"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"
ชาย-ชาย,รัก,ย้อนยุค,จีน,ดราม่า,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายจีน ,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"
....หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)...
°•. ลมพัดพริ้วปลิวสะกดใจเราสองดั่งต้องมนตร์. •°
เกริ่นนำ (ก่อนเรื่อง)
ราชวงศ์ หรงเฉา ปกครองดินแดนที่ยิ่งใหญ่มาสามร้อยปี แต่ในรัชสมัยของ จักรพรรดิเฉินหยาน จักรวรรดิเริ่มสั่นคลอนจากทุกทิศ ศัตรูทางเหนือที่รุกคืบ ขุนนางภายในที่ทะเยอทะยาน กลุ่มกบฏที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และความลับเก่าแก่ของราชวงศ์ที่บางคนพยายามปิดซ่อน
เฉินหยาน ขึ้นครองราชย์เมื่ออายุสิบแปด หลังจากบิดาสวรรคตอย่างกะทันหันและพี่ชายต้องสงสัยในการวางยาพิษ เขาเรียนรู้ตั้งแต่วันแรกที่นั่งบนบัลลังก์ว่าในโลกแห่งอำนาจนี้ ความอ่อนโยนคือจุดอ่อนที่ต้องซ่อนไว้
เขาจึงกลายเป็นจักรพรรดิที่เย็นชา ฉลาดหลักแหลม อ่านคนออก และไม่เคยไว้วางใจใครอย่างแท้จริง
เซียวจ้านหยู เป็นแม่ทัพที่ไม่ได้มาจากตระกูลขุนนาง เขาเกิดในหมู่บ้านชายแดนที่ถูกเผาทำลายเมื่ออายุสิบสอง รอดชีวิตคนเดียวและสาบานว่าจะไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับใครอีก
เขาไต่เต้าจากทหารธรรมดาขึ้นมาด้วยฝีมือและกลยุทธ์จนได้รับตำแหน่ง แม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือ ตอนอายุยี่สิบแปด สร้างชื่อเสียงในสนามรบจนศัตรูได้ยินชื่อแล้วถอยทัพ แต่ทหารในกองทัพรักเขาเพราะเขาดูแลพวกเขาเหมือนพี่น้อง
เฉินหยานเรียกตัวเขากลับมาพระนครเพื่อรับรางวัลและรับตำแหน่งใหม่ “กุนซือ หยูกั๋วกง” และนั่นคือครั้งแรกที่จักรพรรดิพบใครสักคนที่เป็นมนุษย์และสามารถมองเขาตรงๆ โดยไม่กลัว
"ข้าเคารพบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิ" จ้านหยูพูดในการเข้าเฝ้าครั้งแรก "แต่ข้าไม่กลัวคน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร"
ประโยคนั้นทำให้เฉินหยานนิ่งไปสักครู่
เพราะไม่มีใครเคยพูดแบบนั้นกับเขา คนๆ นี้อาจจะเป็นอนาคตของข้า “อ๋องจื่อไท่ฟู”
"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า
เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่ หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด
และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"
°•.สุสาส์นราคะ. •°
มีรายตอนทั้งหมด 27 ตอน (ติดเหรียญตอนที่9)
