หนุ่มชอบฝึกติดบันเทิงได้มาเกิดใหม่ต่างโลกเป็นกำพร้า เขาคิดใช้ชีวิตใหม่ให้ดีกว่าเก่า แต่โลกดันอยู่ในยุคสู้กันด้วยดาบแถมเด็กกำพร้าถูกขายทิ้ง เขาฝึกกับเพื่อนอย่างหนักและหาเงินเพื่อให้ได้เจอชีวิตที่ดีกว่า วารีคิดเอาจริงกับหน้าที่การงานเพื่อชีวิตดีๆและเป้าหมายสุดท้าย แต่ต้องมาห่างเพื่อนซี้ขั้นพี่น้อง จนในที่สุดเขากลับมาแบบผู้ใหญ่ และใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ด้วยสัญญาที่ให้กัน เขาตีตัวห่างและไปหาคนอื่นก่อน
รัก,แฟนตาซี,เกิดใหม่,ชาย-หญิง,แอคชั่น,รัก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,เกิดใหม่ ,รักวัยรุ่น,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,yaoi,หญิงรุก,ชาย-หญิง,ฮาเร็ม,แอ็คชั่น ,ต่อสู้,โรแมนติก ,โรแมนซ์,แฟนตาซี,ต่างโลก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 1หนุ่มชอบฝึกติดบันเทิงได้มาเกิดใหม่ต่างโลกเป็นกำพร้า เขาคิดใช้ชีวิตใหม่ให้ดีกว่าเก่า แต่โลกดันอยู่ในยุคสู้กันด้วยดาบแถมเด็กกำพร้าถูกขายทิ้ง เขาฝึกกับเพื่อนอย่างหนักและหาเงินเพื่อให้ได้เจอชีวิตที่ดีกว่า วารีคิดเอาจริงกับหน้าที่การงานเพื่อชีวิตดีๆและเป้าหมายสุดท้าย แต่ต้องมาห่างเพื่อนซี้ขั้นพี่น้อง จนในที่สุดเขากลับมาแบบผู้ใหญ่ และใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ด้วยสัญญาที่ให้กัน เขาตีตัวห่างและไปหาคนอื่นก่อน
ฟรี 5,000 คนแรก
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01JVWXKXVMKZHGDWRW4D9AAPRT
หนุ่มที่เบื่อหน่ายชีวิตและอดีตจมอยู่กับการฝึกและสิ่งบันเทิงจนทั้งชีวิตไม่เคยเจอใคร
และวันที่เขาอยากเป็นอาหวังกลับโดนรถใหญ่สอยมาเกิดต่างโลกมาเป็นเด็กกำพร้า
แต่ทว่าโลกอยู่ในยุคตีกันและคนสามารถใช้ท่าต่อสู้แบบแรงสุดได้ด้วยการตะโกนชื่อท่าและโลกนี้ร่างกายฟื้นเร็วมาก
แถมเด็กกำพร้าโลกนี้ไม่มีค่า และบางคนต้องถูกขายทิ้ง
เขาตัดสินใจเลือกชื่อ ‘วารี’ ลื่นไหล และไร้รูปร่าง และเขาตัดสินใจเลือกแฝด ‘วี’ ครึ่งแมว และ ‘วิว’ ครึ่งแมงมุม มาเป็นเพื่อนร่วมฝึกต่อสู้ เพราะศักยภาพของการเป็นครึ่งสัตว์
เขาฝึกหนัก ตั้งใจหาเงิน ต่อสู้ป้องกันบ้านจากคนนิสัยไม่ดีกับฝาแฝดที่ฝึกมาอย่างดุเดือด ไล่ตะเพิดเหล่าผู้ใหญ่
เขาสนิทกับเพื่อนบ้านเดียวกันมากขึ้น และเริ่มหนักใจกับสองพี่น้องที่มองเขาเปลี่ยนไป
