หนุ่มชอบฝึกติดบันเทิงได้มาเกิดใหม่ต่างโลกเป็นกำพร้า เขาคิดใช้ชีวิตใหม่ให้ดีกว่าเก่า แต่โลกดันอยู่ในยุคสู้กันด้วยดาบแถมเด็กกำพร้าถูกขายทิ้ง เขาฝึกกับเพื่อนอย่างหนักและหาเงินเพื่อให้ได้เจอชีวิตที่ดีกว่า วารีคิดเอาจริงกับหน้าที่การงานเพื่อชีวิตดีๆและเป้าหมายสุดท้าย แต่ต้องมาห่างเพื่อนซี้ขั้นพี่น้อง จนในที่สุดเขากลับมาแบบผู้ใหญ่ และใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ด้วยสัญญาที่ให้กัน เขาตีตัวห่างและไปหาคนอื่นก่อน
รัก,แฟนตาซี,เกิดใหม่,ชาย-หญิง,แอคชั่น,รัก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,เกิดใหม่ ,รักวัยรุ่น,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,yaoi,หญิงรุก,ชาย-หญิง,ฮาเร็ม,แอ็คชั่น ,ต่อสู้,โรแมนติก ,โรแมนซ์,แฟนตาซี,ต่างโลก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 1หนุ่มชอบฝึกติดบันเทิงได้มาเกิดใหม่ต่างโลกเป็นกำพร้า เขาคิดใช้ชีวิตใหม่ให้ดีกว่าเก่า แต่โลกดันอยู่ในยุคสู้กันด้วยดาบแถมเด็กกำพร้าถูกขายทิ้ง เขาฝึกกับเพื่อนอย่างหนักและหาเงินเพื่อให้ได้เจอชีวิตที่ดีกว่า วารีคิดเอาจริงกับหน้าที่การงานเพื่อชีวิตดีๆและเป้าหมายสุดท้าย แต่ต้องมาห่างเพื่อนซี้ขั้นพี่น้อง จนในที่สุดเขากลับมาแบบผู้ใหญ่ และใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ด้วยสัญญาที่ให้กัน เขาตีตัวห่างและไปหาคนอื่นก่อน
ฟรี 5,000 คนแรก
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01JVWXKXVMKZHGDWRW4D9AAPRT
หนุ่มที่เบื่อหน่ายชีวิตและอดีตจมอยู่กับการฝึกและสิ่งบันเทิงจนทั้งชีวิตไม่เคยเจอใคร
และวันที่เขาอยากเป็นอาหวังกลับโดนรถใหญ่สอยมาเกิดต่างโลกมาเป็นเด็กกำพร้า
แต่ทว่าโลกอยู่ในยุคตีกันและคนสามารถใช้ท่าต่อสู้แบบแรงสุดได้ด้วยการตะโกนชื่อท่าและโลกนี้ร่างกายฟื้นเร็วมาก
แถมเด็กกำพร้าโลกนี้ไม่มีค่า และบางคนต้องถูกขายทิ้ง
เขาตัดสินใจเลือกชื่อ ‘วารี’ ลื่นไหล และไร้รูปร่าง และเขาตัดสินใจเลือกแฝด ‘วี’ ครึ่งแมว และ ‘วิว’ ครึ่งแมงมุม มาเป็นเพื่อนร่วมฝึกต่อสู้ เพราะศักยภาพของการเป็นครึ่งสัตว์
เขาฝึกหนัก ตั้งใจหาเงิน ต่อสู้ป้องกันบ้านจากคนนิสัยไม่ดีกับฝาแฝดที่ฝึกมาอย่างดุเดือด ไล่ตะเพิดเหล่าผู้ใหญ่
เขาสนิทกับเพื่อนบ้านเดียวกันมากขึ้น และเริ่มหนักใจกับสองพี่น้องที่มองเขาเปลี่ยนไป
สุดท้ายโลกของผู้ใหญ่ที่ต้องทำงานรอเขาอยู่ เขามุ่งจะทำให้ดีที่สุด
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
97 เพราะฉันรักลูกไม่มากพอหรือ?
