"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain) - 6 สถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยามค่ำคืน โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ย้อนยุค,จีน,ดราม่า,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายจีน ,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ย้อนยุค,จีน,ดราม่า

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายจีน ,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายโรแมนติก

รายละเอียด

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

....หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)...

°•. ลมพัดพริ้วปลิวสะกดใจเราสองดั่งต้องมนตร์. •°

เกริ่นนำ (ก่อนเรื่อง)

ราชวงศ์ หรงเฉา ปกครองดินแดนที่ยิ่งใหญ่มาสามร้อยปี แต่ในรัชสมัยของ จักรพรรดิเฉินหยาน จักรวรรดิเริ่มสั่นคลอนจากทุกทิศ ศัตรูทางเหนือที่รุกคืบ ขุนนางภายในที่ทะเยอทะยาน กลุ่มกบฏที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และความลับเก่าแก่ของราชวงศ์ที่บางคนพยายามปิดซ่อน

เฉินหยาน ขึ้นครองราชย์เมื่ออายุสิบแปด หลังจากบิดาสวรรคตอย่างกะทันหันและพี่ชายต้องสงสัยในการวางยาพิษ เขาเรียนรู้ตั้งแต่วันแรกที่นั่งบนบัลลังก์ว่าในโลกแห่งอำนาจนี้ ความอ่อนโยนคือจุดอ่อนที่ต้องซ่อนไว้

เขาจึงกลายเป็นจักรพรรดิที่เย็นชา ฉลาดหลักแหลม อ่านคนออก และไม่เคยไว้วางใจใครอย่างแท้จริง

เซียวจ้านหยู เป็นแม่ทัพที่ไม่ได้มาจากตระกูลขุนนาง เขาเกิดในหมู่บ้านชายแดนที่ถูกเผาทำลายเมื่ออายุสิบสอง รอดชีวิตคนเดียวและสาบานว่าจะไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับใครอีก

เขาไต่เต้าจากทหารธรรมดาขึ้นมาด้วยฝีมือและกลยุทธ์จนได้รับตำแหน่ง แม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือ ตอนอายุยี่สิบแปด สร้างชื่อเสียงในสนามรบจนศัตรูได้ยินชื่อแล้วถอยทัพ แต่ทหารในกองทัพรักเขาเพราะเขาดูแลพวกเขาเหมือนพี่น้อง

เฉินหยานเรียกตัวเขากลับมาพระนครเพื่อรับรางวัลและรับตำแหน่งใหม่ “กุนซือ หยูกั๋วกง” และนั่นคือครั้งแรกที่จักรพรรดิพบใครสักคนที่เป็นมนุษย์และสามารถมองเขาตรงๆ โดยไม่กลัว

"ข้าเคารพบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิ" จ้านหยูพูดในการเข้าเฝ้าครั้งแรก "แต่ข้าไม่กลัวคน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร"

ประโยคนั้นทำให้เฉินหยานนิ่งไปสักครู่

เพราะไม่มีใครเคยพูดแบบนั้นกับเขา คนๆ นี้อาจจะเป็นอนาคตของข้า “อ๋องจื่อไท่ฟู”

"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า 

เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่ หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด 

และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"

°•.สุสาส์นราคะ. •°

มีรายตอนทั้งหมด 27 ตอน (ติดเหรียญตอนที่9)

EBOOK: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา22% 22.05-22.06)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ0MjUxMCI7fQ