สุดท้ายโลกของผู้ใหญ่ที่ต้องทำงานรอเขาอยู่ เขามุ่งจะทำให้ดีที่สุด
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
85 ชีวิตกระต่ายน้อย
ยุคตีกันปี 105
มุมมองบุคคลที่สาม
ณ ป่าแห่งหนึ่ง ใกล้ประเทศฟูลมูน
กระต่ายหนึ่งตัวหลับอยู่ในรูอุโมงค์ใต้ดินของมัน แล้วมันก็ตื่นขึ้นมา เพราะหิว
ในป่าด้านในมีสัตว์ร้ายอยู่ และตรงนี้ใกล้คนตัวใหญ่ๆจริง แต่มีเบอร์รี่และเมล็ดพืชให้กินมากกว่า
มันออกจากรู
รูมันใกล้ค่ายทหารเพราะแถวนี้มีเบอร์รี่เยอะ
และทหารขับไล่สัตว์นักล่าไปหมด
มันทำตัวแอบๆตลอด ทหารไม่เคยเห็นมัน
แต่วันนี้มันรู้สึกโชคดี เพราะมันออกจากรูมาพุ่มไม้ตรงหน้าก็ออกผลเบอร์รี่แล้ว
มันกระโดดไปกินไม่คิดอะไร
ทหารเห็นมัน
“เห้ย อาหารว่างมาว่ะ มาเพื่อน”
“เอาดิ เอาดิ”
ทหารจับดาบในมือมั่นๆแล้ววิ่งมาฟันกระต่าย
กระต่ายกระโดดหลบ
มันวิ่งกลับเข้าไป อีกนิดหนึ่งก็จะถึงรูอยู่แล้ว
หัวมันมุดได้ครึ่งหนึ่งแล้วมันโดนฟันก้นพร้อมขา
มันตกลงรูเพราะแรงจากดาบแล้วขยับไม่ได้
ทหารล้วงรูแล้วดึงหูกระต่ายขึ้นมา เขาเอาดาบจ่อคอมัน
“ดูจริงๆแล้วตัวมันผอมว่ะ ขี้เกียจแทะกระดูก”
“เฮ้ย พวกแกทำอะไร กลับมาฝึก!” ครูฝึกเห็นแล้วตำหนิทหารที่อู้ไม่ยอมฝึก
ทหารที่จับกระต่ายอยู่แทงท้องมัน “เดี๋ยวมันวิ่งเข้ามาตอนฝึก”
แล้วเขาโยนลงพื้น “ไม่น่าฆ่ามันว่ะ…”
เพื่อนเขามองเคืองๆเพราะรู้สึกสงสาร
กระต่ายน้อยหายใจแรงเลือดออกมาก
เมื่อทหารไปมันคลานอย่างทุลักทุเลกลับลงรู
มันรู้ตัวว่าอีกนิดเดียวทุกอย่างจะมืด
กลิ่นมันแปลกกว่าตัวอื่นและมันไม่มีคู่มาตลอด
แม้กระต่ายมีลูกเยอะเพราะเป็นสัตว์ถูกล่า
มันอยู่ในชั้นต่ำๆของห่วงโซ่อาหาร
สัตว์นาๆพันธุ์คิดฆ่ามัน
มันกินน้อยเพราะกลัวมาตลอด
แต่มันรู้ว่าอีกนิดเดียวก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว
มันได้ยินเสียงจากไกลๆ เป็นเสียงที่มันฟังรู้เรื่อง “เจ้ามีภารกิจ ฉันดูคนนึงอยู่ แล้วเจ้าจะดูดีเพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์เจ้ากับคนนั้น”
มันใช้ความพยายามออกไปดูว่าใครพูดจนเลือดท่วมรูอยู่ไม่ได้แล้ว
มันไม่เห็นอะไร
มันงงแล้วมันเห็นดาวตกไปตะวันออก “จงไปที่นั่นไปหาเขา สืบทอดกับเขา นั่นคือภารกิจเจ้า”
ท้องฟ้ามืดลง “อะไรวะ” จนทหารงง
กระต่ายคลานกลับเข้ารู้ไปนอนกลางกองเลือดเมื่อได้ยินเสียงทหาร
มีแสงเหมือนแสงเวทีละครส่องเข้ารู “ตรงรูกระต่าย ไป!”
