หนุ่มชอบฝึกติดบันเทิงได้มาเกิดใหม่ต่างโลกเป็นกำพร้า เขาคิดใช้ชีวิตใหม่ให้ดีกว่าเก่า แต่โลกดันอยู่ในยุคสู้กันด้วยดาบแถมเด็กกำพร้าถูกขายทิ้ง เขาฝึกกับเพื่อนอย่างหนักและหาเงินเพื่อให้ได้เจอชีวิตที่ดีกว่า วารีคิดเอาจริงกับหน้าที่การงานเพื่อชีวิตดีๆและเป้าหมายสุดท้าย แต่ต้องมาห่างเพื่อนซี้ขั้นพี่น้อง จนในที่สุดเขากลับมาแบบผู้ใหญ่ และใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ด้วยสัญญาที่ให้กัน เขาตีตัวห่างและไปหาคนอื่นก่อน
รัก,แฟนตาซี,เกิดใหม่,ชาย-หญิง,แอคชั่น,รัก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,เกิดใหม่ ,รักวัยรุ่น,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,yaoi,หญิงรุก,ชาย-หญิง,ฮาเร็ม,แอ็คชั่น ,ต่อสู้,โรแมนติก ,โรแมนซ์,แฟนตาซี,ต่างโลก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 1หนุ่มชอบฝึกติดบันเทิงได้มาเกิดใหม่ต่างโลกเป็นกำพร้า เขาคิดใช้ชีวิตใหม่ให้ดีกว่าเก่า แต่โลกดันอยู่ในยุคสู้กันด้วยดาบแถมเด็กกำพร้าถูกขายทิ้ง เขาฝึกกับเพื่อนอย่างหนักและหาเงินเพื่อให้ได้เจอชีวิตที่ดีกว่า วารีคิดเอาจริงกับหน้าที่การงานเพื่อชีวิตดีๆและเป้าหมายสุดท้าย แต่ต้องมาห่างเพื่อนซี้ขั้นพี่น้อง จนในที่สุดเขากลับมาแบบผู้ใหญ่ และใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ด้วยสัญญาที่ให้กัน เขาตีตัวห่างและไปหาคนอื่นก่อน
ฟรี 5,000 คนแรก
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01JVWXKXVMKZHGDWRW4D9AAPRT
หนุ่มที่เบื่อหน่ายชีวิตและอดีตจมอยู่กับการฝึกและสิ่งบันเทิงจนทั้งชีวิตไม่เคยเจอใคร
และวันที่เขาอยากเป็นอาหวังกลับโดนรถใหญ่สอยมาเกิดต่างโลกมาเป็นเด็กกำพร้า
แต่ทว่าโลกอยู่ในยุคตีกันและคนสามารถใช้ท่าต่อสู้แบบแรงสุดได้ด้วยการตะโกนชื่อท่าและโลกนี้ร่างกายฟื้นเร็วมาก
แถมเด็กกำพร้าโลกนี้ไม่มีค่า และบางคนต้องถูกขายทิ้ง
เขาตัดสินใจเลือกชื่อ ‘วารี’ ลื่นไหล และไร้รูปร่าง และเขาตัดสินใจเลือกแฝด ‘วี’ ครึ่งแมว และ ‘วิว’ ครึ่งแมงมุม มาเป็นเพื่อนร่วมฝึกต่อสู้ เพราะศักยภาพของการเป็นครึ่งสัตว์
เขาฝึกหนัก ตั้งใจหาเงิน ต่อสู้ป้องกันบ้านจากคนนิสัยไม่ดีกับฝาแฝดที่ฝึกมาอย่างดุเดือด ไล่ตะเพิดเหล่าผู้ใหญ่
เขาสนิทกับเพื่อนบ้านเดียวกันมากขึ้น และเริ่มหนักใจกับสองพี่น้องที่มองเขาเปลี่ยนไป
สุดท้ายโลกของผู้ใหญ่ที่ต้องทำงานรอเขาอยู่ เขามุ่งจะทำให้ดีที่สุด
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
95 วิกฤตจิตแก้วใจในคืนจันทราไร้ดาว
ต้นเดือน 4 วารีอายุ 23 ปี
มุมมองบุคคลที่สาม
