ดินแดนลี้ลับที่ไม่มีใครเข้ามาแล้วออกไปได้ง่ายๆ นครโบราณนามว่า ฤทธิ์ธาจักรดิ์ทราวดี มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพรานกล้า หรือ ภพ กันแน่ แล้วบุรุษนามว่า "ชนากร" คือใคร ร่วมเดินทางหาคำตอบด้วยกัน

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย - ตอนที่ 3 อาณาจักรหลักสองล้านนา โดย makitomak @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ผจญภัย,แฟนตาซี,ลึกลับ,แอคชั่น,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ผี,ผจญภัย,สยองขวัญ,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ผจญภัย,แฟนตาซี,ลึกลับ,แอคชั่น,ระทึกขวัญ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ลึกลับ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ผี,ผจญภัย,สยองขวัญ,แฟนตาซี

รายละเอียด

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย โดย makitomak @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดินแดนลี้ลับที่ไม่มีใครเข้ามาแล้วออกไปได้ง่ายๆ นครโบราณนามว่า ฤทธิ์ธาจักรดิ์ทราวดี มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพรานกล้า หรือ ภพ กันแน่ แล้วบุรุษนามว่า "ชนากร" คือใคร ร่วมเดินทางหาคำตอบด้วยกัน

ผู้แต่ง

makitomak

เรื่องย่อ



 ไพรดงพิศวง ความหมาย:


 * ไพร : หมายถึง ป่า, ดง หรือพื้นที่ป่าทึบ


 * ดง : หมายถึง กลุ่มต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่น


 * พิศวง : หมายถึง น่าแปลกใจ, น่าสงสัย, หรือทำให้เกิดความสงสัย




"ไพรดงพิศวง" จึงหมายถึง ป่าหรือดงที่เต็มไปด้วยความลึกลับ น่ากลัว หรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ อาจมีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ หรือเรื่องราวเล่าขานที่น่าขนลุกเกี่ยวข้องกับสถานที่นั้นๆ


 🙏กราบสวัสดีท่านผู้เดินทางทั้งหลาย เร็วๆนี้กระผมจะพาท่านเดินทางไปพบกับความ🙏ประหลาด🫨


ความเร้นลับ ความเชื่อมโยงกับโลกต่างมิติ 


และเรื่องราวของพรานหนุ่มที่โดนกลุ่มล่าสมบัติว่าจ้างให้นำทางเข้าป่าลึกเพื่อตามหาว่านชนิดหนึ่ง สี่ว่านจตุรมิตร การเดินจะพบเจออะไรบ้างมาเดินทางไปด้วยกันในป่าจะมีอะไรรออยู่เตรียมเสบียงให้พร้อม😏😏😏


แล้วพบกันท่านผู้เดินทาง (แสยะยิ้ม)


______________________


รบกวนท่านผู้เดินทางกดเข้าชั้นหนังสือ กดหัวใจกดติดตาม คอมเม้นท์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะครับ จุ้ฟๆ 


_______________________


1.1 นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากจินตนาการ ของผู้แต่งเท่านั้น เหตุการณ์ สถานที่ ตัวละคร ไม่มีอยู่จริงครับ


2.2 เนื้อหาในเรื่องมีการใช้อาวุธ การต่อสู้การทำร้ายร่างกาย การฆ่า เลือด การร่วมเพศสัมพันธ์ุุของชายชายและหญิงหญิง มีการใช้คาถาอาคม พลังเหนือธรรมชาติ ผีสาง วิญญาณร้าย 


3.3 นิยายเรื่องนี้อาจมีคำหยาบคาย เหมาะกับผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 




 ขอบคุณท่านผู้เดินทางทุกคนที่เข้ามาอ่านและขออภัยถ้าเกิดมีความผิดพลาดในเนื้อเรื่องบางประการจะพยายามไม่ให้ออกทะเลไปไกลจ้ะ