ทหารไปดูรูกระต่าย “ไม่เห็นอะไรเลยว่ะ กลับเหอะ ท้องฟ้าคงเพี้ยนวันนี้ แล้วฟ้าจะผ่ามึงมั้ง ดันไปฆ่าสัตว์”
ทหารอีกคนต่อยไหล่เพื่อนเบาๆ “อย่าพูดอย่างนั้นดิวะ กูกลัวนะเว้ย กูจะล้วงรูดู”
ทหารไปล้วงรูแล้วหยิบไข่ขาวๆได้ใบหนึ่ง ไข่มีแต่ขน “กระต่ายตัวนี้มันออกลูกเป็นไข่เหรอวะ แปลกฉิบหาย”
“ทำไมมันตุบๆดีดๆวะ แถมมีแต่เลือดเลอะเทอะ เดี๋ยวกินไปพาท้องเสียเปล่าๆ” เพื่อนทหารรีบเตือนเพราะเขาเห็นว่าแปลกไป
เขาขยะแขยง
“นั่นดิ” ทหารวางไข่ไว้ในรู และกลับไปฝึก
1 เดือนผ่านไป
ตูม! ดินกระจาย
ทหารเข้าใกล้มา แต่พวกเขาไม่ใช่ชุดเดิม
“ไม่เห็นมีอะไร มีแต่หลุม” ทหารงงแล้วเดินกลับเพราะครูฝึกเห็นเขาแต่ปล่อยมา
กระต่ายวิ่งเข้าไปในป่า แต่คราวนี้ มันมีสองขา แล้วรูปร่างเหมือนทหาร แต่เป็นตัวเมียเล็กๆ
ทั้งตัวมันเป็นขน ไม่มีเสื้อผ้า ตัวเล็กๆ แต่ที่พิเศษคือกล้ามขามันมหัศจรรย์ตั้งแต่เล็กๆ แต่แขนมันไม่มีอะไรเลย
มันวิ่งจนเหนื่อยถึงแม่น้ำ มันจำได้ว่าแถวนี้ทหารไม่มาเพราะเสือเยอะ
มันยอมเสี่ยงอยู่แถวนี้ ดีกว่า
มันขุดดินเพื่อสร้างรัง แต่ โชคไม่เข้าข้าง มันใช้มือขุดจนนิ้วเป็นแผล แล้วขุดได้นิดเดียว มันสร้างรังใต้ดินไม่ได้แล้ว
มันอยากนอนเพราะมันเพิ่งเกิดใหม่ แล้ววิ่งมาไกล มันล้า
มันขอไปกินน้ำก่อนแล้วเห็นหน้าตัวเองเป็นกระต่ายในแม่น้ำ “กิ้ว…” มันทำหน้าเศร้าจับหน้าตัวเอง
มันนึกว่ามันเป็นคนแล้ว แต่มันยังเป็นกระต่าย
มันทำใจเข้มแข็งเพราะได้มีโอกาสใหม่แล้ว
มันจะฝึกเหมือนที่ทหารฝึก แขนพวกเขาไม่เหมือนเจ้ากระต่ายน้อย มันดูแข็งแรงกว่า
มันหาของกินให้อิ่ม มันปีนต้นไม้ได้แล้วมันเลยนอนในต้นไม้สูงๆ กินถั่วทั้งเปลือกเพราะฟันมันแข็งแรง
แล้ววันต่อไปมันลงมา
มันใช้ท่าเดียวที่กระต่ายมีคือกลับหลังถีบใส่ต้นไม้
17 ปีผ่านไป
ตูม! เสียงบางอย่างชนต้นไม้หักลอยหมุนไปชนต้นที่สองหัก
กระต่ายเอาแขนกล้ามๆ มาทำท่าให้ตัวเองมั่นใจ “กิ้ว!”