ท้ายเดือน 4 ยุคตีกันปีที่ 123
มุมมองบุคคลที่ 3
ณ ร้านอาหารหรูที่อยู่ติดเขตวังแถวบ้านกำพร้าฮาโมนี่กับห้างฮาโมนี่
ร้านนี้เป็นร้านที่เปิดมาเป็นร้อยปีแล้ว
เจ้าของเป็นลูกหลานรุ่นที่ 3 จากรุ่นดั้งเดิมที่เปิดตั้งแต่สมัยโบราณ
แม้ฮาโมนี่จะมาเปิดร้านอาหารเหมือนกัน ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้คนมากินที่นี่น้อยลง
และไม่ใช่ว่าร้านหรูนอกวังนี้เป็นศัตรูกับฮาโมนี่ ทางร้านมีการสั่งเนื้อสัตว์และผักหายากจากฮาโมนี่อยู่เรื่อยๆ
และฮาโมนี่ก็มีการสั่งอาหารแบบถนอมได้จากที่นี่ไปขายในห้างตัวเองด้วย
มันทำให้ทั้งสองที่อยู่กันโดยเกื้อกูลกันมันเลยอยู่ได้
นั่นเป็นความเป็นมาคร่าวๆของร้านนี้
“น้องๆ! พี่ทำเบียร์หกอ่ะ” เสียงโต๊ะใหญ่ที่เหลือโต๊ะเดียวกลางดึกดังขึ้นมา
“ไปเดี๋ยวนี้ค่า” ผู้หญิงวัยกลางคนที่เป็นพนักงานเสิร์ฟคนเดียวรับอาสาจัดการปัญหา
เธอรีบไปเช็ดโต๊ะ “เอาขวดใหม่มาให้พี่ทีนะ มันหกหมดแล้ว” ลุงแต่งตัวหรูพูดขึ้นมา
“ทันทีค่า” เธอยิ้มแย้มตอบรับ
แต่ก่อนช่วงกลางคืนเคยมีพนักงานมากถึงสิบ แต่ตั้งแต่ฮาโมนี่มาเปิดเป็นร้านในร่มที่ไม่มีปัญหาเรื่องยุง คนที่มาร้านนี้ก็น้อยลง
ส่วนใหญ่จะมีแต่ลุงๆป้าๆวัยใกล้เกษียณมานัดเจอกัน
มันทำให้ผู้หญิงวัยกลางคนคนนี้ต้องทำงานคนเดียวเพราะร้านอยู่ได้แบบกำไรไม่มากนัก มันเลยจำเป็น
โซเฟรียรีบหยิบเบียร์ขวดใหม่ที่เย็นเป็นวุ้นออกมา
เธอเอาเบียร์ใส่ถาดแม้มีอย่างเดียว
เมื่อวาง เธอวางถาดไว้ที่โต๊ะเลื่อนแล้วหยิบขวดกับแผ่นเหล็กยาวกว่ามือนิดหน่อย
เธอควงขวดเบียร์หนึ่งรอบหมุนตัวแล้วเอาแผ่นเหล็กฟันฝาเบียร์ออกจากล่างขึ้นบนให้ฝาเบียร์เปิด
เหล่าลุงๆป้าๆที่ได้เมาย้อนวัยเห็นแบบนั้นก็ให้ทิปกันคนละห้าเงินสิบเงิน
โซเฟรียทำงานร้านนี้มาตั้งแต่อายุสิบสอง
จนสามสิบกว่าแล้วเธอก็ไม่ไปไหน
มันเพราะแม่เธอสนิทกับรุ่นที่สองของที่นี่ และเธอเป็นเหมือนพนักงานพิเศษที่เป็นเหมือนญาติ
เธอดูเหล่าลุงๆป้าๆหรูๆกินกันต่อไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
มันสมควรจะดี
แต่ข้างใน…
‘คิดถึงลูก’, ‘ลูกนอนหลับดีมั้ย?’, ‘พ่อลูกดูลูกดีมั้ย?’
เธอต้องฝากลูกไว้กับแฟนที่ตกงาน
ทั้งสองเจอกันเพราะเบียร์เธอเลยรู้ว่าแฟนเธอต้องกินไม่งั้นนอนไม่หลับ
เธอเกลียดจุดนั้นของแฟนเธอมาก
มันเหมือนมีตอขึ้นอยู่หลังหัวว่า ‘ไว้ใจไม่ได้’
ข้างในเธอมีแต่ความคิดถึงลูก ความไม่ไว้ใจแฟน ความเหนื่อยจากงาน
แต่ไม่มีใครเห็น และลุงป้าก็เฮฮากันต่อไป
วันนี้มันเป็นกะพิเศษที่พิเศษอีกทีเพราะเป็นลูกค้าสุดยอดวีไอพี
มีหลายคนอยากแทนเธอเพราะทิปดีมาก แต่เธอไม่พลาดขยันหาเงิน
