ดินแดนลี้ลับที่ไม่มีใครเข้ามาแล้วออกไปได้ง่ายๆ นครโบราณนามว่า ฤทธิ์ธาจักรดิ์ทราวดี มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพรานกล้า หรือ ภพ กันแน่ แล้วบุรุษนามว่า "ชนากร" คือใคร ร่วมเดินทางหาคำตอบด้วยกัน

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย - ตอนที่ 7 เสียงกระดิ่งสุดท้าย [ ดิเรกกับชางวี ] โดย makitomak @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ผจญภัย,แฟนตาซี,ลึกลับ,แอคชั่น,ระทึกขวัญ,ลึกลับ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ผี,ผจญภัย,สยองขวัญ,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ผจญภัย,แฟนตาซี,ลึกลับ,แอคชั่น,ระทึกขวัญ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ลึกลับ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ผี,ผจญภัย,สยองขวัญ,แฟนตาซี

รายละเอียด

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย โดย makitomak @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดินแดนลี้ลับที่ไม่มีใครเข้ามาแล้วออกไปได้ง่ายๆ นครโบราณนามว่า ฤทธิ์ธาจักรดิ์ทราวดี มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพรานกล้า หรือ ภพ กันแน่ แล้วบุรุษนามว่า "ชนากร" คือใคร ร่วมเดินทางหาคำตอบด้วยกัน

ผู้แต่ง

makitomak

เรื่องย่อ



 ไพรดงพิศวง ความหมาย:


 * ไพร : หมายถึง ป่า, ดง หรือพื้นที่ป่าทึบ


 * ดง : หมายถึง กลุ่มต้นไม้ที่ขึ้นหนาแน่น


 * พิศวง : หมายถึง น่าแปลกใจ, น่าสงสัย, หรือทำให้เกิดความสงสัย




"ไพรดงพิศวง" จึงหมายถึง ป่าหรือดงที่เต็มไปด้วยความลึกลับ น่ากลัว หรือเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ อาจมีความเชื่อเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับ หรือเรื่องราวเล่าขานที่น่าขนลุกเกี่ยวข้องกับสถานที่นั้นๆ


 🙏กราบสวัสดีท่านผู้เดินทางทั้งหลาย เร็วๆนี้กระผมจะพาท่านเดินทางไปพบกับความ🙏ประหลาด🫨


ความเร้นลับ ความเชื่อมโยงกับโลกต่างมิติ 


และเรื่องราวของพรานหนุ่มที่โดนกลุ่มล่าสมบัติว่าจ้างให้นำทางเข้าป่าลึกเพื่อตามหาว่านชนิดหนึ่ง สี่ว่านจตุรมิตร การเดินจะพบเจออะไรบ้างมาเดินทางไปด้วยกันในป่าจะมีอะไรรออยู่เตรียมเสบียงให้พร้อม😏😏😏


แล้วพบกันท่านผู้เดินทาง (แสยะยิ้ม)


______________________


รบกวนท่านผู้เดินทางกดเข้าชั้นหนังสือ กดหัวใจกดติดตาม คอมเม้นท์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ด้วยน่ะครับ จุ้ฟๆ 


_______________________


1.1 นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมุติ ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากจินตนาการ ของผู้แต่งเท่านั้น เหตุการณ์ สถานที่ ตัวละคร ไม่มีอยู่จริงครับ


2.2 เนื้อหาในเรื่องมีการใช้อาวุธ การต่อสู้การทำร้ายร่างกาย การฆ่า เลือด การร่วมเพศสัมพันธ์ุุของชายชายและหญิงหญิง มีการใช้คาถาอาคม พลังเหนือธรรมชาติ ผีสาง วิญญาณร้าย 


3.3 นิยายเรื่องนี้อาจมีคำหยาบคาย เหมาะกับผู้ที่อายุ 15 ปีขึ้นไปโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 




 ขอบคุณท่านผู้เดินทางทุกคนที่เข้ามาอ่านและขออภัยถ้าเกิดมีความผิดพลาดในเนื้อเรื่องบางประการจะพยายามไม่ให้ออกทะเลไปไกลจ้ะ