มันมันใส่หนังเสือคลุมรอบตัว
ตอนนี้มันเป็นกลางคืน “กิ้ว” แล้วกระต่ายตัวไม่น้อยแล้วเริ่มง่วง ปีนขึ้นต้นไม้อีกต้นไปนอน
มันเอาหนังเสือทำเป็นถุงแล้วใส่เบอรี่กับถั่วและผลไม้เต็มไปหมด
มีเนื้อเสือดิบอยู่ตั้งแต่เมื่อวาน มันดมๆแล้วกลิ่นมันกินได้แต่ไม่อร่อย มันเลยกิน
มันกินเนื้อได้ตั้งแต่เป็นร่างนี้
มันอยากดูดาว มันจำได้ว่าดาวบอกให้มันไปตะวันออก
เมื่อขึ้นไปสิ่งแรกที่มันเห็นคือดาวตกไปตะวันออก “ไป! เจ้าดูดีแล้ว จงรักษาสายพันธุ์ต่อไป เจ้าเป็นตัวสุดท้าย”
เสียงประหลาดที่ไม่รู้มาจากไหนอีกแล้ว แต่มันไม่คิดมากแล้ว เพราะชีวิตมันอัศจรรย์เกินกระต่ายมุดรู
มันมีภารกิจ
มันนอนถึงตอนเช้า
เมื่อเช้ามันเอาหนังเสือคลุมตัวให้มิดชิด เพราะมันมีของคนตัวเมียแล้ว ห้อยถุงหนังเสือกับอาหารไว้ข้างหลัง แล้วเริ่มวิ่ง มันวิ่งไปเรื่อยๆ แต่กระต่ายจำเส้นทางเก่งมาก
มันจำเส้นทางดาวในใจได้หมด และมันรู้จากสัญชาตญาณว่าตะวันออกทางไหน
มันวิ่ง และแล้วมันก็มาถึงรูเก่ามันที่เป็นหลุม มันมองรำลึกตอนมันหมดโอกาสใช้ชีวิตไปครั้งหนึ่ง “กิ้ว…”
“ย่า!”
เสียงทหารฟันดาบใส่ลมดังฟั่บ
มันทำตัวให้ต่ำแล้ค่อยๆเดินสี่ขาไปมุดพุ่มไม้ และมันก็มาถึงอีกฝั่ง
ทหารฟันดาบใส่กัน เสียงเหล็กกระทบดังทั่ว มันถอยหน้า
ข้างหน้าอันตราย มันวิ่งอ้อม แล้วไปทางภารกิจของมัน
มันไม่รู้ว่าอะไรคือ ‘ภารกิจ’ มันรู้แค่ว่ามันต้องทำ เพราะมันเป็นตัวสุดท้ายในสายพันธุ์มัน สัญชาตญาณมันให้ทำทุกอย่างเพื่อสืบทอด
มันวิ่งไปเรื่อยๆหลบหมู่บ้าน จนมันมาถึงเมืองใหญ่ แล้วมันคิดในใจ ‘อาจเป็นที่นี่’
มันไปส่องหน้าตัวเองในแม่น้ำ อย่างน้อยมันก็ปิดร่างกายแล้ว ถ้ามันปิดหน้านิดหน่อยคงไม่เป็นไร
มันซ่อนหน้าซ่อนหู แต่มันเอาหนังเสือคลุมแล้วขามีแต่ขนเปิดหรา
มันซ่อนอาหาร ทำใจมุ่งมั่นแล้วเดินเข้าเมือง
ทหารคุมประตูมัวแต่คุยกันไม่ได้มองมันมันรีบเดินเข้าไป
“กิ้ว…” มันดูเมืองตกใจกับภาพที่เห็น
คนเต็มไปหมด ไม่มีใครแต่งตัวเหมือนมัน
มีบ้านเต็มไปหมด มีร้านอาหารข้างทาง มีคนถือดาบใส่ชุดเหมือนคนที่เคยฆ่ามัน ‘อีกแล้วเหรอ’
มันเดินหนีแล้วไปทางอื่น คนเริ่มมองมันเยอะเพราะหนังเสือล้วน จนคนทั้งหมดจ้องมันหมดแล้วซุบซิบกัน
กระต่ายรู้สึกว่า ‘อันตราย!’ แต่มันได้ยินเสียงแหลมสูงหลังจากนั้นแล้วตกใจยืนช็อก
ทหารวิ่งมาหามัน และมันหนีไม่ทันมัวแต่ตกใจเสียง ทหารล้อมมันแล้ว
มันไม่มีทางวิ่งหนี มันตั้งท่าพร้อมถีบเหมือนถีบต้นไม้
ทหารค่อยๆเข้ามา เหมือนมันไม่มีพิษภัย
ทหารจะเข้ามาเปิดหนังเสือที่ปิดหน้ามันแล้วมันถีบทหารจนหนังเสือที่ปิดหน้าหลุด
ทหารที่โดนถีบลอยเข้าไปกระแทกดงคนมุงข้างหลังล้มเป็นแถว
มันวิ่งไปถีบอีกคนบินไปชนคนล้มเปิดทาง
แต่โชคร้าย ตัวเมียทางซ้ายมันอยู่ใกล้ แล้วเอาอะไรไม่รู้จิ้มเอวมัน จื่ด
ทั้งตัวมันเกร็งขยับไม่ได้และมันล้ม
เพราะหัวใจมันเล็กมันหยุดเต้นทันที
มันใช้สัญชาตญาณเฮือกสุดท้ายก่อนสลบทุบอกตัวเอง ‘จะไม่ยอมเสียโอกาสอีกครั้งจนกว่าจะได้สืบทอด!’
