เมื่อผีร้ายจากอดีตชาติกลับมาทวงชีวิต เมธาจะหนีหรือเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะครั้งนี้มันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตแต่มันต้องการ “ตัวเขา” ไปตลอดกาล
ชาย-ชาย,ไทย,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,ผี,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
เมธาหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปทั้งคืน
ภาพเงาสูงโย่งที่ยืนอยู่นอกหน้าต่างยังคงติดตา แม้เขาจะพยายามไม่มองไปทางนั้นอีกก็ตาม ทุกครั้งที่เผลอขยับตัว เสียงผ้าม่านเสียดสีกันเบา ๆ ก็ทำให้หัวใจเขากระตุก แต่ในที่สุดความเหนื่อยล้าก็พาเขาเผลอหลับไปอีกครั้ง
แสงเช้าอ่อน ๆ ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา เมธาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆเงียบไม่มีลมไม่มีเสียงผ้าม่านไม่มีเงาอะไรอยู่นอกหน้าต่างอีกแล้ว เขานั่งนิ่งอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว เหมือนเพิ่งกลับมาจากที่ไกลแสนไกล
เมื่อคืน…ไม่ใช่แค่ฝันความรู้สึกนั้นยังคงชัดเจนเกินไปเมธายกมือขึ้นลูบหน้า ก่อนจะกำแน่นเล็กน้อยเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง
“ถ้ามันหิว…ก็ต้องให้มันกินบุญ” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
เมธาลุกจากเตียงเดินออกไปนอกห้อง แม่กำลังเตรียมของอยู่ในครัวพอดี
“ตื่นแล้วเหรอลูก” แม่หันมายิ้ม
เมธาพยักหน้า
“แม่ครับ…วันนี้ผมอยากทำกับข้าวไปตักบาตรเอง”
แม่ดูแปลกใจเล็กน้อย
“เอาสิ ดีเลย จะทำอะไรล่ะ”
“อะไรก็ได้ที่ทำง่าย ๆ…แล้วก็ดี ๆ หน่อยครับ”
น้ำเสียงเขาจริงจังกว่าทุกครั้งแม่ไม่ได้ถามต่อ เพียงพยักหน้าแล้วช่วยเตรียมของให้
ในครัวเล็ก ๆ เมธาลงมือทำอาหารด้วยตัวเองมือที่เคยสั่นเพราะความกลัวเมื่อคืน กลับค่อย ๆ นิ่งขึ้นเมื่อมีอะไรให้ทำเขาหุงข้าวทอดไข่ทำกับข้าวง่าย ๆ แต่ตั้งใจทุกขั้นตอนกลิ่นอาหารอุ่น ๆ ลอยคลุ้งในบ้านให้ความรู้สึก “ปกติ” ที่เขาโหยหามาตลอดทั้งคืน
แต่ลึก ๆ ในใจ…เขากำลังคิดถึงเงาร่างนั้นคิดถึงคำว่า “หิว” ที่ยังดังก้องอยู่เมธาตักอาหารใส่ปิ่นโตอย่างระมัดระวัง ก่อนจะยกขึ้นถือ
“ไปกันไหมแม่” เขาพูด
แม่ยิ้ม “ไปสิลูก”
เช้าวันนั้นอากาศสดชื่นเป็นพิเศษแสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านต้นไม้ ผู้คนเริ่มทยอยออกมาทำบุญเหมือนทุกวันเมธาเดินข้างแม่แต่วันนี้ความรู้สึกต่างออกไปไม่ใช่แค่กลัวแต่มีบางอย่างคล้ายความตั้งใจเมื่อถึงวัด
พระสงฆ์เริ่มออกบิณฑบาตเรียงแถวผู้คนยืนรออย่างสงบเมธายืนถือปิ่นโตในมือแน่น ก่อนจะหลับตาลงชั่วครู่ ในหัวภาพเงาสูงโย่งนั้นปรากฏขึ้นอีกครั้งเขากลืนน้ำลาย ก่อนจะพึมพำในใจ
“ถ้านายยังหิว…ก็รับบุญนี้ไปนะ”
“ฉันไม่ได้อยากกลัวนาย…แต่ก็ไม่อยากให้นายต้องทรมานแบบนั้น” เขาลืมตาขึ้น