เวลาเฮฮาของลุงป้ามาถึงช่วงซา… และในที่สุดก็เรียกคิดเงินแยกย้ายกลับบ้าน
เธอทำความสะอาดร้าน โต๊ะ, เก้าอี้, จานชาม
เธอดูแลความสะอาดอย่างทั่วถึง
มีคนหนึ่งใส่ชุดนอนลงมาจากชั้นสอง “แขกสำคัญกลับไปยัง โซเฟรีย”
เธอเป็นป้าผมสั้นหยักศกสีทองปากแดงแม้อยู่ในชุดนอน
“หมดแล้วค่ะเจ๊” โซเฟรียตอบอย่างแข็งขัน
“ถ้าอย่างนั้นก็ปิดร้านกลับบ้านนอนเถอะ นี่ตีสี่แล้ว นะ กลับไปหาลูกไปพักผ่อน พรุ่งนี้จะเข้างานสายหน่อยก็ได้ ฉันไม่ว่า เพราะวันสำคัญผ่านไปแล้วพร้อมเธอ ป่ะ กลับๆ” เจ๊สั่งปิดร้านเพื่อพนักงานคนสำคัญ
“ขอบคุณมากค่ะเจ๊” โซเฟรียรีบรับโดยไม่ต่อรองหรือแสดงความทะเยอทะยานว่าเธอทำได้อีก
เธอคิดถึงลูก…
ใจจะขาด
เธอเข้าห้องแต่งตัว เปลี่ยนชุดพนักงานเสิร์ฟเป็นชุดทั่วไป
แม้บ้านเธออยู่แค่ซอยด้านหลัง เธอไม่อยากเสียความมืออาชีพและใส่ชุดทำงานนอกที่ทำงาน
บ้านมันเป็นบ้านชั้นเดียวในหมู่ตึกสองถึงสามชั้น
เพราะพ่อแม่เธอรักบ้านนี้มาก พวกท่านเลยกำชับไว้อย่างดีและไม่ให้เธอขาย
และเธอก็ขอบคุณความคิดนั้นมากเพราะมันทำให้เธอมีที่ซุกหัวนอนเวลาทุกอย่างถาโถมเข้ามา
เธอเข้าบ้าน
เธอเจอห้องรับแขกที่มีโซฟากับทีวี
เธอเห็นแฟนเธอกอดขวดเบียร์เปิดทีวีไว้แล้วหลับไป
เธอไม่อยากจะบ่นอะไรเพราะวันนี้เหนื่อยมากแล้ว
เธอเดินผ่านไม่ใส่ใจเพราะเอือมระอากับภาพนี้ทุกครั้งมาปีหนึ่งเต็มๆแล้ว
เธอไปเข้าห้องลูก
ห้องมืดสนิท มันดีที่ลูกหลับแล้ว แต่ กลิ่นมันเหม็นมาก
เธอเปิดไฟแบบไฟฟ้า
ลูกสาวคนโตตื่นขึ้นมาแล้วเด้งขึ้นมา “แม่ๆผ้าอ้อมน้องเปื้อนแล้ว! พ่อบอกไม่ต้องยุ่งตอนจะกินเบียร์อ้า หนูเหม็นอ้าแม่” ลูกสาวคนโตวัยเดินคล่องรีบฟ้องแม่ตัวเอง
“อุแว้… อุแว้… อุแว้…” เมื่อเด็กอ่อนกำลังคลานได้ยินก็ตื่นมางอแงเพราะผ้าอ้อมเปื้อน
โซเฟรียอยากอาบน้ำก่อนเริ่มกระบวนการงานในบ้านมากจนสุดหัวใจ
“แม่!”
“อุแว้…”
“จ้าลูก ใจเย็นๆนะ แม่จัดการทุกอย่างให้ตอนนี้แหละ” แต่เวลาพักยกมีอยู่แต่ในสนามกีฬา ชีวิตผู้ใหญ่ไม่ได้มีเวลานั้นให้เรา
เธอเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกคนเล็ก หาข้าวให้ลูกคนโต เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเพราะมันเละ เก็บกวาดของเล่นที่ลูกเล่น
แต่ละอย่างมันใช้เวลาทั้งนั้นแต่เธอก็ทำจนเสร็จ
เธอเริ่มง่วงเพราะมันเช้า และฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีพอดี
เมื่อลูกทุกคนอิ่มและสบายกายจนหลับไป…
เธอต้องคุยกับแฟนให้เด็ดขาด
ห้าปีที่อยู่กันมา ทุกอย่างเกือบดีหมดแล้ว
แต่ตอนนี้เธอรับไม่ได้กับแฟนเธอและความสัมพันธ์ของเขากับเบียร์