หัวใจมันกลับมาเต้นแล้วมันหลับ
ทหารเอาเชือกมัดมันแล้วแบกมันลอย
วันที่ 14 เดือน 1 ปี 123
บ้านติดวัง
“กิ้ว!” กระต่ายถีบลมข้างหลังด้วยความตกใจ
มันนอนอยู่บนฟูกนุ่มๆ น้ำตาไหล
มันรู้ว่ามันอยู่ในห้องใคร ‘วารี’ ภารกิจมัน คนที่จะสืบทอดสายพันธุ์มันให้
มันพยายามทำทุกอย่างจนท้อแล้วหยุดไปบ้างเป็นพักๆ เพราะวารีไม่ยอมสืบทอดกับมัน
มันส่องกระจก เนื้อหนังมันไม่เหมือนตัวเมียคนอื่นที่วารีมาห้อง มันมีแต่ขน แต่มันทำอะไรกับตัวมันเองไม่ได้
ตอนวารีหลับมันไปสีของวารีทุกวันแต่ทำอย่างไรมันก็ไม่ตั้งขึ้นมา
มันท้อแท้ใจ และคิดว่า ‘คงทำภารกิจไม่ได้ตลอดไป’
แต่มันพยายามทุกวันไม่หยุด
มันดูนอกหน้าต่าง มองพระอาทิตย์ ท้องฟ้าเริ่มมืด “กิ้ว”
มันกินอาหารที่เขาเตรียมไว้ให้อิ่ม ขึ้นเตียงดมกลิ่นวารี มันเอาหมอนข้างวางแล้วซ้อมยกก้นกระแทก เหมือนตัวเมียที่ชื่อ ‘อายะ’ ตอนตัวเมียตัวนี้มาห้องวารี แล้ววารีไม่อยู่
เสียงประตูเปิด มันได้กลิ่น มันลุกหันไป ชูมือสองข้างวิ่งหาเขา “กิ้ว! วารี! วารี!”
มันกอดวารีแล้วเริ่มสี
“หยุด” กระต่ายไม่น้อยแล้ว หยุด “มานี่” วารีสั่งมันแล้วมันเดินตามจ๋อยๆ วารีไม่ช็อตคอมัน มันรู้ดี แต่วารีจะหยิกแก้มกับพุงมันพอเจ็บๆเบาๆ มันไม่ชอบความเจ็บ
วารีไปเปิดตูเสื้อผ้าคน มันเห็นเขาถือผ้าสองสีนั้นมาเมื่อวาน แล้วใส่กับมัน
ในที่สุดมันก็ใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ววารีมองจับคาง “อื้ม ดีกว่า… เอาล่ะ ไปนอน!”
มันไปนอนแต่เสื้อผ้าอึดอัด แล้วท่อนล่างที่มันใส่ปิดทุกอย่างจริงแต่มันเป็นรูข้างล่างเหมือนห่อหนังเสือ แต่มีใส่อีกชั้นข้างในปิดนั่น
“จ้ำจี้…” มันพูดเบาๆ น้ำตาซึม “พอเหอะ” วารีเริ่มไม่รู้จะทำยังไงกับมัน
กระต่ายนอนร้องไห้
กระต่ายนอนเมื่อไหร่ก็ได้เพราะมันเป็นสัตว์เล็ก
เสียงคนเคาะประตู
“ไปเปิดที” วารีสั่งกระต่าย เพราะมันเริ่มรู้เรื่อง “กิ้ว!” กระต่ายดีใจที่วารีสนมัน
เมื่อเปิด “กิ้ว…” มันซึมแล้วสั่นทันที กลิ่นเสือที่แข็งแรงกว่ามันมาและเป็นเสือดำที่ว่องไวกว่าด้วย
“ไปไกลๆ รำคาญ ทำตัวเศร้าอยู่ได้ เขาไม่เอาแกเพราะทำตัวไม่สดใสนี่แหละ เจ้าโง่” วีจิ้มหัวกระต่ายใหญ่
กระต่ายกลั้นเบอร์หนึ่งเพราะกลัวโดนเล็บเสือจิ้มทะลุหัว
มันรีบกลับไปที่นอนหลับตาปี๋ แล้วรีบนอน จะได้ไม่เห็นวารีทำกับใคร แม้เสียงดังมันก็นอนได้ เพราะมันเคยเป็นสัตว์
ความเป็นตัวเมียทำให้มันเสียใจที่ตัวผู้ของมันอยู่กับตัวเมียอื่น
ยิ่งตัวเมียนั้นท้องแล้วด้วย
มันหลับ เพื่อหนีความจริง
“กิ้ว!” กระต่ายรีบลืมตาโผลง ‘อันตรายถึงตาย!’
