"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"
ชาย-ชาย,รัก,ย้อนยุค,จีน,ดราม่า,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายจีน ,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"
....หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)...
°•. ลมพัดพริ้วปลิวสะกดใจเราสองดั่งต้องมนตร์. •°
เกริ่นนำ (ก่อนเรื่อง)
ราชวงศ์ หรงเฉา ปกครองดินแดนที่ยิ่งใหญ่มาสามร้อยปี แต่ในรัชสมัยของ จักรพรรดิเฉินหยาน จักรวรรดิเริ่มสั่นคลอนจากทุกทิศ ศัตรูทางเหนือที่รุกคืบ ขุนนางภายในที่ทะเยอทะยาน กลุ่มกบฏที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และความลับเก่าแก่ของราชวงศ์ที่บางคนพยายามปิดซ่อน
เฉินหยาน ขึ้นครองราชย์เมื่ออายุสิบแปด หลังจากบิดาสวรรคตอย่างกะทันหันและพี่ชายต้องสงสัยในการวางยาพิษ เขาเรียนรู้ตั้งแต่วันแรกที่นั่งบนบัลลังก์ว่าในโลกแห่งอำนาจนี้ ความอ่อนโยนคือจุดอ่อนที่ต้องซ่อนไว้
เขาจึงกลายเป็นจักรพรรดิที่เย็นชา ฉลาดหลักแหลม อ่านคนออก และไม่เคยไว้วางใจใครอย่างแท้จริง
เซียวจ้านหยู เป็นแม่ทัพที่ไม่ได้มาจากตระกูลขุนนาง เขาเกิดในหมู่บ้านชายแดนที่ถูกเผาทำลายเมื่ออายุสิบสอง รอดชีวิตคนเดียวและสาบานว่าจะไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับใครอีก
เขาไต่เต้าจากทหารธรรมดาขึ้นมาด้วยฝีมือและกลยุทธ์จนได้รับตำแหน่ง แม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือ ตอนอายุยี่สิบแปด สร้างชื่อเสียงในสนามรบจนศัตรูได้ยินชื่อแล้วถอยทัพ แต่ทหารในกองทัพรักเขาเพราะเขาดูแลพวกเขาเหมือนพี่น้อง
เฉินหยานเรียกตัวเขากลับมาพระนครเพื่อรับรางวัลและรับตำแหน่งใหม่ “กุนซือ หยูกั๋วกง” และนั่นคือครั้งแรกที่จักรพรรดิพบใครสักคนที่เป็นมนุษย์และสามารถมองเขาตรงๆ โดยไม่กลัว
"ข้าเคารพบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิ" จ้านหยูพูดในการเข้าเฝ้าครั้งแรก "แต่ข้าไม่กลัวคน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร"
ประโยคนั้นทำให้เฉินหยานนิ่งไปสักครู่
เพราะไม่มีใครเคยพูดแบบนั้นกับเขา คนๆ นี้อาจจะเป็นอนาคตของข้า “อ๋องจื่อไท่ฟู”
"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า
เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่ หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด
และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"
°•.สุสาส์นราคะ. •°
มีรายตอนทั้งหมด 27 ตอน (ติดเหรียญตอนที่9)
EBOOK: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา22% 22.05-22.06)
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
