เมื่อเพื่อนที่ผมรัก ลากผมขึ้นเตียงด้วยความสมยอมของผมกึ่งหนึ่ง มันจึงทำให้ผมไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับมันยังไง ผมจึงเลือกที่จะคบกับอีกคน เพื่อรักษาความเป็นเพื่อนของผมกับมันเอาไว้
ชาย-ชาย,ไทย,รัก,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ขอพระจันทร์นำทางรักเมื่อเพื่อนที่ผมรัก ลากผมขึ้นเตียงด้วยความสมยอมของผมกึ่งหนึ่ง มันจึงทำให้ผมไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับมันยังไง ผมจึงเลือกที่จะคบกับอีกคน เพื่อรักษาความเป็นเพื่อนของผมกับมันเอาไว้
หนึ่งในนิยายซีรีส์ “ขอ…” จากนามปากกา KVinth_INLove
ขอรักเธอ 21 วัน
ขอพระจันทร์นำทางรัก
เรื่องย่อ
นามปากกา : KVinth_INLove
วาดปก : Dayny_White
ในวันที่ผมกำลังผุพังเรื่องความรัก มีเพียงไอ้โจคนเดียวที่นั่งอยู่ข้างผม มันคือเพื่อนที่รู้จักกับผมมาตั้งแต่เด็ก ทั้งเวลาที่ผมทุกข์และสุข ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ไม่มีมัน
แต่ในวันนี้ เราสองคนกลับทำเรื่องที่เลยเถิด เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่มันพาให้ไอ้โจกล้าที่จะพูดทุกอย่างในใจของมันออกมา ส่วนผมเองก็คงเพราะความเหงา และความอยากจะประชดชีวิต จึงทำเรื่องแบบนั้นออกไป
ผมลืมไปเสียสนิท ว่าถึงยังไงไอ้โจก็ยังเป็นเพื่อน หากวันพรุ่งนี้เราทั้งสองคนตื่นกันขึ้นมาพร้อมกับสติที่ครบถ้วน ผมจะรับมือเรื่องนี้ได้ยังไง
สุดท้าย ผมจึงเลือกที่จะคบกับน้องชุน ด้วยหวังว่าน้องชุนจะช่วยเป็นกำแพงคั่นกลางระหว่างผมและไอ้โจให้อยู่ห่างกันได้อย่างไม่กระอักกระอ่วน และยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อนกันเอาไว้ได้ อย่างที่ผมตั้งใจ
.
.
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…
ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ
ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^
Tiktok : kevinth_m.author
Facebook : kevinthm.author
ตอนที่ 23
นักเขียนนิยายรายปักษ์
“นี่มึงแน่ใจจริง ๆ ใช่มั้ยว่าจะเก็บเรื่องของเราเอาไว้เป็นความลับน่ะ?”
“พอเลยนะ มึงอย่าคิดจะบอกใคร กูอายเขา รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น”
“ใช่สิ ได้กูเป็นผัวมันน่าอายใช่มั้ยล่ะ ใครมันจะไปสู้คนที่ผ่านมาของมึงได้กันล่ะ”
แล้วอยู่ ๆ ไอ้เด็กโค่งมันก็งอแงทำหน้ายู่ใส่ผม จนผมนึกขำขึ้นมา ท่ามกลางผู้คนขวักไขว่ ที่กำลังพาตัวเองเข้าไปในตึกตอนเช้า ผมถึงกับลืมตัวฟาดฝ่ามือลงไปที่หัวไหล่ของมันเสียงดังฟังชัด
“โอ๊ย!!! นี่มึงจะตีกูทำไมเนี่ย?”