EBOOK: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา22% 22.05-22.06)
ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
เมื่อฝนตกครั้งแรก จักรพรรดิเห็นอาณาจักรของตนในแบบที่ไม่เคยเห็น และแม่ทัพที่เดินเคียงข้างในความมืดนั้น รู้ว่าตัวเองกำลังปกป้องบางสิ่งที่มากกว่าองค์จักรพรรดิ
หรือ คืนที่เมืองหยวนจิงในฝนดูต่างจากที่เคยเห็นจากหน้าต่างพระราชวัง และสองคนที่เดินในฝนคนเดียวกันนั้น เริ่มรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างกันนั้นหดสั้นลงทีละก้าว
"ฝนในฤดูร้อนนั้นไม่ถามว่าพร้อมไหม มันแค่มา และในเวลาที่มันมา โลกก็เปลี่ยนไปในทันที
คนที่อยู่ในที่ร่มเห็นฝนเป็นอุปสรรค คนที่ยืนอยู่กลางฝนเห็นมันเป็นความจริง
ความแตกต่างอยู่ที่ ใครเลือกที่จะออกมา และใครยังคงซ่อนตัวอยู่หลังกำแพง"
🌙 เย็นที่เงียบสงบและสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนฝน 🌙
ห้องเก็บหนังสือส่วนพระองค์ เย็น
เฉินหยานกลับมาที่ห้องเก็บหนังสือก่อนพลบค่ำ นำเอกสารราชการที่รอการอ่านมาด้วยสองพันธุ์หน้า
รายงานจากทุกกรมสำหรับเดือนนี้
รายงานประจำเดือนของราชวงศ์หรงเฉาในรัชกาลเทียนหรงนั้นหนาและครบถ้วน รายงานราคาข้าวในตลาดทุกแคว้น รายงานสภาพอากาศ รายงานการก่ออาชญากรรม รายงานจำนวนประชากรที่เพิ่มหรือลด รายงานการค้าขายกับต่างแดน รายงานสุขภาพของชาวเมือง รายงานการก่อสร้างถนนและสะพาน
เฉินหยานอ่านทุกอย่าง ทุกฉบับ ทุกบรรทัด ไม่ข้ามหน้า
นั่นคือสิ่งที่เขาทำมาตั้งแต่ปีแรกที่ขึ้นครองราชย์ และยังคงทำอยู่จนปัจจุบัน
เพราะเขาเชื่อว่าจักรพรรดิที่ไม่รู้ว่าราษฎรกินอะไรในตอนเย็นนั้น ไม่มีสิทธิ์ปกครองพวกเขา
ประตูเปิดเบาๆ
เซียวจ้านหยูเดินเข้ามา วางเอกสารลงบนโต๊ะเพิ่มอีกกอง
"รายงานฉบับเต็มเรื่องเหลียนหยางพะย่ะค่ะ"
"นั่งลง" เฉินหยานพูดโดยไม่ยกหน้า "ข้าจะอ่านในตอนนี้"
เซียวจ้านหยูนั่งลงที่เก้าอี้ข้างหน้าต่าง เก้าอี้เดิมที่เขามักนั่งในห้องนี้ ห่างจากโต๊ะเฉินหยานสามก้าว ไม่ใกล้เกินไป ไม่ไกลเกินไป
ในขณะที่เฉินหยานอ่าน เซียวจ้านหยูก็นั่งเงียบๆ มองออกไปที่หน้าต่าง ท้องฟ้าที่ค่ำลงเรื่อยๆ
ในห้องที่เงียบ มีเพียงเสียงกระดาษที่พลิก เสียงลมในต้นไม้นอกหน้าต่าง และเสียงเทียนที่ลุกเปรียบบางครั้ง
เป็นความเงียบที่สบาย ไม่กดดัน
เป็นความเงียบชนิดที่ไม่จำเป็นต้องเติมด้วยคำพูด
"กลุ่มดาวดำมีสมาชิกกี่คน" เฉินหยานถามโดยไม่ยกหน้าจากรายงาน
"ที่จับได้หกสิบสี่คนพะย่ะค่ะ แต่ประมาณการว่ายังมีที่ยังไม่ถูกจับอีกร้อยกว่า"