เสือดำอุ้มท้องจับท้องปูดจ้องมันอยู่ มันนอนสั่น หลับตาหนีไปหาความมืด
แต่เสือใหญ่กางเล็บคว้าคอมัน แล้วยกมันลอย หมุนตัวมันให้หันไปมอง
มันฝืนหลับตาไม่ได้แล้ว
เสือดำมองเหมือนจะกินมันทั้งตัว “สะอื้นอยู่ได้… น่ารำคาญ เกะกะว่ะ…” เสือดำพูดเบาๆแต่กระต่ายใหญ่ไม่รู้เรื่อง
เสือดำวางกระต่าย “นิ่ง!” แล้วสั่งมัน
มันไม่กล้าหนี ยืนสั่น ในที่สุดเบอร์หนึ่งก็ปล่อยออกมาเพราะความกลัว
“ทุเรศ…” เสือดำมองมันเหมือนเศษกิ่งไม้ข้างทางไม่มีค่าอะไร
เสือดำกางเล็บง้าง ‘ศิโรราบเดี๋ยวนี้!’สัญชาตญาณสั่งมันแรงมาก
มันลงเสียเท้าเสือดำที่มันกลัวสุดชีวิต “กิ้ว! กิ้ว!”
วีมองว่ามันแปลก มันทำทำไม?
วีไม่ได้รู้สึกอะไร แต่รู้สึกว่ามันพยายามรักษาชีวิต แทนที่มันจะร้องไห้ มันทำเพื่อตัวเอง วีลูบหัวมันเอ็นดูเป็นครั้งแรก เธอไม่ได้รังเกียจคนกล้าสู้
เสือดำน่ากลัวเดินออกจากห้องไป
แมงมุมตัวใหญ่เข้ามา
กระต่ายน้อยรีบเช็ดพื้นแบบที่คนสีแดงหน้าจุดๆสอน แล้วไปนอนหลับ มันเอาผ้าเปียกไว้ใต้หมอน
มันหลับไป
ซักพัก เสียงประตูดังๆทำมันตื่น ปึง “วารีจ๋า ขนม เธอน่าจะเลียจนเหนื่อย ฉันลองทำอาหารเล่นแหละ”
เสือดำเข้ามาอีกแล้ว! มันสั่นรีบหลับทันที
‘อย่ามานะ!’ กระต่ายอ้อนว้อนเสียงที่เคยได้ยิน
“ทำไมรสเหมือนยางอุ้ย แต่ช็อกโกแลตอร่อยดี” วารีกินขนมวีจนหมด แม้รสชาติแปลกมาก เหมือนไส้สมุนไพรล้วนเลย
“จ้า ไปล่ะ ฮี่ฮี่” วีเดินมาถึงกระต่าย ลูบหัวมัน
กระต่ายรู้สึกได้ว่ามีลมหายใจเสืออยู่ข้างหูแล้วพูดเบาๆ “นอนแหกขา ไปล่ะ…”
กระต่ายไม่ได้ลืมตาเพราะกลัวสุดหัวใจ แล้วมันได้ยินเสียงประตู
มันรู้สึกเหนื่อยล้าหัวใจ เพราะฟังคำสั่งไม่รู้เรื่องอยู่ดี
มันเริ่มหลับ
แต่กลางดึก มีคนจับมันยก ‘เสือดำ?!’ มันรีบลืมตาดูแล้วจะถีบ “วารี!”
