ดินแดนลี้ลับที่ไม่มีใครเข้ามาแล้วออกไปได้ง่ายๆ นครโบราณนามว่า ฤทธิ์ธาจักรดิ์ทราวดี มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพรานกล้า หรือ ภพ กันแน่ แล้วบุรุษนามว่า "ชนากร" คือใคร ร่วมเดินทางหาคำตอบด้วยกัน

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย - ตอนที่ 12 ก้าวสู่ลับแลนคร โดย makitomak @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ผจญภัย,แฟนตาซี,ลึกลับ,แอคชั่น,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ผี,ผจญภัย,สยองขวัญ,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ผจญภัย,แฟนตาซี,ลึกลับ,แอคชั่น,ระทึกขวัญ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ลึกลับ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ผี,ผจญภัย,สยองขวัญ,แฟนตาซี

รายละเอียด

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย โดย makitomak @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดินแดนลี้ลับที่ไม่มีใครเข้ามาแล้วออกไปได้ง่ายๆ นครโบราณนามว่า ฤทธิ์ธาจักรดิ์ทราวดี มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพรานกล้า หรือ ภพ กันแน่ แล้วบุรุษนามว่า "ชนากร" คือใคร ร่วมเดินทางหาคำตอบด้วยกัน

ผู้แต่ง

makitomak

เรื่องย่อ



 ไพรดงพิศวง ความหมาย:


 * ไพร : หมายถึง ป่า, ดง หรือพื้นที่ป่าทึบ


 * ดง : หมายถึง กลุ่มต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่น


 * พิศวง : หมายถึง น่าแปลกใจ, น่าสงสัย, หรือทำให้เกิดความสงสัย




"ไพรดงพิศวง" จึงหมายถึง ป่าหรือดงที่เต็มไปด้วยความลึกลับ น่ากลัว หรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ อาจมีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ หรือเรื่องราวเล่าขานที่น่าขนลุกเกี่ยวข้องกับสถานที่นั้นๆ


 🙏กราบสวัสดีท่านผู้เดินทางทั้งหลาย เร็วๆนี้กระผมจะพาท่านเดินทางไปพบกับความ🙏ประหลาด🫨


ความเร้นลับ ความเชื่อมโยงกับโลกต่างมิติ 


และเรื่องราวของพรานหนุ่มที่โดนกลุ่มล่าสมบัติว่าจ้างให้นำทางเข้าป่าลึกเพื่อตามหาว่านชนิดหนึ่ง สี่ว่านจตุรมิตร การเดินจะพบเจออะไรบ้างมาเดินทางไปด้วยกันในป่าจะมีอะไรรออยู่เตรียมเสบียงให้พร้อม😏😏😏


แล้วพบกันท่านผู้เดินทาง (แสยะยิ้ม)


______________________


รบกวนท่านผู้เดินทางกดเข้าชั้นหนังสือ กดหัวใจกดติดตาม คอมเม้นท์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะครับ จุ้ฟๆ 


_______________________


1.1 นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากจินตนาการ ของผู้แต่งเท่านั้น เหตุการณ์ สถานที่ ตัวละคร ไม่มีอยู่จริงครับ


2.2 เนื้อหาในเรื่องมีการใช้อาวุธ การต่อสู้การทำร้ายร่างกาย การฆ่า เลือด การร่วมเพศสัมพันธ์ุุของชายชายและหญิงหญิง มีการใช้คาถาอาคม พลังเหนือธรรมชาติ ผีสาง วิญญาณร้าย 


3.3 นิยายเรื่องนี้อาจมีคำหยาบคาย เหมาะกับผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 




 ขอบคุณท่านผู้เดินทางทุกคนที่เข้ามาอ่านและขออภัยถ้าเกิดมีความผิดพลาดในเนื้อเรื่องบางประการจะพยายามไม่ให้ออกทะเลไปไกลจ้ะ

