เมื่อผีร้ายจากอดีตชาติกลับมาทวงชีวิต เมธาจะหนีหรือเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะครั้งนี้มันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตแต่มันต้องการ “ตัวเขา” ไปตลอดกาล

อาถรรพ์เดือนเก้า - บทที่ 10 อดีตที่ตามมา โดย Nicha - ณิชา @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,ไทย,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,ผี,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

อาถรรพ์เดือนเก้า

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,ไทย,ระทึกขวัญ,ลึกลับ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ผี,สยองขวัญ

รายละเอียด

อาถรรพ์เดือนเก้า โดย Nicha - ณิชา @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อผีร้ายจากอดีตชาติกลับมาทวงชีวิต เมธาจะหนีหรือเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะครั้งนี้มันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตแต่มันต้องการ “ตัวเขา” ไปตลอดกาล

ผู้แต่ง

Nicha - ณิชา

เรื่องย่อ

“คำสาปที่ผูกติดกันข้ามภพไม่มีวันปล่อยเหยื่อให้หลุดรอด”


เมื่อเมธาอายุครบ 25 ปี อาถรรพ์ที่ติดตัวมาหลายชาติเริ่มตื่นขึ้นอีกครั้ง เงาดำในความมืด เสียงเรียกแผ่วเบา และความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกลมหายใจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ


เพราะ “มัน” กลับมาแล้ว


ผีร้ายที่ตามล่าเขามาทุกภพทุกชาติไม่เคยลืม ไม่เคยให้อภัย และไม่เคยหยุดจนกว่าจะได้ชีวิตของเขาไปยิ่งหนีมันยิ่งใกล้ยิ่งหลบมันยิ่งตาม เมื่อไม่มีที่ปลอดภัยบนโลกนี้เมธาจึงต้องค้นหาความจริงในอดีตชาติเพื่อไขคำสาปที่ผูกมัดเขาเอาไว้


แต่คำถามคือเขาจะทันก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะถูกช่วงชิงไปหรือไม่หรือสุดท้ายแล้วชะตากรรมนี้


 “ไม่มีทางหนีพ้น”

สารบัญ

อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 1 ฝันร้าย,อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 2 ทางกลับบ้าน,อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 3 ทำบุญบ้าน,อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 4 เงาในวัด,อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 5 สิ่งที่ไม่อยากเจอ,อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 6 ทำบุญ,อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 7 ป่าลึกลับ,อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 8 ผู้คุ้มกัน,อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 9 เสียงปริศนา,อาถรรพ์เดือนเก้า-บทที่ 10 อดีตที่ตามมา

เนื้อหา

บทที่ 10 อดีตที่ตามมา

ก๊อก

เสียงเคาะดังขึ้นจากภายในศาลร้างอีกครั้งคราวนี้ชัดเจนจนทุกคนได้ยิน ไม่มีใครกล้าพูดอะไรแม้แต่ลมที่พัดผ่านป่าก็เหมือนจะหยุดลงผู้ใหญ่คนหนึ่งเผลอถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

"ข้างในมีคนอยู่เหรอ"

ไม่มีใครตอบคำถามนั้นเพราะทุกคนรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ ศาลหลังนี้ดูร้างมานานหลายสิบปีไม่มีทางที่ใครจะอาศัยอยู่ในนั้นได้

ศรันต์ก้าวออกมาด้านหน้า ราวกับเป็นกำแพงกั้นระหว่างชาวบ้านกับศาลร้าง

"ทุกคนอยู่ตรงนี้ห้ามเดินเข้าไปเอง" ชาวบ้านพยักหน้าตามโดยอัตโนมัติแม้ไม่มีใครรู้ว่ากำลังเจอกับอะไรแต่ทุกคนก็เชื่อใจพ่อครูมากที่สุดในเวลานี้

ก๊อก เสียงดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เหมือนมาจากใต้พื้นศาลเมธารู้สึกขนลุกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเขาหันไปมองกวินและพบว่ากวินเองก็หน้าซีดกว่าปกติ