"และหัวหน้ากลุ่ม"
"จับได้สองคนพะย่ะค่ะ คนที่สามยังหนีอยู่"
"ชื่อ"
"ฉีฮูน พะย่ะค่ะ อายุสามสิบแปด เดิมเป็นทหารม้าชายแดน ถูกไล่ออกจากกองทัพเมื่อเก้าปีก่อนเรื่องลักทรัพย์ จากนั้นหายตัวไปและปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะหัวหน้าโจร"
"ทำไมถูกไล่ออก"
"เรื่องลักทรัพย์ เป็นคำบอกอย่างเป็นทางการพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "แต่ตามที่ข้าพระองค์สืบมา ฉีฮูนถูกไล่ออกเพราะรายงานว่าแม่ทัพเก่าในสมัยนั้นรับสินบนจากเป่ยหรง รายงานที่เขียนขึ้นหายไปก่อนถึงมือผู้บังคับบัญชา และฉีฮูนถูกกล่าวหาเรื่องลักทรัพย์แทน"
เฉินหยานวางรายงานลง มองเซียวจ้านหยู
"แม่ทัพเก่าคนนั้น"
"ท่านม้าโจวฉีพะย่ะค่ะ"
ความเงียบที่หนักขึ้น
ม้าโจวฉี บิดาของ หม่าเป่าหลิง สนมอันดับหนึ่ง
"ท่านแน่ใจไหม"
"แน่ใจในระดับที่เพียงพอสำหรับการสืบสวนต่อพะย่ะค่ะ แต่ยังไม่พอสำหรับการดำเนินคดีอย่างเป็นทางการ"
เฉินหยานนั่งพิงพนัก มองเพดาน
"เรื่องนี้ เกี่ยวพันกว้างมาก"
"เรื่องฉีฮูน เรื่องตระกูลเหอ เรื่องกองโจรชายแดน เรื่องม้าโจวฉี" เขาพูดช้าๆ "ทั้งหมดนี้เป็นเส้นด้ายเดียวกัน หรือเป็นหลายเส้นที่พันกัน"
"ข้าพระองค์คิดว่าเส้นด้ายหลักมีเพียงเส้นเดียวพะย่ะค่ะ แต่มีคนหลายคนที่ใช้ประโยชน์จากมัน บางคนรู้ว่ากำลังใช้ประโยชน์ บางคนไม่รู้"
"เส้นด้ายหลักนั้นคืออะไร"
เซียวจ้านหยูนิ่งสักครู่ คิดว่าควรพูดหรือไม่
"ความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงบางอย่างในราชสำนักพะย่ะค่ะ โดยใช้ความไม่สงบชายแดนเป็นข้ออ้าง"
"เปลี่ยนแปลงอะไร"
"อาจเป็นการปรับตำแหน่งผู้บังคับบัญชากองทัพ อาจเป็นการเพิ่มอำนาจตระกูลใดตระกูลหนึ่ง หรืออาจเป็นบางอย่างที่ข้าพระองค์ยังไม่เห็น"
"หรืออาจเป็นการทำให้ข้าสงสัยท่าน" เฉินหยานพูดเบาๆ
เซียวจ้านหยูไม่ขยับ ไม่เปลี่ยนสีหน้า แต่ดวงตาที่มองเฉินหยานนั้นตั้งใจมากขึ้น
"ฝ่าบาทสงสัยข้าพระองค์พะย่ะค่ะ"
"ไม่" เฉินหยานพูดตรง "ข้ากำลังพูดว่านั่นอาจเป็นเป้าหมายของคนที่วางแผนทั้งหมดนี้"
เซียวจ้านหยูพยักหน้าเบาๆ
"มีเป้าหมายสองแบบพะย่ะค่ะ คนที่ต้องการให้ฝ่าบาทสงสัยข้าพระองค์ และคนที่ต้องการให้ข้าพระองค์สงสัยฝ่าบาท"
"ข้าสังเกตว่าท่านพูดเรื่องหลังทีหลัง"
"เพราะข้าพระองค์ไม่เชื่อว่ามีคนโง่พอที่จะพยายามให้ข้าพระองค์สงสัยฝ่าบาทพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่แบนเรียบ
"เพราะอะไร"
"เพราะข้าพระองค์รู้ดีว่าถ้าข้าพระองค์สงสัยฝ่าบาท ข้าพระองค์จะออกไป ไม่ใช่ทำลาย"