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-1 จักรพรรดิเฉินหยานแห่งรัชกาลเทียนหรง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-2 แม่ทัพเซียวจ้านหยู กุนซือหยูกั๋วกง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-3 การประชุม ณ ท้องพระโรงยามเช้า,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-4 คนที่ยืนอยู่กลางฝนเห็นฝนเป็นความจริง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-5 หนังสือซ่อนความจริงได้นานกว่ามนุษย์,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-6 สถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยามค่ำคืน,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-7 ปมสายด้ายที่ผูกจากอดีต ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-8 เส้นด้ายที่พันกันคลี่คลาย ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-9 เจ้าชายทั้งสองพระองค์ไม่ผิด,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-10 ดอกบัวงามที่สุดตอนโผล่พ้นโคลนตม,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-11 องค์จักรพรรดิเดินหมากบนกระดาน,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-12 อ๋องจื่อไท่ฟู ผู้พิทักษ์แห่งราชสมบัติ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-14 ตราประทับแห่งองค์จักรพรรดิ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-15 ความจริงที่จมอยู่ใต้น้ำสิบสองปี,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-16 สิ่งที่องค์จักรพรรดิต้องตัดสินใจ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-17 ดอกไม้ที่บานหลังพายุงามกว่าดอกที่บานในวันสงบ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-13 ม้าเร็วนำไปสู่ผู้เล่นที่ไม่มีชื่อ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-18 สามดอกไม้บานปรากฏหน้าองค์จักรพรรดิ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-19 หนึ่งดอกไม้ในฤดูร้อนที่เบ่งบานในจิตวิญญาณ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-20 ความจริงที่ซ่อนอยู่ท้ายสุดก็ยังเป็นความจริง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-21 วันที่จักรพรรดิวางมงกุฎไว้ที่ประตูพระราชวัง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-22 พิธีอภิเษกชายาสู่ตำหนักเอ้อจิ่ง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-23 ฝนตกครั้งสุดท้ายในฤดูร้อน ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-24 เมื่อหัวใจทวงสัญญาให้ออกเดิน,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-25 ภูเขาที่ใบไม้เปลี่ยนสี,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-26 หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (Summer Rain),หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-27 บทกวีในบันทึกหน้าสุดท้ายแห่งราชวงศ์

เนื้อหา

6 สถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยามค่ำคืน

“ระหว่างตัวอักษรในหนังสือโบราณ มีบางอย่างที่ไม่มีใครเขียนไว้ เพราะมันเขียนขึ้นทุกคืน ด้วยการนั่งข้างกัน”

"โคมสว่างอยู่ ไม่ใช่เพื่อส่องหนังสือ แต่เพื่อให้สองคนมองเห็นหน้ากันได้

หนังสือวางกางอยู่ ไม่ใช่ทั้งหมดเพื่ออ่าน บางหน้าพลิกแล้วพลิกอีกไม่ใช่เพราะยังไม่เข้าใจ แต่เพราะเสียงพลิกหนังสือ ทำให้อีกคนรู้ว่าตัวเองอยู่ที่นี่

ห้องสมุดนี้ไม่มีใครรู้ ยกเว้นคนที่มาจนธรณีประตู และคนที่เปิดไฟรอเขา

ทุกคืนที่พวกเขาอยู่ที่นี่ คุยกันด้วยหนังสือ คุยด้วยความเงียบ คุยด้วยวิธีที่นั่งในพื้นที่เดียวกัน ล้วนพูดถึงสิ่งเดียวกัน

'กลางคืนที่สงบนี้ สถานที่นี้ และเราสองคน ช่างงดงาม'"


💙การบอก 💙

ห้องเก็บหนังสือส่วนพระองค์ ยามเว่ย

เฉินหยานอยู่ที่ห้องเก็บหนังสือ กำลังอ่านรายงานจากแคว้นซีหยวนที่ผู้แทนนำมาถวายตอนสาย

เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เขารู้ทันทีว่าเป็นใคร

"เข้ามาได้"

เซียวจ้านหยูเดินเข้ามา ปิดประตู ล็อค

เฉินหยานวางรายงานลง มองเขา สังเกตว่ามีอะไรบางอย่างในท่าทางที่ต่างออกไปนิดหน่อย

"มีเรื่องอะไร"

เซียวจ้านหยูไม่ตอบทันที เขาเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม วางสิ่งที่ถือมาลงบนโต๊ะ

หนังสือปกน้ำตาลเก่า

เฉินหยานมองหนังสือนั้น

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสีหน้าของเขานั้นเล็กมาก เล็กมากจนคนส่วนใหญ่ไม่เห็น แต่เซียวจ้านหยูเห็นทุกอย่าง

ดวงตาที่ขยายออกเล็กน้อย กล้ามเนื้อที่คางที่เกร็งขึ้นแว่บเดียว มือที่วางอยู่บนโต๊ะที่กำแน่นขึ้นสักครู่แล้วคลายออก

"ท่านพบมันแล้ว" เฉินหยานพูด ไม่ใช่คำถาม เสียงที่เรียบแต่มีบางสิ่งอยู่ข้างใน

"พะย่ะค่ะ"

"และอ่านแล้ว"

"อ่านแล้วพะย่ะค่ะ"

เฉินหยานมองหนังสือนั้น ไม่มองเซียวจ้านหยู

นาน

"ความเงียบที่ยาวนานเช่นนี้ ทำให้ใจปวด"