สารบัญ

ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-การเดินทางกำลังเริ่ม กล่าวทักทายกับคนอ่านและนักเดินทาง,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 1 ทางออกที่ไม่มีอยู่จริง [ พรานสิงห์ ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 2 นครฤธาจักรดิ์ทราวดี,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 3 อาณาจักรหลักสองล้านนา,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 4 ใต้ปราสาทโบราณ [ พรานสิงห์ ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 5 บึงต้องคำสาป ( พรานกล้ากับภพ ),ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 6 เสียงกอย กลางหมอก ( ดิเรกกับชางวี ),ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 7 เสียงกระดิ่งสุดท้าย [ ดิเรกกับชางวี ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 8 [ ชายปริศนากับพรานสิงห์ ],ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 9 พบกันอีกครั้ง,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 10 ไออุ่นจากพรานกล้า,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 11 สู่เส้นทางลับแล,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 12 ก้าวสู่ลับแลนคร,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 13 ลับแลนคร 1,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 14 ลับแลนคร 2,ไพรดงพิศวง ภาค 2 เส้นทางที่ล่มสลาย-ตอนที่ 15 มุ่งหน้าสู่เรือนสีทองกลางหมู่บ้าน

เนื้อหา

ตอนที่ 7 เสียงกระดิ่งสุดท้าย [ ดิเรกกับชางวี ]




เสียงกรีดร้องของพวกมันดังกึกก้องไปทั่วป่า

เสียง “กอยๆๆๆ” ดังประสานกันราวกับบทสวดของสิ่งมีชีวิตจากขุมนรก

พื้นดินเบื้องล่างสั่นไหวจากแรงกระโดดของฝูงกองกอย

เงาดำมากมายเคลื่อนไหววูบวาบรอบโคนต้นไม้


กรรรร…กรรร…แกร่ก…!


เล็บยาว ๆ ของพวกมันเริ่มข่วนผิวเปลือกไม้

เสียงฝืนพื้น เสียงเนื้อเสียดไม้ เสียงกระดิ่งแว่วกริ๊งๆ สะท้อนกลางหมอกขาวข้น

บางตัวเริ่มปีนขึ้นช้า ๆ ดวงตาสีขาวขุ่นของพวกมันเรืองแสงในความมืด


ดิเรกหันไปสบตาชางวี ทั้งคู่รู้ดี… ไม่มีที่ให้หนีอีกแล้ว


> “ตั้งท่าไว้ ถ้ามันถึงตัวเมื่อไหร่...ฟันให้สุดแรง”

เขาพูดเสียงต่ำ มือกำดาบสั้นแน่น




แล้ว…

พรึ่บ!

หนึ่งในกองกอยทะยานขึ้นมาถึงหน้าดิเรกทันที

เล็บของมันง้างออก พร้อมพุ่งเข้าหา!


> “เฮ้ยย!”




เสียงฟันดัง ฉัวะ!!

ดาบพกของดิเรกฟาดใส่ลำตัวมันพอดี —

ร่างของมันกระตุก ก่อนจะแตกกระจายเป็นละอองไอสีดำ ตกลงด้านล่าง


> "มันตายได้!"

ดิเรกร้องบอกด้วยน้ำเสียงผสมทั้งตกใจและความหวัง




อีกด้านหนึ่ง

ชางวีเงื้อดาบของพี่ชายขึ้น

ปลายดาบสะท้อนแสงจางจากหมอก

ฟันเข้าที่แขนของกองกอยอีกตัวที่ปีนตามมาอย่างแม่นยำ!


> “ฉัวะ!” แขนข้างนั้นขาดกระเด็น

มันร้องเสียงหลง

ก่อนที่อีกคมดาบจะตัดฉับไปที่คอจนหัวหลุดกระเด็น




> "นายใหญ่ ระวัง อย่าให้พวกมันมาถึงตัว!"