เฉินหยานนิ่งกับคำนั้น
"ออกไป" เขาทวน เสียงที่มีน้ำหนักบางอย่าง
"ออกไปคนเดียว ไปใช้ชีวิตที่ไหนสักที่ที่ไม่มีใครรู้จักข้าพระองค์พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่เรียบราวกับพูดเรื่องธรรมดา
"ท่านคิดเรื่องนั้นมาก่อน" เฉินหยานพูด ไม่ใช่คำถาม
"บางครั้งพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดตรง "ทุกคนย่อมคิดถึงชีวิตที่เป็นไปได้ที่แตกต่างจากชีวิตที่เป็นอยู่"
"แล้วทำไมท่านยังอยู่"
ห้องเงียบ นานกว่าที่ควร
"เพราะยังมีสิ่งที่ทำยังไม่เสร็จพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดในที่สุด
"สิ่งอะไร"
"การทำให้แผ่นดินนี้ปลอดภัยในแบบที่ถาวรพะย่ะค่ะ ไม่ใช่แค่สงบชั่วคราว"
เฉินหยานมองเขา
"คำนี้ ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่ก็ไม่ใช่คำโกหก"
เขาไม่ถามต่อ
ยกชาขึ้นดื่ม หันกลับไปอ่านรายงาน
แต่ในอกมีบางสิ่งที่อบอุ่นขึ้นเล็กน้อย ในแบบที่เขาไม่ยอมรับแม้แต่กับตัวเอง
💙 สวนกลางคืนและคำสัญญาในฝน 💙
สวนสนส่วนพระองค์ หลังห้องเก็บหนังสือ ยามซวี
หลังที่สนทนาเรื่องราชการจบสิ้น เฉินหยานเดินออกไปที่สวนสนเล็กๆ หลังห้องเก็บหนังสือ
เพื่อสูดอากาศ เพื่อให้หัวว่างจากรายงานทั้งหมดที่เพิ่งอ่าน เพื่อ—
เขาไม่แน่ใจว่าเพื่ออะไรจริงๆ
เซียวจ้านหยูเดินตามออกมาโดยไม่ถาม ห่างออกไปสองก้าวตามที่เหมาะสม
สวนสนในเวลากลางคืนหลังฝน มีกลิ่นของสนเปียกและดินชื้น แสงโคมที่แขวนอยู่ตามเส้นทางให้แสงสีทองอ่อนๆ ที่สะท้อนบนพื้นดินที่ยังชื้นอยู่
เฉินหยานเดินช้าๆ ตามทางสนที่ปูหิน
ไม่พูดอะไร
เซียวจ้านหยูก็ไม่พูด
มีแค่เสียงก้าวเท้าสองคู่บนหินชื้น เสียงลมในใบสน และไกลออกไป เสียงของพระราชวังที่ค่อยๆ เงียบลงเมื่อกลางคืนมาถึง
ที่ม้านั่งหินตรงกลางสวน เฉินหยานหยุดเดิน นั่งลง
เซียวจ้านหยูยืนอยู่ข้างๆ ห่างออกไปก้าวหนึ่ง ตามปกติ
"นั่งลง" เฉินหยานพูด
"ข้าพระองค์—"
"ข้าบอกให้นั่งลง"
เซียวจ้านหยูนั่งลงที่ม้านั่งเดียวกัน ปลายสุดฝั่งตรงข้าม ทิ้งระยะห่างไว้ระหว่างกลาง
เฉินหยานมองขึ้นไปที่ฟ้า เมฆที่เหลืออยู่จากฝนเมื่อคืนค่อยๆ สลาย มีดาวปรากฏทีละดวงในท้องฟ้าที่ค่อยๆ โปร่งขึ้น
"ท่านเคยมีคนที่ไว้วางใจได้ไหม" เฉินหยานถาม เสียงที่ไม่เหมือนเสียงจักรพรรดิ แต่เหมือนเสียงคนถามคนอื่นในค่ำคืนที่เงียบ
เซียวจ้านหยูไม่ตอบทันที คิดสักครู่จริงๆ
"มีพะย่ะค่ะ แต่ส่วนใหญ่ตายในสนามรบ"
เฉินหยานหัน มองหน้าเขา
"อิงหลาน"
"อิงหลานอยู่ข้างข้าพระองค์มาสิบสองปีพะย่ะค่ะ เชื่อใจได้"
"แต่?"