“ก็มึงอะ ตัวโตยังกะยักษ์ แต่ทำอย่างกับเป็นเด็กสามขวบงั้นแหละ”
“อืม เออ คนอย่างกูน่ะ ทำอะไรก็ผิดไปซะหมดนั่นแหละ”
“ยัง ยังไม่หยุดอีก”
“หึ…”
สีหน้าเง้างอนนั้นยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผมรู้ว่าถ้าผมยังทำเป็นเมินเฉยใส่มันแบบนี้ มันคงไม่จบแน่ ๆ ผมจึงคว้าคอมันลงมาแล้วใช้ปลายจมูกแตะข้างแก้มของมันไปหนึ่งที แล้วรีบถอยกลับออกมาอย่างรวดเร็ว
“ทีเดียวเองเหรอ กูยังไม่หายงอนเลยนะ”
“มึงอย่ามาเยอะ รีบเข้าไปทำงานเลย แล้วเดี๋ยวตอนเย็นกูจะมารับ”
“มึงอย่าเพิ่งไปสิ ไหน ๆ ก็มาส่งกูแล้ว พากูขึ้นไปส่งถึงในออฟฟิศเลยไม่ได้หรือไง”
“แต่นั่นมันเป็นที่ทำงานนะ กูเป็นคนนอก กูจะเข้าไปได้ยังไงกันล่ะ?”
“ทำไมจะไม่ได้ กูเป็นบอกอของที่นี่นะ แล้วกูก็เป็นคนพามึงเข้าไปเอง อีกอย่าง ตึกนี้ก็ใช่ว่ามึงจะไม่เคยเข้ามาสักหน่อย มึงยังเคยทำข้าวกล่องมาให้กูอยู่บ่อย ๆ ไม่ใช่รึไง หรือว่าจริง ๆ แล้ว ที่มึงไม่อยากเดินเข้าไป เพราะมึงกลัวจะเจอใครกันแน่?”
“กูไม่ได้กลัวใครทั้งนั้นแหละ ถ้างั้นก็เข้าไป แต่แค่แป๊บเดียวนะ กูง่วงจนอยากจะกลับไปนอนต่อแล้วเนี่ย”
เมื่อได้รับคำตอบแบบนั้น ไอ้โจก็ส่งยิ้มหวาน ๆ มาให้ผมจนผมเองก็แอบขนลุก ในสายตาของคนที่เป็นเพื่อนรักของผมมาตลอด แต่ในตอนนี้มันกลับกลายเป็นอีกสถานะ ที่สามารถทำอะไรต่อมิอะไรกับผมได้มากกว่าที่คนเป็นเพื่อนเขาจะทำกัน
ไอ้โจเดินโอบไหล่ผมเข้ามาในตึก แล้วพาผมเข้ามาในออฟฟิศด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ พนักงานทุกคนในนั้นส่วนมากก็รู้จักกับผมดีอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้ ท่าทางของไอ้โจดูแปลกตาไปเป็นพิเศษ จึงทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาอดที่จะแซวผมไม่ได้
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ไอ้โจรู้สึกเขินอายขึ้นมาเลยสักนิด มันยังคงคล้องแขนของผมเข้าไปในห้องทำงาน แล้วสั่งให้รุ่นน้องฝึกงานชงกาแฟมาให้ผมหนึ่งแก้ว อย่างกับว่าผมเป็นพนักงานของที่นี่อย่างไรอย่างนั้น
“แล้วมึงจะให้น้องเขาชงกาแฟมาให้กูทำไม เดี๋ยวกูก็กลับแล้ว”
“ก็กูยังไม่อยากให้กลับนี่นา อยู่กับกูสักหน่อยไม่ได้รึไง?”