สารบัญ

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-การเดินทางกำลังเริ่ม กล่าวทักทายกับคนอ่านและนักเดินทาง,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 1 ทางออกที่ไม่มีอยู่จริง [ พรานสิงห์ ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 2 นครฤธาจักรดิ์ทราวดี,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 3 อาณาจักรหลักสองล้านนา,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 4 ใต้ปราสาทโบราณ [ พรานสิงห์ ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 5 บึงต้องคำสาป ( พรานกล้ากับภพ ),ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 6 เสียงกอย กลางหมอก ( ดิเรกกับชางวี ),ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 7 เสียงกระดิ่งสุดท้าย [ ดิเรกกับชางวี ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 8 [ ชายปริศนากับพรานสิงห์ ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 9 พบกันอีกครั้ง,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 10 ไออุ่นจากพรานกล้า,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 11 สู่เส้นทางลับแล,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 12 ก้าวสู่ลับแลนคร,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 13 ลับแลนคร 1,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 14 ลับแลนคร 2,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 15 มุ่งหน้าสู่เรือนสีทองกลางหมู่บ้าน

เนื้อหา

ตอนที่ 12 ก้าวสู่ลับแลนคร



พรานกล้านิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นช้า ๆ


"ดูเหมือนว่าพวกเราคงต้องใช่ตัวช่วย "


พร้อมกับนั่งลงข้างตลิ่ง แล้วเอามือทาบกับผิวน้ำที่ใสสงบ


" ขอสิ่งศักสิทดิ์ในดินแดงแห่งนี้จงรับฟัง มีคนในกลุ่มของเราหลงทาง ได้โปรดบอกเส้นทางให้แก่พวกเราด้วย "


กล่าวจบ 

น้ำในบึงที่เคยสงบ กลับค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นวงคลื่นซ้อนกันเป็นชั้น ๆ จนผิวน้ำสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์เป็นลายระยิบระยับ เสียง "กึก...กึก..." ดังขึ้นเบา ๆ ใต้น้ำ ก่อนที่ก้อนหินขนาดใหญ่จะค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาทีละก้อนจากความมืดของบึง


ปึ้ง!

หยดน้ำกระเซ็นเมื่อก้อนหินแรกโผล่ขึ้นมา มันมีคราบตะไคร่น้ำเขียวคล้ำเกาะอยู่ และลวดลายประหลาดเหมือนอักขระโบราณปรากฏอยู่บนผิวหิน ราวกับเป็นสัญลักษณ์คุ้มครอง


ดิเรกที่ยืนอยู่ข้างหลังเผลอก้าวถอยไปหนึ่งก้าวด้วยความตกใจ


> “พ…พรานกล้า นี่มัน…อะไรกันเนี่ย”




พรานกล้าไม่ตอบ เพียงหลุบตามองก้อนหินที่โผล่ขึ้นต่อเนื่องอีกสองสามก้อน ขึ้นเป็นแนวเหมือนสะพานทอดไปยังอีกฝั่งของบึงไกลลิบ ในขณะเดียวกัน สายลมเย็นพัดมา กลิ่นดินเปียกและกลิ่นโคลนลึกจากบึงโชยขึ้น


ภพที่เฝ้าสังเกตอยู่รู้สึกได้ถึงแรงบางอย่างที่ไม่อาจมองเห็น—เหมือนมีสายตาหลายคู่เฝ้ามองจากในความมืดใต้ผิวน้ำ


พรานกล้าลุกขึ้นช้า ๆ ก่อนเอ่ยเสียงต่ำและมั่นคง


> “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในดินแดนนี้ได้ตอบรับแล้ว… สะพานนี้จะนำเราไปเจอคนที่หายไป”




เขาหันไปมองเพื่อนทั้งสาม


> “แต่ทุกคนระวังให้ดี… สะพานนี้ไม่ใช่ทางธรรมดา ก้าวพลาดเพียงครั้งเดียว… อาจไม่ได้กลับขึ้นมา”