"นายรู้สึกไหม"เมธาถามเบา ๆ

กวินพยักหน้า

"แรงมาก แรงจนฉันไม่เคยเจอมาก่อน"

ศรันต์หลับตาลงช้า ๆมือข้างหนึ่งกำสร้อยประคำแน่นริมฝีปากขยับคล้ายกำลังสวดอะไรบางอย่าง ไม่มีใครได้ยินบทสวดนั้นแต่บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนความอึดอัดที่กดทับอยู่เหมือนถูกผลักออกไปทีละน้อยลมที่เย็นจัดค่อย ๆ อ่อนกำลังลงผ่านไปเกือบนาที ศรันต์จึงลืมตาขึ้นแต่สีหน้าของเขากลับเคร่งเครียดกว่าเดิม 

เมธาไม่เคยเห็นพ่อครูเป็นแบบนี้มาก่อน

"พ่อครู" ผู้ใหญ่คนหนึ่งเรียก

"มันคืออะไร"

ศรันต์มองศาลร้างอยู่นานก่อนตอบ

"ไม่รู้"

คำตอบนั้นทำให้ทุกคนใจหายเพราะคนที่ดูเหมือนจะรู้มากที่สุดในกลุ่มกลับบอกว่าไม่รู้

"แต่มีอย่างหนึ่งที่ฉันรู้" ศรันต์พูดต่อ

"ที่นี่เคยมีพิธีบางอย่างเกิดขึ้น"

ทุกคนเงียบ "พิธี?"

"ใช่" ศรันต์ก้าวเข้าไปใกล้ศาลอีกเล็กน้อยสายตากวาดมองพื้น เสาไม้ และเศษซากที่ผุพัง

"ดูจากร่องรอยที่นี่ไม่ใช่ศาลธรรมดา"

เมธาขมวดคิ้ว "หมายความว่าไงครับ"

ศรันต์หันมามองเขา "ที่นี่อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อกักบางสิ่งเอาไว้" ทันทีที่พูดจบความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง

ก๊อก!เสียงเคาะดังขึ้นรุนแรงกว่าเดิมจนไม้เก่าของศาลสั่นเล็กน้อยชาวบ้านบางคนสะดุ้งบางคนเริ่มถอยหลัง แต่ศรันต์ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

เมธามองแผ่นหลังของพ่อครูแล้วนึกขึ้นได้ว่าตั้งแต่เจอกันครั้งแรกศรันต์ไม่เคยแสดงความกลัวให้ใครเห็นเลย ไม่ว่าจะเป็นเปรตวิญญาณหรือสิ่งแปลกประหลาดใด ๆแต่ตอนนี้เมธาเริ่มเห็นบางอย่างในสายตาของเขาไม่ใช่ความกลัวแต่เป็นความกังวล

ศรันต์หันมาหาเมธากะทันหัน "เมื่อคืนที่นายฝัน"

เมธาชะงัก "ครับ"

"เล่าให้ฉันฟังอีกครั้ง"เมธางงเล็กน้อยแต่ก็เล่าถึงเงาที่เต็มไปด้วยความแค้นและเปรตที่เข้ามาขวางเอาไว้ศรันต์ฟังเงียบ ๆยิ่งฟัง สีหน้าก็ยิ่งจริงจัง

เมื่อเมธาเล่าจบศรันต์เงียบไปนานก่อนจะหันกลับไปมองศาลร้างราวกับกำลังเชื่อมโยงอะไรบางอย่าง

"พ่อครู" กวินถาม

"คิดอะไรอยู่"

ศรันต์ตอบช้า ๆ "ฉันกำลังคิดว่าเด็กที่หายไปอาจไม่ใช่คนแรก"

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนตัวแข็ง

"หมายความว่าไงครับ"เมธาถามทันที

 ศรันต์มองไปยังป่าลึกด้านหลังศาลสายตาของเขาหนักขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"บางทีเรื่องที่คนเฒ่าคนแก่เล่ากันเรื่องเด็กที่หายไปเมื่อหลายสิบปีก่อนอาจไม่ใช่แค่ข่าวลือ"