“บาปที่แท้จริงคือการปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ แบกน้ำหนักของผู้มีความผิด และวันนี้น้ำหนักนั้น กำลังถูกส่งคืนสู่เจ้าของที่แท้จริง”
"คำโกหกพูดมานาน นานจนบางคนคิดว่านั่นคือความจริง นานจนแม้แต่คนที่เกี่ยวข้องเริ่มสงสัยตัวเอง
แต่คำโกหกนานแค่ไหนก็ยังคือคำโกหก มันไม่มีราก มันยืนอยู่ไม่ได้ มันแค่รอให้มีคนหนึ่ง เปิดปากเรียกชื่อมัน
วันนี้มีคนเปิดปากแล้ว ไม่ใช่เพราะวันนี้กล้ากว่าเมื่อวาน แต่เพราะวันนี้ในที่สุดมีคน ให้เหตุผลแก่เขาในการพูด
เหตุผลนั้นเรียกว่า ชื่อที่สองคนบริสุทธิ์แบกไว้นั้น หนักเกินไปมานานแล้ว นานเกินกว่าจะนิ่งเฉยได้"
☽ สามวันระหว่างนั้น ☽
พระราชวังหรงเฉา วันที่สิบเก้าถึงยี่สิบเอ็ด
สามวันระหว่างการพบกับลี่เหวยข้าและการนัดพบกับอัครมเหสีเฟิงซื่อหยินนั้นไม่ใช่วันว่าง
สามวันที่พระราชวังหรงเฉาในรัชกาลเทียนหรงนั้น มีเรื่องที่ต้องจัดการไม่ขาดสาย
วันแรก วันที่สิบเก้า
เฉินหยานออกพระราชกฤษฎีกาสองฉบับในตอนเช้า ฉบับแรกเกี่ยวกับการส่งทหารเสริมไปยังชายแดนเหลียนหยางภายใต้การนำของนายพลจ้าวหยุนเฉา ฉบับที่สองเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือหมู่บ้านที่ถูกเผา
ทั้งสองฉบับถูกประกาศในที่ประชุมเช้าต่อหน้าเสนาบดีทุกคน
เฝิงต้าหยวน เสนาบดีสงครามดูพอใจกับฉบับแรก แต่ขมวดคิ้วกับฉบับที่สองเพราะงบช่วยเหลือมาจากกองทุนของกรมสงครามส่วนหนึ่ง
เซียวจ้านหยูไม่ได้รับเชิญเข้าประชุมในวันนั้น แต่รายงานจากหลิงเซวียนที่บอกเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประชุมมาถึงเขาในช่วงบ่าย
ระหว่างนั้นเขาดำเนินการสืบสวนลับสามแนวพร้อมกัน แนวแรกคือตรวจสอบบัญชีของตระกูลเหอโดยละเอียดจากข้อมูลที่ฮวนเจิ้งส่งมา แนวที่สองคือสืบหาชะตากรรมของคนรับใช้ที่อยู่ในห้องบรรทมพระเจ้าแผ่นดินพระบิดาคืนนั้น และแนวที่สามคือรวบรวมพยานทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่และอาจรู้เห็นบางอย่าง
งานที่สามแนวนั้นนำโดยอิงหลานและเหลยจัน โดยเซียวจ้านหยูดูแลภาพรวม
วันที่สอง วันที่ยี่สิบ
ตำหนักหรงหัว เช้า
หลิวฮุ่ยเยินรับข้อมูลจากหวังเหมยเหลียน
เหมยเหลียนไม่ได้บอกมาก แค่บอกว่าเซียวจ้านหยูไม่ได้มีการพบปะกับใครในฝ่ายในเป็นพิเศษ และดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องของฝ่ายในมากนัก
แต่นางบอกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฮุ่ยเยินนิ่งไปสักพัก
"สิ่งที่ท่านหญิงน่าจะสังเกตคือ" เหมยเหลียนพูดเมื่อทั้งสองนั่งอยู่ในสวนของตำหนักหรงหัวอย่างเป็นทางการ ราวกับว่าเป็นการเยี่ยมเยียนธรรมดา "หยูกั๋วกงนั้นไม่สนใจอะไรในพระราชวังนอกจากฝ่าบาท"
"หมายความว่าอะไร"
