เมื่อผีร้ายจากอดีตชาติกลับมาทวงชีวิต เมธาจะหนีหรือเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะครั้งนี้มันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตแต่มันต้องการ “ตัวเขา” ไปตลอดกาล
ชาย-ชาย,ไทย,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,ผี,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พอถึงวัดชาวบ้านก็ยังมาไม่เยอะ มีแค่เมธา แม่ และชาวบ้านอีก5คน บรรยากาศเงียบสงบไม่มีใครเอ้ยปากพูด กลิ่นธูปที่ชาวบ้านจุดไว้ก่อนหน้าส่งกลิ่นลอยไปตามสายลม
“บรรยากาศหน้ากลัวจังอ่ะแม่ เราจะเจอผีไหมเนี่ย” เมธามองไปรอบๆวัด ทั้งตัวขนลุกชัน
เพี๊ยะ! “อย่าพูดถึงสิ เดี๋ยวก็ได้เจอจริงๆหรอก”
“ขอโทษครับบ”เมธายกมือไหว้ขอโทษที่พูดถึง เพราะตนเองไม่อยากเจอแน่นอน
หลังจากที่เงียบไปได้สักพัก ก็ได้มีเสียงชาวบ้านกลุ่มใหญ่เดินคุยกันเข้ามา ทำให้จากที่บรรยากาศเงียบชวนน่าขนลุก คึกครื้นขึ้นมา
หลังจากที่จุดธูปสวดมนต์อันเชิญดวงวิญญานเสร็จ ชาวบ้านก็เริ่มพากันเอาห่อข้าวที่ได้จัดเตรียมมาไปวางไว้จุดต่างๆรอบวัด
“เมธาเอาไปวางไว้ต้นโพธิ์ตนนั้นนะลูก” แม่ชี้ไปยังต้นโพธิ์ที่อยู่หลังวัด
“เดี๋ยวแม่จะเอาไปวางที่กำแพง” แม่กำลังเดินออกไปแต่ก็โดนเมธาดึงเสื้ิเอาไว้
“โหแม่ มันน่ากลัวแถมมืดอีกด้วย” สายตามองไปยังต้นโพธิ์ต้นใหญ่ที่มีผ้าเจ็ดสีผูกไว้รอบต้น
“เมธาไปกับป้าก็ได้จ๊ะ” ป้าพรหญิงในหมู่บ้านได้เอ้ยปากขึ้นมาชวนเมธาไปด้วยกัน เพราะตนก็จะไปวางห่อข้าวตรงนั้นอยู่แล้ว
“โอเคครับ”สีหน้าเมธาตอนแรกเต็มไปด้วยความกลัว แต่พอมีคนเอ้ยปากให้ไปด้วยกันความกลัวนั้นก็ได้ลดลง
เมธานั่งเปิดห่อข้าวแต่ละห่อวางไว้ที่โคนต้นไม้ หลังต้นไม้นั้นก็มีป้าพรนั่งจุดธูปอยู่ ในใจเมธานั้นรู้สึกกลัวอย่างมาก เพราะมีแค่ตนกับป้าพรที่อยู่หลังวัด คนอื่นๆอยู่หน้าวัดกันหมด
เมธาวี”
ทันได้นั้นก็ได้มีเสียงปริศนาเบาๆเรียกเมธา ได้ยินเสียงไม่ชัดนักเพราะมันเบามากจึงคิดว่าตัวเองนั้นหูแว่วรึป่าว รึอาจจะเป็นเสียงของป้าพร แต่เพื่อความมั่นใจจึงเอ้ยปากถาม
“เมื่อกี่ป้าเรียกผมหรอครับ” ภายในใจหวังว่าให้เป็นเสียงของป้าพร
“ไม่นะจ๊ะ” ป้าพรมองเมธาด้วยความงุนงงเพราะตนไม่ได้ยินเสียงอะไร
