เมื่อเพื่อนที่ผมรัก ลากผมขึ้นเตียงด้วยความสมยอมของผมกึ่งหนึ่ง มันจึงทำให้ผมไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับมันยังไง ผมจึงเลือกที่จะคบกับอีกคน เพื่อรักษาความเป็นเพื่อนของผมกับมันเอาไว้

ขอพระจันทร์นำทางรัก - ตอนที่ 16 ข้อแลกเปลี่ยน โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,ไทย,รัก,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ขอพระจันทร์นำทางรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,ไทย,รัก,ยุคปัจจุบัน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

ขอพระจันทร์นำทางรัก โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อเพื่อนที่ผมรัก ลากผมขึ้นเตียงด้วยความสมยอมของผมกึ่งหนึ่ง มันจึงทำให้ผมไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับมันยังไง ผมจึงเลือกที่จะคบกับอีกคน เพื่อรักษาความเป็นเพื่อนของผมกับมันเอาไว้

ผู้แต่ง

KVinth_INLove

เรื่องย่อ

หนึ่งในนิยายซีรีส์ “ขอ…” จากนามปากกา KVinth_INLove

ขอรักเธอ 21 วัน

ขอพระจันทร์นำทางรัก

 

เรื่องย่อ

นามปากกา : KVinth_INLove

วาดปก : Dayny_White

 

ในวันที่ผมกำลังผุพังเรื่องความรัก มีเพียงไอ้โจคนเดียวที่นั่งอยู่ข้างผม มันคือเพื่อนที่รู้จักกับผมมาตั้งแต่เด็ก ทั้งเวลาที่ผมทุกข์และสุข ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ไม่มีมัน

แต่ในวันนี้ เราสองคนกลับทำเรื่องที่เลยเถิด เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่มันพาให้ไอ้โจกล้าที่จะพูดทุกอย่างในใจของมันออกมา ส่วนผมเองก็คงเพราะความเหงา และความอยากจะประชดชีวิต จึงทำเรื่องแบบนั้นออกไป

ผมลืมไปเสียสนิท ว่าถึงยังไงไอ้โจก็ยังเป็นเพื่อน หากวันพรุ่งนี้เราทั้งสองคนตื่นกันขึ้นมาพร้อมกับสติที่ครบถ้วน ผมจะรับมือเรื่องนี้ได้ยังไง

สุดท้าย ผมจึงเลือกที่จะคบกับน้องชุน ด้วยหวังว่าน้องชุนจะช่วยเป็นกำแพงคั่นกลางระหว่างผมและไอ้โจให้อยู่ห่างกันได้อย่างไม่กระอักกระอ่วน และยังสามารถรักษาความสัมพันธ์ของความเป็นเพื่อนกันเอาไว้ได้ อย่างที่ผมตั้งใจ

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

สารบัญ

ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 1 มึงช่วยตาสว่างสักทีเถอะ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 2 รับรู้แต่รับไม่ได้,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 3 คนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 4 หลบหน้า,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 5 มื้อเที่ยง,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 6 โง่อย่างบริสุทธิ์,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 7 นักเขียนชื่อดัง…แบบเงียบ ๆ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 8 ยกโทษให้ผมนะครับ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 9 ตกลงว่ามึงคิดอะไรกันแน่,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 10 ถ้าแกจะอนุญาต,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 11 “มึง…ช่วยจูบกูหน่อยได้มั้ย”,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 12 มึงไว้ใจกูนะ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 13 เพราะมึงคือเพื่อน,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 14 ตัวช่วย,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 15 สัญชาตญาณ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 16 ข้อแลกเปลี่ยน,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 17 พี่อาบน้ำให้ผมหน่อยสิครับ,ขอพระจันทร์นำทางรัก-ตอนที่ 18 ปล่อยตัว

เนื้อหา

ตอนที่ 16 ข้อแลกเปลี่ยน

ตอนที่ 16

ข้อแลกเปลี่ยน

 

“มึงว่าอะไรนะ มึง…กับไอ้เก้าเนี่ยนะ เชี่ยยย”

บอมนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟข้างบริษัทช่วงพักเที่ยง เพราะโจนัดให้ออกมาคุยเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน บอมแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน  เพราะอย่างที่รู้ ว่าระหว่างโจกับเก้า มันคือความสัมพันธ์แบบเพื่อนรักมาตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งสองเห็นหน้ามาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้จนตอนนี้

ส่วนบอมนั้นก็ได้รู้จักกับโจและเก้า ในวันที่เขาเรียนมหาลัย ทั้งสามจึงกลายเป็นเพื่อนรักกันไปโดยปริยาย ตลอดระยะเวลาสามสี่ปีที่ผ่านมา บอมไม่เคยเห็นและไม่เคยที่จะคิด ว่าเรื่องราวระหว่างคนทั้งสองมันจะเลยเถิดมาจนถึงจุดนี้

“แล้ว…ตอนนี้ไอ้เก้ามันเป็นยังไงบ้างว่ะ?”

“กูเองก็ไม่รู้ ว่ามันคิดอะไรอยู่ กูพยายามทำทุกอย่างให้เป็นเหมือนปกติ แล้วกูก็รู้สึกว่า มันเองก็พยายามที่จะทำแบบนั้น แต่ตอนนี้กูคิดว่า ไอ้เก้ามันคงไม่มีทางไว้ใจกูได้อย่างสนิทใจอย่างเมื่อก่อนแล้วล่ะ”

“เออ ไว้ใจได้ก็เชี่ยล่ะ ถ้ากูเป็นไอ้เก้านะ กูก็คงระแวงมึงอยู่เหมือนกันนั่นแหละ ถึงมึงจะบอกว่าทุกอย่างที่ทำลงไปคืนนั้น ไอ้เก้ามันจะรู้ตัวก็เถอะ แต่กูว่าเกินครึ่งของสัญชาตญาณที่ทำลงไปในคืนนั้นมันก็มาจากแอลกอฮอล์ กูมองไม่ออกว่ามันจะเป็นความรักตรงไหน”

“แต่กูคิดกับมันจริง ๆ นะ” สีหน้าของโจดูเหมือนกับกำลังแบกโลกทั้งใบเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าหลังจากวันนี้ไป จะเจือจางความรู้สึกที่มีต่อกันได้ยังไง

“ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ?”

“ฮะ?”

“กูถามว่า มึงคิดกับมันเกินเพื่อนไปตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“กูก็ชอบมันมาตลอดนั่นแหละ ไม่เคยเลยสักวัน ที่กูจะคิดกับมันอย่างเพื่อน แต่มันเองก็ไม่เคย ให้กูมากกว่าเพื่อนเลยสักครั้ง กูก็เลยจำเป็นต้องทำตัวเหมือนเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของมันอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ไง”

“มึงพูดแบบนี้ งั้นก็หมายความว่า ความรู้สึกระหว่างมึงกับไอ้เก้ามันคือความจริงงั้นเหรอ?”

“จริงสิ กูเคยโกหกมึงที่ไหนกันล่ะ ถึงกูกับมึงจะเพิ่งรู้จักกัน แต่มึงก็น่าจะรู้ว่ากูไม่ใช่คนสุภาพขนาดนั้น เวลาที่กูพูดกับไอ้เก้า กูต้องใช้คำว่าแกกับฉัน จะมีมึงกูบ้างก็เฉพาะตอนที่คุยเรื่องที่มันพีคจริง ๆ กูต้องฝืนทำทุกอย่างที่ไม่เป็นตัวเอง เพราะกูรู้ว่าคนอย่างไอ้เก้า มันไม่ชอบคนหยาบคาย ไหนจะเรื่องที่กูพยายามกันไอ้เทโอออกไปจากมันอีก”

“เดี๋ยวนะ นี่มึงกำลังจะบอกกูว่า ที่มึงพยายามกันไอ้เทโอออกจากไอ้เก้าแบบสุดตัวขนาดนั้น เพราะมึงรักมันงั้นเหรอ?”

โจนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งจากคำถามนั้น ราวกับว่าพยายามใช้ความคิด เพื่อที่จะไตร่ตรองคำตอบให้ถูกต้องมากที่สุด ก่อนที่จะผ่อนลมหายใจที่อัดแน่นอยู่กลางอก ออกมาจากริมฝีปากอย่างบางเบา

“เรื่องนั้นมันก็มีส่วน เป็นเพราะกูรักไอ้เก้ากูเลยไม่อยากจะให้มันเจ็บเพราะคนอื่น แต่กูก็ไม่ได้หมายความว่า ถ้ามันเลิกกับไอ้เทโอแล้ว กูจะเข้าไปสวมแทนสักหน่อย สำหรับกูแล้ว ขอแค่ให้มันมีความสุขกูก็โอเคที่สุดแล้ว”

“เชี่ย นี่มันพระเอกซีรีส์ชัด ๆ”

บอมทำหน้าทะเล้นยื่นมือไปจับไหล่ของโจที่กำลังเครียด แล้วเขย่าร่างนั้นเบา ๆ เหมือนจะพยายามผ่อนคลายความรู้สึกที่อยู่ข้างในให้มันเบาบางลง

โจเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนรักของตน แล้วผุดยิ้มขึ้นมา เล็กน้อย พาให้บอมรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย เพราะอย่างน้อย ก็สามารถทำให้บรรยากาศในตอนนี้ไม่ตึงเกินไปนัก

“พอเลยมึงอะ กูกำลังเศร้าอยู่นะ”

“ฮ่า ๆ ๆ เออน่ากูเข้าใจ เดี๋ยวถ้ากูมีโอกาสกูจะช่วยมึงพูดกับไอ้เก้าก็แล้วกัน ถ้ามันว่ายังไง กูจะกลับมาบอกมึงก็แล้วกัน แต่ตอนนี้กูอยากให้มึงช่วยกูก่อน”

“ช่วยอะไรอีก สภาพกูตอนนี้เหมือนคนที่จะช่วยคนอื่นได้หรือไง?”

“ช่วยได้สิ”

“อืม เรื่อง?”

“กูอยากให้ไอ้เก้ามันมาแสดงละคร เป็นแฟนกูสักหน่อย”

“ฮะ อะไรนะ?”

เมื่อโจได้ยินคำขอนั้นก็เบิกตาโพลง ชักสีหน้าเหมือนไม่พอใจ แล้วทำท่าเหมือนจะยืนขึ้นกำหมัดแน่น บอมรีบคว้าร่างของเพื่อนรักตนเอาไว้ แล้วกดร่างให้นั่งลงก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้

“มึงช่วยใจเย็น ๆ ก่อน กูไม่ได้จะเอาไอ้เก้ามาเป็นแฟน กูแค่ให้มันแกล้งเป็นแฟนกูเท่านั้น”

“เพื่ออะไรวะ นี่อย่าบอกนะ ว่ามึงมีใครที่ชอบอยู่ที่ออฟฟิศนั้นนะ…”

“ก็เอ่อ เขาชื่อพี่คณิน กูชอบเขา เขาเองก็ชอบกู…ถ้ากูเข้าใจไม่ผิดอะนะ แต่บังเอิญว่าพี่เขาดันไปเห็นกูกับไอ้เก้ายืนกอดกันที่ลานจอดรถ วันที่มันมาปรึกษากู…”

“นี่มึงกอดกับไอ้เก้าเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“เดี๋ยวกูก็ถีบโครมให้หรอก มึงเกิดจะมาเล่นบทผัวของไอ้เก้าขึ้นมาหรือไง? ช่วยตั้งสติก่อน ทำอย่างกับว่ากูกับไอ้เก้าไม่เคยกอดกันงั้นแหละ…ทำเป็นหึง ไอ้สัส”

“หึ…” โจทำหน้าบูดเมื่อถูกบอมพูดเบรก แล้วนั่งกลับลงไปบนเก้าอี้ แล้วทำทีเบือนหน้าหนีไปทางอื่น อย่างกับว่าไม่สนใจ