มันเคยเป็นเรื่องเล็ก ใครๆก็กิน ไม่เห็นเป็นอะไร
แต่เมื่อเธอเจองาน 16 ชั่วโมงแสนเหนื่อย ปะทะกับงานบ้านสองชั่วโมงแสนทรมานเธอก็ไม่ไหว
เธอปิดไฟห้องลูกและเดินไปห้องรับแขก
เธอปิดทีวี จากนั้น หันไปตบหัวแฟนฉาดใหญ่
“อือ… หือ? อะไรอ่ะโซเฟรีย ฉันนอนอยู่นะ” แฟนเขางัวเงียตื่นขึ้นมา
“ห้าปี! มันเป็นห้าปี มอนเต้” เธอกอดอกยืนหน้าทีวี
“ใช่ เราคบกันมาห้าปี ทำไมเหรอ? มีอะไร? ฉันไม่เข้าใจ” มอนเต้ถูหัวตัวเองแล้วค่อยๆพูด
เขาไม่ได้ตื่นตระหนกเพราะเขารู้ว่าเมียคนนี้อารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อลูกไม่อยู่ในฉาก
เขาและเธอเคยเป็นวัยหนุ่มสาวที่ทำตัวเสเพล
“ห้าปี ฉันไม่เคยสบายใจเรื่องลูกกับเธอได้เลย ทุกครั้งเลย ลูกตัวเองเธอก็ไม่เหลียวแล ลูกฉันเธอก็ไม่ยุ่ง อะไรๆก็เบียร์ก่อนนอน เธอตกงานมาก็ปีนึงแล้ว คิดจะเปลี่ยนอะไรบ้างมั้ย!” โซเฟรียพูดจนความโกรธออกมาเป็นฝอยน้ำจากปาก
“ก็เดี๋ยวนี้มันไม่มีงานก่อสร้างบ้านๆแบบเก่าเลย แล้วลูกฉันก็หลับแล้วนี่ เห็นลูกเธอยังเล่นอยู่ก็เลยไม่ได้อะไร ทำไมเหรอ?” มอนเต้ยังไม่เข้าใจว่าฉันผิดอะไร
“แล้วทำไมเธอไม่เปลี่ยนแปลง! ยังยึดกับกลุ่มเดิมๆ ความรู้เดิมๆ ไม่หัดหาอะไรใหม่ๆให้ตัวเองได้รู้บ้าง! ส่วนเรื่องลูก ฉันจะไม่ให้เธอแยกลูกอีกต่อไปว่าลูกฉันลูกเธอ จากวันนี้ไป ถ้าจะรักฉัน ต้องรักลูกฉันด้วย!” โซเฟรียตัดสินใจเด็ดขาดตัดขาด
“ไม่มีวัน! ฉันจะไม่มีวันรับลูกไอ้คองมาเป็นลูกฉัน แม้ลูกจะเป็นลูกเธอด้วย! ฉันยอมไม่ได้!” มอนเต้เดือดขึ้นมาเมือพูดถึงเรื่องลูกคนโต
แรกๆที่ทั้งคู่คบกัน มันมีปาร์ตี้หนึ่งที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของโซเฟรียและมอนเต้ตลอดการ
มันเป็นการตั้งวงกินเบียร์ที่โรงแรมติดทะเล
วันนั้นมอนเต้มัวแต่สนเบียร์ จนคองเพื่อนเขาที่ทำเป็นกินแต่ไม่กินวางแผนสอยโซเฟรีย
และทั้งสองก็ได้กันเพียงครั้งเดียว
แต่ครั้งนั้นมันทำให้โซเฟรียท้องภายหลัง
โซเฟรียสารภาพทุกอย่าง และบอกว่าเบียร์พาไป
มอนเต้รับไม่ได้ที่ตัวเองโดนแย่งเมียไปหนึ่งคืน
ไม่ได้โดยเด็ดขาด
ทั้งคู่แยกกันตอนนั้นประมาณสองเดือน
แต่เพราะบ้านกับบ้านเช่าอยู่ใกล้กันเลยเห็นกันเลยเห็นกันตลอด
มอนเต้เห็นโซเฟรียที่รักพยายามเลี้ยงลูกอ่อนควบคู่กับงานไปด้วยอย่างทุลักทุเล
เธอเอาลูกเสี่ยงฝากคนนั้นทีคนนี้ทีโดยที่ไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งได้เลย
มันทำให้มอนเต้สงสารแฟนเก่า จนเขาเข้าไปช่วย
และทั้งคู่ก็มาถึงวันนี้
เพราะลูกคนโตของที่รักของเขาเป็นเครื่องหมายที่ระบุว่าเขาโดนหยาม มอนเต้รับลูกสาวคนโตจริงจังไม่ได้ เขาไม่ยอม