"ท่านพบมันอย่างไร" เฉินหยานถาม เสียงที่ยังเรียบอยู่

เซียวจ้านหยูเล่าทุกอย่าง กระดาษที่ส่งมากับเด็ก คนสองคนที่ติดตาม อิงหลานที่สกัดไว้ก่อน

เฉินหยานฟังโดยไม่ขัด ไม่ถาม ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

"ท่านไปหาพระมารดาด้วย"

"พะย่ะค่ะ"

"และพระมารดาบอกว่า—"

"บอกว่าท่านเป็นคนเก็บบันทึกนั้นที่หอหนังสือ และท่านรู้ว่าจักรพรรดิพระบิดาไม่ได้สิ้นพระชนม์ตามธรรมชาติ แต่ท่านไม่รู้ว่าใครทำพะย่ะค่ะ"

เฉินหยานพยักหน้าเล็กน้อย

"มีคนนอกนั้นรู้อีกไหม"

"เท่าที่ข้าพระองค์รู้ ไม่มีพะย่ะค่ะ แต่ผู้ส่งกระดาษนั้นรู้ว่าบันทึกอยู่ที่ไหน"

"ใช่" เฉินหยานพูด ลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง ยืนมองออกไปที่สวนสน

ห้องเงียบ

ในความเงียบนั้น เซียวจ้านหยูนั่งรอ ไม่พูด ไม่เร่ง

"ขณะนี้ เขาต้องการพื้นที่"

นานพอสมควรก่อนที่เฉินหยานจะพูด

"ข้าอายุสิบหกปีเมื่อพระบิดาสิ้นพระชนม์" เขาพูด ไม่หัน เสียงที่ต่ำกว่าปกติ "ข้าเห็นด้วยตาตัวเองว่าพระบิดาสิ้นพระชนม์อย่างไร เห็นอาการที่ผิดปกติ แต่ตอนนั้นข้าเป็นแค่เด็กสิบหก ไม่มีอำนาจ ไม่มีพันธมิตร ไม่มีใครที่ข้าแน่ใจว่าไว้วางใจได้"

"พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดเบา

"ข้าเห็นชุยเสาอ๋ายตาย เพราะเขาเห็นบางคนเข้าออกห้องบรรทมพระบิดา ข้ากลัว จึงเก็บทุกอย่างไว้คนเดียวก่อน เก็บในบันทึก เก็บไว้ที่หอหนังสือ คิดว่าถ้าวันใดมีอำนาจพอ จะกลับมาสืบ"

"แต่ฝ่าบาทไม่กลับมา"

"ไม่กลับมา" เฉินหยานพูด เงียบสักครู่ "เพราะข้าสืบค้นอยู่นานกว่าที่ใครรู้ และในที่สุดข้าก็พบว่า—"

เขาหยุด

เซียวจ้านหยูรอ

"ข้าพบว่าถ้ารู้ความจริงแล้วดำเนินการ จะมีคนตายอีกมาก คนที่ไม่ควรตาย"

"ฝ่าบาทพบว่าใครทำ"

เฉินหยานหัน มองเซียวจ้านหยูโดยตรง

ในดวงตานั้นมีบางสิ่งที่เซียวจ้านหยูไม่เคยเห็นมาก่อนในสิบปีที่รู้จักกัน ความเหนื่อยล้าที่ลึกกว่าการนอนไม่หลับ ความเจ็บปวดที่แบกมานานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขา

"รู้" เฉินหยานพูด

"และฝ่าบาทเลือกที่จะไม่ทำอะไร"

"ข้าเลือกที่จะรอ" เฉินหยานแก้คำ "เพราะคนที่ทำเรื่องนั้น ถ้าดำเนินการในตอนนั้น อาจทำลายทุกสิ่งที่ข้ากำลังสร้าง และอาจทำให้เกิดสงครามกลางเมืองที่ประชาชนต้องตายไปอีกมาก"

"ดังนั้นฝ่าบาทเลือกประชาชนแทนความยุติธรรมส่วนตัว"

เฉินหยานไม่ตอบทันที

"ข้าเลือกประชาชนเพราะนั่นคือสิ่งที่พระบิดาต้องการให้ข้าเลือก" เขาพูดในที่สุด เสียงที่เงียบมาก "พระบิดาเสียสละชีวิตมาตลอดรัชกาล เพื่อให้แผ่นดินนี้สงบ ถ้าข้าตัดสินใจโดยอาศัยความโกรธแทนสติปัญญา ก็แปลว่าข้าไม่คู่ควรกับสิ่งที่พระบิดามอบให้"