วารีตื่นมาในห้องคนเดียวและสิ่งแรกที่เขารู้สึกคือความเหงาที่กัดกินหัวใจที่ตอนนอนเพิ่งปิติยินดีไปจนกลายเป็นเศร้าอีกครั้ง
เขามีผู้หญิงหลายคนมากและนับได้ว่ามากกว่าคนทั่วไปเยอะ
แต่คนอย่างเขาที่หัวใจใหญ่และไปทั่วยังรู้สึกเหงาได้ มันเหมือนแทบเป็นไปไม่ได้ แต่มันเป็นไปได้ และมันเป็นแล้ว
เหมือนดวงดาวที่คอยนำพาชะตาเขาจากตัวเขาไปสู้คนอื่นให้ได้รับบาดเจ็บ
เขานุ่งผ้าเช็ดตัวและคิดกับตัวเอง
วารีจับลูกบิดแต่ไม่เปิดออกไป หลายความคิดไม่ดี หลายความคิดที่ทำให้ทุกข์เทกันเข้ามาขณะเขาจับลูกบิดประตู
‘ถ้าอยู่ดีๆพวกเธอไม่รักฉันแล้ว’
‘ฉันมันแค่คนหื่นที่มีเงิน’
‘ฉันทำได้แค่สร้างประเด็นแล้วสานต่อไม่เป็น’
มีแต่ความคิดบุกเข้ามาว่าเขาไม่ได้เรื่อง
มีเสียงคนเดินมาอยู่หลังประตู
วารีไม่อยากออกไปข้างนอกแล้ว เขาเลิกจับประตูและแก้ผ้าเช็ดตัวออกเพื่อใส่เสื้อและกางเกงนอน
เขากำลังใส่กางเกงในแล้วเสียง ‘ปึ้ง’ ดังลั่นขึ้นมา
มันเป็นเธอ ผู้ที่ไม่รู้ว่าชะตาเราผูกกันได้อย่างไร เธอแค่อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม อยู่ในเวลาที่เหมาะสมตลอด
เหมือนจุดกำเนิดของชีวิตในดวงดาวที่เป็นเรื่องมหัศจรรย์ระดับภพเดียวไม่มีภพอื่นเพราะเรื่องแบบนี้มันแทบไม่เคยเกิดขึ้นเลย
นาจ้องหน้าวารีด้วยหน้าตาที่ดุดัน
วารีใส่กางเกงให้เรียบร้อย แต่มันเป็นกางเกงใส่นอน
นาเอี้ยวตัวไปทางขวาง้างแขนขวามาตั้งแต่สุดทางการวิ่งมาราธอนแล้วสืบเท้าข้ามการวิ่งมาสู่จุดหมายปลายทางคือวารีแล้วฮุคขวาเข้าคางวารี
วารีเห็นตั้งแต่ปลายคาบมหาสมุทรว่าเธอจะฮุคขวา แต่เพราะใจรักและไม่คิดว่าคนอย่างนาจะเป็นคนชอบใช้แรงกายทำร้ายมันทำให้เขาไม่หลบ
มันผิดคาดและทำให้ตัวเขาตั้งตัวไม่ทัน
เข่าเขาอ่อนไปเล็กน้อยและเกร็งใหม่กลางคันทำให้ตัวเขายังยืนอยู่ได้
“แกใส่ชุดอะไรของแก ไอ้วารี!” นาแผดเสียงสุดแหลมแถมดังสนั่นอยู่ในห้อง
เพราะประตูยังเปิดอยู่ไม่นานก็มีพนักงานกับแฟนบางคนของวารีมาด้วยเช่นวีและวิว และคนอย่างอ็อกโธที่หยิบมือถือมาถ่ายวีดีโอตอนผมกำลังโดนตำหนิ
“ชุดนอน วันนี้ฉันไม่มีแรงทำงาน” วารีก้มหน้าไม่มองตาตอบนาไปส่งๆ เพราะเขาแค่อยากให้นาไปไกลๆ
แต่บ้านๆอย่างนาไม่สนอะไรทั้งสิ้นและบุกตอกเข้าสมองทะลุเป็นตะปูจิ้มดวงใจช้ำเหมือนแก้วใสที่ร้าวเข้าไปอีก
และนาก็ฮุคซ้ายใส่หน้าวารีอีกครั้ง
วารีหน้าสะบัดไปเห็นอ็อกโธถ่ายวีดีโอไปยิ้มไป
“เธอเป็นคนหัวรุนแรงแล้วเหรอ นา? ตอนซ้อมเธอไม่เคยต่อยแล้วรู้สึกแรงแบบนี้เลย” วารีบ่นอุบเพราะโดนไปสองหมัดและเริ่มวิ้งแล้ว
“ฉันไม่ค่อยชอบนักหรอก! แต่เห็นเธอหน้าแบบนั้นแล้วมันอดไม่ได้ มันยังไม่มีอะไรจริงจังเกิดขึ้นวารี เงินเราเหลือไม่ถึงห้าหมื่นจริงแต่รายได้เดือนนี้ก็ยังเยอะอยู่ เธอจะกังวลอะไรนักหนา!”