แต่มอนเต้ก็รักลูกคนเล็กของตัวเองสุดหัวใจเหมือนกัน
“แล้วลูกเธอล่ะ มอนเต้ ผ้าอ้อมเหม็นแล้วทำไมไม่จัดการ! ลูกเธอเธอยังดูไม่ได้เลย!” โซเฟรียพูดถึงภาระที่เธอเพิ่งเจอ
“โอ้ไม่ จริงเหรอ?” มอนเต้งงเป็นไก่ตาแตก
“เนี่ย! ลูกตัวเองเธอยังไม่มีปัญญาดูเลย พอตอนทำงานได้เงินเยอะกว่าทำพูดจะเป็นช้างเท้าหน้า พอเอาเข้าจริงอยู่เท้าไหนก็ไม่ได้เรื่อง ฉันไม่เอาแล้ว มอนเต้ พอกันเถอะกับคำว่าเรา ฉันรับไม่ได้” โซเฟรียพูดคำตัดขาดเพื่อจากกัน
“บ้าน่า แล้วเธอจะให้ใครดูลูก ฉันยังดูลูกให้เธอได้สบายๆ ผิดนิดหน่อยถ้าอภัยกันมันก็อยู่ได้” มอนเต้ต่อรองแบบเหงื่อออกหน้าผากเพราะงานเข้าเขาจริงๆแล้วทีนี้
เขาเป็นคนมาจากบ้านนอกไกลๆ ไม่ได้มีบ้านอยู่แถวนี้ แต่สังคมเขา เพื่อนเขา อยู่แถวนี้หมดแล้ว ถ้าเขาไม่มีงานหากินไม่ได้ เขาต้องกลับไปเป็นคนไม่สำคัญที่บ้านนอก
“ฮาโมนี่…” เพียงแค่โซเฟียพูดคำเดียว
“ก็เพราะไอห้างบ้านั่นแหละ! มันเอานู่นนี่มาเปลี่ยนระบบวิถีชีวิตผู้คนที่นี่หมด แต่ก่อนมันเคยอยู่กันแบบสบายใจไม่มีระเบียบอะไรนักหนา เดี๋ยวนี้ทุกอย่างก็ฮาโมนี่ ฮาโมนี่ ที่นั่นมันบ้า ถ้าเธอไปยุ่งกับมันฉันก็ไม่เอาเธอแล้วเหมือนกันนะโซเฟรีย” มอนเต้เดือด
เพราะฮาโมนี่เป็นอริที่มอนเต้คิดเอาเองในใจและเกลียดมาตลอดว่าเป็นที่ของไอ้วารีคนมีเงินเหลือ แล้วเข้ามาทำลายวีถีบ้านๆของคนอื่นหมด
แน่นอนว่าฮาโมนี่ไม่รู้จักมอนเต้ แต่ต้อนรับเขาตลอด มีแต่มอนเต้ที่ไม่ยอมเปิดใจ
“แล้วเธอคิดว่าฉันสนเหรอ ว่าเธอจะเอาไม่เอา ฉันตัดขาดกับเธอแล้วมอนเต้ ฉันจะฝากทุกอย่างไว้กับฮาโมนี่ เขามีรับเลี้ยง ฉันจะลองดู” โซเฟรียเริ่มกลัวฮาโมนี่เพราะคำปากแฟนน้อยลงแล้ว เพราะที่เธอเจอมีแต่แฟนเธอที่คิดไม่ดี
มอนเต้ยืนอ้าปากค้าง สำหรับเขาทุกอย่างกลายเป็นทรายที่ไหลเหมือนน้ำผ่านมือไป
เขารักษาอะไรไม่ได้เลย
จุดเริ่มต้นมันแค่เบียร์ก่อนนอน
“เก็บข้าวของเงียบๆแล้วออกไป จะอยู่ที่นี่หรือจะเอาเงินฉันกลับบ้านไป” โซเฟรียยังเห็นใจคนที่คบกันมานานอยู่และรู้ว่าเขาเป็นยังไง
เธอรู้ว่าทุกอย่างที่เขาสร้างมาตอนโตอยู่ในเขตติดวังนี้หมด
“ฉัน…” มอนเต้หน้าซีดคอตกคิดไม่ออก
“หายใจเข้าลึกๆมอนเต้ เหมือนตอนเธอยกหินไม่ไหว ที่เธอเคยบอกฉัน” โซเฟรียผ่อนน้ำใจให้แฟนเก่าหนึ่งปริบน้ำ
เมื่อมอนเต้ได้รับน้ำใจนั้นหน้าก็เปลี่ยนเป็นมีสีสันและสูดหายใจเข้าลึกๆ
“ฉันจะไปเลิกเบียร์ หางานจริงจัง ขอบคุณ… โซเฟรีย” มอนเต้ที่โลกสลายเมื่อครู่กลับมาเป็นคนหน้ามุ่งมั่นใหม่อีกครั้ง
จากแค่ปริบน้ำใจหยดสองหยดจากแฟนคนแรก