ลมเย็นจัดพัดผ่านอีกครั้งและในวินาทีนั้นเองศรันต์หรี่ตาลงเพราะเขาเห็นบางอย่างตรงชายป่าด้านหลังศาลร่างเล็ก ๆ ของเด็กคนหนึ่งยืนอยู่ระหว่างต้นไม้นิ่งสนิทใบหน้าซีดขาวเสื้อผ้าเปื้อนดินกำลังจ้องมาทางพวกเขา

"ทุกคนอยู่นิ่ง ๆ" ศรันต์พูดขึ้นทันทีน้ำเสียงเปลี่ยนไปจนทุกคนรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ

เมธาหันตามสายตาของเขาแล้วหัวใจก็แทบหยุดเต้นเพราะเด็กคนนั้นคือเด็กที่พวกเขากำลังตามหาอยู่แต่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเด็กคนนั้นยืนอยู่ตรงนั้นทั้งที่ไม่มีใครเห็นว่าเขาเดินมาจากไหนและรอยเท้าบนพื้นก็สิ้นสุดอยู่ที่หน้าศาลแห่งนี้

เด็กคนนั้นยืนอยู่ท่ามกลางเงาของต้นไม้นิ่งสนิทราวกับรูปปั้น

"เมฆ!" พ่อของเด็กตะโกนออกมาอย่างดีใจก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหา

"เดี๋ยวก่อน!" ศรันต์ตะโกนลั่นน้ำเสียงเด็ดขาดจนทุกคนหยุดชะงักแม้แต่พ่อของเด็กก็สะดุ้ง

"อย่าเพิ่งเข้าไป"ศรันต์จ้องเด็กคนนั้นไม่วางตา

เมธามองตามยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกแปลกเด็กยังหายใจอยู่ยังยืนได้ไม่ได้มีบาดแผลร้ายแรงแต่ดวงตาว่างเปล่าเหมือนคนกำลังละเมอหรือถูกสะกดเอาไว้

"ลูกแม่..." แม่ของเด็กเริ่มร้องไห้

"ลูกได้ยินแม่ไหม" เด็กไม่ตอบไม่กระพริบตาไม่ขยับแม้แต่น้อย

ศรันต์ค่อย ๆ เดินออกไปข้างหน้าทีละก้าวระมัดระวังอย่างยิ่งจนเข้าไปใกล้เด็กประมาณสิบเมตรทันใดนั้นเด็กก็พูดขึ้น

"กลับมาแล้ว"

ทุกคนชะงักเสียงนั้นไม่เหมือนเสียงเด็กแหบแห้งช้าเหมือนคนแก่กำลังพูดผ่านร่างเด็ก

"ในที่สุดก็กลับมา"

เด็กค่อย ๆ หันศีรษะสายตาหันมามองเมธาโดยตรงหัวใจเมธากระตุกแรงขนลุกทั้งตัวเพราะในวินาทีนั้นเขารู้สึกเหมือนกำลังถูก "จำได้"ทั้งที่ไม่เคยเจอเด็กคนนี้มาก่อน

กวินสบถเบา ๆ "มันไม่ได้คุยกับพวกเรา"

ศรันต์พยักหน้า "ฉันรู้"

สายตายังคงจับอยู่ที่เด็ก

"เจ้าหนีไปอีกแล้ว" เด็กพูดต่อ

"เหมือนครั้งนั้น"

"เหมือนเมื่อร้อยปีก่อน"

ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้นเมธารู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงภาพบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวเร็วเกินกว่าจะจับรายละเอียดได้ไฟ ควัน เสียงกรีดร้อง และศาลแห่งนี้ แต่ไม่ใช่ในสภาพพังทลายมันยังสมบูรณ์ใหญ่กว่าเดิมและมีคนจำนวนมากอยู่รอบ ๆ

เมธาเซถอยหลังกวินรีบประคองไว้

"เมธา!" ศรันต์หันมามองทันที

"เห็นอะไร"