เซียวจ้านหยูนั่งกับคำพูดนั้น

 "คนนี้ หนักกว่าที่ข้าคิด"

"ฝ่าบาทบอกชื่อได้ไหมพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูถาม เสียงที่ตรง "ชื่อคนที่ทำ"

เฉินหยานมองเขา

"ทำไม"

"เพราะตอนนี้มีคนรู้ว่าบันทึกนั้นมีอยู่ และรู้ว่าอยู่ที่ไหน" เซียวจ้านหยูพูด "ถ้าคนนั้นตัดสินใจนำมันออกมาใช้ ฝ่าบาทจะไม่มีเวลาเตรียมตัวถ้าไม่รู้ว่าศัตรูมาจากทิศไหน"

เฉินหยานมองเขาสักพัก

จากนั้นเดินกลับมาที่โต๊ะ นั่งลง เปิดหนังสือบันทึกไปที่หน้าสุดท้าย

"ข้าเขียนบางอย่างไม่ได้ลงในนี้" เขาพูด มองบรรทัดสุดท้ายที่เขาเคยเขียน "เพราะกลัวว่าถ้าเขียนลงไป จะทำให้คนที่พบบันทึกนี้ตกอยู่ในอันตราย"

"แต่ตอนนี้ข้าพระองค์พบมันแล้วพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดเบาๆ "อันตรายมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะรู้หรือไม่รู้"

เฉินหยานมองเขา

นาน

จากนั้นพูดชื่อ ชื่อหนึ่ง ชื่อเดียว

ชื่อที่เซียวจ้านหยูได้ยินแล้วนิ่งไปชั่วครู่

"อ้อ แบบนี้นี่เอง"

ชื่อที่เขาไม่เคยคิดถึง แต่เมื่อได้ยินแล้ว ทุกอย่างก็ต่อกันได้หมด ตระกูลเหอ กองโจรชายแดน การส่งบันทึกมาตอนนี้ ทุกอย่างต่อกันได้อย่างสมบูรณ์

"ท่านเข้าใจแล้วว่าทำไมข้าถึงรอ" เฉินหยานพูด ไม่ใช่คำถาม

"เข้าใจพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "และข้าพระองค์เข้าใจด้วยว่าทำไมฝ่าบาทถึงเลือกที่จะไม่รู้ต่อ"

"เพราะ"

"เพราะถ้ารู้ความจริงทั้งหมด จะต้องตัดสินใจ และการตัดสินใจนั้นจะเจ็บปวดมากกว่าการแบกความไม่รู้ไว้พะย่ะค่ะ"

เฉินหยานมองเซียวจ้านหยู มองนาน

"ท่านเข้าใจสิ่งที่ข้าไม่เคยพูดออกมา" เขาพูดเบา

"ข้าพระองค์สังเกตฝ่าบาทมาสิบปีพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่เรียบแต่มีบางสิ่งอบอุ่นกว่าปกติ "บางสิ่งที่ไม่ต้องพูดออกมาก็รู้ได้"

ทั้งสองนั่งกับสิ่งที่พูดออกมา

ห้องเงียบ แสงบ่ายที่สาดเข้ามาจากหน้าต่าง แสงสีทองที่ทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นกว่าความเป็นจริง

"จ้านหยู" เฉินหยานพูดชื่อโดยไม่มีตำแหน่ง ครั้งที่สาม

"พะย่ะค่ะ"

"ข้าต้องการบอกท่านบางสิ่ง" เฉินหยานพูด มองหน้าเขา "ข้าไม่เคยบอกใคร เพราะไม่มีใครที่ข้าเชื่อว่าจะไม่ใช้มันเป็นจุดอ่อนของข้า"

"ฝ่าบาทบอกได้พะย่ะค่ะ"

เฉินหยานหยุดสักครู่ ราวกับรวบรวมบางสิ่ง

"ข้ารู้สึกผิดมาสิบสองปี" เขาพูดเสียงที่เรียบและตรงมากจนดูเหมือนไม่มีอารมณ์ แต่นั่นคือวิธีที่คนพูดสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด "รู้สึกผิดที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่พระบิดาและพี่ชายไม่มี รู้สึกผิดที่เลือกเก็บความจริงไว้แทนที่จะต่อสู้เพื่อมัน รู้สึกผิดที่ทุกวันที่ปกครองอยู่นี้ ข้าสร้างบนรากฐานที่ข้าไม่กล้ามองลงไปว่ามันมั่นคงแค่ไหน"