สารบัญ

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-การเดินทางกำลังเริ่ม กล่าวทักทายกับคนอ่านและนักเดินทาง,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 1 ทางออกที่ไม่มีอยู่จริง [ พรานสิงห์ ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 2 นครฤธาจักรดิ์ทราวดี,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 3 อาณาจักรหลักสองล้านนา,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 4 ใต้ปราสาทโบราณ [ พรานสิงห์ ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 5 บึงต้องคำสาป ( พรานกล้ากับภพ ),ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 6 เสียงกอย กลางหมอก ( ดิเรกกับชางวี ),ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 7 เสียงกระดิ่งสุดท้าย [ ดิเรกกับชางวี ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 8 [ ชายปริศนากับพรานสิงห์ ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 9 พบกันอีกครั้ง,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 10 ไออุ่นจากพรานกล้า,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 11 สู่เส้นทางลับแล,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 12 ก้าวสู่ลับแลนคร,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 13 ลับแลนคร 1,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 14 ลับแลนคร 2,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 15 มุ่งหน้าสู่เรือนสีทองกลางหมู่บ้าน

เนื้อหา

ตอนที่ 3 อาณาจักรหลักสองล้านนา



ณ ดินแดนไกลโพ้นทางทิศตะวันออกของ ฤธาจักรดิ์ทราวดี

เบื้องหลังแนวเขาสูงตระหง่านที่ถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกนิรันดร์ คือดินแดนที่ผู้คนเรียกขานว่า

"อาณาจักรหลักสองล้านนา"


อาณาจักรที่รุ่งเรืองด้วยศิลป์ วิทยาคม และเวทพิทักษ์แห่งดวงจันทร์

มีนครหลวงชื่อ "จันทรวดี" ตั้งอยู่กลางหุบเขา สะท้อนแสงเงาแห่งพระจันทร์ที่สะท้อนบนผิวน้ำศักดิ์สิทธิ์ในเวลากลางคืน


ผู้ปกครองอาณาจักรนี้คือ

กษัตริย์นพไกรลาศ”

นักรบชราแต่เปี่ยมด้วยบารมี พระองค์เป็นลุงร่วมสายโลหิตของ กษัตริย์สิงห์กล้าแห่งฤธาจักรดิ์ทราวดี


และพระองค์มีทายาทเพียงหนึ่งเดียว —

องค์ชายชนากร”

ชายหนุ่มผู้สง่างาม มีใจกล้าแข็งและเปี่ยมด้วยพลังวิญญาณแห่งผู้ปกครอง แต่ภายในกลับอ่อนโยนและโหยหาสันติภาพ


แต่แล้ว...

คืนหนึ่งใต้พระจันทร์เต็มดวง ปรากฏ “ปีศาจจันทรา”—อสูรโบราณซึ่งถูกจองจำมานับพันปี กลับฟื้นคืนชีพพร้อมพลพรรคเงาทมิฬที่โผล่ออกมาจากเงาสะท้อนในแหล่งน้ำแห่งนคร


เสียงกรีดร้อง เสียงประตูเมืองถล่ม เสียงอัญเชิญเวทคาถาดังระงมไปทั่ว

ทุกอย่าง...ช้าเกินไป


พระราชวังถูกล้อม

เหล่านักเวทและราชองค์รักษ์ล้มตาย

แม้กษัตริย์นพไกรลาศจะฝ่าด่านสังหารออกมาพร้อมองค์ชายชนากร แต่พระวรกายชราก็มิอาจต้านพลังมืดได้นาน

กษัตริย์สิงห์กล้ามาช่วยไม่ทันกาล

ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะดับลง

กษัตริย์นพไกรลาศเอื้อมมือจับไหล่หลานชายของตน

เสียงเครือ ๆ พูดด้วยความห่วงใย...