"หมายความว่าเขาไม่มีความทะเยอทะยานส่วนตัวที่จะใช้เป็นจุดอ่อนได้เพคะ" เหมยเหลียนพูดเบาๆ "สิ่งเดียวที่เขาห่วงคือฝ่าบาท ถ้าท่านหญิงต้องการโน้มน้าวเขาด้วยสิ่งใด ต้องผ่านทางนั้น"
ฮุ่ยเยินมองเหมยเหลียน ประเมินสิ่งที่ได้ยิน
"ท่านสังเกตเรื่องนี้ได้อย่างไร"
"ข้าอยู่ในพระราชวังมาสิบปี ดูคนมาสิบปี"เหมยเหลียนพูดเรียบๆ "บางอย่างเห็นได้เองโดยไม่ต้องสืบ"
"คนนี้ ไม่ธรรมดา"
ฮุ่ยเยินคิดเรื่องนั้นอยู่นานหลังจากที่เหมยเหลียนกลับไปแล้ว
ตำหนักชิงหยุน บ่าย
เฟิงซื่อหยิน อัครมเหสีฝ่ายซ้าย ไม่ได้นอนหลับดีมาหลายคืน
ปวดหัวที่มาๆ หายๆ ตั้งแต่ต้นปีนั้นหนักขึ้นในช่วงนี้ นางรู้ว่าไม่ใช่โรคธรรมดา แต่นางไม่ต้องการให้ใครรู้ว่านางไม่สบาย
เพราะในพระราชวังนี้ ความอ่อนแอทางกายภาพคือจุดอ่อนที่คนอื่นจะใช้ประโยชน์ได้
"พระมเหสี" โถวจู่พูดเบาๆ "นายแพทย์ประจำตำหนักมาถวายยาแล้วเพคะ"
"เข้ามาได้"
แพทย์หยูเหมา อายุห้าสิบต้นๆ แพทย์ที่รับใช้ตำหนักชิงหยุนมาเจ็ดปี มือที่ชำนาญและตาที่คมวางถุงยาลง
"อาการปวดหัวเป็นยังไงบ้างพะย่ะค่ะ"
"เหมือนเดิม" ซื่อหยินพูด
แพทย์หยูเหมาตรวจชีพจรอย่างระมัดระวัง ดวงตาที่สังเกต
"พระมเหสี" เขาพูดเบาๆ หลังจากนั้น "ข้าพระองค์มีสิ่งที่ต้องรายงานพะย่ะค่ะ"
"พูด"
"อาการของพระมเหสีนั้น ตรงกับสิ่งที่ข้าพระองค์อ่านในตำรายาพะย่ะค่ะ แต่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม"
"ตรงกับอะไร"
แพทย์หยูเหมาลังเลเสี้ยวหนึ่ง ก่อนจะพูด
"ตรงกับอาการของคนที่ได้รับสิ่งแปลกปลอมในอาหารหรือน้ำดื่มเป็นระยะเวลานานพะย่ะค่ะ"
ซื่อหยินนิ่ง ดวงตาที่เปลี่ยนสีทันที
"ท่านกำลังบอกว่า—"
"ข้าพระองค์บอกว่าต้องตรวจสอบก่อนพะย่ะค่ะ ยังไม่แน่ใจ"แพทย์หยูเหมาพูดระมัดระวัง "แต่ถ้าพระมเหสีทรงอนุญาต ข้าพระองค์ต้องการนำตัวอย่างอาหารและน้ำดื่มในตำหนักไปตรวจพะย่ะค่ะ"
"ทำได้" ซื่อหยินพูด เสียงที่ราบเรียบทั้งที่มีพายุอยู่ข้างใน
นั่นคือเหตุผลที่นางส่งสารขอพบเซียวจ้านหยู
เพราะถ้าสิ่งที่แพทย์หยูเหมาสงสัยนั้นจริง มีคนกำลังวางยานางอยู่
และนางไม่รู้ว่าจะไว้วางใจใครในพระราชวังนี้ได้ ยกเว้นคนที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
วันที่สาม วันที่ยี่สิบเอ็ด
ห้องพักของหยูกั๋วกง เช้า
รายงานจากอิงหลานมาถึงในตอนเช้าตรู่
เซียวจ้านหยูอ่านสองรอบ วางลง
"พบสิ่งที่ต้องการ"
"บางส่วน" อิงหลานพูด "คนรับใช้ในห้องบรรทมพระองค์ก่อนมีอยู่สี่คน สามคนเสียชีวิตภายในสามปีหลังเหตุการณ์ คนที่สี่ยังมีชีวิตอยู่"
"อยู่ที่ไหน"
"อยู่ที่บ้านพักคนเฒ่าที่กรมราชสำนักจัดไว้พะย่ะค่ะ เขาอายุแปดสิบแล้ว ชื่อ เถาชิงฝู เกษียณมาสิบสองปี"
"ไปพบเขาวันนี้"
"อย่างระมัดระวัง" อิงหลานพูด "ถ้ามีคนสังเกต—"