บรรยากาศเหนือบึงในยามสายแดดอ่อนๆเงียบสงบ สะพานหินโบราณที่ทอดยาวข้ามผืนน้ำค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกำลังพาคนทั้งสี่เดินเข้าสู่โลกอีกฟากหนึ่ง—โลกที่แยกจากความเป็นจริงที่พวกเขาคุ้นเคย


แม้ท้องฟ้าจะสว่างไม่มากนัก แต่แสงแดดกลับส่องสะท้อนผิวน้ำอย่างประหลาด เหมือนมีแสงใต้ผิวน้ำเปล่งประกายร่วมด้วย บริเวณรอบสะพานมีกลุ่มดอกบัวหลากสี ทั้งขาว ชมพู และม่วงอมน้ำเงินบานสะพรั่งกระจายไปทั่วผิวน้ำ บางดอกยังเรืองแสงอ่อน ๆ ราวกับจะเปล่งชีวิตในยามค่ำ


"น้ำใสมากเลยจ้ะคุณภพ!"

เสียงของชางวีดังสดใสจากด้านหลัง ขณะที่เธอก้มมองปลาตัวน้อยที่ว่ายแหวกใต้น้ำ สะท้อนเป็นเงากระพริบว่ายวนอยู่ใกล้ฝ่าเท้า


ภพชะงักมองลงไป ก่อนยิ้มเล็กน้อย

"จริงด้วย แถมมีดอกบัวสวยๆ หลายต้นด้วย… เหมือนมันเรืองแสงเองเลยแฮะ"


ขณะที่เขากำลังจ้องดูดอกบัวหนึ่งดอกซึ่งมีสีชมพูอมม่วงสะท้อนแสงสีฟ้าอ่อนแผ่วเบา มันก็ค่อย ๆ หมุนเบา ๆ ตามแรงคลื่น เสมือนมีใครขยับมันจากใต้ผิวน้ำ


พรานกล้าที่เดินอยู่หน้าสุดยังคงสงบนิ่ง แต่หางตาเขามองเห็นบางสิ่ง—เงาสีดำที่แวบวาบเคลื่อนไหวผ่านใต้สะพานหินโดยไม่มีเสียงน้ำแตกกระทบ


"อย่าหยุดเดิน" พรานเอ่ยเรียบ ๆ


ดิเรกที่อยู่รั้งท้ายกลุ่มหันไปหาพราน

"มีอะไรเหรอพราน? ทำไมเสียงเหมือนซีเรียสขึ้นมาเลย"


พรานกล้าหยุดก้าวหนึ่งจังหวะ ก่อนเงยหน้าขึ้น เอ่ยด้วยเสียงเบาแทบไม่ให้สิ่งอื่นได้ยิน


> “มีบางอย่าง…อยู่ใต้น้ำ มันไม่ใช่ปลา”




ทันใดนั้นเอง ดอกบัวที่อยู่ข้างสะพานก็เริ่มขยับกันเองทีละดอก ทีละดอก เหมือนมีลมหรือกระแสบางอย่างไหลอยู่ใต้ผิวน้ำ


เสียง "กึก..." ดังขึ้นจากด้านหลังพวกเขา

ชางวีหันขวับ! แต่ไม่ทันได้เห็นอะไรชัดเจน — เงาสีดำรูปร่างคล้ายหญิงสาวผมยาวพาดปกหน้าหายวับลงใต้น้ำไปพอดี!


> "เมื่อกี้…เหมือนมีผู้หญิงอยู่ในน้ำ…"

ชางวีเอ่ยด้วยเสียงเบา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดระคนสงสัย




พรานกล้าขมวดคิ้วแน่น ก่อนหยิบว่านสีแดงที่ห้อยติดคอขึ้นมาแนบอก — พลังความร้อนแผ่แสงอ่อน ๆ จากปลายว่าน บรรยากาศรอบสะพานเริ่มนิ่งลงชั่วครู่


> “ทุกคน...ห้ามหยุดเดินเด็ดขาด” เขากำชับเสียงหนัก



ทันใดนั้นเอง


แสงจันทร์ถูกเมฆดำบดบังชั่วขณะ ทำให้รอบด้านมืดลงชั่วครู่ ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหายใจ


เสียงฝีเท้าของทั้งสี่คนหยุดลงพร้อมกันบนก้อนหินขนาดใหญ่ที่โผล่พ้นน้ำกลางบึงอย่างสง่างาม มันเป็นก้อนเดียวที่มีขนาดกว้างพอให้พวกเขายืนล้อมกันโดยไม่ต้องเบียด เส้นทางหินที่ทอดยาวเบื้องหลังจบลงแค่ตรงนี้—ไม่มีทางต่อ ไม่มีแม้แต่เงาก้อนหินใหม่โผล่ขึ้นมาเหมือนก่อนหน้า


ภพหันซ้ายขวาแล้วเอ่ยขึ้น


> “อ้าว ทำไมมันสุดแค่ตรงนี้ล่ะ พรานกล้า... เอายังไงดีครับ?”




พรานกล้านิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะคุกเข่าลงใช้ฝ่ามือแตะพื้นหิน เสียงลมหายใจของเขานิ่งสนิท ท่ามกลางความเงียบงันของบึง


ดิเรกที่เดินมาสบทบ ก้มมองพื้นหินก่อนจะพูดเบา ๆ


> “แปลกจัง… ทำไมก้อนหินที่เรายืนอยู่ก้อนนี้มันใหญ่กว่าอันอื่น... แล้วดูพวกอักขระพวกนี้สิ…”




เขาชี้ไปที่ผิวหินบริเวณขอบด้านหนึ่ง ซึ่งปรากฏลวดลายโบราณเป็นวงกลมซ้อนกันคล้ายยันต์กลางบึง ลวดลายนั้นส่องแสงจาง ๆ สีฟ้าเรืองรอง ราวกับได้รับพลังจากแสงอาทิตย์ที่กำลังทะลุเมฆบางลงมาเฉพาะจุด


ชางวีเดินไปยืนใกล้ ๆ ยกมือแตะลงเบา ๆ แล้วสะดุ้ง


> “มันอุ่น… เหมือนหินหายใจได้ยังไงไม่รู้”




ทันใดนั้นเอง — พื้นหินกลางวงลวดลายก็เกิดรอยแตกเป็นเส้นสายแผ่ขยายออกช้า ๆ คล้ายรอยร้าว แต่กลับไม่พังลง เสียง “ครืดดด...” ดังต่ำสะท้อนผ่านบึงไปทั่วบริเวณ


พรานกล้าลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว


> “ทุกคนระวังตัวกันด้วยน่ะครับ…




สิ้นเสียงของพรานกล้า — ลมเย็นจัดพัดวูบหนึ่งเข้ามา ฝ่ามือของภพสัมผัสได้ถึงหยดน้ำเล็ก ๆ ที่ไม่ใช่หยดฝน แต่เป็นหยดที่สาดขึ้นมาจาก ด้านล่าง อย่างชัดเจน


> “พรานกล้า ...!” ภพร้องขึ้น พร้อมกับชี้ไปยังกลางลานหิน ที่ตอนนี้เริ่มเกิดฟองน้ำผุดขึ้นกลางอักขระ




เสียงน้ำเดือดปุด ๆ ดังขึ้น พร้อมกับสิ่งบางอย่างค่อย ๆ ลอยขึ้นมาจากใจกลางก้อนหิน — เงาร่างของหญิงในชุดสีทองมีสไบสีขาวคาดทับ ตามชุดมีเครื่องเพชรวิบวับเมื่อโดนแสงอาทิตย์... เธอค่อย ๆ ยืนขึ้นตรงกลางลานหิน เสียงกล่าวทักทายของเธอดังก้องทักทายคนตรงหน้า


> “ยินดีต้อนรับผู้มาเยือนจากแดนไกล ลับแลนคร กำลังรอพวกท่านอยู่ …


พร้อมกลับรอยยิ้มที่สดใสจนน่าพิศวง