“ดี นี่… จำไว้ ลูกคนแรกไม่ใช่ของเธอ แต่ฉันเป็นของเธอคนแรกของฉัน อย่าลืมล่ะ” เมื่อลำธารชีวิตเปิดสายความรัก น้ำก็เข้าสายนั้นจนโซเฟรียหยุดไม่ได้เหมือนกัน
“ฉันว่า ที่ฉันดูลูกเธอไม่ได้เพราะฉันได้เงินไม่พอ ฉันจะกลับมาพร้อมรับผิดชอบทุกอย่างที่เป็นเธอ โซเฟรีย ทุกความผิดพลาด และความตั้งใจ” มอนเต้เอ่ยลา
ยังไม่ได้มีใครจะไปไหนกันแต่โซเฟรียจะพักผ่อนแล้วหลังวันที่หนักที่สุดวันนี้
“ฉันไปนอนล่ะ” โซเฟรียหันหลังจับประตูห้องตัวเอง
เธอหันไปมองมอนเต้ “จำไว้ ฉันคิดดีกับเธอเสมอ”
“ขอบคุณ ที่รัก” มอนเต้รู้ว่าตัวเองหมดโอกาสแล้ว แต่เขาไม่อยากพลาดโอกาสคว้ารักแรกเขาหาตัว
โซเฟรียเข้าห้องและมอนเต้เก็บข้าวของตัวเองใส่กระเป๋า
เขามองบ้านแฟนและรู้สึกเหมือนต้องจากลาสิ่งสำคัญ
เขาหิ้วกระเป๋าออกจากห้อง และสิ่งแรกที่เขาจะมุ่งหาคืองานใช้แรงกายใหม่
แม้ทำกับฮาโมนี่เขาก็ยินดี
บ้านเงียบงันอยู่สองชั่วโมงจนแปดโมงเช้า
“แม่ หนูหิว! น้องตื่นมาร้องแล้วด้วย! ผ้าอ้อมไม่เปื้อนค่ะแม่! แม่! แม่!” เสียงลูกสาวคนโตดังขึ้นมาหน้าห้องแม่ของเธอ
“จ้าๆ” โซเฟรียออกมาจากห้องแบบงัวเงียนอนน้อยเพราะลูกปลุก
เธอพาลูกชายคนเล็กและลูกสาวคนโตไว้ที่ห้องครัว ให้นั่งที่เก้าอี้
เธอเปิดตู้เย็นเลือกผักและเนื้อทำเมนูอิ่มด่วนพิเศษให้ลูกทั้งสองของเธอกิน
เมื่อลูกกินเรียบร้อย เธอล้างจานและนั่งหน้าลูกทั้งสอง
“ลูก วันนี้ลูกจะไม่ได้อยู่กับพ่อนะ” เธอบอกเรื่องที่ลูกจะเจอวันนี้ให้ลูกได้เตรียมใจกันก่อน
“อ่าว แล้วพ่อไปไหนอ่ะ?” ลูกสาวคนโตถามขึ้นมาเพราะพ่อหาย
ลูกคนเล็กกำลังเล่นของเล่นข้างหน้าไม่สนโลกและไม่งอแง
“แม่เลิกกับพ่อแล้ว เราจะอยู่กันแบบไม่มีพ่อไปก่อน” โซเฟรียบอกข่าวร้ายกับลูกๆ
“แล้วเราจะอยู่กับใครอ่ะแม่ อยู่คนเดียวเหรอ? ไม่เอาอ้า หนูกลัวอ้าแม่!” ลูกคนโตเริ่มไม่สบายใจ เริ่มหวีดเสียง
“แม่จะฝากลูกไว้กับฮาโมนี่ เคยได้ยินมั้ย?” โซเฟรียลองแหย่ถามดูว่าลูกรู้จักแค่ไหน
“จริงอ่ะ! เพื่อนเล่ามามีแต่ของเล่นสนุกๆ ไปๆ หนูจะเข้าห้างฮาโมนี่!” ลูกเธอเมื่อได้ยินชื่อก็นึกถึงห้างชื่อดังแถวนี้ขึ้นมาทันที
“แม่ไม่ได้จะพาไปห้างจ่ะลูก เสียใจด้วยนะ แม่จะฝากลูกไว้ที่บ้านกำพร้าฮาโมนี่” โซเฟรียพูดถึงแผนที่เธอวางไว้ในวันนี้
“ม่ะ, ไม่เอานะ แม่จะทิ้งเราให้เป็นกำพร้าแล้วเหรอ?! ไม่เอาไม่ไป! ไม่ไป! ไม่ไป! ไม่อ้าววว!!!” ลูกคนโตแผดเสียงดังสนั่นเพราะโลกที่สร้างด้วยมือแม่เธอแตกสลายและจะฝากเธอไว้ที่คนอื่น
“เงียบ!” หน้าโซเฟรียเหมือนยักษ์มารขึ้นมาแวบหนึ่งและลูกเธอเห็นเต็มๆจนเงียบกริบ
“แม่ต้องไปทำงาน ลูกๆไม่มีคนดูแลไม่ได้ ลูกอาจกลัวที่มันเป็นบ้านกำพร้า แต่แม่สัญญาว่าจะไม่มีอะไร ทุกอย่างจะเหมือนเดิม” โซเฟรียให้สัญญากับลูก