พระรูปแรกเดินมาถึง เมธาค่อย ๆ ตักข้าวและกับข้าวใส่บาตร มือยังสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามทำอย่างตั้งใจที่สุดเมื่อใส่บาตรเสร็จ เขาพนมมือ หลับตาเสียงสวดแผ่วเบาดังขึ้นรอบตัว
ลมเช้าพัดผ่านเบา ๆและในช่วงเสี้ยววินาทีนั้นเขารู้สึกเหมือนมีบางอย่างยืนอยู่ “ไม่ไกล” ไม่ใช่ใกล้จนกดดันเหมือนเมื่อคืน แต่เหมือนยืนอยู่ห่างออกไป…เฝ้ามอง
เมธาไม่ลืมตาแต่ในใจเขาพูดต่อ
“ถ้านายยังวนเวียนอยู่ก็ขอให้ไปดีนะ”
“ไม่ต้องตามฉันแล้ว”
ลมพัดแรงขึ้นเล็กน้อยกลิ่นธูปจาง ๆ ลอยมาแตะจมูกความหนักอึ้งที่เคยกดทับในอก…ค่อย ๆ เบาลงอย่างแปลกประหลาด เมื่อเมธาลืมตาขึ้นทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ผู้คนวัดแสงเช้าแต่ความรู้สึกบางอย่าง…เปลี่ยนไปแล้ว
เขาหันไปมองแนวต้นไม้ด้านข้างวัดอย่างระวังว่างเปล่าไม่มีเงาสูงโย่งนั้นอีกเมธายืนมองอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ ไม่รู้ว่ามันหายไปแล้วจริง ๆ หรือแค่ยังไม่ปรากฏตัวแต่ครั้งนี้เขาไม่ได้รู้สึกกลัวเหมือนเดิมอีกแล้ว อย่างน้อยเขาก็ได้ “ทำอะไรบางอย่าง” แล้ว
และบางทีบางอย่างที่หิวโหยในความมืดนั้นอาจจะได้รับสิ่งที่มันต้องการเป็นครั้งแรกก็ได้
ช่วงสายของวันนั้น บ้านของเมธากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง หลังจากกลับจากวัดเขาช่วยแม่เก็บของเล็กน้อย ก่อนจะแยกเข้าห้องไปนั่งเงียบ ๆ ความเหนื่อยล้าจากทั้งคืนและเช้าทำให้ร่างกายหนักอึ้ง แต่จิตใจกลับนิ่งขึ้นอย่างประหลาด
เขานึกถึงตอนใส่บาตรนึกถึงความรู้สึกว่ามีบางอย่าง รับรู้
ก๊อก ๆ เสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้นเมธาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะลุกไปเปิด ทันทีที่บานประตูเปิดออกชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่หน้าบ้าน
“กวิน?” เมธาขมวดคิ้วเล็กน้อย
“มาทำไมแต่เช้า”
กวินยิ้มมุมปาก “ไม่ต้อนรับกันหน่อยเหรอ”
“ก็เข้ามาสิ” เมธาถอยเปิดทาง
กวินก้าวเข้ามาในบ้านแต่ทันทีที่เท้าเหยียบผ่านธรณีประตูเขาหยุดนิ่ง สายตาค่อย ๆ กวาดมองไปรอบบ้านช้า ๆ จากห้องนั่งเล่น…ไปยังโถง…ไปจนถึงหน้าต่างด้านข้างรอยยิ้มบนใบหน้าจางลงเล็กน้อย
“บ้านนาย…” เขาพูดช้า ๆ
“มีอะไรอยู่นะ”
เมธาเงียบหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
“นายก็รู้สึกเหรอ…” เขาถามเสียงเบา
กวินไม่ได้ตอบทันที เขาเดินช้า ๆ ไปหยุดตรงหน้าต่างที่ม่านเคยไหวเมื่อคืนแสงแดดส่องเข้ามา แต่บริเวณนั้นกลับดู “นิ่ง” กว่าที่อื่นกวินหรี่ตาลงเล็กน้อย
“ไม่ใช่แค่มี” เขาพูด
“มันยืนอยู่ตรงนี้มาสักพักแล้ว"
เมธารู้สึกหนาววาบขึ้นมาทันที
“แล้วมัน…ทำอะไร”
กวินเงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลัง “มอง” บางอย่างที่คนทั่วไปมองไม่เห็น ก่อนจะตอบ
“มันมองนาย”
คำตอบนั้นทำให้เมธากำมือแน่น
“มองแบบ…จะทำร้าย?”