นาพูดเตือนสติวารี วารีเพิ่งได้รู้ว่าเงินตัวเองเหลืออยู่เท่านั้นแล้วเปิดตากว้าง
“มันเหลือแค่นั้นเองเหรอ?” วารียืดตัวให้เป็นปรกติแล้วถามนา
วารีคิดในใจ ถ้าเป็นอย่างนั้นเราจะเข้าสู่ช่วงยากลำบาก เพราะนี่เป็นต้นเดือน และค่าใช้จ่ายต่างๆยังมาไม่ครบเลย
เพราะจิตใจเขาปั่นป่วนด้วยพิษจากตัวเองคิดไปเองอยู่แล้ว วารียิ่งกลุ้มใจและเครียด แต่พอเขาเครียดเขารีบวางมันให้ไกลมือ
และวารีก็เอื้อมไปหยิบอุ้ยที่ม้วนไว้แต่นาตบออกจากมือเหมือนตบดาบคนด้วยมือซ้ายและตบหน้าวารีดังลั่นด้วยมือขวา
มันเป็นหมัดหนึ่งสองที่สวยได้ถ้าตอนเริ่มมันเป็นหมัด
“เธอเป็นอะไร วารี? ชีวิตก็ดี เมียก็เยอะ ต้องให้คนอุ้มท้องอย่างฉันมาด่าเหรอถึงจะรู้สึก” หน้าตานาเริ่มมีจิตอาฆาตหวังฆ่าวารีให้ตายเสียตอนนี้เลย
วารีรับรู้จิตนั้นได้เพราะเขากับเธออยู่ในมิติแห่งรักเดียวกัน
แต่วารีทำอะไรกับความเศร้าในตัวไม่ได้เลย เขาพยายามโทษอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่คนรักของเขาและทิ้งว่าความพยายามที่ไม่สำเร็จไม่ได้มาจากเขา
แต่เขาทิ้งมันไม่ได้
นาเดินเข้าห้องน้ำ วารีได้ยินเสียงขวดน้ำยาทำความสะอาดและดูแลผิวพรรณหล่นกระจัดกระจายและเสียงตึงตัง
นาเอากระจกแผ่นใหญ่แผ่นหนึ่งมา วารีสืบเท้าจะเข้าไปช่วยยกแต่นากลับดึงออกหนีเขาและจะสื่อว่า ‘จะยกเอง’
“ดูตัวเธอ วารี” นาเอากระจกไว้หน้าวารี และวารีก็เห็นตัวเองที่ไหล่ห่อ ตาขวาง ไร้วี่แววจิตใจโปร่งใสและสมองที่เฉียบคม
วารีมองตัวเองได้ครู่เดียวและหันไปมองอย่างอื่นนอกกระจก
นารีบวิ่งไปขวางทางสายตาเขาตรงที่ที่เขามอง
“ดูเซ่! อย่าหนี อย่ามาทำให้ใจฉันที่เคยหวั่นไหวเสียใจกับชีวิตที่เกิดมา ที่ทิ้งทุกอย่างมาเชื่อใจเธอวารี! เธอเป็นผู้นำเรา เป็นเสาหลักของเรา และเมื่อวานมันไม่ได้มีอะไรใหญ่หลวงเกิดขึ้นเลย ที่นายเป็น มันเป็นเพราะตัวนายคิดเอาเอง วารี! อย่าเป็นคนแบบนี้! กลับมา!” นาแผดเสียงสุดหัวใจ
พนักงานบางคนมีน้ำตาซึมให้กับฉากบอกรักแบบสุดหัวใจแบบนี้ แต่มีอ็อกโธที่คิ้วขมวด