“ซิก! ก็ได้…” ในที่สุดลูกก็ยอม
โซเฟรียพาลูกอาบน้ำแต่งตัวดีๆเดินไปเรื่อยๆ
และในที่สุดก็ถึง บ้านกำพร้าฮาโมนี่
เธอเคยอ่านรายละเอียดการฝากลูกที่นี่
แม้มันมีชื่อบ้านกำพร้า แต่มันไม่ใช่บ้านที่รับแต่เด็กไม่มีพ่อแม่หรือเด็กที่พ่อแม่เอามาทิ้ง
มันมีบริการรับเลี้ยงเด็ก
และเธอได้ยินว่าบริการเลี้ยงเด็กดีมากและความปลอดภัยของเด็กมาเป็นอันดับหนึ่ง
แรกๆมันเป็นบ้านเล็กๆหลังเดียว
หลังๆมันมีออฟฟิศก่อนแล้วมีบ้านใหญ่อยู่ถัดไป
เธอก้าวเข้าไป
สิ่งที่ต้อนรับคือบรรยากาศเหมือนได้มาที่ท่องเที่ยวที่มีแต่รูปการ์ตูน มีตู้ขายของเล่น ตู้เล่นเกมชิงของเล่น และเครื่องชวนเด็กมาเล่นทั้งหลายแหล่
“ยินดีต้อนรับค่า!” พนักงานต้อนรับข้างหน้ากล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร
“ข่ะ, ค่ะ เอิ่ม พอดีจะฝากเลี้ยงลูกสองคนแบบตอนมารับไม่แน่นอนเพราะกะดึกได้ทำแบบไม่แน่นอนแบบนั้นทำได้มั้ยคะ?” โซเฟรียพูดขึ้นมาก่อนเพราะคงไม่มีที่ไหนบริการตามใจลูกค้าแบบนั้น
“สบายมากค่า เราเปิด 24 ชั่วโมงและมีการดูเด็กตลอดเวลา จะฝากตอนไหนรับตอนไหนก็ได้เสมอค่ะคุณพี่” พนักงานวัยรุ่นท่อนล่างเป็นงูพูดขึ้นมา
“ทำได้ด้วย…” มันเป็นสิ่งที่ทำให้โซเฟรียรู้สึกสบายใจที่สุดในชีวิต
มันเหมือนตอที่หลังหัวแตกออกและฮอร์โมนดีสาดเข้าสมองแบบเต็มๆ
เธอยิ้มและรีบตอบ “ทำยังไงบ้างคะ?”
“มาลงทะเบียนที่ตรงเคาน์เตอร์นี้ก่อนค่า จากนั้นนะ พี่มาแสกนหน้าเด็ก แสกนหน้าผู้ปกครองตรงนี้เลย จากนั้น ก็มาที่เคาน์เตอร์นี้เพื่อเลือกของเล่น “เอาของเล่น!” จ้าๆ แต่ในของเล่นจะมีเครื่องส่งสัญญาณบอกพิกัดว่าลูกอยู่ตรงไหนนะคะ พอทางเราแสกนรับเด็กแล้ว เมื่อถึงเวลาคุณแม่ก็มาแสกนพาเด็กกลับได้เลยค่ะ!” สาวงูผมม่วงพูดขึ้นมาอย่างฉะฉาน
“แค่นั้นเองเหรอ แล้วเรื่องเงินล่ะ?” โซเฟรียกลัวว่าจะแพง
“เรื่องเงินเราจะเก็บเฉพาะคนที่ยินดีมีจ่ายเท่านั้นค่ะ ต้องให้คุณแม่ลองไปเข้าห้องการเงินปรึกษาดูก่อนนะคะ ว่าจะจ่ายหรือจะรับทุนวีวิว” หางงูเธอบิดไปมาอย่างน่าหลงไหล แต่เธอไม่ได้ทำเพราะรู้ตัว
“วีวิว ใครอ่ะ?” โซเฟรียงงกับชื่อแปลก
“คุณนักร้องไอดอล วี เวโรนีก้าและคุณเจ้าของห้างเล็ก วิว วิลเฮล์มมีน่าไงคะ พอรู้จักมั้ยคะ?” ตาสีเขียวมรกตเธอสว่างขึ้นมาเมื่อพูดถึงสองคนนี้
“พอได้ยินอยู่นะ ใจดีจัง เอาเป็นว่า ฉันขอพาลูกไปห้องการเงินก่อน” โซเฟรียจูงลูกมือหนึ่ง อุ้มมือหนึ่งไปเข้าห้องการเงิน
มันเป็นโต๊ะกับคนหน้าคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว “สวัสดีครับ ปรึกษาเรื่องอะไรครับ?”
