เมื่อเพื่อนที่ผมรัก ลากผมขึ้นเตียงด้วยความสมยอมของผมกึ่งหนึ่ง มันจึงทำให้ผมไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับมันยังไง ผมจึงเลือกที่จะคบกับอีกคน เพื่อรักษาความเป็นเพื่อนของผมกับมันเอาไว้

ขอพระจันทร์นำทางรัก - ตอนที่ 26 กูก็รักมึงนะไอ้โจ (จบ) โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,ไทย,รัก,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ขอพระจันทร์นำทางรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,ไทย,รัก,ยุคปัจจุบัน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ขอพระจันทร์นำทางรัก โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อเพื่อนที่ผมรัก ลากผมขึ้นเตียงด้วยความสมยอมของผมกึ่งหนึ่ง มันจึงทำให้ผมไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับมันยังไง ผมจึงเลือกที่จะคบกับอีกคน เพื่อรักษาความเป็นเพื่อนของผมกับมันเอาไว้

ผู้แต่ง

KVinth_INLove

เรื่องย่อ

หนึ่งในนิยายซีรีส์ “ขอ…” จากนามปากกา KVinth_INLove

ขอรักเธอ 21 วัน

ขอพระจันทร์นำทางรัก

 

เรื่องย่อ

นามปากกา : KVinth_INLove

วาดปก : Dayny_White

 

ในวันที่ผมกำลังผุพังเรื่องความรัก มีเพียงไอ้โจคนเดียวที่นั่งอยู่ข้างผม มันคือเพื่อนที่รู้จักกับผมมาตั้งแต่เด็ก ทั้งเวลาที่ผมทุกข์และสุข ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ไม่มีมัน

แต่ในวันนี้ เราสองคนกลับทำเรื่องที่เลยเถิด เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่มันพาให้ไอ้โจกล้าที่จะพูดทุกอย่างในใจของมันออกมา ส่วนผมเองก็คงเพราะความเหงา และความอยากจะประชดชีวิต จึงทำเรื่องแบบนั้นออกไป

ผมลืมไปเสียสนิท ว่าถึงยังไงไอ้โจก็ยังเป็นเพื่อน หากวันพรุ่งนี้เราทั้งสองคนตื่นกันขึ้นมาพร้อมกับสติที่ครบถ้วน ผมจะรับมือเรื่องนี้ได้ยังไง

สุดท้าย ผมจึงเลือกที่จะคบกับน้องชุน ด้วยหวังว่าน้องชุนจะช่วยเป็นกำแพงคั่นกลางระหว่างผมและไอ้โจให้อยู่ห่างกันได้อย่างไม่กระอักกระอ่วน และยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อนกันเอาไว้ได้ อย่างที่ผมตั้งใจ

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

สารบัญ

ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 1 มึงช่วยตาสว่างสักทีเถอะ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 2 รับรู้แต่รับไม่ได้,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 3 คนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 4 หลบหน้า,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 5 มื้อเที่ยง,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 6 โง่อย่างบริสุทธิ์,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 7 นักเขียนชื่อดัง…แบบเงียบ ๆ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 8 ยกโทษให้ผมนะครับ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 9 ตกลงว่ามึงคิดอะไรกันแน่,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 10 ถ้าแกจะอนุญาต,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 11 “มึง…ช่วยจูบกูหน่อยได้มั้ย”,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 12 มึงไว้ใจกูนะ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 13 เพราะมึงคือเพื่อน,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 14 ตัวช่วย,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 15 สัญชาตญาณ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 16 ข้อแลกเปลี่ยน,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 17 พี่อาบน้ำให้ผมหน่อยสิครับ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 18 ปล่อยตัว,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 19 คนอย่างฉันแบบนี้ก็เหมาะดี,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 20 คืนนี้มึงเป็นของกูแบบไม่ต้องมีเงื่อนไขอื่นเถอะนะ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 21 มึงยอมรับแล้วใช่มั้ยว่ามึงเป็นเมียของกู,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 22 เมื่อกี้ไม่ใช่กูสักหน่อย,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 23 นักเขียนนิยายรายปักษ์,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 24 ลดสถานะ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 25 ถึงยังไงกูก็แบบนี้,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 26 กูก็รักมึงนะไอ้โจ (จบ)

เนื้อหา

ตอนที่ 26 กูก็รักมึงนะไอ้โจ (จบ)

ตอนที่ 26

กูก็รักมึงนะไอ้โจ

 

ก๊อก ๆ ๆ

ในขณะที่ผมกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องของตัวเอง ผมก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก ผมจึงเดินไปเปิดประตู แล้วก็ได้เห็นไอ้โจกำลังยืนอยู่ตรงหน้าห้อง พร้อมกับของกินมากมายที่ถือมาในมือ ไอ้โจ้มันรู้ดีครับ ว่าผมเป็นคนที่ถ้าอารมณ์ไม่ดีแล้ว สิ่งเดียวที่จะทำให้ผมหายโกรธได้ นั่นก็คืออาหารพวกนี้