“เงียบๆ… และ ขอโทษที” วารีรู้สึกผิดนิดหน่อย แต่เขาเหมือนกินยางอุ้ยเข้าไปเป็นกิโล
วารีจับกระต่ายใหญ่ที่ไม่มีชื่อเหมือนคนอื่นแหกขา เอาหัวเข้าไปมุด
“จ้ำจี้… ดีใจ…” กระต่ายรู้สึกว่าทุกอย่างที่มันพยายามมาสำเร็จ
ห้องสองหมอสองเพศ
หมอสองคนกำลังทำเรื่องปรกติของคู่รักในที่ปิด
ตู้ม วารีถีบประตูเข้ามา “มหัศศรี! คิเซกิ! ช่วยกูด้วย กุยัดยาคุมให้ไอ้กระต่าย แล้วซักพักมันอ้วกแตกไม่หยุด! ยาก็ออกมาแล้ว กูไม่รู้ว่าต้องทำอะไร!”
มหัศศรีวิ่งไปตู้เย็นอย่างรวดเร็วหยิบขวดยาแก้แพ้ที่แช่อยู่กับเข็มข้างบน เปิดฝาแล้วดูดยาเข้าเข็ม
จากนั้นเขาวิ่งไปจิ้มคอกระต่าย แล้วฉีด
กระต่ายหน้าสงบลง แต่ยังไม่ค่อยดีนัก เหงื่อยังออก “เอามันไปวางบนเตียง” แล้วมหัศศรีไปใส่เสื้อ
คิเซกิยืนสี่ขาอยู่ถอนหายใจแล้วลุกขึ้นยืนใส่เสื้อผ้า
วารีเอากระต่ายไปวางที่ลูบหน้าผากมันอย่างเป็นห่วง แล้วสองหมอมาขนาบข้าง ทั้งสองคนจับไหล่วารี
ซักพัก “ตกลงเอามันแล้ว ไหนบอกไม่…” คิเซกิถามตรงๆ
“กูเหมือนกินอุ้ยเข้าไปเป็นกิโล แล้วมันอยู่พอดี กูไม่อยากรบกวนคนที่หลับแล้ว” วารีทำหน้าจ๋อย “แต่กูรู้สึกแปลกๆ เหมือนร่างกายกูยังต่อต้านอยู่ แต่ทำได้ตอนนั้นเพราะอุ้ย”
“แล้วมึงแดกอุ้ยเข้าไปทำไม…” มหัศศรีบีบไหล่เพื่อนปลอบใจ เพราะเพื่อนดันไปจิ้มตัวประหลาดมีแต่ขน แถมปล่อยใน
“วีเอาขนมมาให้กิน กูไม่รู้ว่าอุ้ยเยอะมากขนาดนั้น” วารีสารภาพ
สองหมอคิด แล้วเบอร์ 1 ทำเพื่ออะไรวะ? เธออยากให้เบอร์มันเพิ่มแล้วศัตรูเพิ่มหรือ?