เมธาหอบหายใจ

"ผมเคยเห็นที่นี่"

ทุกคนเงียบ

"ไม่ใช่ตอนนี้แต่เหมือน..เหมือนผมเคยอยู่ที่นี่" เมธาพูดเสียงสั่น

ศรันต์นิ่งไปสีหน้าเปลี่ยนทันทีราวกับมีบางอย่างที่เขาเริ่มต่อภาพได้ จากนั้นเขาหันกลับไปมองศาลร้างและพูดช้า ๆ

"ฉันเข้าใจแล้ว"

"เข้าใจอะไรครับ" กวินถาม

ศรันต์ถอนหายใจก่อนตอบ

"เมื่อหลายชั่วอายุคนก่อนบริเวณนี้เคยเป็นชุมชนเก่า"ก่อนที่หมู่บ้านปัจจุบันจะถูกสร้างขึ้น"

ชาวบ้านหลายคนมองหน้ากันไม่เคยมีใครได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

"จากบันทึกเก่าที่ฉันเคยอ่าน มีศาลแห่งหนึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อกักบางสิ่งเอาไว้ไม่ใช่ผีไม่ใช่วิญญาณแต่เป็นความอาฆาต" ทุกคนเงียบกริบ

ศรันต์มองเมธา "และคนที่เป็นผู้ทำพิธีในครั้งนั้นมีชื่อเดียวกับนาย"

หัวใจเมธาหล่นวูบ

"ชื่อ...เมธา"

ลมเย็นพัดผ่านศาลร้างจนธูปที่ปักไว้ก่อนหน้านี้สั่นไหว

"เป็นไปไม่ได้" เมธาพึมพำ

"ฉันก็หวังว่าจะไม่ใช่" ศรันต์ตอบ

"แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าใครบางคนกำลังรอการกลับมาของนาย"

ทันใดนั้นเด็กที่ยืนนิ่งมาตลอดก็ยิ้มช้า ๆเป็นรอยยิ้มที่ไม่ควรปรากฏบนใบหน้าของเด็ก

"เจ้าทิ้งข้าไว้ที่นี่" เสียงนั้นดังออกมาจากปากเด็ก

"ตั้งแต่วันนั้นและตอนนี้เจ้าต้องจำให้ได้"

พื้นดินใต้ศาลสั่นเบา ๆกึก กึก กึก.

และในวินาทีนั้นเองเปรตสูงโย่งที่ยืนเฝ้าอยู่ห่าง ๆ มาตลอดกลับก้าวออกมาจากเงาป่าเป็นครั้งแรกที่ทุกคนมองเห็นมันพร้อมกันชาวบ้านหลายคนร้องด้วยความตกใจ

แต่ศรันต์กลับไม่มองเปรตสายตาของเขาจับอยู่ที่พื้นใต้ศาลเพราะเขารู้ว่าสิ่งที่กำลังจะตื่นขึ้นมาอาจน่ากลัวยิ่งกว่าเปรตที่เฝ้าเมธามาตลอดหลายวันเสียอีก...।

พื้นดินใต้ศาลสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นกึก กึกเสียงไม้เก่าแตกดังลั่นไปทั่วบริเวณชาวบ้านหลายคนรีบถอยหลังด้วยความหวาดกลัว เด็กที่เพิ่งหลุดออกจากอาการนิ่งงันยังคงยืนตัวสั่น น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ราวกับเพิ่งตื่นจากฝันร้ายยาวนาน

"แม่" เสียงเด็กดังขึ้นแผ่วเบา แม่ของเด็กรีบวิ่งเข้าไปกอดทันที

"ลูก! ลูกแม่กลับมาแล้ว!"