กวินส่ายหน้าเบา ๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่จุดเดิม
“ไม่ใช่” เขาหัวเราะเบา ๆ อย่างแปลกใจนิด ๆ
“แปลกดีว่ะ เปรตส่วนมากจะหิว จะทุกข์ จะดึงเอาอะไรจากคน”
“แต่นี่…” เขาตั้งใจมองอีกครั้ง
“มันเหมือน…สนใจนาย”
เมธาชะงัก
“สนใจ?”
“อืม” กวินพยักหน้า
“ไม่ใช่ความเกลียด ไม่ใช่ความโกรธ”
“เหมือน…มัน ‘ชอบ’ อะไรบางอย่างในตัวนาย”
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้เมธาสบายใจขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียวกลับยิ่งรู้สึกหนักอึ้งกว่าเดิม
“ชอบ…แล้วมันจะตามฉันทำไม”
กวินยักไหล่
“บางทีนายอาจเป็นคนเดียวที่มันมองเห็นชัด”
“หรือ…” เขาหยุดเล็กน้อย
“คนเดียวที่ ‘ให้’ มัน”
เมธานึกถึงตอนใส่บาตร มือเย็นเฉียบทันที
“เมื่อเช้า…” เขาพูดเบา ๆ
“ฉันอุทิศบุญให้มัน”
กวินหันมามองทันที
“งั้นก็ใช่แล้วล่ะ” เขายิ้มบาง ๆ
“สำหรับอะไรที่หิวโหยแบบนั้น…คนที่ให้มันได้ มันก็ต้องจำได้อยู่แล้ว”
บรรยากาศในห้องเงียบลงแต่ความเงียบนั้นไม่ได้ว่างเปล่ามันเหมือนมี “สายตา” อีกคู่หนึ่งอยู่ด้วย เมธาค่อย ๆ หันไปมองที่หน้าต่าง ม่านยังคงนิ่งแสงแดดยังคงส่องเข้ามา ไม่มีเงาอะไรให้เห็น แต่ลึกลงไปในความรู้สึกเขารู้ว่ามันยังอยู่ ไม่ได้เข้ามาใกล้เหมือนเมื่อคืนไม่ได้กดดันแค่ยืนอยู่ห่าง ๆ มองมาอย่างเงียบงัน ไม่ใช่ด้วยความหิวอย่างเดียวอีกต่อไปแต่เหมือนมีบางอย่างเพิ่มเข้ามาบางอย่างที่เมธาเองก็ยังอธิบายไม่ถูก
กวินหันกลับมาพูดเสียงเรียบ
“มันยังไม่ไปหรอก”
“แต่ตอนนี้มันไม่ได้อยากทำร้ายนาย”
เมธากลืนน้ำลาย
“แล้วมันอยากอะไร”
กวินมองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะตอบ
“คงอยากอยู่ใกล้คนที่มันรู้สึกดีด้วยล่ะมั้ง”
ลมอ่อน ๆ พัดผ่านหน้าต่างผ้าม่านขยับเบา ๆ และในช่วงเสี้ยววินาทีนั้น เหมือนมีเงาสูงยาว “ไหว” ผ่านไป เร็วจนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่เมธาเห็นและครั้งนี้เขาไม่ได้สะดุ้งแค่ยืนนิ่งมองกลับไปอย่างเงียบงันเหมือนกัน