แต่สองหมอนึกได้ว่าเธอท้อง แล้วคิดในใจ “คงฮอร์โมน”
พวกเขาพาวารีไปนั่งที่โซฟา คุยกัน มหัศศรีเอาเหล้ามาให้วารีกิน
“แล้วมันมีอะไรพิเศษมั่ง?” เมื่อคิเซกิเห็นวารีเมาย้อมใจ ก็เริ่มละลาบละล้วง
“น้ำมันหวานหอมเหมือนเบอร์รี่รวมเลย แล้วของมันรู้สึกไม่เหมือนคน” เพราะความเมา วารีเลยพูดไปก่อนคิดได้ “ไม่น่าบอกว่ะ…” แล้วบ่นตัวเอง
““ฮ่าฮ่าฮ่า”” สองหมอและเกือบหมอกินเหล้ากินข้าวคุยกันจนหลับคาโซฟา
วันที่ 20 เดือน 1
กระต่ายใส่ชุดคล้ายนักศึกษาไปโรงเรียน
ท้องมันปูดนิดหน่อย ภารกิจสำเร็จแล้ว มันเลยรู้สึกว่าชีวิตตัวเองสุดมีค่า แล้วพอใจกับที่เป็นอยู่
บางครั้งมันก็ได้นอนกับวารีบ้าง ตอนไม่มีตัวเมีย หรือ ‘คู่หมั้น’ คนอื่นอยู่ แต่ไม่ได้จ้ำจี้อีกแม้แต่ครั้งเดียว
กระต่ายตั้งใจเรียนกับเด็กแม้รู้ตัวว่าไม่ค่อยฉลาด เปิดหนังสือท่อง เรียนกับเด็ก
แล้วก็ถึงเวลาเล่นกับเด็ก เด็กวิ่งเล่นกับมันหลายคน
“เฮ้ย เล่นแปลงร่างสู้กันเหอะ กู… “เดี๋ยวเหอะ!” ฉันจะเป็นพี่วี” เด็กพูดกับกลุ่มเพื่อน แต่ครูฝึกต่อสู้ตำหนิ
“เอาดิฉันเป็นพี่วารี” เด็กผู้หญิงพูด
“ถ้าอย่างนั้นข้าเป็นพี่วิว” เด็กชายอีกคนสูดขี้มูกแล้วพูด
กระต่ายตั้งใจมองสี่ขาในสนามเด็กเล่น เวลาเล่นกับเด็กมันเดินสี่ขา
เด็กสามคนยืนล้อมวงกันหลับตา เอามือตั้งชันไว้ข้างตัว
ซักพักที่นานอยู่ สามคนตัวมีแสงวนตัว
คนหนึ่งเป็นวารีแต่หน้าเบี้ยวๆ คนหนึ่งเหมือนเสือดำน่ากลัวแต่เป็นผู้ชาย กับเหมือเผ่าแมงมุมแตกหกขา
เด็กไปใส่เกราะเบาะแล้วมีคนมีกล้ามใส่ชุดกีฬามา
กระต่ายไม่สนใจการสู้แล้วยืนแบบนั้นมั่ง
มันท่าเหมือนเด็กทุกอย่าง
‘ฉันอยากเป็นคน!’
มันรู้สึกว่ามีดาวขึ้น มันรีบเปิดตาดูแล้วดาวหายไป “กิ้ว…” มันไม่หยุดพยายามแล้วทำใหม่
มันรออยู่นาน “โหแบบนี้ดีกว่านะ!” เสียงเด็กพูดแล้วเริ่มมีคนจับมัน
“ถ้าร่างนั้นอย่าไปจับเธอ มันเสียมารยาท” ครูสอนต่อสู้บอกเด็กๆ
“คร้าบ…” เด็กๆคิดในใจ ‘เล่นอย่างอื่นก็ได้ เธอไม่แปลกแล้ว’
กระต่ายลืมตา เพระมีคนจับไหล่มัน “ไปส่องกระจกไป…” คนฝึกต่อสู้คุยกับมันทำไม?
“กระจก ได้!” มันวิ่งเร็วจนพื้นเป็นหลุม แต่มันไม่ใส่ใจ “ห้ามวิ่งในนี้” ผู้ใหญ่ตำหนิมัน มันเปลี่ยนเป็นเดินเร็วๆ
มันส่องกระจก
มันเหมือนคน! ผมชมพู ตัวเล็กนิดหน่อย หน้าอกนิดเดียว แต่ยังดีที่ก้นใหญ่ ท้องปูดๆนิดนึง “จ้ำจี้ ได้! จ้ำจี้วารีได้! เอา เอา” ปุ้ง ควันขึ้นรอบตัวมัน แล้วตัวมันกลับไปเป็นขนกระต่ายแบบเดิม
มันรีบเรียนจนเสร็จวันนั้นแล้วกลับบ้าน
กระต่ายเดินถือหนังสือกลับห้องเร็วๆ “วารี!” วารีอยู่ในห้อง!
“อะไรหวาน…” วารีหันมามอง “หวาน?” ไม่มีกระต่าย มีแต่คนตัวเล็กนิดหน่อยผมชมพู แต่ขาสุดอลังการ
“จ้ำจี้! คน!” หวานรีบบอกวารี
“ไม่ได้อยู่ดี ท้องอยู่ แต่แบบนี้เอา ฝึกไว้” วารีบอกหวานร่างคนหูกระต่าย
“ได้!” หวานยิ้มดีใจกอดวารีแต่ไม่ลวนลามเขาอีกต่อไป