> “สิงห์กล้า…เจ้าเคยสัญญากับข้าว่าจะปกป้องเลือดเนื้อของตระกูลเรา…ตอนนี้ ชนากร…เป็นดั่งแสงสุดท้ายของสองล้านนา...พาเขา...ให้พ้นจากเงามารด้วยเถิด…”




และในค่ำคืนนั้น

องค์ชายชนากร ได้ถูกส่งกลับหนีออกจากนคร ผ่านคาถาเคลื่อนมิติ ไปยังดินแดนของพระญาติผู้เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่—กษัตริย์สิงห์กล้า


ในช่วงปีแรกหลังการล่มสลายของอาณาจักรหลักสองล้านนา

องค์ชายชนากร ถูกส่งตัวมายังนครฤธาจักรดิ์ทราวดีตามคำร้องขอสุดท้ายของกษัตริย์นพไกรลาศ

เมื่อมาถึง ดินแดนแปลกตา วังเรืองรอง และพิธีการอันมากมาย

ไม่มีสิ่งใดทำให้เขารู้สึก “บ้าน” ได้เลย—

ยกเว้นเพียงผู้เดียว...

กษัตริย์สิงห์กล้า


พระองค์มิได้เพียงแค่รับ “ลูกพี่ลูกน้อง” เข้ามาในฐานะพระญาติ หากแต่ทรงรับเขาเข้ามาด้วยความเมตตาเฉกเช่น “บุตรบุญธรรม”


ในพิธีเฉพาะหน้าเหล่าขุนนางและแม่ทัพนายกอง

กษัตริย์สิงห์กล้าทรงประกาศว่า—


> “ตั้งแต่นี้ไป องค์ชายชนากร คือผู้หนึ่งในบรรดา ‘องค์รักษ์ส่วนพระองค์’

ไม่ใช่เพราะสายเลือดแห่งราชนิกุลเท่านั้น

แต่เพราะใจของเขา แข็งแกร่งและซื่อตรงยิ่งกว่าผู้ใดที่ข้าเคยพบมา”




ยศ “ขุนศรีองครักษ์แห่งจันทรา” จึงตกเป็นของชายหนุ่มผู้มีอดีตเงามืด

และนับแต่นั้น เขาคอยติดตามข้างพระวรกายกษัตริย์สิงห์กล้าในทุกภารกิจสำคัญ ทั้งสนามรบ พิธีราชาภิเษก จนถึงหอสมุดหลวงในยามว่าง



---


ความใกล้ชิด...ที่กลายเป็นบางอย่างมากกว่าหน้าที่


คืนหนึ่ง

ในเรือนปะรำเงียบสงบภายในวังหลวง


เสียงสายฝนโปรยปรายลงบนหลังคาไม้ไผ่

กษัตริย์สิงห์กล้านั่งทอดพระเนตรแผนที่ยุทธศาสตร์ตรงหน้า

ข้างกายมีชนากรเงียบงันนั่งคุกเข่าคอยเฝ้าพระองค์อย่างจงรัก


เจ้าคงคิดถึงบ้าน…มาก”

กษัตริย์เอ่ยเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากแผนที่


ชนากรนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวช้า ๆ

กระหม่อมไม่เหลือใครแล้วพ่ะย่ะค่ะ...ต่อให้คิดถึงแค่ไหน ก็กลับไปไม่ได้อีก”


ข้าก็เคยรู้สึกเช่นนั้น

เสียงพระองค์นิ่งเรียบแต่แฝงบางอย่าง

แต่บางครั้ง…บ้านไม่ได้หมายถึงสถานที่ มันอาจเป็นคน คนที่ยืนอยู่เคียงข้างเจ้าแม้วันที่เจ้ารู้สึกว่าไม่เหลือใคร”


ชนากรเงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นไหว

สายตาทั้งสองสบกันในแสงตะเกียงสลัว


ณ วินาทีนั้น…

ความจงรักภักดี ความเจ็บปวด และสิ่งที่ไม่อาจกล่าวออกมา—

รวมกันเป็น “บางสิ่ง” ที่เริ่มหยั่งรากลึกในใจของทั้งสองโดยไม่รู้ตัว



---