ผมจ้องหน้ามันไม่ถึงสามวิแล้วสะบัดตัวเข้ามาในห้อง นั่งลงที่โต๊ะ ทำงานเดิมโดยไม่สนใจคนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาเลยสักนิด ไอ้โจเอาอาหารไปวางไว้ที่โต๊ะอาหาร แล้วไปนั่งลงบนโซฟาขี้เกียจตัวประจำที่มันนั่งอยู่เสมอ และเจ้ามองมาที่ผมด้วยความเงียบงัน

“นี่มึงจะไม่ให้อภัยกูจริง ๆ งั้นเหรอ?”

“กูต้องให้อภัยอะไรมึงเหรอ มึงไม่ได้ทำอะไรผิดนี่”

ไอ้โจเหมือนจะรู้ตัวดี ว่าครั้งนี้ผมมีอาการตึงเป็นพิเศษ มันลุกออกมาจากที่นั่งนั้นแล้วย่อตัวลงที่ข้างผม ใช้คางเกยลงที่หน้าขา แล้วใช้แขนทั้งสองข้างโอบเอวของผมเอาไว้ ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้ผมดิ้นรนหนีเลยสักนิด

“ไอ้เก้า…กูขอโทษมึงนะ ที่เมื่อวานกูโวยวายใส่มึงแรงไปหน่อย แต่มึงก็น่าจะรู้ ว่าในใจกูคิดยังไง ถ้ากูไม่รักมึง กูคงไม่ออกอาการมากขนาดนั้นหรอก”

“ก็ถ้ามึงรักกู แล้วกูต้องรองรับความรักของมึงแบบนั้นไปตลอดที่คบกัน กูว่าเราสองคนไม่ต้องคบกันน่าจะดีกว่า กูไม่อยากปวดหัว ชีวิตของกูรอดมาจากเทโอได้ก็บุญหัวแค่ไหนแล้ว ถ้ากูจะมีความรักครั้งใหม่สักที กูก็ไม่อยากกลับไปจุดเดิมมึงเข้าใจมั้ย?”

“ถ้าอย่างนั้นกูสัญญา…”

อยู่ ๆ ไอ้โจมันก็ชันตัวขึ้นมาอยู่ในท่าคุกเข่าหลังตั้งตรง แล้วยกมือขึ้นมาสามนิ้วเป็นการสาบาน แววตามุ่งมั่นและน้ำเสียงแข็งขันนั้นพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำ จนผมอดไม่ได้ที่จะแอบขำอยู่ในใจ และพยายามกดสีหน้าเอาไว้ด้วยความบึ้งตึง

“…กูสัญญา ว่าหลังจากวันนี้ไป กูจะไม่หึงมึงพร่ำเพรื่อ กูจะเป็นทั้งคนรักและเพื่อนที่ดีของมึง ไม่ทำให้มึงลำบากใจ โอเคมั้ย?”

“แล้วถ้าบังเอิญ กูต้องร่วมงานกับน้องชุนล่ะ?”

ไอ้โจมีท่าทีอึกอักอยู่เล็กน้อย แต่ผมมองออกว่าในเวลานี้ มันคงกำลังกัดฟันกรอดจนเหงือกแทบร่น เพื่อจะเค้นคำพูดที่มันไม่อยากพูดที่สุดออกมาจากปากของมัน

“ถ้าแค่มึงทำงานกับไอ้…เอ่อ…กูหมายถึงน้องชุน กูก็จะไม่ก่อกวนอะไร เพราะกูเชื่อว่ามันเป็นงาน แล้วกูก็ไว้ใจมึง ว่ามึงจะไม่ทำให้อะไรให้กูไม่สบายใจ”

“แล้วถ้าเป็น…น้องเทโอล่ะ?”

“ถ้าเป็นน้องเทโอ กูก็จะเข้าใจมึง เอ๊ะ!!! เดี๋ยวนะ…ไอ้เทโอมันยังจะเข้ามาในชีวิตของมึงอีกทำไม ไม่ได้…ถ้าเป็นไอ้เทโอกูไม่ยอม กูยอมให้มึงกับแค่น้องชุนเท่านั้น เพราะถึงยังไง กูก็ต้องฝึกงานน้องชุนอยู่ดี แถมยังเป็นหลานชายสุดที่รักของเจ้าของบริษัท กูคงไม่กล้าไปทำอะไรเขาหรอก แต่ถ้าเป็นไอ้เทโอ ให้ตายยังไงกูก็ไม่ยอม”

ทันทีที่ได้ยินชื่อของเทโอ ไอ้โจก็ดีดตัวยืนขึ้นหลังตั้งตรงมือเท้าสะเอวสีหน้าดูไม่พอใจอย่างหนัก ท่าทางกราดเกรี้ยวนั้น ทำเอาผมหลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“เออน่า…กูรู้แล้ว กูแค่ล้อเล่น”

“มึงยิ้มแบบนี้ งั้นก็หมายความว่า มึงให้อภัยกูแล้วใช่มั้ย?”