“เออน่า มึงหันมาฟังกูก่อนเถอะ เรื่องอื่นเดี๋ยวเราค่อยพูดกัน เรื่องของเรื่องคือ พี่เขาคิดว่ากูกับไอ้เก้าเป็นแฟนกัน ตอนแรกกูก็กะจะเฉลยแล้วอธิบายให้มันจบไปนั่นแหละ แต่พี่มิกกี้ที่เป็นเพื่อนของพี่คณินเขาห้ามเอาไว้ เพราะเขาอยากเล่นสนุกแกล้งเพื่อนเขาเท่านั้นเอง”

“แล้วกูจะได้อะไรจากเรื่องนี้วะ ไอ้เก้าก็ต้องไปเปลืองตัวให้มึงอีกหรือเปล่า?”

“ไม่เปลืองตัวหรอกน่า กูไม่ได้คิดเลยเถิดอะไรกลับไอ้เก้าอยู่แล้ว อย่างมากก็แค่โอบไหล่ แล้วทำท่าทางสนิทเท่านั้นคงไม่ถึงขั้นจูบปากหรือมีอะไรกับมันอย่างที่มึงทำนั่นหรอก”

“มึงก็ลองทำดูสิ เพื่อนก็เพื่อนเถอะ กูจะต่อยให้หน้าหงายเลย”

“กับกู มึงหึงขนาดนี้ แล้วกับคนอื่นมึงจะทำยังไง ในเมื่อมึงเป็นคนพูดเองว่ามึงไม่คิดจะเอาไอ้เก้ามาครอบครอง แบบนี้ก็หมายความว่า ถ้ามีใครเข้ามาจีบไอ้เก้ามึงก็ยอมงั้นสิ?”

“กูเองก็ไม่รู้หรอกว่ากูควรจะทำยังไง แต่ในเวลานี้ กูแค่รู้สึกว่า วิธีนี้น่าจะดีที่สุด อีกอย่าง ตอนนี้ไอ้เก้ามันก็มีน้องคนหนึ่งมาติดพันอยู่ด้วย”

“น้องชุนน่ะเหรอ?”

“มึงจำได้ด้วยหรอ เจอกันแค่ครั้งเดียวไม่ใช่รึไง…”

“จำได้สิ กูไม่ได้ความจำเสื่อมนะ แล้วยังไงต่อล่ะ มึงคิดจะเชียร์ให้น้องชุนกับไอ้เก้าเป็นแฟนกันงั้นเหรอ แล้วมึงรับได้หรือไง เวลาที่มึงเห็นเขาสองคนสวีทกันน่ะ?”

“ต่อให้ไม่ได้ก็ต้องได้แหละ เพราะกูไม่อยากเสียเพื่อนอย่างไอ้เก้าไป กูไม่อยากให้เรื่องผิดพลาดคืนนั้น ทำให้กูกับมันต้องห่างกัน กูคงต้องตายแน่ ๆ ถ้ากูต้องเสียมันไปจริง ๆ”

“น่าสงสารจริงเพื่อนกูเนี้ย เออ เอาเป็นว่าเรื่องของมึงเนี่ย กูจะช่วยมึงให้เต็มที่ก็แล้วกัน แต่มึงเองก็ต้องช่วยกูด้วยนะ มึงรีบกลับไปบอกไอ้เก้าคืนนี้เลย”

“ก็ไม่ใช่ว่ากูไม่อยากจะช่วยหรอกนะ แต่มึงรู้จักนวัตกรรมที่เรียกว่าโทรศัพท์หรือเปล่า?”

“นี่มึงกวนตีนกูหรอ เออ ก็ได้ งั้นกูไม่ช่วยมึงพูดละ ปล่อยให้มึงเป็นบ้าไปอย่างนี้นั่นแหละ”

“เออ กูยอมช่วยมึงก็ได้ ส่วนเรื่องของกูนะ มึงก็ลองไปแย็บ ๆ ถามดูก็แล้วกัน ได้คำตอบยังไงก็ช่วยมาบอกกูด้วย หลังจากนี้กูจะได้วางตัวถูก”

“เออ ระดับเฮียบอมแล้ว เชื่อได้แน่นอน ไว้ใจกูเถอะ”

.

.