เซียวจ้านหยูไม่พูดอะไร ฟัง

"ข้าทำงานหนักเพื่อให้แผ่นดินนี้ดีที่สุด เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่ทำให้ข้ารู้สึกว่าตัวเองมีสิทธิ์นั่งบนบัลลังก์นั้น" เฉินหยานพูด "แต่ในคืนที่ฟ้าเงียบ ข้าก็ยังได้ยินเสียงชุยเสาอ๋ายที่ข้าไม่กล้าพูดเพื่อเขา"

"เขา ก็มีสิ่งที่วางไม่ลง"

เซียวจ้านหยูลุกขึ้น เดินมายืนข้างๆ เฉินหยาน ห่างออกไปก้าวหนึ่ง

ไม่พูด

แค่อยู่ที่นั่น

และในความเงียบนั้น เฉินหยานก็รู้ว่านั่นคือสิ่งที่ต้องการ ไม่ใช่คำพูดปลอบใจ ไม่ใช่คำพูดว่าทุกอย่างถูกต้องแล้ว

แค่มีคนอยู่ข้างๆ

"ตอนนี้ที่ท่านรู้แล้ว" เฉินหยานพูดในที่สุด เสียงที่กลับมาปกติ "ท่านคิดจะทำอะไร"

"ข้าพระองค์จะสืบหาว่าใครส่งกระดาษนั้นมาก่อนพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "และจะสืบหาว่าคนนั้นต้องการอะไร เพราะในตอนนี้ ข้าพระองค์ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นศัตรูหรือพันธมิตร"

"ความเป็นไปได้ทั้งสอง"

"ใช่พะย่ะค่ะ และก่อนรู้แน่ชัด เราต้องระวังทั้งสองทาง"

เฉินหยานพยักหน้า

"แล้วชื่อที่ข้าบอก"

"ข้าพระองค์จะยังไม่ดำเนินการอะไรจนกว่าจะมีหลักฐานเพิ่มพะย่ะค่ะ ฝ่าบาทรอมาสิบสองปีแล้ว รออีกสักพักไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เราไม่ได้รอคนเดียว"

เฉินหยานมองเขา

ในดวงตาของจักรพรรดิที่ปกติอ่านไม่ออกนั้น มีบางสิ่งที่บอกไม่ถูก ไม่ใช่ความโล่งใจ ไม่ใช่ความดีใจ แต่เป็นบางสิ่งที่ลึกกว่าทั้งสองอย่าง บางสิ่งที่เหมือนกับว่าภาระที่แบกมาคนเดียวสิบสองปีนั้น ตอนนี้มีคนอีกคนหนึ่งเดินมายืนข้างๆ และไม่ได้แค่รับรู้ว่าภาระนั้นมีอยู่ แต่พร้อมจะแบกด้วยกัน

"อ้อ การที่มีคนร่วมทาง รู้สึกแบบนี้นี่เอง"

"จ้านหยู"

"พะย่ะค่ะ"

"ข้าไม่เคยขอบคุณใคร" เฉินหยานพูด "เพราะในพระราชวังนี้การขอบคุณคือการแสดงว่าตัวเองเป็นหนี้ และคนที่เป็นหนี้คือคนที่อ่อนแอ"

"ข้าพระองค์รู้พะย่ะค่ะ"

"แต่ข้าต้องการบอกว่า—" เฉินหยานหยุด "ข้าดีใจที่ท่านอยู่ที่นี่"

ห้องเงียบอีกครั้ง

เซียวจ้านหยูมองเฉินหยาน มองในแสงบ่ายที่สาดเข้ามาจากหน้าต่าง มองในแบบที่เขาไม่ได้มองสิบปีที่ผ่านมา มองในฐานะคนที่มองคนอื่นคนหนึ่ง ไม่ใช่ผู้ใต้บังคับบัญชามองจักรพรรดิ

 "ข้าก็เช่นกัน"

