็กกว่าถึงกับเป็นฝ่ายออกปากชวนเลขาฯ ของเขาไปซื้อชุดใหม่ให้เจ้ามีกันด้วยตัวเองแล้ว นั่นก็หมายความว่าสภาพคล่องทางการเงินของสวรรษาน่าจะอยู่ในระดับที่เจ้าตัววางใจได้ในระดับหนึ่ง
“งานที่บริษัทของรุ่นพี่คนนั้นเหรอ?”
“ครับนาย”
“งานอะไร ทำกี่วัน ที่ไหน?”
“แอปพลิเคชัน สกายเซนส์ ครับ เจ้าของชื่อคุณปรินทรา”
“ไปสืบประวัติทั้งหมดเกี่ยวกับที่นั่นมาให้กู”
“รับทราบครับ”
โครงคิ้วคมของวายุภพขมวดเข้าหากันอีกครั้งหลังได้ยินชื่อบริษัทผู้ว่าจ้าง เพราะเท่าที่เขารู้มา หากเป็นบริษัททุนหนาที่เคยทำงานกับบริษัทที่เรนรับงานอยู่ประจำ ก็มักจะเคยพิสูจน์ฉายา พาหะเรียกฝน ของสวรรษาจนแทบไม่กล้าจะลองของ
แต่กับ สกายเซนส์ บริษัทพัฒนาแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศหน้าใหม่มาแรงนี้ กลับเลือกที่จะคอนเฟิร์มการจ้างงาน ทั้ง ๆ ที่ควรจะมีฝ่ายการตลาด หรือเอเจนซี ดี ๆ สักเจ้าเคยให้คำปรึกษารวมถึงคำเตือนไปบ้างแล้ว
“เดี๋ยวมึงออกไปอยู่ข้างนอก เผื่อเรนกลัว เดี๋ยวกูออกไป”
“นายจะทำสมาธิเหรอครับ”
“อืม วันนี้กูต้องออกไปหาพวกไอ้ทิว ไม่อยากปล่อยเรนไว้คนเดียวทั้งอย่างนี้”
“แต่…”
“ทำที่กูสั่งภุช”
น้ำเสียงเย็นเยียบยิ่งกว่าสายฝนที่โปรยปรายทางด้านนอกทำเอาภุชพงศ์ไม่กล้าคัดค้าน เขาทำเพียงก้มหน้ารับคำแล้วออกไปเตร็ดเตร่ที่ห้องนั่งเล่นตามคำสั่งของคนเป็นนาย เพราะถึงแม้เพนต์เฮ้าส์แห่งนี้จะถูกก่อสร้างด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่พอจะกันเสียงจากเม็ดฝนธรรมดา ๆ ได้อยู่บ้าง แต่หากลองวายุภพได้ออกปากแล้ว สิ่งที่ต้องทำก็มีเพียงปฏิบัติตามก็เท่านั้น
แม้ลมฝนจากภาวะอารมณ์ของวายุภพจะไม่ได้กระโชกแรงจนเสียงทะลุเข้ามาในอาคารได้มากนัก แต่ถึงอย่างนั้นคนที่หงุดหงิดจนทำให้ฝนตก ก็ยิ่งหัวเสียมากขึ้นเพราะไม่อาจบังคับให้มันหยุดลงได้อย่างใจนึก ราวกับยิ่งห้ามก็เหมือนกลายเป็นยิ่งยุ วนเวียนอยู่อย่างไม่รู้จบ
หลังจากใช้เวลาอยู่นานหลายนาที แสงแดดจากภายนอกก็กลับมาส่องแสงรำไรลอดผ่านกระจกเต็มบานทางฝั่งระเบียงห้องอีกครั้ง เป็นสัญญาณให้คนที่นั่งแกร่วอยู่กลางห้องนั่งเล่นพอได้รู้ว่า นายเหนือหัวของตนจัดการตัวเองได้เรียบร้อยแล้ว
กลิ่นน้ำหอม Paco Rabanne Invictus มาพร้อมกับร่างสูงของนักธุรกิจหนุ่ม ในมาดที่ดูแปลกตาไปเล็กน้อย เพราะในเวลาหัวค่ำแบบนี้ วายุภพไม่ได้สวมสูทผูกเนกไทเต็มยศอย่างปกติ แต่กลับเดินออกมาจากห้องนอนด้วยลุกออลแบล็ก กับทรงผมเปิดหน้าผากที่เซตไว้อย่างสบาย ๆ กว่าทุกที
“เรนล่ะ”
“คุณเรนน่าจะกำลังป้อนยาให้มีกันครับ”
เจ้าของคำถามทำเพียงพยักหน้ารับรู้ ในระหว่างที่ยืนรอเลขาฯ อย่างภุชพงศ์ให้ออกไปด้วยกัน เพราะคืนนี้วายุภพมีนัดกับเพื่อนสนิทอย่างตุลธรและทิวาทิตย์ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนักสำหรับวันสุดท้ายของสัปดาห์อย่างค่ำคืนวันศุกร์นี้
-/-/-/-/-
ใบหน้าหล่อคมสะท้อนกับกระจกฝั่งที่นั่งด้านหลังของ Rolls Royce Ghost สีขาวในขณะที่รถคันนี้เคลื่อนตัวผ่านถนนชานเมืองของกรุงเทพมหานคร ที่การจราจรยังคงคับคั่งเหมือนทุกที โดยมีภุชพงศ์ซึ่งยังทำหน้าที่ของตัวเองในตำแหน่งหลังพวงมาลัยเช่นเดิม
หลังจากที่วายุทำเพียงเคาะประตูเพื่อบอกกับสวรรษา ว่าตัวเขาจะกลับดึกในเวลานี้ เพื่อไม่ให้รบกวนเวลาส่วนตัวของคนเด็กกว่า ร่างสูงก็แยกตัวออกมาขึ้นรถประจำตำแหน่งของตัวเองทันที เพราะคืนนี้วายุภพตั้งใจจะปรึกษาปัญหาสำคัญกับเพื่อนสนิท และแน่นอนว่าคงต้องมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวด้วยอย่างแน่นอน เขาจึงเลือกให้ภุชพงศ์รับหน้าที่สารถีเพื่อความปลอดภัย
“คือตกลงที่มึงเรียกพวกกูมาเพราะมึงกำลังสงสัยว่า คุณสวรรษาทำให้พลังในตัวมึงแปรปรวน?”
“ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้ กูก็คิดเหตุผลอื่นไม่ออกแล้ว”
วายุภพเอ่ยตอบทิวาทิตย์ที่เพิ่งยกแก้วเหล้าในมือขึ้นกรอกลงคอหลังจากทำหน้าไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ฟัง เพราะสิ่งที่เพื่อนสนิทของตนเพิ่งพูดออกมาไม่ได้มีหลักฐานอะไรยืนยันนอกจากตัวของผู้พูดเองเท่านั้น
พลังควบคุมสายลมสายฝนที่แฝงอยู่ในตัวของวายุภพ เป็นพลังปริศนาที่เจ้าตัวเพียงรับรู้ว่ามีอยู่ เพียงแต่ไม่สามารถหาวิธีควบคุมมันได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะที่ผ่านมาวายุทำได้เพียงค่อย ๆ รวบรวมสมาธิเพื่อจัดการกับมันในแต่ละครั้งก็เท่านั้น
แต่ทว่าเมื่อใดก็ตามที่เขารู้สึก เศร้า โมโห หรือฉุนเฉียว พลังทั้งหมดที่เขามีก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป เพราะมันยากเหลือเกินที่จะควบคุม ดังเช่นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็น
“ไม่ใช่ว่าช่วงนี้มึงพักผ่อนไม่พอเหรอ เห็นเลิกงานมึงก็เทียวไปเฝ้าเขา ตอนกลางคืนก็โหมงานจนกูนึกว่ามึงจะขยายอีกสักสิบสาขา”
“มึงก็รู้ว่าปกติกูก็แทบไม่ได้นอนอยู่แล้ว”
คราวนี้เป็นคำตอบให้กับคำถามของตุลธร ทนายความหนุ่มที่พ่วงตำแหน่งของหุ้นส่วนผู้สุขุมและใจเย็นที่สุดในกลุ่ม ซึ่งกำลังนั่งทำหน้าเครียดไม่ต่างจากคนตอบนัก เพราะตุลย์เองก็เข้าใจดีว่าสำหรับนิสัยส่วนตัวของวายุแล้วหากเรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาที่คิดไม่ตกจริง ๆ ก็น้อยนักที่คนเป็นเพื่อนจะลงทุนนัดมาปรึกษากันอย่างวันนี้
“เออมึงก็พูดเหมือนเวลามันนอน แล้วมันหลับเต็มตื่นทอเต็มผืนอย่างงั้นแหละ กูเห็นมันหลับทีไร ไอ้วายุแม่งฝันไปแล้วครึ่งคืน”
ทิวาทิตย์วางแก้วเหล้าในมือลง พร้อมกับเอ่ยเสริมขึ้น เพื่อย้ำถึงปัญหาเรื้อรังอีกข้อที่รบกวนวายุภพมาตลอดนับตั้งแต่ลงมาใช้ชีวิตเป็นมนุษย์
“เออพูดถึงความฝัน ถ้ามึงบอกว่าคุณสวรรษาทำพลังมึงแปรปรวน แล้วตั้งแต่เจอเขา ความฝันมึงเป็นยังไงบ้างอะ”
“กูเห็นหน้าคนในฝันแล้ว”
“เชี่ย…”
“ถามจริง”
“แล้วใช่คุณเรนไหมครับนาย”
ภุชพงศ์ที่นั่งอยู่นานถึงกับต้องออกปากถามขึ้นมาด้วยตัวเอง เพราะเพื่อนสนิทสองคนของเจ้านายตนนั้น นิ่งค้างไปแล้วหลังได้ฟังคำตอบ
“ไม่เหมือนสวรรษาเลย ยกเว้น…”
“ยกเว้นอะไร”
“เออ ยกเว้นไม่ว่า แต่มึงอย่าเว้นดิ๊ พวกกูลุ้นจะแย่แล้วเนี่ย”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าประโยคหลังเป็นของทิวาทิตย์ที่ ไม่สามารถทนใจเย็นได้เหมือนเจ้าของคำถามก่อนหน้าอย่างตุลธร
“แววตา…แววตาเศร้า ๆ คู่นั้น เหมือนกันไม่มีผิด”
“นายครับ เลือด!”