วารีตั้งมั่น ‘ฉันล้มไม่ได้ มันไม่ได้มีอะไร ทุกอย่างมันมาจากตัวเอง’ เขาคิดเช่นนั้น แล้วเขาก็เจอศัตรูตัวใหญ่ ‘ตัวเอง’
แฟนเขายังมี เขามีชีวิต มีงาน มีที่นอน เขาไม่ได้ต้องการอะไรเพิ่มมากมายหรูหราไปกว่านี้
วารีทิ้งศัตรูรอบตัวที่เป็นเหมือนร่างเงาถืออาวุธคอยทุบตีเขาให้จิตตกต่ำและยืดอกผายไหล่ผึ่งออกมาเพื่อให้กล้าเผชิญสิ่งต่างๆ
เศร้าเพราะเหงา แก้ได้ง่ายๆด้วยการเดินไปหาคู่หมั้นและแฟน
กลัวเพราะเงิน แก้ได้ง่ายๆด้วยการหยุดผลิตอะไรที่เป็นโครงการใหญ่ไปก่อน และลดราคาของให้ขายได้ดีขึ้น
อยู่กับสติและสมาธิ เดินให้ดี คิดให้ดี ทำให้ดี
“ขอฉันอาบน้ำก่อน” วารีพูดกับนา
“ตาดูมีแววดีขึ้นแล้วนี่ หาพี่ฟลอร่าก่อนไหม?” วีที่เข้ามาตอนไหนก็ไม่รู้เพราะเสียงเท้าเธอเบากริบมากพูดออกมา เพราะเธอรู้ถึงไส้ถึงพุงของวารีในทุกท่วงทำนองของจิตใจวารี
วิวที่ตามมาด้วยก็เข้ามาตาม และเมื่ออ็อกโธเห็นคนเยอะเธอก็เข้ามาด้วย แต่ปิดมือถือแล้ว และเลิกสนใจถ่ายรูปแล้ว
“ยังไงเราก็ถึงระดับนั้นกันแล้ว ช่วยอย่าทำตัวให้เสียเกียรติฉันได้ไหม เจ้าวารี เห็นโป้งป้างโครมครามนึกว่าใจเธอจะแข็งกว่านี้เสียอีก” เมื่อได้โอกาสอ็อกโธก็ไม่ทิ้งและทำร้ายวารีทางใจคืนบ้าง
อ็อกโธยังไม่ลืมวันแรกที่เธอต้องเป็นผู้บุกรุกและหวังลอบสังหารวารี
แต่ตอนนี้อ็อกโธเริ่มมีความคิดดีๆกับวารีขึ้นมาแล้ว เพราะถ้านับพวกความห่วยสุดๆทั้งหมด เธอยังดีใจที่ได้เซ็กส์ดีๆ
วารีไม่เคยฝืนใจ ยิ่งขืนใจนี่ไม่เคยเห็น เพียงแค่เธอเปิดปาก วารีพร้อมทำให้เธอเสมอ
‘อย่างน้อยเราก็ได้เกิดมามีเซ็กส์ดีๆตั้งแต่ครั้งแรก’ อ็อกโธคิดในใจเสมอ โดยไม่ได้ถือสาครั้งแรกที่เธอเป็นนักโทษอยู่เพราะคราวนั้นเธอก็คิดไปเองว่าวารีร้ายเยอะเหมือนกัน
สาวๆทั้งหมด โดยเริ่มจากนาเป็นคนจูงมือวารีไปอาบน้ำอาบท่า
เมื่อวารีโดนน้ำก็เอาแต่จับแขนตัวเองไม่กล้าขยับเขยื้อน ไม่กล้าทำอะไร และรู้สึกทรมาน
วีกับวิวอาสากันอุ้มวารีไปโยนใส่บ่อน้ำอุ่น
วารีนั่งอกผายอีกครั้ง
นา, วี, และวิว รวมถึงอ็อกโธเริ่มสงสัยในทางเดียวกันว่า หรือเป็นเพราะเขาแค่รู้สึกหนาว?