“อือ ถ้างั้นกาแฟแก้วเดียว แล้วกลับเลยนะ”
จะว่าไปผมก็แอบขนลุกทุกครั้งที่ไอ้โจมันส่งยิ้มให้กับผม ตั้งตื่นเช้ามาวันนี้ ไม่ว่าผมจะพูดอะไรออกไป สิ่งที่มันทำก็แค่พยักหน้า อม ยิ้มแล้วส่งสายตาหวานเยิ้มนั้นมาที่ผม ผมไม่เคยคิดสักนิด ว่าวันหนึ่งผมจะได้รับแววตาแบบนั้นจากเพื่อนรักของผมในตอนนี้
แล้วมันก็เป็นจริงอย่างที่ผมคาด มันไม่เคยจบที่กาแฟแก้วเดียว คนอย่างไอ้โจ ถ้ามันคิดจะรั้งใครไว้ นิสัยของมันคือค่อย ๆ ตะล่อมจนอีกฝ่ายต้องยอมไปเอง น้องนักศึกษาฝึกงานไม่ได้ยกมาแค่แก้วกาแฟ หากแต่กลับยกขนมมาหนึ่งกล่องใหญ่ แล้ววางลงตรงหน้าผม
“โอ้โห นี่มึงจะให้น้องเขายกมาทั้งกล่องทำไมกันวะ หยิบใส่จานมาสักชิ้นสองชิ้นก็พอ อีกเดี๋ยวพี่ก็กลับแล้วครับ”
ผมหันไปบ่นไอ้โจ แล้วหันไปบอกน้องนักศึกษาฝึกงานที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่น้องเขาก็ทำได้เพียงแค่ยิ้ม แล้วบอกว่าเป็นคำสั่งของบอกอ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครอยากจะขัดคำสั่งของคนที่มีอำนาจในการเซ็นผ่านงานให้กับพวกเขาแน่ ๆ
“เอาน่า มึงก็นั่งกินขนมแล้วอยู่กับกูสักหน่อยไม่ได้หรือไง ถึงยังไงมึงก็ไม่ได้มีงานประจำอยู่แล้ว กลับไป มึงก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่ดี หรือถ้ามึงคิดจะพิมพ์นิยาย ในกระเป๋าของมึงก็มีแท็บเล็ตไม่ใช่รึไง?”
“ก็ใช่ แต่มันไม่เหมือนกันไง”
“เออน่า ถ้างั้นมึงก็กินกาแฟแก้วนั้นให้หมด แล้วถ้ามึงจะกลับไป กูก็ไม่ว่าอะไร”
ผมยกกาแฟขึ้นมา เพื่อที่ว่าจะดื่มให้หมดในคราวเดียว แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากของผมจะได้สัมผัสเข้ากับแก้วกาแฟ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณฉัตรวดีเจ้าของบริษัท
“ได้ยินน้องที่หน้าห้องบอกว่าน้องเก้าเข้ามาที่ออฟฟิศ ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”
“อ๋อเปล่าเลยครับ ผมขอโทษด้วยที่ผมเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต พอดีไอ้โจมัน…”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ คือฉัตรมีเรื่องที่จะคุยกับน้องเก้าสักหน่อย ถ้าพอจะมีเวลารบกวนไปคุยกันที่ห้องได้หรือเปล่าคะ?”
ผมกับไอ้โจหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะผมไม่รู้ว่าคุณฉัตรวดีต้องการอะไรกันแน่ แต่ผมก็เดินตามไปอย่างว่าง่าย ไอ้โจที่ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน ก็เดินตามหลังผมมาติด ๆ ด้วยความเป็นห่วง
“ว่าแต่คุณฉัตรวดี…มีอะไรจะคุยกับผมงั้นเหรอครับ?”