"ไปในฐานะผู้ตรวจสุขภาพคนชราในโครงการของกรมราชสำนัก มีอยู่จริง"เซียวจ้านหยูพูด
อิงหลานพยักหน้า แล้วหยุด
"มีอีกอย่าง"
"อะไร"
"ฮวนเจิ้งส่งข้อมูลเพิ่มเติมมา เรื่องบัญชีตระกูลเหอ"
อิงหลานวางรายงานเพิ่มลงบนโต๊ะ
เซียวจ้านหยูอ่าน ดวงตาที่หยุดที่บรรทัดหนึ่ง
บรรทัดที่ระบุการโอนเงินจำนวนมากจากตระกูลเหอไปยังบัญชีกลางที่ไม่มีชื่อผู้รับ ในช่วงหกเดือนก่อนที่จักรพรรดิซวนหวางจะสิ้นพระชนม์
"นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"
☁ ตำหนักชิงหยุนและดอกบัวในโคลน ☁
ตำหนักชิงหยุน บ่ายของวันที่ยี่สิบเอ็ด
เซียวจ้านหยูเข้าไปในฝ่ายในผ่านทางที่เขาวางแผนไว้ แต่งตัวเป็นผู้ช่วยแพทย์ผมสั้น หน้าที่แต่งให้ดูอายุมากกว่าความเป็นจริง
ทางเข้าด้านเหนือของตำหนักชิงหยุนที่แพทย์ใช้นั้นตรงไปตรงมา มีทหารยามอยู่แค่คู่เดียว และโถวจู่ยืนรอที่ประตูข้างใน
"ตามข้ามาขอรับ" โถวจู่พูดเบา
เซียวจ้านหยูเดินตาม สังเกตทุกอย่างตามนิสัย จำนวนนางสนม การจัดวางห้อง ทางออก ทางเข้า จุดที่มองเห็นได้ชัดและจุดที่ซ่อนได้ดี
เฟิงซื่อหยิน นั่งอยู่ในห้องรับแขกส่วนตัว ไม่ใช่ห้องรับแขกทางการ
นางอายุยี่สิบสี่แต่ดูเหนื่อยกว่านั้น ใบหน้าที่เคยสวยงามดูซีดลง ดวงตาที่ยังคมอยู่แต่มีรอยเหนื่อยล้าสะสม
เมื่อเห็นเซียวจ้านหยู นางตรงมาที่จุดสำคัญทันที ไม่เสียเวลากับพิธีกรรม
"ขอบคุณที่มา" นางพูด เสียงที่ระวังแต่ตรง
"ท่านส่งสารมาขอพบข้า" เซียวจ้านหยูพูด "ข้าจะไม่ถามว่าทำไม ท่านจะบอกเองเมื่อพร้อม"
ซื่อหยินมองเขาสักพัก ดูเหมือนจะประเมินว่าเชื่อได้แค่ไหน
"ท่านกุนซือรู้จักแพทย์หลวงระดับสูงไหม" นางถามตรง
"รู้จัก"
"ไม่ใช่แพทย์หลวงประจำตำหนักนะพะย่ะค่ะ แต่แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษในเรื่องยาพิษ"
เซียวจ้านหยูนิ่งสักครู่ ดวงตาที่คมขึ้น
"ท่านคิดว่าตัวเองถูกวางยา"
ซื่อหยินไม่ตอบทันที มองโถวจู่ที่ยืนอยู่ข้างๆ
โถวจู่พยักหน้าเล็กน้อย สัญญาณที่บอกว่านางเห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านหญิงกำลังจะพูด
"แพทย์ประจำตำหนักสงสัยว่าใช่" ซื่อหยินพูด "ข้าปวดหัวมาสี่เดือน รักษาแล้วดีขึ้นชั่วคราวแล้วก็กลับมา แพทย์หยูเหมาบอกว่าอาการตรงกับการได้รับสิ่งแปลกปลอมสะสม"
"ท่านบอกใครอีกไหม"
"ไม่มี นอกจากโถวจู่" ซื่อหยินพูด
"ดี" เซียวจ้านหยูพูด "ท่านทำถูกแล้วที่ไม่บอก เพราะถ้าคนที่วางยาท่านรู้ว่าท่านรู้ ท่านจะอยู่ในอันตรายมากขึ้น"
"นั่นแหละที่ข้ากังวล" ซื่อหยินพูด ดวงตาที่แสดงให้เห็นความกลัวที่นางพยายามซ่อน "ข้าไม่รู้ว่าใครทำ และไม่รู้ว่าทำเพื่ออะไร"
"ข้าพระองค์จะส่งแพทย์คนหนึ่งมาตรวจท่านพะย่ะค่ะ คนที่ท่านไว้วางใจได้ ไม่ใช่แพทย์ในระบบปกติ"
"ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าคนที่ท่านส่งมาไว้วางใจได้"
"เพราะข้าพระองค์เลือกเอง" เซียวจ้านหยูพูดตรง
ซื่อหยินมองเขา ดวงตาที่ประเมิน
"ท่านกุนซือ ข้าต้องถามตรงๆ" นางพูด "ทำไมท่านถึงยอมช่วย ข้าไม่ใช่คนที่ท่านมีเหตุผลจะช่วย ตระกูลเฟิงอยู่ฝ่ายที่ไม่ใช่พันธมิตรของท่าน"
เซียวจ้านหยูมองนาง
"ถ้ามีคนกำลังวางยาสนมในพระราชวัง นั่นไม่ใช่แค่ปัญหาของท่าน มันเป็นปัญหาของพระราชวังทั้งหมด และถ้าปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นโดยที่ข้าพระองค์รู้แต่ไม่จัดการ ข้าพระองค์ก็ไม่คู่ควรกับตำแหน่งที่มีอยู่"
ซื่อหยินนิ่งกับคำตอบนั้น
"ท่านตอบในแบบที่น่าเชื่อถือมาก" นางพูดช้าๆ
"ข้าตอบความจริง"
"รู้" นางพูด เสียงที่เบาลง "นั่นแหละที่ทำให้น่าเชื่อถือ"
เซียวจ้านหยูถามคำถามที่ตรงและรวดเร็ว อาหารและน้ำดื่มมาจากไหน มีใครเข้าออกห้องครัวของตำหนักบ้าง มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา
ซื่อหยินตอบทุกคำถาม
และในตอนท้าย นางพูดบางสิ่งที่เซียวจ้านหยูไม่ได้คาดว่าจะได้ยิน
"ท่านกุนซือ" นางพูด เสียงที่ต่ำ "ข้ามีข้อมูลที่ท่านน่าจะสนใจ ไม่ใช่เพื่อแลกเปลี่ยน แต่เพราะคิดว่าท่านควรรู้"
"พูดมา"
"พ่อข้า" นางพูด "เสนาบดีกรมสงคราม เฝิงต้าหยวน มีการประชุมลับกับเหอเทียนเฉิงสองครั้งในสองเดือนที่ผ่านมาพะย่ะค่ะ ข้าทราบเพราะพ่อข้าคุยกับข้าทุกอย่างเสมอมา แต่สองครั้งนั้นเขาไม่ได้บอก และข้าก็ไม่กล้าถาม"
"ท่านคิดว่าพ่อท่านรู้เรื่องที่เกิดขึ้นกับท่านหรือเปล่า"
ซื่อหยินเงียบนาน
"ข้าไม่รู้" นางพูดในที่สุด เสียงที่เจ็บปวดเล็กน้อย"และนั่นแหละที่น่ากลัวที่สุด"
"ความรักพ่อลูก จนถึงขนาดนี้"
เซียวจ้านหยูออกจากตำหนักชิงหยุนในแบบที่เข้ามา เงียบ ไม่มีร่องรอย
แต่ในหัวนั้นมีชิ้นส่วนใหม่หลายชิ้นที่กำลังต่อกัน
เฝิงต้าหยวนประชุมลับกับเหอเทียนเฉิงสองครั้ง
ซื่อหยินไม่รู้ว่าพ่อตัวเองเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับนางหรือไม่
และตระกูลสินค้าเหลียนที่เชื่อมระหว่างจูเหวินโจวกับเหอเทียนเฉิงนั้น ยังเชื่อมต่อไปถึงเฝิงต้าหยวนด้วยหรือเปล่า
"กระดานหมากนี้ ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ"
🌿 บ้านพักคนเฒ่าและเถาชิงฝู 🌿
บ้านพักคนเฒ่า ย่านตะวันออก ยามเว่ย
อิงหลานไปพบเถาชิงฝูในฐานะเจ้าหน้าที่ตรวจสุขภาพ พร้อมกับแพทย์หนุ่มที่เป็นคนของเซียวจ้านหยู
บ้านพักคนเฒ่าของกรมราชสำนักนั้นเรียบร้อยและสะอาด มีสวนเล็กๆ ที่ผู้อยู่อาศัยช่วยกันดูแล กลิ่นของดอกมะลิและเสียงนกในยามบ่าย
เถาชิงฝู นั่งอยู่ที่ม้านั่งหิน ร่างกายที่แก่มากแต่ดวงตายังใส ผมขาวสนิทเหมือนหิมะ มือที่สั่นเล็กน้อยตามวัย