หยดเลือดสีสดไหลออกมาอีกครั้งอย่างไร้สาเหตุ ในขณะที่วายุภพไม่ได้ดูเป็นกังวลเหมือนครั้งแรกที่เกิดอาการนี้ขึ้นอีกต่อไปแล้ว ทำเอาตุลธรอดตั้งคำถามไม่ได้ว่ามันเกิดจากอะไร
“นี่มึงเป็นแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ววายุ?”
“ทุกครั้ง”
“ฮะ?! ทุกครั้ง?!”
“หมายถึงยังไงครับนาย?”
สายตาสามคู่มุ่งตรงไปที่คน คนเดียวซึ่งยังนั่งใช้ทิชชูซับที่ใต้จมูกของตนเองอย่างทองไม่รู้ร้อน ราวกับเรื่องที่กำลังพูดอยู่นั่น เป็นหัวข้อเบาสมองทั่วไป ที่ไม่ได้ตึงเครียดดังเช่นใบหน้าของคนอื่น ๆ ที่เหลือ
“ทุกครั้งที่กูคิดจะถามเขาเรื่องความฝันพวกนั้น ทุกครั้งที่กูอยากให้เขารู้เรื่องพลังของกู…
…หรือเรื่องในอดีตพวกนั้น…
…เลือดกูจะไหลแบบนี้ทุกครั้ง…”
มีแค่เพียงความเงียบที่ดังก้องอยู่ท่ามกลางสีหน้าที่เป็นกังวลยิ่งกว่าเก่าของสองเพื่อนสนิท และหนึ่งบริวารที่นั่งล้อมอยู่ เพราะยิ่งเข้าใกล้ก็เหมือนปริศนาครั้งนี้ยิ่งขมวดเป็นปมแน่นขึ้นกว่าเก่า แทนที่ทุกอย่างจะค่อย ๆ คลี่คลายลง แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งวายุภพพยายามจะค้นหาคำตอบ สิ่งที่เขาค้นพบกลับมีเพียงทางตัน และปริศนาชิ้นใหม่เพิ่มขึ้นเท่านั้น
“หรือว่ามันคือคำเตือนจากท่าน…”
ภุชพงศ์ทิ้งท้ายประโยคไว้เพียงเท่านั้น โดยไม่คิดจะเอ่ยคำใดออกมาอีก เพราะตัวเขานั้นไม่ได้มีสิทธิ์จะพูดถึงท่านผู้นั้น ที่อยู่เบื้องสูง แม้แต่จะเอ่ยนาม แต่ไม่ใช่กับคนฟังอย่างวายุภพ เพราะทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ จากบริวารคนสนิท ใบหน้าคมก็เงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้าเปิดโล่งเหนือชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรูที่ตนนั่งอยู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แข็งกร้าวกว่าทุกที
“ถ้าคิดว่าแค่นี้จะหยุดกันได้ก็ลองดู”
To be Continued
.
.
.
#เมื่อฝนจำรักได้
เชิงอรรถ
^
เสียง "เพอร์" (Purr) คือเสียงครางต่ำๆ ที่แมวทำในลำคอ ซึ่งบ่งบอกได้ทั้งความสุข, ความพอใจ, การอ้อน, การสื่อสารกับแม่แมว หรือแม้แต่การปลอบตัวเองเมื่อเจ็บป่วยหรือเครียด ความถี่ของเสียงนี้ (20-140 Hz) มีประโยชน์ในการบำบัด ช่วยลดความเครียดและส่งเสริมการรักษาตัวเองทั้งในแมวและมนุษย์ โดยแมวสร้างเสียงนี้จากการหดตัวของกล้ามเนื้อกล่องเสียงขณะหายใจ
^
รองเท้าสลิปเปอร์ (Slipper) คือ รองเท้าลำลองสำหรับใส่ภายในอาคาร เช่น บ้าน โรงแรม สปา หรือออฟฟิศ เน้นความ นุ่มสบาย เบา ทำจากผ้าหรือวัสดุอ่อนนุ่ม มีหลายแบบ เช่น หัวปิด หัวเปิด หุ้มส้น ช่วยป้องกันฝ่าเท้าจากพื้นผิวสกปรก ลดแรงกระแทก และสร้างความรู้สึกผ่อนคลายได้ดี มักมีทั้งแบบใช้ซ้ำได้และแบบใช้แล้วทิ้งสำหรับโรงแรม/โรงพยาบาล