“ได้ยินว่าคุณเก้าเป็นนักเขียนนิยาย…”
“อ่า…ใช่ครับ”
“งั้นดีเลยค่ะ พอดีว่าทางเรากำลังจะเปิดคอลัมน์ใหม่ เป็นคอลัมน์นิยายแบบที่เคยมีในนิตยสารสมัยก่อน แต่ตอนนี้นิยายพวกนั้นมันหายเข้าไปอยู่ในออนไลน์กันไปหมดแล้ว ฉัตรก็เลยอยากจะดึงกลิ่นอายของบรรยากาศในยุคนั้นให้กลับมาอีกครั้งน่ะค่ะ”
“คุณฉัตรวดี หมายความว่า”
“ใช่ค่ะ ฉัตรต้องการให้น้องเก้ามาเป็นนักเขียนนิยายประจำของที่นี่ แต่น้องเก้าไม่ต้องกังวลไปเลยนะคะ เพราะน้องเก้าไม่จำเป็นต้องมานั่งอยู่ในออฟฟิศอย่างคนอื่น สิ่งที่ต้องทำก็คือ แค่เขียนนิยายแล้วส่งต้นฉบับรายตอนในแต่ละปักษ์มาให้เราเท่านั้น ส่วนเรื่องของค่าตอบแทน เดี๋ยวฉัตรจะส่งรายละเอียดไปให้ทางอีเมลค่ะ เพราะมันค่อนข้างเยอะ ถ้าน้องเก้าไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามจากโจโดยตรงได้เลยค่ะ”
คุณฉัตรวดีพูดด้วยสีหน้าที่มีความสุข ตามประสาของคนที่โตมากับนิตยสารที่มีนิยายอยู่ด้านในแบบสมัยก่อน และด้วยท่าทางที่คุณฉัตรวดีกำลังพูดอยู่ในตอนนี้ ก็ดูเหมือนว่าผมจะปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย แต่นั่นถือเป็นเรื่องดี เพราะผมจะได้อยู่ใกล้คนที่ผมรักอย่างไอ้โจทุก ๆ วัน
ผมเดินออกมาจากห้องทำงานของคุณฉัตรวดี ก็เจอไอ้โจแอบนั่งอยู่ที่โซฟาในมุมลับตาคนนั้น มันกวักมือเรียกผมให้ไปนั่งข้าง ๆ มันแล้วเริ่มถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนั้น
“ก็…คุณฉัตรวดีจะให้กูมาเขียนนิยายรายปักษ์ที่นี่น่ะ”
“เยี่ยมไปเลย เห็นมั้ยล่ะ มีกูเป็นผัวทั้งคนสบายไปอีกแปดอย่าง”
“เดี๋ยวนะ ไอ้การที่กูได้งานที่นี่เนี่ย มันเกี่ยวอะไรกับมึงด้วยมิทราบ?”
“เกี่ยวสิทำไมจะไม่เกี่ยว ก็ถ้ากูไม่รั้งตัวของมึงเอาไว้ วันนี้มึงจะได้คุยกับคุณฉัตรหรือไง เห็นมั้ยล่ะ กูเป็นอภิชาตผัวจะตาย”
“พอเถอะ ถ้างั้นกูขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน แล้วตอนเย็นก็กลับบ้านเองด้วยนะ กูไม่มารับมึงแล้ว โทษฐานที่หาเหาใส่หัวให้กู”
“ อ้าว ไหงเป็นงั้นล่ะ”
ผมยกยิ้มมุมปากยักไหล่ใส่มัน เป็นการหยอกล้อกึ่งเย้ยหยัน แล้วเดินออกไปจากมุมนั่งพักผ่อนนั้น โดยที่ผมไม่ทันระวัง ผมก็ชนเข้ากับคนที่เพิ่งจะเดินสวนเข้ามาแบบพอดิบพอดี จนกาแฟที่อีกฝ่ายถือมารดใส่เสื้อของผมเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย!!!”
ผมร้องด้วยความตกใจที่มากกว่าความแสบร้อนซึ่งถูกราดลงไปกลางอก โชคดีที่กาแฟไม่ได้ร้อนมาก ผมจึงไม่ได้ตำหนิคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นไป แต่เมื่อผมเงยหน้าขึ้น ผมก็ต้องตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสตัฟฟ์เอาไว้ เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมในเวลานี้คือ…
“น้องชุน…” ในขณะที่ผมกำลังดีใจที่ได้ทำงานใกล้กับไอ้โจ ผมลืมไปเสียสนิทเลยว่า ที่นี่…ยังมีน้องชุน ซึ่งเป็นหลายชายแท้ ๆ ของคุณฉัตรวดีทำงานอยู่ที่นี่ด้วย
.
.