"ท่านเป็นใคร" เขาถามเมื่อเห็นอิงหลาน
"มาตรวจสุขภาพ ตามโครงการประจำปี" อิงหลานพูด นั่งลงข้างๆ
ขณะที่แพทย์ตรวจ อิงหลานพูดคุยกับเถาชิงฝูอย่างเป็นธรรมชาติ เรื่องอากาศ เรื่องอาหาร เรื่องชีวิตในบ้านพัก
และค่อยๆ นำบทสนทนาไปสู่สิ่งที่ต้องการ
"ท่านเคยรับใช้พระราชวังนานแค่ไหน" อิงหลานถาม
"สี่สิบสองปี" เถาชิงฝูพูด เสียงที่ภูมิใจ
"รับใช้ในส่วนไหน"
"ห้องบรรทมพระเจ้าแผ่นดินส่วนใหญ่ ตั้งแต่รัชกาลก่อนโน้น"
อิงหลานพยักหน้า
"ท่านเกษียณตั้งแต่อายุเท่าไหร่"
"หกสิบแปด" เถาชิงฝูพูด แล้วก็นิ่ง ดวงตาที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย "เกษียณพร้อมกับเหตุการณ์ที่ไม่อยากพูดถึง"
"เหตุการณ์อะไร"
"ปีที่ฝ่าบาทองค์ปัจจุบันขึ้นครองราชย์"
อิงหลานไม่พูดต่อทันที ให้เถาชิงฝูเป็นคนเลือกว่าจะพูดต่อหรือไม่
ชายชราปรับตัวนั่งใหม่ มองดอกไม้ในสวน
"ท่านรู้ว่าข้ามาเพราะอะไรจริงๆ ใช่ไหม" เถาชิงฝูพูด เสียงที่เบาและตรง
"รู้" อิงหลานพูดตรง
เถาชิงฝูพยักหน้าช้าๆ
"ข้ารอวันนี้มาสิบสองปีแล้ว" เขาพูด เสียงที่เหนื่อย "และข้าก็กลัวว่าวันนี้จะไม่มาถึงก่อนที่ข้าจะตาย"
"ท่านพร้อมจะพูดไหม"
"พร้อมมาตั้งนานแล้ว" เถาชิงฝูพูด "แต่ต้องการรู้ก่อนว่า คนที่ส่งท่านมานั้น ใช้ข้อมูลที่ข้าให้ไปเพื่อความยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อการเมือง"
"คนที่ส่งข้ามาต้องการความจริง" อิงหลานพูด "และต้องการให้คนที่ตายอย่างไม่ยุติธรรมได้รับการล้างมลทิน"
เถาชิงฝูนั่งกับคำนั้น
จากนั้นก็เริ่มพูด
สิ่งที่เถาชิงฝูพูดนั้นใช้เวลาหนึ่งก้านธูป
เขาพูดช้าๆ ชัดเจน จำรายละเอียดได้แม่นยำน่าประหลาดใจสำหรับคนอายุแปดสิบ บางทีความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดนั้นฝังลึกกว่าความทรงจำอื่นๆ
เขาพูดว่าเขาเห็นอะไรในคืนนั้น ได้ยินอะไร และเห็นใครเข้าออกห้องบรรทมพระเจ้าแผ่นดิน
และชื่อที่เขาพูดตรงกับชื่อที่เฉินหยานบอกเซียวจ้านหยู และตรงกับสิ่งที่ลี่เหวยข้าบอกว่านางเห็น
"ชายชรานี้ คือกุญแจสำคัญ"
"ท่านปลอดภัยที่นี่ไหม" อิงหลานถาม
"ปลอดภัยพอสมควร" เถาชิงฝูพูด "ข้าไม่ได้บอกใครว่าข้ารู้อะไร ทำตัวเป็นคนแก่ธรรมดา ดูเหมือนว่าคนที่ต้องการปิดปากข้านั้นคิดว่าข้าไม่ได้เห็นอะไร"
"หรือคนที่ต้องการปิดปากท่านนั้น ไม่รู้ว่าท่านยังมีชีวิตอยู่"
เถาชิงฝูมองอิงหลาน
"นั่นอาจจะจริงก็ได้" เขาพูดเบา
"ข้าพระองค์จะจัดการให้มีคนดูแลท่านเพิ่ม โดยที่ไม่เด่นเกินไป"
"ขอบคุณ" เถาชิงฝูพูด แล้วหยุด "ท่านสาว"
"ขอรับ"
"บอกคนที่ส่งท่านมาว่า สองเจ้าชายนั้น ทั้งสองพระองค์ไม่ผิด คนที่ผิดไม่ได้อยู่ในพระราชวังในคืนนั้น แต่สั่งการจากนอกพระราชวัง"