นาเดินไปบิดตัวปรับอุนหภูมิน้ำร้อนให้น้ำร้อนเยอะขึ้นทันที
เมื่อน้ำเริ่มร้อนขึ้น “ลงมาสิ” วารีเรียกคนอื่นมาลงบ่อน้ำกับเขา
สาวๆเริ่มถอดผ้าขนหนูที่ห่อตัวแล้วพากันลงอ่าง
มันเป็นภาพทิวทัศน์ที่ดีสำหรับอารมณ์วารีในตอนนั้น
มันทำให้วารีจิตใจเข้มแข็งขึ้น
มันทำให้วารีกล้าตัดสินใจขึ้นด้วย ผลงานของตัวเขามีค่าเท่าไหร่ เขาจะให้ผลงานเป็นตัวตัดสิน ไม่ใช่ใจเขาที่ตัดพ้อกับตัวเอง
“เดี๋ยวฉันจะไปหาพี่ฟลอร่าเอง” วารีพูดเหมือนบอกว่าอยากให้สาวๆรู้สึกว่าเขาไม่ได้เป็นภาระ
แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น สาวๆที่ชอบวารีไปกับเขาได้เสมอ
“ฉันจะไปด้วย” วีเป็นคนแรกที่เปิดปากพูด
“อย่างน้อยที่สุดฉันต้องได้ฟังความคิดเธอด้วยวารี เพราะเราผูกกันในเรื่องงาน” คราวนี้เป็นนาที่พูด กับอาชีพผู้จัดการของเธอ
“ถ้าไม่ให้ฉันไปฉันจะทุ่มท่าพิสดารใส่ซะเลย” คราวนี้เป็นวิวขู่ขึ้นมา
อ็อกโธพูดขึ้นมาบ้าง “ฉันเฉยๆ ไม่ไปก็ได้” อะไรแบบนี้แต่ดวงตาเธอกลับพูดอีกอย่าง
ตาเธอส่ายไปมาอยู่ไม่นิ่งและใจหวั่นไหวกลัววารีไม่ให้เธอไปแล้ว
แม้วารีอยากคิดกับตัวเองว่า ‘ฉันรอดแล้ว’ ด้วยตัวเองได้ แต่เพราะเขามีแฟนเยอะขนาดนี้ การหวังพึ่งแต่ตัวเองอย่างเดียวมันเป็นไปไม่ได้แล้ว
เขาต้องรู้จักหาคนช่วยบ้าง
แต่การยอมเปิดใจตัวเองให้คนอื่นเป็นสิ่งที่โลกเก่าเขาไม่เคยทำเลย และอยู่อย่างนั้นมาตลอด
แต่มาที่นี่ ในโลกนี้ วารีเลือกมิติใหม่ให้ตัวเอง เลือกที่จะเป็นคนที่ดีกว่า เลือกเชื่อ และคนที่เขาเชื่อก็เป็นเหล่าแฟนเขาทั้งนั้น
เขาเปิดอกให้เธอ เดินพูดคุยกันไปถึงห้องวารี และวารีเข้าไปพร้อมนาที่มีเสื้อฝากในห้องวารีเหมือนคนอื่นๆ
วารีและนาแต่งตัวในห้องเพราะเรานัดเจอกันที่หน้าบ้าน ระหว่างทางไปหน้าบ้าน นาโทรนัดด่วนกับพี่ฟลอร่า ในห้องปรึกษาปัญหาใจที่เพิ่งเปิดแต่ลงของที่จะใช้หมดแล้ว
วี, วิว, และอ็อกโธมากันตามนัดและมันทำให้วารีรู้สึกสบายใจขึ้นที่มีกำลังใจติดสอยห้อยตามมาด้วย
เขาขึ้นโดรนอย่างมุ่งมั่น จนนาที่อยู่ข้างเขาร้องชมเชยออกมาเสียงดัง