หลังจากที่เมธาได้ฟังคำตอบก็รีบเก็บตะกร้าสาวเท้าเดินออกมาจากต้นโพธิ์ไม่รอป้าพรที่นั่งงงอยู่
“เอาไปวางเสร็จแล้วแม่เรารีบกลับกันเถอะ”
เมธาจับมือแม่รีบเดินไปพร้อมชาวบ้าน แต่พอจะถึงหน้าวัดก็มีลมกระโชกแรง ทำให้ธูปเทียนที่ชาวบ้านจุดไว้รอบๆวัดล้มดับ ทั้งที่ก่อนหน้าอากาศยังสงบ ทำให้ชาวบ้านแปลกใจ ราวกับถูกผีร้ายแผลงฤทธิ์ใส่
ทันทีที่เดินออกจากวัดได้เมธาก็หายกลัวดีใจที่ได้กลับบ้านสักที เพราะบรรยากาศในวัดตอนกลางคืนมันหน้าขนลุกและรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เสียงของชาวบ้านที่เดินคุยกันทั้งทางทำให้เมธารู้สึกสบายใจ
เมธาเอาไปวางไว้ต้นโพธิ์ตนนั้นนะลูก” แม่ชี้ไปยังต้นโพธิ์ที่อยู่หลังวัด
“เดี๋ยวแม่จะเอาไปวางที่กำแพง” แม่กำลังเดินออกไปแต่ก็โดนเมธาดึงเสื้ิเอาไว้
“โหแม่ มันน่ากลัวแถมมืดอีกด้วย” สายตามองไปยังต้นโพธิ์ต้นใหญ่ที่มีผ้าเจ็ดสีผูกไว้รอบต้น
“เมธาไปกับป้าก็ได้จ๊ะ” ป้าพรหญิงในหมู่บ้านได้เอ้ยปากขึ้นมาขวนเมธาไปด้วยกัน เพราะตนก็จะไปวางห่อข้าวตรงนั้นอยู่แล้ว
“โอเคครับ”สีหน้าเมธาตอนแรกเต็มไปด้วยความกลัว แต่พอมีคนเอ้ยปากให้ไปด้วยกันความกลัวนั้นก็ได้ลดลง
เมธานั่งเปิดห่อข้าวแต่ละห่อวางไว้ที่โคนต้นไม้ หลังต้นไม้นั้นก็มีป้าพรนั่งจุดธูปอยู่ ในใจเมธานั้นรู้สึกกลัวอย่างมาก เพราะมีแค่ตนกับป้าพรที่อยู่หลังวัด คนอื่นๆอยู่หน้าวัดกันหมด
“เมธาวี” ทันได้นั้นก็ได้มีเสียงปริศนาเบาๆเรียกเมธา ได้ยินเสียงไม่ชัดนักเพราะมันเบามากจึงคิดว่าตัวเองนั้นหูแว่วรึป่าว รึอาจจะเป็นเสียงของป้าพร แต่เพื่อความมั่นใจจึงเอ้ยปากถาม
“เมื่อกี่ป้าเรียกผมหรอครับ” ภายในใจหวังว่าให้เป็นเสียงของป้าพร
“ไม่นะจ๊ะ” ป้าพรมองเมธาด้วยความงุนงงเพราะตนไม่ได้ยินเสียงอะไร
หลังจากที่เมธาได้ฟังคำตอบก็รีบเก็บตะกร้าสาวเท้าเดินออกมาจากต้นโพธิ์ไม่รอป้าพรที่นั่งงงอยู่
“เอาไปวางเสร็จแล้วแม่เรารีบกลับกันเถอะ” เมธาจับมือแม่รีบเดินไปพร้อมชาวบ้าน แต่พอจะถึงหน้าวัดก็มีลมกระโชกแรง ทำให้ธูปเทียนที่ชาวบ้านจุดไว้รอบๆวัดล้มดับ ทั้งที่ก่อนหน้าอากาศยังสงบ ทำให้ชาวบ้านแปลกใจ ราวกับถูกผีร้ายแผลงฤทธิ์ใส่
ทันทีที่เดินออกจากวัดได้เมธาก็หายกลัวดีใจที่ได้กลับบ้านสักที เพราะบรรยากาศในวัดตอนกลางคืนมันหน้าขนลุกและรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เสียงของชาวบ้านที่เดินคุยกันทั้งทางทำให้เมธารู้สึกสบายใจ