“พอดีฉันจะฝากแบบฝากเลี้ยงรับเข้ารับออก แต่ฉันไม่ใช่คนมีเงินอะไรมากมาย เลยอยากขอทุนดูว่าได้ไม่ได้ ไม่ได้ฉันก็แย่หน่อย แต่น่าจะไหว” โซเฟรียพูดสถานะทางการเงินแบบหมดเปลือก
“เราพอเข้าใจครับ ที่เราต้องการคือเรื่องราว แต่เรื่องนั้นเราไม่รีบ เราเข้าใจว่าต้องการได้สิทธิ์จากทุนก่อน เอาเป็นว่า สิ่งที่เราจะถามตอนนี้คือ หลังจากเงินเดือนออก หมดเดือนแล้วเหลือเงินเก็บเยอะมั้ย? เท่านั้นแหละครับ” พนักงานหน้าคอมพิวเตอร์พูดขึ้นมาทั้งๆที่เธอยังอยู่คาประตู และลูกอยู่ข้างนอกแต่จับมือไว้อยู่
“นิดเดียวค่ะ ฉันลองทุกทางแล้ว อดสุด กินสุด แบ่งจ่าย ยังไงก็ไม่พอเหลือเก็บ ฉันจะต่อเติมบ้านแต่ทำไม่ได้เลยเท่าที่ผ่านมา 5 ปี” โซเฟรียบอกความจริงไป
“ขอบัตรประชาชนครับ” พนักงานขอบัตรของโซเฟรีย
เมื่อเขาได้รับเขาเอาไปวางบนแท่นสี่เหลี่ยมมืดๆเพื่อทำอะไรบางอย่าง
“คุณได้สิทธิ์เรียบร้อยครับ ว่างเมื่อไหร่มาเล่าชีวิตให้เราฟังได้นะครับ เรารับให้คำปรึกษาด้วย” พนักงานพูดไปและยิ้มไปให้คุณแม่ลูกสอง
“เสร็จแล้วเหรอ? อะไรกัน แบบนี้คนไม่มาขอสิทธิ์กันหมดเหรอ?” โซเฟรียงงกับความเร็ว
“ใช่ครับ เราอยู่ด้วยความเชื่อใจ คนเราไม่มีใครอยากทำไม่ดีหรอกครับ ฝากลูกแล้วไปทำงานให้สบายใจนะครับ” พนักงานยิ้มลา
โซเฟรียก้มคำนับและออกจากห้อง หันไปหาสาวงู “ได้สิทธิ์แล้วค่ะ”
“ไปตามเคาน์เตอร์ได้เลยค่า” สาวงูเลื้อยมาชี้ไปเคาน์เตอแรกที่เธอบอก
โซเฟรียจัดการธุระทุกเคาน์เตอร์จนเสร็จ
“พาเด็กกับแม่มาแสกนที่เครื่องนี้ค่า” สาวงูพาโซเฟรียไปหน้าเครื่องแสกนหน้า
สิ่งที่ต้องทำคือยืนมองหน้าตัวเองในจอครู่เดียวทั้งสามคน
มันลำบากหน่อยสำหรับเด็ก แต่มันมีระบบเปิดการ์ตูนล่อสายตาเด็ก
“เรารับเด็กแล้วนะคะ” สาวงูส่งเด็กให้ป้ารุ่นสี่สิบรับตัวไปที่ตัวบ้าน
“แล้ว… ยังไงต่อ” โซเฟรียเหมือนขาดเสี้ยวหนึ่งของใจไปรู้สึกแปลกประหลาดกับความรู้สึกของดวงใจที่ขาดลูก แต่สบายใจเรื่องลูก
เกิดมาเธอไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน
“ก็… จะดูเด็กผ่านกล้องก่อนก็ได้ หรือไปทำงานก็ได้ค่ะ พร้อมเมื่อไหร่ก็มารับ” หางงูเธอเริ่มกระดิกแต่ซักพักก็นิ่ง
“กลับไปนอนก็ได้? กินก็ได้? ดูทีวีก็ได้?” โซเฟรียถามเพราะงงกับการไม่มีลูก
“ได้หมดค่ะ แต่ดูจากหน้าคุณพี่หนูว่ากลับบ้านพักแล้วทำตัวให้พร้อมกะต่อไป จากนั้นเมื่อเข้ากะเสร็จค่อยมาเถอะค่ะ นะ พี่โทรมออกหน้าแล้ว อย่าว่าหนูเลยนะ” สาวงูพูดตรงๆด้วยเจตนาดีขึ้นมา
“อย่างนั้นเหรอ ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ พี่กลับบ้านนอนรอเข้างานดีกว่า” โซเฟรียวางแผนวันนี้เรียบร้อยแล้ว
“ค่ะพี่ พักผ่อนเยอะๆนะคะพี่” สาวงูชูกำปั้นดึงเข้าตัวเพื่อเรียกกำลังใจและอีกมือจับไหล่โซเฟรีย
ก่อนออกโซเฟรียเลือกของเล่นให้ลูกคนละชิ้นและหิ้วกลับบ้าน
แดดไม่จ้าแสบตาเหมือนตอนมา
และทุกอย่างไม่ได้ดูร้อนแรงเร่งด่วนเหมือนเดินอีกแล้ว
ชีวิตแต่ละคนแค่ดำเนินไป
เธอเข้าบ้านอาบน้ำปิดไฟนอน