แต่ไม่มีใครกล้าดีใจเต็มที่เพราะสิ่งที่อยู่ใต้ศาลยังคงตื่นขึ้นเรื่อย ๆ ลมหนาวจัดพัดวนรอบศาลต้นไม้รอบบริเวณเริ่มสั่นไหวทั้งที่ไม่มีพายุ จากรอยแตกใต้พื้นศาล มีเงาดำคล้ายควันจำนวนมากค่อย ๆ ลอยขึ้นมารวมตัวกันเป็นรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติดวงตาสีแดงหม่นสองดวงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นกลางความมืด เต็มไปด้วยความอาฆาตความโกรธและความเจ็บปวดที่สะสมมายาวนาน

"ถอยออกไปให้หมด!" ศรันต์ตะโกน เป็นครั้งแรกที่ทุกคนได้ยินน้ำเสียงเขาดุดันขนาดนี้ 

ชาวบ้านรีบพากันถอยทันทีแม้จะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เงาดำนั้นค่อย ๆ หันมามองเมธาราวกับไม่สนใจใครทั้งนั้นสายตาของมันจับอยู่ที่คนเพียงคนเดียว

"ในที่สุดข้าก็พบเจ้า"เสียงแหบต่ำดังขึ้น

เมธารู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรงภาพอดีตผุดขึ้นมาอีกครั้งศาลแห่งนี้พิธีบางอย่างชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าคล้ายเขาอย่างน่าประหลาดและเงาดำตรงหน้าถูกผนึกเอาไว้ที่นี่

ศรันต์สังเกตเห็นทันที "เมธา! อย่ามองมัน!"

แต่สายเกินไปความทรงจำบางส่วนเริ่มไหลกลับเข้ามาแล้ว

ทันใดนั้นกวินก้าวออกมาข้างหน้าสีหน้าจริงจังกว่าที่เมธาเคยเห็น

"พ่อครูผมคงต้องให้พวกเขาช่วย"

ศรันต์หันมามองก่อนจะเข้าใจทันที

"แน่ใจนะ"

กวินพยักหน้า

จากนั้นเขาหยิบถุงผ้าผืนเล็กออกมาจากคอถุงนั้นถูกห้อยไว้ใต้เสื้อมาโดยตลอดไม่เคยมีใครสนใจกวินหลับตาลงกระซิบอะไรบางอย่างเบา ๆแล้วเปิดถุงผ้าออก ลมรอบตัวหมุนวนทันทีเสียงหัวเราะเด็กดังแว่วขึ้น คิกๆ ฮ่าๆๆ

ชาวบ้านหลายคนหน้าซีดเพราะตรงหน้ากวินมีเด็กชายตัวเล็กอายุราวหกเจ็ดขวบปรากฏขึ้นสวมชุดไทยโบราณสีแดงหน้าตาขาวซีดแต่ดวงตากลับสดใสผิดกับวิญญาณทั่วไป

"พี่กวินเรียกผมเหรอ" เด็กน้อยเอียงคอถามราวกับเป็นเรื่องปกติ

เมธาตาโต "นะ...นั่นใคร"

กวินยิ้มเล็กน้อย "กุมารทอง"

ชาวบ้านพากันแตกตื่น แต่ศรันต์รีบยกมือห้าม

"ไม่ต้องกลัวเขาไม่ได้มาทำร้ายใคร"

กุมารทองมองเงาดำตรงหน้ารอยยิ้มบนใบหน้าหายไปทันที

"อื้อหือตัวนี้โกรธจัดเลยนะ"

ในเวลาเดียวกันเปรตที่เฝ้าเมธามาตลอดก็ก้าวออกมาจากเงาป่าอย่างช้า ๆเป็นครั้งแรกที่มันเข้ามาใกล้ขนาดนี้

กุมารทองหันไปมอง "อ้าวพี่เปรตก็มาด้วย" ราวกับรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว

เปรตไม่ได้ตอบเพียงยืนจ้องเงาดำตรงหน้าอย่างระมัดระวัง เงาดำเริ่มแผ่พลังออกมารุนแรงขึ้นพื้นดินแตกร้าวต้นไม้รอบ ๆ สั่นสะเทือน

