เมื่อผีร้ายจากอดีตชาติกลับมาทวงชีวิต เมธาจะหนีหรือเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้แล้ว เพราะครั้งนี้มันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตแต่มันต้องการ “ตัวเขา” ไปตลอดกาล
ชาย-ชาย,ไทย,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,ผี,สยองขวัญ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กวินยังยืนพิงกรอบหน้าต่าง สายตาเหมือนจะมองเลยออกไปไกลกว่าที่เห็นจริง
บรรยากาศในห้องเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันกลับมาหาเมธา
“มีเรื่องจะคุยด้วย” น้ำเสียงเขาจริงจังขึ้นอย่างชัดเจน
เมธาขมวดคิ้ว
“เรื่องอะไร”
กวินเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ไม้กลางห้อง เอามือประสานกันหลวม ๆ
“เมื่อคืน…มีเด็กในหมู่บ้านหาย”
คำพูดนั้นทำให้เมธาชะงัก
“หาย?” เขาทวน
“หมายความว่ายังไง”
“หายไปเลย” กวินตอบสั้น ๆ
“ตอนแรกคิดว่าแค่กลับบ้านช้า แต่พ่อแม่ตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ”
เมธารู้สึกหนาววาบขึ้นมาอีกครั้ง
“แล้วไปหายที่ไหน”
กวินเงยหน้ามองเขา
“ป่าหลังหมู่บ้าน”
คำตอบนั้นทำให้ความเงียบในห้องหนักอึ้งขึ้นทันทีภาพความมืดระหว่างต้นไม้เมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวเมธาโดยไม่ต้องคิด
“เด็กไปทำอะไรที่นั่น”
“วิ่งเล่นกับเพื่อนช่วงเย็น” กวินตอบ
“คนอื่นกลับกันหมด…เหลือเด็กคนเดียวที่ไม่กลับ”
เมธากำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
“แล้วตอนนี้…”
“ชาวบ้านกำลังรวมตัวกันจะออกไปตามหา” กวินพูดต่อ
“เดี๋ยวช่วงบ่าย ๆ จะเริ่มเดินกันเข้าไป”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนจะมองเมธานิ่ง
“ฉันเลยมาชวนนาย”
เมธาเงียบไป
“ฉันเนี่ยนะ…”
“อืม” กวินพยักหน้า
“นายเจออะไรเมื่อคืนฉันได้ยินที่ป้าวรรณพูดกับแม่ฉัน…ฉันว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ”
คำพูดนั้นแทงเข้าใจกลางอก เมธาหันไปมองหน้าต่างอีกครั้งม่านยังนิ่งแต่ความรู้สึกว่า “มีใครอยู่” ยังไม่หายไปไหน
“นายคิดว่า…มันเกี่ยวกันเหรอ” เขาถามเบา ๆ
กวินไม่ตอบทันทีเขาลุกขึ้น เดินไปหยุดข้าง ๆ เมธา แล้วมองออกไปด้านนอก
“ยังไม่รู้” เขาพูด
“แต่ป่าแถวนั้น…มันไม่ค่อยปกติอยู่แล้ว”
“แล้วเมื่อคืน…นายก็เริ่มเห็นอะไรบางอย่าง”
เขาหันมามองตรง ๆ
“ฉันไม่อยากให้ไปคนเดียวถ้านายต้องเข้าไปเกี่ยวกับมันมากกว่านี้”
เมธากลืนน้ำลายหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
“แล้วถ้า…มันอันตรายล่ะ”
กวินยิ้มบาง ๆ
“ก็เลยต้องไปกันหลายคนไง”
“ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านก็ไป พ่อครูศรันต์ก็จะไปด้วย”
ชื่อศรันต์ทำให้เมธานิ่งไปเล็กน้อย ภาพสายตาของพ่อครูเมื่อคืนผุดขึ้นมา
“ถ้ามีเขา…ก็น่าจะพออุ่นใจได้บ้าง”
กวินพยักหน้า
“อย่างน้อยเขาก็รู้ว่ากำลังเจออะไร”
ความเงียบกลับมาอีกครั้งลมพัดผ่านหน้าต่างเบา ๆ ผ้าม่านไหวเล็กน้อยเมธามองไปตรงนั้นโดยอัตโนมัติและในใจ…เขารู้สึกเหมือนมี “ใครบางคน” กำลังฟังอยู่ไม่ได้ขัดขวางไม่ได้กดดันแค่รับรู้เหมือนรอว่าเขาจะตัดสินใจยังไงเมธาสูดหายใจลึก
“ไปครับ” เขาพูดในที่สุด
“ผมจะไปด้วย”
กวินยิ้มทันที
“ดี”
“รวมตัวกันที่ลานวัดตอนบ่าย เดี๋ยวฉันมารับ”
เขาเดินไปที่ประตู ก่อนจะหยุดเล็กน้อย
“แล้วก็…” กวินพูดโดยไม่หันกลับมา
“ถ้ามันยังตามนายอยู่”
“บางที…มันอาจช่วยก็ได้”
คำพูดนั้นทำให้เมธาชะงัก
“ช่วย?”