อิงหลานนิ่งไปสักพัก
"ข้าจะบอก"
🌊 รายงานและการตัดสินใจ 🌊
ห้องเก็บหนังสือ เย็นวันที่ยี่สิบเอ็ด
เซียวจ้านหยูนำข้อมูลทั้งหมดมารายงานเฉินหยานในตอนเย็น
เฉินหยานฟังทุกอย่าง สีหน้าที่เรียบตลอด แต่เซียวจ้านหยูที่สังเกตเขามาสิบปีเห็นทุกอย่างที่ซ่อนอยู่
ตอนที่ได้ยินเรื่องเถาชิงฝู กล้ามเนื้อที่ขากรรไกรเกร็งเล็กน้อย
ตอนที่ได้ยินว่า "สองเจ้าชายทั้งสองพระองค์ไม่ผิด" มือที่วางอยู่บนโต๊ะกำแน่นขึ้นชั่วครู่แล้วคลาย
ตอนที่ได้ยินเรื่องซื่อหยินและยาพิษที่สงสัย ดวงตาที่เย็นลงทันที เป็นดวงตาของจักรพรรดิที่รับรู้ว่ามีคนทำสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในพระราชวังของเขา
"ยาพิษในตำหนักชิงหยุน" เฉินหยานพูดเมื่อเซียวจ้านหยูพูดจบ เสียงที่เย็นและชัด
"ยังไม่แน่ใจ ต้องตรวจสอบก่อน" เซียวจ้านหยูพูด "แต่ถ้าจริง—"
"ถ้าจริง มีคนกำลังทำร้ายสนมในพระราชวังของข้า" เฉินหยานพูด เสียงที่ต่ำ "และไม่ว่าข้าจะรู้สึกอย่างไรกับซื่อหยิน นั่นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้"
"ข้าพระองค์จะส่งแพทย์ที่ไว้วางใจได้ไปตรวจพะย่ะค่ะ และถ้าพบว่าจริง เราจะต้องหาคนทำโดยไม่ให้ใครรู้ว่ากำลังหา"
"ทำได้"
"พะย่ะค่ะ และเรื่องเถาชิงฝู" เซียวจ้านหยูพูด "เราต้องการทั้งเขาและลี่เหวยข้าเป็นพยาน ซึ่งหมายความว่าต้องปกป้องทั้งสองคน"
"จัดการได้"
"และเรื่องเฝิงต้าหยวนที่ประชุมลับกับเหอเทียนเฉิง"
เฉินหยานนิ่ง
"ถ้าเฝิงต้าหยวนเกี่ยวพันกับตระกูลเหอ" เขาพูดช้าๆ "แปลว่าตระกูลเฟิงและตระกูลหลิวที่ดูเหมือนจะร่วมมือกัน อาจไม่ได้ร่วมมือกันเพราะต้องการสิ่งเดียวกัน แต่เพราะถูกตระกูลเหอจัดการให้ดูเหมือนร่วมมือกัน"
"ถ้าตระกูลเหอเป็นคนจัดฉาก" เซียวจ้านหยูพูดต่อ "ทำให้ทั้งสองตระกูลที่ปกติไม่ลงรอยกันต้องเดินหมากในทิศทางที่เป็นประโยชน์กับตระกูลเหอ นั่นคือกลยุทธ์ที่ซับซ้อนมาก"
"และถ้าซื่อหยินถูกวางยา อาจเป็นการทำให้นางอ่อนแอลงเพื่อที่เมื่อตระกูลเฟิงสูญเสียอำนาจ จะไม่มีคนในฝ่ายในที่สามารถต่อสู้แทนตระกูลเฟิงได้"
"ตระกูลเหอต้องการทำลายทั้งสองตระกูล โดยใช้พวกเขาทำลายกันเอง" เฉินหยานพูด เสียงที่มีความชื่นชมในแบบที่เย็นชา
"และในขณะเดียวกัน ใช้เรื่องชายแดนเพื่อดึงความสนใจออกจากสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูเพิ่ม
เฉินหยานนั่งกับทั้งหมดนั้น
"ท่านคิดว่าตระกูลเหอต้องการอะไรเป็นเป้าหมายสุดท้าย"
"ข้าพระองค์คิดว่ามีสองความเป็นไปได้พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "หนึ่ง ต้องการเป็นตระกูลที่มีอำนาจสูงสุดในราชสำนักโดยกำจัดตระกูลอื่นออกไป หรือสอง ต้องการบางสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น สิ่งที่ตอนนี้เรายังไม่เห็น"