"ข้าพระองค์ก็เช่นกันพะย่ะค่ะ" เขาพูด เสียงที่เบาและตรงในเวลาเดียวกัน

⚔ ตลาดต้าชิงในตอนเย็นและบทสนทนาลับ ⚔

ร้านน้ำชาเหลียนหัว เย็น

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มตก ตลาดต้าชิงเข้าสู่ช่วงชั่วยามที่คึกคักที่สุด พ่อค้าแม่ค้าที่ขายของตอนบ่ายเริ่มเก็บของ ร้านอาหารเริ่มเต็ม คนทำงานทยอยออกมาจับจ่ายก่อนกลับบ้าน

ในร้านน้ำชาเหลียนหัว มุมที่เงียบที่สุด

ชายสามคนที่เคยนั่งในเช้าสองวันก่อน นั่งอยู่อีกครั้ง

แต่ครั้งนี้มีคนที่สี่ด้วย

ลี่เหวยข้า (李薇嬋) หญิงอายุห้าสิบ ใบหน้าที่ดูธรรมดาและจำไม่ได้ แต่งตัวเหมือนแม่ค้าทั่วไป ไม่มีอะไรพิเศษในรูปลักษณ์ภายนอก

แต่ชายสามคนนั้นนั่งตัวตรงขึ้นเมื่อนางเข้ามา

"ท่านผู้หญิง" ชายที่ดูเหมือนหัวหน้าพูด เสียงที่เคารพมากกว่าที่พูดกับกันเอง

"หยูกั๋วกงได้รับบันทึกแล้ว" ลี่เหวยข้าพูดเบา เสียงที่เรียบราวกับพูดเรื่องสินค้า "และนำไปถวายฮ่องเต้แล้ว"

"เร็วกว่าที่คาด"

"เขาเป็นคนที่เร็วเสมอ" นางพูด ยิ้มเล็กน้อย ยิ้มที่มีความหมายบางอย่างที่คนอื่นไม่เข้าใจ "และตอนนี้ทั้งสองคนนั้นรู้แล้วว่าใครเป็นผู้ส่ง"

"พวกเขาจะทำอะไร"

"ยังไม่รู้ แต่ข้าเดาว่าจะสืบหาตัวเราก่อน" นางพูด "ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง"

"แล้วเราจะทำอย่างไร"

"รอ" ลี่เหวยข้าพูด หยิบชาขึ้นดื่ม "หยูกั๋วกงฉลาดพอที่จะรู้ว่าเราไม่ใช่ศัตรู แต่เขาจะต้องพิสูจน์ให้แน่ใจก่อน ให้เวลาเขาสักสองสามวัน"

"และถ้าเขาพิสูจน์ผิด"

"ถ้าเขาพิสูจน์ว่าเราเป็นศัตรู" นางพูด เสียงที่ยังเรียบอยู่ "ก็แปลว่าข้าประเมินเขาผิดมาตลอด ซึ่งก็จะเป็นบทเรียนที่น่าสนใจ"

ชายทั้งสามมองกัน ไม่แน่ใจว่าประโยคนั้นควรทำให้รู้สึกอย่างไร

🌸 สวนกลางคืนและคำถามที่ไม่มีคำตอบง่ายๆ 🌸

สวนสนส่วนพระองค์ กลางคืน

เฉินหยานออกมาที่สวนสนอีกครั้ง คืนนี้ ท้องฟ้าโปร่งหลังจากฝนหยุดหลายวัน ดาวชัดเจน

เซียวจ้านหยูเดินตามออกมา ไม่ถาม

ทั้งสองนั่งลงที่ม้านั่งหินเดิม

"ท่านรู้จักชุยเสาอ๋ายไหม" เฉินหยานถาม เสียงที่เงียบ

"ไม่รู้จักพะย่ะค่ะ ข้าพระองค์ไม่ได้อยู่ในพระราชวังตอนนั้น"

"เขาอายุสิบสี่เมื่อตาย" เฉินหยานพูด มองดาว "เข้ามาเป็นผู้อ่านหนังสือร่วมของข้าตอนอายุสิบสอง ใบหน้าที่กลมและหัวเราะเสียงดัง ชอบเล่นดนตรี ไม่ค่อยเก่งเรื่องการท่องจำบทกวีแต่เก่งเรื่องเล่าเรื่อง ตาตายเพราะรู้สิ่งที่ไม่ควรรู้และไม่รู้ว่าตัวเองไม่ควรรู้"