"หลีกไป" มันกล่าว

"นี่คือเรื่องระหว่างข้ากับเขา" สายตายังคงจ้องเมธา

แต่กุมารทองกลับยืนกอดอก "ไม่ได้หรอกพี่เมธาโดนเล่นงานมาหลายวันแล้ว วันนี้มาเล่นกับฉันก่อนสิ"

เงาดำคำรามลมพายุพุ่งเข้าหาทันที ตูม!แต่ก่อนที่มันจะถึงตัวทุกคน เปรตตัวนั้นกลับก้าวออกไปข้างหน้าร่างผอมสูงนั้นยืนรับแรงกระแทกทั้งหมดพื้นดินรอบเท้าแตกกระจาย

เมธาเบิกตากว้างนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเปรตลงมือปกป้องใครอย่างชัดเจน กุมารทองเองก็พุ่งเข้าไปช่วยแสงสีทองจาง ๆ ปรากฏขึ้นรอบตัวตัดกับเงาดำที่ปกคลุมพื้นที่

ศรันต์รีบเดินเข้ามายืนหน้าเมธามือกำสร้อยประคำแน่นเริ่มสวดบทคุ้มครองเสียงดังน้ำเสียงหนักแน่นกว่าทุกครั้ง

"เมธา ฟังฉัน" เขาพูดโดยไม่ละสายตาจากเงาดำ

"มันไม่ได้ต้องการเด็กมันต้องการนาย"

เมธากลืนน้ำลาย "ทำไม"

ศรันต์ถอนหายใจ "เพราะในอดีตคนที่ผนึกมันไว้คือเจ้าของวิญญาณที่นายเคยเป็น"

เมธานิ่งงัน

"แต่นายไม่ใช่คนนั้นแล้ว"ศรันต์พูดต่อ

"จำเอาไว้อดีตไม่ใช่โซ่ตรวนมันไม่มีสิทธิ์ลากนายกลับไป"

คำพูดนั้นเหมือนปลุกสติบางอย่าง ในวินาทีนั้นเองเงาดำที่กำลังต่อสู้กับเปรตและกุมารทองเริ่มสั่นไหวมันยังแข็งแกร่งยังอันตรายแต่ไม่สามารถควบคุมเด็กได้อีกแล้วร่างเด็กที่หายตัวไปทรุดลงกับอกแม่ร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวและดูเหมือนจะกลับมาเป็นตัวเองโดยสมบูรณ์

ศรันต์มองภาพนั้นแล้วถอนหายใจ

"พอแล้ววันนี้เราช่วยเด็กกลับมาได้แค่นั้นก็พอ"

เพราะเขารู้ดีสิ่งที่อยู่ใต้ศาลยังไม่ถูกกำจัดเพียงแค่ถูกผลักกลับเข้าไปชั่วคราวเท่านั้น

เงาดำค่อย ๆ ถอยกลับสู่ความมืดใต้ศาลดวงตาสีแดงยังคงจับจ้องเมธาเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นแต่ปะปนด้วยความเศร้าอย่างประหลาด

"ข้ายังรออยู่.." เสียงนั้นดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย

"จนกว่าเจ้าจะจำทุกอย่างได้"

จากนั้นทุกอย่างก็เงียบลงลมสงบพื้นดินหยุดสั่นเหลือเพียงความเงียบของป่าลึก

กุมารทองถอนหายใจเหมือนเด็กเหนื่อย ๆ "โอ๊ย เหนื่อยจัง" ก่อนหันมายิ้มให้เมธา

"ไม่ต้องห่วงนะพี่ คราวหน้าถ้ามันออกมาอีก ผมจะช่วยเอง"

ส่วนเปรตมันเพียงหันมามองเมธาเงียบ ๆก่อนจะค่อย ๆ ถอยกลับไปยังเงาป่าเหมือนหน้าที่ของมันในวันนี้ได้เสร็จสิ้นลงแล้ว

แต่เมธารู้สึกได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นและความจริงเกี่ยวกับอดีตชาติของเขารวมถึงศาลร้างแห่งนี้ยังมีอีกมากที่กำลังรอให้ถูกเปิดเผย