"และท่านคิดว่าเป็นอย่างไหน"
"ข้าพระองค์คิดว่าเป็นสองพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "เพราะถ้าต้องการแค่อำนาจในราชสำนัก ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปเรื่องสิบสองปีก่อน การส่งบันทึกนั้นมาให้ข้าพระองค์บอกว่ามีองค์ประกอบที่เราไม่เข้าใจอีก"
เฉินหยานลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง ยืนมองออกไปที่สวนสนที่เริ่มมืดลงในแสงเย็น
"จ้านหยู"
"พะย่ะค่ะ"
"ท่านคิดว่าเราควรทำอะไรต่อไปในตอนนี้" เฉินหยานถาม เสียงที่ไม่ใช่คำถามของจักรพรรดิถามที่ปรึกษา แต่เป็นคำถามของคนหนึ่งที่ถามคนที่ไว้วางใจ
เซียวจ้านหยูคิดสักพัก
"ข้าพระองค์คิดว่าเราควรรอให้แผนการของตระกูลเหอเดินหน้าต่อพะย่ะค่ะ ไม่ขัดขวางโดยตรงในตอนนี้ แต่เตรียมรับมือในทุกทิศทาง"
"รอ"
"รอแต่ไม่ใช่นิ่งเฉยพะย่ะค่ะ เราต้องการหลักฐานที่แน่นกว่านี้ก่อนที่จะดำเนินการ เพราะถ้าตัดสินใจเร็วเกินไป อาจเปิดเผยว่าเรารู้ และทำให้พวกเขาซ่อนหลักฐานทันเวลา"
"แต่ถ้ารอนานเกินไป อาจเสียโอกาส"
"ใช่พะย่ะค่ะ นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุดในการตัดสินใจ รู้ว่าเวลาที่เหมาะสมอยู่ที่ไหน"
เฉินหยานพยักหน้า
"ท่านจะรู้" เขาพูด เสียงที่มั่นใจ
"ฝ่าบาทมั่นใจในตัวข้าพระองค์มากกว่าที่ข้าพระองค์มั่นใจในตัวเองพะย่ะค่ะ"
"ข้าเห็นท่านทำงานมาสิบปี" เฉินหยานพูด หัน มองเซียวจ้านหยู "ข้าเคยเห็นท่านพลาดไหม"
เซียวจ้านหยูไม่ตอบทันที
"เคยพะย่ะค่ะ"
"เมื่อไหร่"
"ตอนที่ข้าพระองค์คิดว่าอยู่คนเดียวได้พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่เงียบและตรง
ห้องเงียบ
เฉินหยานมองเขา มองนาน
ในแสงเย็นที่สาดเข้ามาจากหน้าต่าง ใบหน้าของเซียวจ้านหยูที่ปกติดูเย็นชานั้นดูต่างออกไป ดูจริงขึ้น อบอุ่นขึ้น เหมือนกับว่าในห้องที่ไม่มีใครอื่น เขาไม่ต้องแสดงบทบาทที่โลกคาดหวัง
"คนนี้ เป็นแบบนี้"
เฉินหยานหันไปมองหน้าต่างอีกครั้ง
"มีเมฆมาจากทางตะวันออก" เขาพูดเบา
"พะย่ะค่ะ"
"ฝนจะตกคืนนี้"
เซียวจ้านหยูไม่พูดอะไร แต่เฉินหยานหัน เห็นว่าในดวงตาสีน้ำตาลเข้มนั้นมีบางสิ่งที่รอคำถามที่ตามมา
"ท่านยังเสนออยู่ไหม" เฉินหยานถาม เสียงที่เบา
"เสมอพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูตอบโดยไม่ลังเล
"ความผิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การก่ออาชญากรรม
แต่คือการปล่อยให้คนบริสุทธิ์ แบกน้ำหนักของอาชญากรรมนั้น แล้วซ่อนตัวอยู่ในเงาของพวกเขา
♥️และวันที่ความจริงออกมา ไม่ใช่วันที่เงามืดลง แต่คือวันที่แสงส่องถูกทิศ และเงานั้นก็ตกในที่ที่ถูกต้องในที่สุด"♥️
..สุสาส์นราคะ..