กวินหัวเราะเบา ๆ
“ใครจะไปรู้ล่ะ”
ประตูถูกเปิดออกแสงแดดภายนอกส่องเข้ามาแทนที่ก่อนที่กวินจะเดินออกไปเมธายืนอยู่กลางห้องเพียงลำพังอีกครั้งเขาหันไปมองหน้าต่างม่านไหวเบา ๆ และในเงาสะท้อนจาง ๆ เหมือนมีเงาสูงยาวยืนอยู่ไกล ๆ ไม่เข้ามาใกล้ไม่หายไปแค่เฝ้ามองเหมือนกำลัง…รอไปกับเขาว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะพาเขาไปเจอกับอะไรในป่าหลังหมู่บ้านและบางทีสิ่งที่รออยู่ในนั้นอาจไม่ใช่แค่เด็กที่หายไปเท่านั้น
เมธายืนเงียบอยู่กลางห้องครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปหาแม่ที่กำลังจัดของอยู่หน้าบ้าน
“แม่ครับ…” เสียงเขาเรียบ แต่แฝงความลังเลเล็กน้อย
แม่เงยหน้าขึ้นมอง “ว่าไงลูก”
เมธาสูดหายใจลึก “ผมจะไปช่วยตามหาเด็กที่หายครับ”
มือของแม่หยุดชะงักทันที
“จะไปจริง ๆ เหรอ” น้ำเสียงเริ่มมีความกังวล
“มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะลูก ป่าหลังหมู่บ้านมันลึก แล้วก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
เมธาพยักหน้า
“ผมรู้ครับ แต่เขากำลังรวมตัวกันหลายคน พ่อครูก็ไป”
แม่เงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังชั่งใจ สายตาของเธอมองลูกชายตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนจะมองให้ลึกไปถึงข้างใน
“แล้วเมื่อคืน…” แม่พูดช้า ๆ
“ลูกยังโอเคอยู่ใช่ไหม”
คำถามนั้นทำให้เมธาชะงักเล็กน้อยภาพเงานอกหน้าต่างแวบเข้ามาในหัวแต่เขาก็พยักหน้า
“ผมโอเคครับแม่”
แม่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยอม
“งั้นก็ระวังตัวนะลูก อยู่ใกล้ ๆ ผู้ใหญ่ อย่าแยกไปไหนคนเดียว”
“ครับ”
ก่อนจะออกไป แม่เอื้อมมือมาจับแขนเขาเบา ๆ
“ถ้ารู้สึกไม่ดี…กลับบ้านทันที เข้าใจไหม”
เมธาพยักหน้าอีกครั้ง
เขาเดินออกจากบ้าน แดดบ่ายเริ่มแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ลมยังพัดเอื่อย ๆ ระหว่างทางไปวัด ผู้คนหลายคนก็เดินไปทิศเดียวกัน บางคนถือไฟฉาย บางคนถือไม้และของที่มีประโยชน์ บางคนคุยกันด้วยสีหน้ากังวล บรรยากาศต่างจากตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีรอยยิ้มไม่มีเสียงหัวเราะมีแต่ความเคร่งเครียดที่กดทับอยู่ในอากาศเมธาเดินเงียบ ๆ จนถึงลานวัด ที่นั่นชาวบ้านจำนวนหนึ่งรวมตัวกันอยู่แล้ว เสียงพูดคุยเบา ๆ ดังสลับกับสีหน้าจริงจังของแต่ละคน
เขามองไปรอบ ๆ ก่อนจะเห็นกวินยืนอยู่ไม่ไกล กำลังคุยกับชายวัยกลางคน กวินหันมาเห็นเขา พยักหน้าให้เล็กน้อยแต่สายตาของเมธา…กลับไปหยุดอยู่ที่อีกคน
พ่อครูยืนอยู่ด้านหน้ากลุ่ม สีหน้านิ่งสงบเหมือนเดิม ราวกับบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวไม่สามารถแตะต้องเขาได้แต่ดวงตาคู่นั้นเหมือนมองทะลุทุกอย่าง
เมธาเดินเข้าไปใกล้
“มาถึงแล้วเหรอ” ศรันต์พูดขึ้นก่อน เหมือนรู้ตั้งแต่แรกว่าเขาจะมา