เซียวจ้านหยูฟัง ไม่ขัด

"ข้าคิดถึงเขาเสมอเมื่อคิดว่าตัวเองทำอะไรถูกหรือไม่ถูก" เฉินหยานพูด "ถ้าข้าต่อสู้ในตอนนั้น อาจมีคนอื่นตายอีกแทนที่จะเป็นแค่ชุยเสาอ๋าย แต่ถ้าข้าไม่ต่อสู้เลย ก็แปลว่าชีวิตเขาไม่มีความหมายอะไร"

"ชีวิตเขามีความหมายพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่ชัดเจน "เขาทำให้ฝ่าบาทรอด เพราะถ้าฝ่าบาทพูดแทนเขาในตอนนั้น ฝ่าบาทก็ตายด้วย และแผ่นดินนี้จะไม่มีวันเป็นอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้"

เฉินหยานมองเขา

"ท่านพูดเพื่อทำให้ข้ารู้สึกดีขึ้น"

"ข้าพระองค์พูดความจริงพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "ฝ่าบาทรู้ดีว่าข้าพระองค์ไม่พูดเพื่อทำให้ใครรู้สึกดี"

เฉินหยานนิ่งอยู่สักพัก

จากนั้นก็หัวเราะ

เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เซียวจ้านหยูแทบไม่เคยได้ยินจากเขา เสียงที่บอกว่าคนนั้นรู้ว่าประโยคนั้นถูก และรู้สึกว่ามันตลกด้วย

"เขาหัวเราะ"

เซียวจ้านหยูมองเขา มองในแสงดาวและแสงโคม

เสียงหัวเราะที่เบาและสั้นนั้น ทำให้ใบหน้าที่ปกติเย็นชานั้นดูต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ดูอ่อนโยน ดูอายุน้อยกว่า ดูเหมือนคนที่เป็น ไม่ใช่จักรพรรดิที่แสร้งทำ

"คนนี้ จริงๆ แล้วเป็นแบบนี้"

"จ้านหยู" เฉินหยานพูดหลังความเงียบสั้นๆ

"พะย่ะค่ะ"

"ถามท่านตรงๆ"

"ถามได้พะย่ะค่ะ"

"ท่านยังอยู่เพราะ 'ยังมีสิ่งที่ทำยังไม่เสร็จ' ใช่ไหม" เฉินหยานพูด ทวนคำที่เซียวจ้านหยูพูดในคืนแรก

เซียวจ้านหยูไม่ตอบทันที

"ใช่พะย่ะค่ะ"

"สิ่งนั้นคืออะไร ถ้าไม่ใช่แผ่นดิน"

ความเงียบนาน

"ฝ่าบาทต้องการคำตอบตรงๆ ใช่ไหมพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดในที่สุด

"ต้องการ"

"ข้าพระองค์ยังอยู่เพราะ" เซียวจ้านหยูพูดช้าๆ ทีละคำ "มีคนที่ข้าพระองค์ไม่อยากให้ต้องอยู่คนเดียวพะย่ะค่ะ"

เฉินหยานหัน มองเขา

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มองกลับมานั้น ตรงและไม่ซ่อนอะไร

ทั้งสองมองหน้ากันในแสงดาวและโคม

ห้องเงียบ สวนเงียบ คืนเงียบ

แต่มีบางสิ่งที่ไม่เงียบ บางสิ่งที่ลอยอยู่ระหว่างสองคนนั้น ที่ทั้งสองรับรู้แต่ยังไม่พูดถึง

"ขณะนี้ ถ้าพูดออกมา ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่างที่ต่างออกไป"

เฉินหยานหันกลับไปมองดาว

"ข้าดีใจที่ท่านอยู่" เขาพูดอีกครั้ง เสียงที่เบากว่าครั้งก่อน

"ข้าพระองค์ก็เช่นกันพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่เบาพอๆ กัน

✨ รุ่งสางใหม่และสิ่งที่รอข้างหน้า ✨

รุ่งสาง วันที่สิบแปด

ก่อนรุ่งสาง

เฉินหยานตื่นขึ้นและรู้สึกว่าบางสิ่งเบาลง ไม่ใช่ว่าปัญหาหายไป ไม่ใช่ว่าความเจ็บปวดสิบสองปีนั้นสลาย แต่มีบางสิ่งที่เบาลง เหมือนกับว่าเมื่อคืนนั้นภาระบางส่วนได้ถ่ายออกไปบ้างแล้ว

เขาลุกขึ้น เปิดหน้าต่าง สูดอากาศเช้า

ท้องฟ้าทางตะวันออกยังมืดอยู่ แต่มีแสงสีม่วงบางๆ ที่ขอบฟ้า บอกว่าอีกไม่นานรุ่งสางจะมา