“เออ ไปนั่งเถอะ กูจะได้ทำงานต่อ”

“แล้วมึงจะไม่มากินข้าวกับกูหน่อยเหรอ กูซื้อของกินมาเยอะแยะเลยนะ งานของมึงน่ะมันรอได้ มากินข้าวก่อน หิวไปเดี๋ยวเป็นกระเพาะขึ้นมาจะแย่เอานะ มาเร็ว…สุขภาพสำคัญกว่า”

“ไม่ได้เว้ย นี่มันต้นฉบับที่กูจะส่งให้กับนิตยสารของมึงนั่นแหละ เดี๋ยวพรุ่งนี้กูก็ต้องเอาไปส่งแล้ว”

“แต่นิยายเรื่อง…ขอพระจันทร์นำทางรัก…ของมึงน่ะ มึงปล่อยรายตอนลงในออนไลน์ไปแล้วตั้งหลายตอนไม่ใช่เหรอ มึงก็เอารายตนพวกนั้นไปส่งให้เขาก่อนไม่ได้หรือไง ส่วนที่เหลือมึงก็คอยส่งตามไปตอนที่ถึงเวลา”

“ไม่ได้ นี่มึงเป็นบก.นะ มึงพูดแบบนี้ได้ยังไง ตอนนี้กูต้องแต่งนิยายที่เหลืออีกประมาณห้าตอนให้จบ เพื่อส่งไปให้คนตรวจอักษรแล้วเดี๋ยวขั้นตอนต่อไปก็เป็นมึง ถ้ากูทำไปแบบสั่ว ๆ กูก็เสียหน้าแย่น่ะสิ”

“ไม่เสียหน้าหรอกน่า ยี่สิบกว่าตอนที่มึงเขียนมา ก็ไม่ได้ถือว่าแย่หรอกนะ ส่วนอีกห้าตอนหลัง มึงก็ค่อยส่งมาให้กูทีหลังก็ได้ กูเป็นบก.ของบริษัทนี้ ถ้ากูบอกว่าได้มันก็คือได้ ถ้าฝ่ายตรวจอักษรเขาไม่ยอม เดี๋ยวพรุ่งนี้กูจะจัดการให้มึงเอง มานี่เลย…หยุดทำงานเดี๋ยวนี้เลยนะ”

ไอ้โจมันบังคับผมให้ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ ผมจำเป็นต้องลุกตามมันออกไป เพราะในเวลานี้ แขนของผมทั้งสองข้างกำลังถูกล็อกจากด้านหลัง และถูกลากไปจนถึงที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว

ไอ้โจใช้มือทั้งสองกดไหล่ของผมให้นั่งลงบนเก้าอี้ แล้วเอาถ้วยชามที่เตรียมวางไว้ใส่อาหารลงในถ้วย ผมนั่งจ้องมองมันจัดแจงอาหารบนโต๊ะด้วยความเพลินตาจนผุดยิ้มออกมาด้วยความลืมตัว และเมื่อจัดแจงเสร็จเรียบร้อย มันก็นั่งลงข้าง ๆ ผมพร้อมกับสีหน้าที่มีความสุขที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมันมา

“นี่มึงจะยิ้มอะไรนักหนา เมื่อวานยังทะเลาะกันจะเป็นจะตาย ยิ้มขนาดนี้กูเริ่มจะขนลุกแล้วนะ”

“ก็กูได้อยู่ตรงหน้ามึงอย่างที่กูเคยคิดฝันมาตั้งหลายปี จะไม่ให้กูดีใจสักหน่อยหรือไงวะ…ไอ้เก้า…”

ไอ้โจมันพูดพลางยื่นมือมาจับมือของผมที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วลากไปจับเอาไว้กระชับแน่นไม่ให้หลุดออก รอยยิ้มหวานจนผมเองก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าว สายตาเปล่งประกายที่เต็มไปด้วยความรัก ตอนนี้ผมกลับไม่ได้รู้สึกขนลุกอย่างที่ผมพูดไปก่อนหน้า มันกลับกลายเป็นความรู้สึกอิ่มเอม ที่ผมไม่เคยได้รับจากใครมาก่อนเลยในชีวิตในฐานะคนรัก