เขามุ่งหน้าขับไปที่ฮาโมนี่ ตามกฎจราจรโดรนที่เพิ่งมีและยังเรียกไม่ได้ว่านาน
วารีลงหน้าร้านฮาโมนี่และเดินหาห้องพี่ฟลอร่าที่เปิดใหม่
ไม่นานเขาก็เจอและเดินเข้าไปในห้องนั้น
เหล่าแฟนวารีเข้าไปด้วยโดยที่ไม่ได้ใส่ใจว่าวารีให้เข้าหรือไม่ให้เข้า
มันเป็นเพราะพวกเธอยังมีสิทธิ์ของเมียอยู่
“พี่ฟลอร่าช่วยดูให้หนูหน่อย เขาเป็นอะไรก็ไม่รู้อยู่ดีๆเหมือนมีคนมาดับไฟในการงานของเขา แถมยังมาพร้อมตอนที่เรากำลังลำบากเรื่องเงินอีก แบบนี้เราจะพากันไม่รอดนะพี่ฟลอร่า” นาแจงคร่าวๆให้พี่พลอร่าได้ยิน
พี่ฟลอร่าตอนนี้อายุ 51 แล้ว และแก่ลงกว่าเก่า แต่ตั้งแต่เธอมาขายวิชาอยู่ที่นี่ ลูกน้องเธอเยอะ และสู้กับโรคด้วยหลายอย่างมากขึ้นแล้ว
“อย่างนั้นเหรอ? แล้วเธอรู้สึกยังไงล่ะ วารี?” พี่ฟลอร่าถามวารีตรงๆ
อยู่ดีๆวารีก็เสียใจอีกแล้ว
“มันรู้สึกเหมือนอยู่ดีๆไม่อยากทำงาน แบบ พวกความคิดที่ว่า ‘เดี๋ยวก็โชคร้ายอีก’ เข้ามาแทรกจนทุกอย่างพังทลาย หึหึ เดี๋ยวพอทุกอย่างอันตราย ทุกคนก็หายไปอีก”
วารีเปิดความในใจที่บอบช้ำให้พี่ฟลอร่าได้ยิน และเมื่อพี่ฟลอร่าได้ยินเธอรีบลุก
“เดี๋ยวก่อนนะวารี ฉันคิดว่าฉันมีตำรา ไม่ต้องคิดอะไร แล้วคิดสิ่งที่จะเข้ามาต่อจากนี้อย่างเดียว” พี่ฟลอร่าพูดให้วารีสบายใจ
แล้ววารีก็พิงหลังและพี่ฟลอร่าเอาขนมจากข้างในตู้เย็นมาวางไว้ข้างนอกเผื่อวารีกิน
เพราะความเหนื่อยจากปัญหาในตัวที่ไม่รู้จะมาวันมาพรุ่งอยู่แล้วมันทำให้วารีอยากกินหวานๆ เขาเลือกแท่งขนมปังราดถั่วราดคาราเมลแล้วเคลือบอีกทีด้วยช็อกโกแลต
เมื่อได้กินความหวานมันทั้งหลายที่ผสมให้เข้ากันไปสัมผัสกับลิ้นที่เชื่อมกับดวงใจอ่อนไหว มันเหมือนเป็นเชื้อเพลิงจรวดส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรนอกโลก
ในดวงใจวารีรู้สึกดีขึ้นด้วยตัวเองและการเลือกกิน
แม้ช็อคโกแลตหวานๆมันไม่ค่อยดีเพราะความหวานมันสูงเกินไปในโลกเก่า แต่โลกนี้มันไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น สุขภาพเขาดีขึ้นได้โดยอาหารแบบนี้ด้วย
วารีคิดในใจ ‘โลกใหม่มันช่างดีจริง เมื่อคิดดี เราจะทำได้!’