"วันใหม่"

เขาคิดถึงสิ่งที่รออยู่ข้างหน้า ผู้ส่งกระดาษที่ยังไม่รู้จัก ตระกูลเหอที่กำลังเคลื่อนไหว ตระกูลหลิวและเฟิงที่ดูเหมือนกำลังรวมตัว ชายแดนเหนือที่สงบลงแต่ยังต้องระวัง และความลับเก่าที่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแค่ความลับของเขาคนเดียวแล้ว

มีคนรู้ด้วยกัน

มีคนที่เดินมายืนข้างๆ

"ไม่ใช่คนเดียวแล้ว"

ในห้องพักของหยูกั๋วกง เวลาเดียวกัน

เซียวจ้านหยูไม่ได้นอน

นั่งอยู่ที่โต๊ะ เขียนรายงานในใจ ไม่ใช่รายงานบนกระดาษ แต่รายงานที่เขาคิดในหัว ประมวลผลสิ่งที่รู้ทั้งหมดในสองวันที่ผ่านมา

บันทึกในหอหนังสือ ชื่อที่เฉินหยานบอก ผู้ส่งกระดาษที่ยังไม่รู้ชื่อจริง ตระกูลเหอที่มีความเชื่อมโยงกับทุกสิ่ง

"กับดักนี้ วางไว้ลึกมาก"

แต่เขาก็รู้ว่า ในทุกกับดักที่วางไว้อย่างซับซ้อน มักมีสิ่งหนึ่งที่ผู้วางกับดักลืมนึกถึง คือความเป็นไปได้ที่คนที่เดินเข้ากับดักนั้น ฉลาดกว่าที่คิด

เขาหยิบปากกา เริ่มเขียน

ไม่ใช่รายงาน แต่เป็นแผน

ตลาดต้าชิง รุ่งสาง

เฉินเหมา เด็กชายสิบสอง นั่งกินข้าวต้มที่ร้านป้าเฉิน

วันนี้ป้าเฉินตักให้สามถ้วยแทนสอง

"ทำไมเพิ่ม" เขาถาม

"เพราะเมื่อวานดีมาก" ป้าเฉินพูด ยิ้ม "ไม่ถามว่าทำอะไร แค่รู้ว่าทำดี"

เฉินเหมาก้มหน้ากิน ดวงตากลมๆ ที่ไม่แน่ใจว่าป้าเฉินรู้เรื่องอะไรบ้าง แต่ก็ไม่ถาม

กลิ่นข้าวต้มร้อนและเสียงตลาดที่ตื่น โลกของชาวบ้านที่ดำเนินต่อไปโดยไม่รู้ว่าในพระราชวังนั้น มีเรื่องราวที่ซับซ้อนซ่อนอยู่ในทุกมุม


"สิ่งที่มีค่าที่สุดในโลก ไม่ใช่ทองหรือหยก แต่คือความรู้สึกที่อยู่ข้างคนหนึ่ง ไม่พูดอะไรเลย แต่ก็ไม่รู้สึกว่างเปล่า

เฉินหยานนั่งอยู่ที่นั่น เสี่ยวจ้านหยูนั่งอยู่ที่นี่ ระหว่างกลางมีระยะห่างสักสองสามฟุต แต่สองสามฟุตนั้นไม่ใช่ระยะห่าง

สองสามฟุตนั้นคือพื้นที่ ที่สองคนหายใจได้อย่างสบายใจ พื้นที่ที่รู้ว่าอีกคนอยู่ก็พอแล้ว พื้นที่ที่ไม่ต้องพูดก็ไม่โดดเดี่ยว

คืนนี้ก็เช่นนั้น พรุ่งนี้ก็เช่นนั้น ทุกคืนก็เช่นนั้น นั่นคือสัญญาที่ยืนยาวที่สุดของพวกเขา

♥️ในแผ่นดินที่กว้างใหญ่ จักรพรรดิมีทุกสิ่ง ยกเว้นสถานที่หนึ่ง ที่เขาเป็นได้แค่ตัวเอง

สถานที่นั้นไม่ได้ใหญ่ มีแค่ชั้นหนังสือ โคมเล่มหนึ่ง และคนอีกคนที่นั่งอยู่

แต่สำหรับเขา นั่นคือสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในแผ่นดินทั้งหมดที่เขาครอง"♥️

..สุสาส์นราคะ...