“ครับ” เมธาตอบ
ศรันต์พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกวาดตามองเขาอีกครั้ง
“เมื่อคืน…นอนหลับไหม”
คำถามนั้นทำให้เมธาเงียบไปชั่วครู่
“ก็…ฝันร้ายนิดหน่อยครับ”
ศรันต์ไม่ได้แปลกใจ
“มันยังอยู่ใช่ไหม”
เมธาชะงัก แม้จะไม่ได้พูดชื่อ…แต่ทั้งคู่ก็รู้ว่าหมายถึงอะไร
“…ครับ”
ศรันต์มองเขานิ่ง ๆ ก่อนจะพูดเบา ๆ
“แต่เหมือนมันเปลี่ยนไป”
“เปลี่ยน” เมธาทวน
“อืม” พ่อครูพยักหน้า
“ไม่ใช่รางร้ายเหมือนเมื่อคืนแล้ว”
เมธากลืนน้ำลาย
“มัน…ไม่ได้อยากทำร้ายผม”
ศรันต์ยิ้มจาง ๆ
“อย่างน้อยตอนนี้ก็ยังไม่”
คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้สบายใจขึ้นเท่าไหร่
“แล้วมันเกี่ยวกับเด็กที่หายไหมครับ” เมธาถาม
ศรันต์เงียบไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังพิจารณาก่อนจะตอบช้า ๆ
“ยังบอกไม่ได้”
“แต่สิ่งที่อยู่ในป่า…มีมากกว่าสิ่งที่นายเจอแน่นอน”
ลมพัดผ่านลานวัดอีกครั้งใบไม้ไหวซู่ ๆ เมธารู้สึกเย็นวาบที่ต้นแขนเหมือนมีบางอย่างยืนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ใช่ในกลุ่มคนแต่อยู่ “ข้างนอก”
เขาเหลือบสายตามองไปด้านข้างโดยไม่ตั้งใจ ใต้ร่มไม้ไกล ๆ เงาสูงยาวนั้นยังคงอยู่ยืนห่างออกไปไม่เข้ามาใกล้เหมือนมันรู้ว่าเขาอยู่กับคนอื่น ศรันต์มองตามสายตาของเมธา ก่อนจะพูดเบา ๆ
“มันตามนายมา”
เมธาไม่ตอบ
“อย่าขับไล่มัน” ศรันต์พูดต่อ
“บางครั้ง…สิ่งที่เราไม่เข้าใจ ก็อาจไม่ได้เป็นศัตรูเสมอไป”
เสียงของผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเริ่มเรียกให้ทุกคนมารวมตัว
“ได้เวลาแล้ว!” เสียงใครบางคนตะโกน
ผู้คนทยอยขยับเข้ามารวมกลุ่มบางคนเปิดไฟฉายทดสอบ บางคนจับกลุ่มคุยกันวางแผน กวินเดินเข้ามายืนข้างเมธา
“พร้อมไหม”
เมธาพยักหน้าแม้ในใจจะยังมีความกลัวแต่ก็มีความตั้งใจมากขึ้นกว่าเดิมเขามองไปยังแนวทางเข้าป่าหลังหมู่บ้านมืดเงียบเหมือนมันกำลังรอและในความเงียบนั้นเงาสูงโย่งยังคงยืนอยู่เฝ้ามองเขา…เหมือนจะไปด้วยกัน โดยไม่มีใครรู้ว่าการก้าวเข้าไปครั้งนี้จะพาเมธาไปพบอะไรบ้างในความมืดนั้น
กลุ่มชาวบ้านเคลื่อนตัวออกจากลานวัดอย่างเป็นระเบียบ แม้จะไม่มีใครออกคำสั่งชัดเจน แต่ทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตัวเองโดยปริยาย
เมธาเดินอยู่ข้างกวิน ส่วนศรันต์เดินนำอยู่ด้านหน้า กลุ่มคนเคลื่อนตัวไปตามทางดินแคบ ๆ ที่มุ่งสู่ป่าหลังหมู่บ้าน
ยิ่งเดินเข้าใกล้บรรยากาศยิ่งน่าขนลุกเสียงพูดคุยค่อย ๆ เบาลงเหลือเพียงเสียงฝีเท้าและเสียงลมพัดผ่านยอดไม้แนวต้นไม้สูงทึบตั้งเรียงกันเหมือนกำแพงธรรมชาติแสงแดดด้านนอกเริ่มส่องเข้าไปไม่ถึง เมธารู้สึกได้ถึงความเย็นที่ต่างจากข้างนอกทันทีที่เข้าใกล้และลึก ๆ เหมือนมี “อะไรบางอย่าง” กำลังเฝ้ามองพวกเขาอยู่