และอีกสิ่งหนึ่งที่วารีทำ เขาเริ่มก้าวขาวางเท้าอีกเก้าหลังใจเจ็บเพื่อพูด “ผมว่าผมเป็นโรคทางใจอะไรซักอย่าง มันมาตอนไหนก็ไม่รู้ และผมอยากหาย”
เมื่อพี่ฟลอร่าได้ยินเธอก็รีบพูด “ใจเย็นๆนะ เดี๋ยวจะช่วย” พี่ฟลอร่าเปิดหนังสือเล่มนั้นนี้เปิดๆปิดๆเหมือนหาอะไรซักอย่าง
วารีเริ่มเหมาของขบเคี้ยวและของหวานทานเล่นบนโต๊ะจนหมด
พี่ฟลอร่าหันมา “อ้าว รู้สึกหิวขึ้นมาแล้วเหรอ? แต่ก็ดี การอยากกินเพื่อร่างกายตัวเองเป็นเรื่องดี”
และสิ่งที่พี่ฟลอร่าพูดมันเป็นแบบนั้นจริงๆเพราะวารีรู้สึกดีขึ้นเยอะมากเทียบกับตอนที่ก้าวเท้าเข้าห้องนี้มาก้าวแรก
“นี่ไง” พี่ฟลอร่าหันหนังสือเล่มหนึ่งมาให้วารีอ่าน
“‘โรคใจซึม’ เป็นโรคที่อยู่ๆก็เป็นโดยเหตุผลที่เป็นส่วนใหญ่คือบาดแผลทางใจในอดีตที่เคยเกิดขึ้นกับตัวบางอย่าง ด้านความรู้สึกจะนึกถึงตอนที่เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำๆ และคิดว่าตัวเองยังไม่ดีพอซ้ำซากหลายครั้งจนรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าหรือไม่มีประโยชน์ เป็นโรคอันตราย และยาแก้คือ ดอกแครีออน น้ำผลอังกรา และต้มกับผักเมทัลก้า” วารีอ่านสิ่งที่พี่ฟลอร่าเปิดให้ดูเพราะนายื่นหัวเข้ามาอ่านด้วย และวีกับวิวก็ไปยืนสงสัยอยู่ข้างหลังเหมือนกัน
วียืนบนขาแมงมุมท่อนบนของวิวที่เพิ่งเปลี่ยนร่างกลับเป็นร่างแมงมุมเพื่อให้ตัวสูงขึ้นจะได้อ่านถนัดๆ และคว้าต้นแขนของวิวไว้
ส่วนอ็อกโธก็เลียนแบบวีและทำเหมือนกันโดยที่วิวเป็นฝ่ายชักชวนเธอด้วยการยิ้มเอง
พี่ฟลอร่าเดินเข้าไปที่โต๊ะเครื่องสมุนไพรที่ด้านข้างมีตู้เย็นแล้วหยิบนั่นนี่ใส่ครกใหญ่
จากนั้นพี่ฟลอร่าตำมันเหมือนส้มตำเพราะใช้สากยาวไม่ใช่สากเล็กๆกับครกเล็กๆไว้ทำยา
ถ้าเป็นอาหารมันเหมือนวารีจะได้อาหารมื้อใหญ่ที่เอาให้จุกอิ่มจะได้ไม่ต้องโหยหากินอีก
พี่ฟลอร่าหั่นเนื้อดิบโรยข้าวคั่วแล้วเอาฟองเต้าหู้แบบแผ่นห่อแล้วมัดด้วยสมุนไพรอะไรก็ไม่รู้เป็นเส้นๆ
จากนั้นใส่หม้อสำหรับต้มและใส่น้ำเปล่านิดหนึ่ง จากนั้นเอาผ้าบางละเอียดวางปิดข้างบนและเริ่มต้ม
เธอเอาผงจากครกเทใส่ตรงกลางผ้าบางและจุ่มลงไปในน้ำต้มให้มันกลายเป็นซุปยาหรืออะไรบางอย่าง
เธอวนก้อนผ้านานๆในหม้อแล้วก็ยกผ้าขึ้นมาแล้วบิดน้ำออกให้หมด
พี่ฟลอร่าทิ้งทั้งผ้าทั้งยาลงในถังขยะด้านล่างโดยที่กลุ่มวารีและแฟนทำได้แค่นั่งดู
พี่ฟลอร่านำยานั้นมาวางหน้าวารี “อ่ะ กินนี่ให้หมดแบบเร็วๆ”
หน้าพี่ฟลอร่าดูมุ่งมั่นมาก แต่เพราะใจอ่อนแอของวารีมันก็ทำให้ปากเขาพูดเรื่องพลังงานไม่ดีออกมา “กินไปผมก็ไม่หายหรอก อย่างผมอ่ะ มันไร้ค่า”
อยู่ดีๆห้องก็เย็นลง วารีรู้สึกเหมือนโดนงูที่ใหญ่กว่าเจ้างูดำตัวที่เคยเจอจ้อง
แถมรอบนี้มันมีแผงคอแผ่ออกมาเพื่อระบุว่ามันจะสู้ด้วย
วารีค่อยๆเงยหน้าไปกระตุกไปเพื่อมองที่มาของจิตสังหารสัตว์ใหญ่นั้น และตกใจกับแววตาของพี่ฟลอร่ามาก
วารีเริ่มเหงื่อแตกและคิดว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ตอนนี้ต้องรอดก่อน
วารีเอื้อมมือแบบสั่นโดยมีมือนาแซงเข้ามา วารีรีบหันหน้าไปหานา
หน้านานิ่งมากเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันเหมือนมิติพี่ฟลอร่าที่วารีเจอกับตัวและนาอยู่คนละมิติกัน
มันเพราะนาไม่ฝึกการต่อสู้และไม่คิดทำร้ายคนอื่นหรือเธอถึงทำได้อย่างนั้น?