“พี่วรรณๆ ฉันได้ยินว่าพ่อครูไปพักที่บ้านพี่นิจ๊ะ” พลอยหญิงสายในหมู่บ้านได้เอ้ยปากถามแม่ของเมธา
“ใช่จ๊ะ บ้านของพ่อครูสายไฟมันขาด ตอนเช้าก็น่าจะซ่อมเสร็จแล้ว”
แม่เดินคุยกับชาวบ้านสักพักก่อนที่ชาวบ้านจะแยกย้ายกันไปตามซอยบ้านใครบ้านมัน
ทำให้ทั้งทางที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยได้เงียบสงบอีกครั้ง ตอนนี้มีแค่เมธากับแม่เพราะบ้านของตนนั้นอยู่ท้ายซอยหลังสุดห่างจากบ้านคนอื่น
บรรยากาศชวนขนลุกได้กลับมาอีกครั้งจึงได้พูดคุยเรื่องต่างๆกันจะได้ไม่สนใจบรรยากาศรอบข้าง พอเดินมาใกล้จะถึงบ้านอีกไม่ไกลนัก
เมธาที่ดีใจได้เห็นหน้าบ้านตนเองอยู่ไม่ไกลจึงได้เดินกระโดดโลดเต้นอย่างสบายใจ
“ฮ่าๆ ลูกเหมือนเด็กเลย”แม่ยิ้มมองเมธาด้วยความเอ็นดู
“ก็ใกล้จะถึงบ้านแล้วนิแม่ ในที่สุดดด”
พรึ่บ!!!... จู่ๆหลอดไฟ2ข้างทางก็ได้ดับลง ทำให้ช่วงเวลาของการสบายใจได้หยุดลงอีกครั้งทั้งถนนเต็มไปด้วยความมืดมิดอันไร้ขอบเขต เมธาที่เดินกระโดดอยู่ต้องหยุดชะงัก
“มะ แม่ ทำไมหลอดไฟมันดับละ”เสียงที่สั่นน้อยๆ เจือแจวตื่นกลัวและกระวนกระวาย เรียกหาแม่ในความมืด แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ
“ว๊ากกกก!!!~ตกใจหมดเลยแม่!” แม่เปิดไฟฉายโทรศัพท์ส่องหน้าตัวเองทำให้เมธาที่หันมาตกใจสุดขีด
“ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรหรอกลูกมันก็แค่ไฟตกเดี๋ยวก็ใกล้ถึงบ้านแล้วไม่มีอะไรต้องกังวล” แม่ยิ้มหัวเราะกลบเกลื้อนความกลัว เพราะตนนั้นก็กลัวไม่แพ้ลูกชาย เพราะอยู่มาหลาย10ปีแต่ก็ไม่เคยเห็นหลอดไฟดับเวลานี้สักครั้ง
ทันได้นั้นก็ได้มีเสียงสุนัขในหมู่บ้านเห่าหอนดังขึ้นมาสนั่นไปทั่วซอยโดยไม่ทราบสาเหตุ เมธาที่จากเดิมกลัวอยู่แล้วก็รู้สึกขนลุกมากยิ่งกว่าเดิม ทั้งๆที่ตอนเดินผ่านมาก็ไม่เห่า
“พรึ่บ~ ฮึบบ~เกาะหลังไว้แน่นๆนะแม่”เมธาได้อุ้มแม่ขึ้นมาบนหลัง ก่อนจะรีบก้าวเท้าด้วยความเร็วไปจนถึงหน้าบ้าน
“เมธารอแม่ด้วย~” แม่รีบดึงรั่วหน้าบ้านมาปิดด้วยความเร่งรีบ
“ถึงบ้านแล้วก็ตัวใครตัวมันนะแม่” เมธาสับตีนแตกรีบวิ่งเข้าบ้าน มุ่งตรงไปยังเตียงนอนเอาผ้าห่มคุมทั้งตัว