“ในเมื่อก่อนหน้านี้ เราสองคนต่างก็ไม่ได้ชัดเจนกันเรื่องความรัก ทุกครั้งที่เราทำเรื่องนั้นมันก็จะมีแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ เพราะงั้น กูจะอาศัยช่วงเวลานี้ ที่เราทั้งคู่เป็นตัวของเราจริง ๆ กูอยากจะบอกกับมึงว่า กูรักมึงมากเลยนะไอ้เก้า”

ไอ้โจมันลุกมาจากที่นั่งหลังจากที่เรากินอาหารบนโต๊ะมาได้สักพักแล้ว มันย่อตัวลงข้าง ๆ ผมที่จุดเดิมราวกับจะสารภาพรัก

“นี่มึงคิดจะทำอะไร จะขอกูแต่งงานหรือไง?” มันยิ้มตาหยีแอบซ่อนความทะเล้นเอาไว้บนใบหน้านั้น ก่อนที่จะยิ้มกว้างออกมาราวกับว่าโลกทั้งใบจะไม่เหลือความทุกข์สำหรับมันอีกแล้วหลังจากนี้

“กูขอโทษ ที่กูอาจจะทำให้มึงผิดหวัง กูก็ไม่คิดว่ามึงอยากจะเป็นเมียกูขนาดนี้”

“ใครอยากเป็น มึงอะเพ้อเจ้อ…”

“แต่ไอ้ก้าว…” ไอ้โจมันคว้ากระชับมือของผมกลับเข้าหาอกของมันอีกครั้ง

“กูรักมึงจริง ๆ นะ รักมึงมาตั้งหลายปีแล้ว กูทรมานมาก กับการที่ต้องเล่นบทเป็นเพื่อนรักของมึง ทั้งที่ใจของกูอยากจะเป็นมากกว่านั้นใจจะขาด จนวันนี้ กูเห็นสายตาที่มึงมองกู มันทำให้กูมีความสุขอย่างที่กูไม่เคยเป็นมาก่อน กูไม่เคยคิด ว่ามึงจะมองกูด้วยสายตาแบบนั้นได้จริง ๆ เพราะงั้น ตั้งแต่วันนี้ไป เราสองคนจะเป็นแฟนกัน…เป็นคนรักกันกันจริง ๆ ได้มั้ย แล้วกูจะดูแลมึงไม่ให้ใครมาทำร้าย…หรือทำลายหัวใจของมึงได้อีก กูสัญญาว่า…กูจะรักและซื่อสัตย์กับมึงคนเดียวตลอดไป”

ในความรู้สึกของผม ผมจำได้ว่าผมแอบเบ้ปากใส่ไอ้โจออกไปนิดหนึ่ง ด้วยความนึกคลื่นไส้ในคำพูดแสนหวานที่มันเพิ่งจะพูดออกมานั้น แต่ผมไม่รู้ตัวเลยว่า อาการเบ้ปากของผมเมื่อครู่ แท้จริงแล้วมันคือขั้นแรกของการที่น้ำตามันจะหลั่งออกมาจากดวงตาของผม

ใบหน้าของผมในเวลานี้ มันเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่มันไหลออกมาเป็นทาง ดวงตาทั้งสองแทบมองอะไรไม่เห็น คนที่นั่งอยู่ตรงหน้าอยู่ในสภาพเลือนรางเพราะม่านน้ำตาที่มันไหลออกมาพวกนี้

“ไอ้โจ กูขอบใจมึงมากนะ…”

หลังคำพูดนั้น ผมก็โผตัวเองออกไปจากเก้าอี้ แล้วเข้าไปกอดไอ้โจที่นั่งอยู่บนพื้นข้างกัน อีกฝ่ายอ้าแขนรอรับรีบดันตัวเองขึ้นเพื่อรับผมไม่ให้ล้มลงไปกับพื้น

ท่าทางกระโจนเข้าหาราวกับในละคร ที่ผมไม่เคยคิดว่าจะทำแบบนั้นออกมาจริง ๆ ในเวลานี้ ผมอยู่ในอ้อมกอดของไอ้โจและถูกอีกฝ่ายโอบกอดเอาไว้จนจมอก

ความรู้สึกอบอุ่นจากเพื่อนรักคนหนึ่งสู่การกลายเป็นคนรัก มันทำให้ผมมีความสุขมาก ผมไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของเราสองคนมันจะไปได้ไกลสักแค่ไหน เพราะอันที่จริงแล้ว นี่มันก็เป็นแค่การเริ่มต้น แต่หลังจากนี้ ผมเองก็สัญญา ว่าผมจะรักและดูแลไอ้โจให้ดีเท่าที่มันดูแลผมเช่นเดียวกัน

.

.

จบบริบูรณ์