มันเทียบได้กับความสามารถพิเศษอะไรซักอย่างหนึ่งเลย
แล้วนาก็ยกซุปมาที่ปากวารี
วารีรีบดื่มน้ำรสขมกับเนื้อรสหวานอร่อยฉ่ำปากที่เข้ากันเป็นกรณีพิเศษอะไรซักอย่างหนึ่ง
จากนั้นเขาหลับตา ยาซึมผ่านหลอดอาหารเฉียดสมองและเนื้อยาแพร่ผ่านสัมผัสกับก้านสมอง
วารีรู้สึกเหมือนจักรวาลที่คับแคบของเขาถูกแหวกพื้นที่ที่เข้าถึงได้ออกจนจากการมองเห็นทุกอย่างอยู่ในกรอบกลายเป็นไร้ขอบเขต
จากที่มองเห็นโลกนี้ว่าแคบนิดเดียวกลายเป็นเห็นโลกนี้กว้างใหญ่ไพศาลไร้การสิ้นสุด
และไฟในใจเขาติดแล้ว และตอนนี้มันไม่มีทีท่าจะดับลง เขาเลยสร้างเกราะเหล็กใส่ใจตัวเองโดยคิดว่า ‘ไม่มีใครทำร้ายเราได้เหมือนเราทำร้ายตัวเอง’ และวารีคิดว่า สุดท้าย… ‘มันไม่มีศัตรูใดๆ’
“โอ้โห” นามองหน้าวารีและเมื่อเห็นวารีเปลี่ยนไปขนาดนี้ด้วยยาที่ไม่น่าอร่อยขนาดนั้นมันทำให้เธอถึงกับตกใจและยกมือไหว้พี่ฟลอร่า
“พี่ฟลอร่าเก่งจังอ่ะ” วีถึงกับงงและไหว้
“ฉันว่าแล้วว่าพี่เขาทำได้ เห็นมั้ยพี่วี?” วิวพูดหลังวีนิดหน่อยและไหว้
“ชิ” อ็อกโธแอบไม่พอใจ แต่ไหว้สวย วารีรู้ว่าใจเธอก็อยู่กับเขา
“จะนั่งเล่นคุยกับฉันต่อซักพักก่อนไหม?” พี่ฟลอร่า แบมือใส่โซฟาที่วารีนั่งรับการรักษาอยู่
“ขอบคุณครับ แต่ด้วยไฟนี้ ผมอยากทำงานเลยมากกว่า” วารีไหว้พี่ฟลอร่าและลุกขึ้นยืนไหว้อีกครั้งแล้วเดินออกจากห้อง
พี่ฟลอร่าหยิบชาที่ชงมาจนเย็นแล้วยังไม่ได้จิบมาซดจนหมดแก้วแล้วยิ้มคนเดียว “นี่แหละ ผู้ใหญ่ วารีน้อย”
เธอรู้สึกเอ็นดูและจะคอยเฝ้าดูการเติบโตของผู้ใหญ่คนนี้ต่อไป