ชางวีตะโกนทั้งเหงื่อและเลือดที่เปรอะหน้า




ขณะนั้นเอง

รอบลำต้นไม้มีกองกอยไม่ต่ำกว่าสิบตัวพยายามแย่งกันปีน

เสียงกระดิ่งสั่นไหวไม่หยุด ร่างซูบผอมสอดมือปีนเข้ามาจากทุกทิศทาง

ทุกอย่างดูเหมือนจะถาโถมจนป้องกันไม่ไหวแล้ว


> “เราต้องหาทางลงจากต้นไม้นี้ให้ได้…


ในขณะที่ทั้งสองต่างพากันฟันไปที่ร่างของกองกอย อยู่ๆพวกมันก็เงียบเสียงลงและหยุดเคลื่อนไหว 


เสียงกระดิ่งและเสียง “กอย…กอย…” ที่เคยดังกึกก้องแผ่วหายไปในความเงียบ

ร่างกองกอยที่เคยไต่ขึ้นมารอบต้นไม้กลับหายไปทีละตัว...ทีละเสียง...


เหลือเพียงเสียงหอบเหนื่อยของดิเรกกับชางวีที่ยังยืนหอบบนกิ่งไม้สูง — มือยังถือดาบที่เปื้อนเลือดดำสนิท


ทันใดนั้น…

สายลมเย็นยะเยือกพัดวูบเข้ามา

กลิ่นดิน กลิ่นไม้เน่า และกลิ่นหอมของบางสิ่งที่เหมือนดอกไม้แห้งถูกเผา ลอยมาตามลม


“...พงไพรแห่งนี้ มักมีชีวิต ที่ไม่ยึดติด กับกาลเวลา...” 


เสียงแหบพร่าของหญิงชราดังมาจากเบื้องล่างใต้ต้นไม้

เสียงของเธอนุ่มนวล…แต่เย็นยะเยือกจนขนลุก


> “เมื่อใจเรียกร้อง ตะโกนก้องหา

กลับคืนชีวา ฤธาจักรดิ์ทราวดี...”




ร่างของหญิงชราในชุดดำปรากฏใต้ต้นไม้ — ผ้าคลุมเก่า ๆ คล้ายจะถักจากเส้นใยเถาวัลย์

เส้นผมขาวโพลนยาวถึงเอว ใบหน้ามีรอยย่นลึกแต่นัยน์ตาเปล่งประกายแปลกประหลาด สีม่วงเข้มคล้ายครามที่กำลังเดือด


มือของนางชูขึ้นช้า ๆ

ก่อนปล่อยไอพลังสีดำจากฝ่ามือ ลอยฟุ้งไปตามลมเหมือนหมึกดำใต้ผิวน้ำ


ไอพลังนั้นพุ่งเข้าใส่ฝูงกองกอยที่ยังเหลืออยู่รอบป่า

พวกมันกรีดร้องโหยหวน ร่างบิดเบี้ยวเจ็บปวด

วิ่งหนีไปทางเดิมเหมือนสัตว์ป่าที่ได้กลิ่นไฟ


> "แกร่ก! กอย! กอย! กริ่งๆๆๆ..."

เสียงสุดท้ายค่อย ๆ หายไปในความมืดของป่า




เมื่อทุกอย่างเงียบสงัด

ดิเรกและชางวีค่อย ๆ ปีนลงจากต้นไม้อย่างระวัง

ยังไม่ทันเอ่ยปากถามอะไร — หญิงชราก็ยืนรออยู่แล้ว ราวกับรู้ว่าทั้งสองจะเข้ามาใกล้


เธอมองพวกเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

ระหว่างเมตตา กับลึกลับอันตราย


" นามของข้า ราณี ถ้าเจ้าทั้งสองคนอยากรอดจากที่นี่ ก็จงฟังข้าให้ดี "


เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน 

หญิงชราเอื้อมมือขึ้นชี้ไปทางทิศเหนือของป่า 


" จงไปตามทางนั้น ทางที่จะพาเจ้าไปหาคนอื่น แต่จงระวัง เงาแห่ง ฤธาจักรดิ์ ได้ตื่นขึ้นแล้ว


พูดจบร่างของหญิงชราชุดดำก็จางหายไป ดิเรกกับชางวีจึงพากันมุ่งหน้าไปตามทางที่หญิงชราชุดดำบอก