"แต่ข้าพระองค์ไม่เคยบอกทุกเรื่องให้นางรู้" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่ตรง
"ทำไม"
"เพราะบางสิ่งควรรู้แค่คนเดียวพะย่ะค่ะ"
"หมายความว่าอะไร"
เซียวจ้านหยูนิ่งอยู่นาน มองดาวที่เพิ่งโผล่ขึ้นมา
"หมายความว่าข้าพระองค์แบกบางสิ่งไว้คนเดียวพะย่ะค่ะ เพราะถ้าแบ่งปันกับใคร แล้วคนนั้นเกิดอะไรขึ้นมา สิ่งที่รู้นั้นจะกลายเป็นอันตรายสำหรับพวกเขา"
เฉินหยานมองเขา เข้าใจทันที
"ท่านปกป้องคนที่อยู่รอบข้างด้วยการไม่ให้รู้"
"ใช่พะย่ะค่ะ"
"แต่นั่นหมายความว่าท่านอยู่คนเดียวกับสิ่งที่รู้"
เซียวจ้านหยูไม่ตอบ แต่นั่นก็เป็นคำตอบ
"ข้าก็เช่นกัน" เฉินหยานพูดเบาๆ เสียงที่ไม่มีใครในพระราชวังเคยได้ยิน "ข้าแบกบางสิ่งไว้คนเดียวมาสิบปี เพราะถ้าใครรู้มากเกินไป พวกเขาจะตกอยู่ในอันตราย"
"ข้าพระองค์รู้พะย่ะค่ะ"
เฉินหยานหัน สายตาที่คมขึ้น
"ท่านรู้เรื่องนั้น"
"ข้าพระองค์รู้ว่าฝ่าบาทแบกมากกว่าที่แสดงให้เห็นพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด เสียงที่เรียบแต่มีน้ำหนัก "ข้าพระองค์สังเกตมาสิบปี"
ทั้งสองนั่งอยู่กับสิ่งที่พูดออกมา
คืนที่มีดาวขึ้นทีละดวงหลังฝน สวนสนที่ยังชื้นอยู่ แสงโคมที่สั่นไหวเล็กน้อยในลม
"ท่านจ้านหยู"
นั่นเป็นครั้งแรกที่เฉินหยานเรียกชื่อโดยไม่มีตำแหน่ง
เซียวจ้านหยูหัน ดวงตาที่มีบางสิ่งเปลี่ยนแปลงไปในเศษเสี้ยวของวินาที
"พะย่ะค่ะ"
"ข้าต้องการบอกท่านบางสิ่ง" เฉินหยานพูด มองหน้าเขา มองโดยตรงในแบบที่เขามองเพื่ออ่านคน แต่ครั้งนี้ดวงตานั้นอ่านไม่ออก เพราะมันไม่ได้พยายามอ่าน "ในสิบปีที่ผ่านมา มีคนหลายคนที่ข้าไว้วางใจในระดับหนึ่ง มีน้อยคนที่ข้าไว้วางใจในระดับที่สอง แต่ไม่มีใครที่ข้าไว้วางใจในระดับที่สาม"
"ระดับที่สามคืออะไรพะย่ะค่ะ"
"ระดับที่ถ้าข้าตายพรุ่งนี้ คนนั้นจะรู้ว่าต้องทำอะไรต่อไป" เฉินหยานพูด "รู้ว่าข้าต้องการให้แผ่นดินนี้เป็นอย่างไร รู้ว่าใครน่าเชื่อถือและใครไม่ใช่ รู้ว่าความลับอะไรต้องปกป้อง"
เซียวจ้านหยูนิ่ง ดวงตาที่สังเกตเฉินหยานอย่างระมัดระวัง
"ฝ่าบาทกำลังบอกว่า—"
"ข้ากำลังบอกว่าท่านคือคนนั้น" เฉินหยานพูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม "ข้าไม่ได้ประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ไม่มีพิธีกรรม ไม่มีพยาน แต่ในใจข้า ท่านคือคนนั้นมานานแล้ว และข้าคิดว่าท่านควรรู้"
ห้องเงียบ ฟ้าเงียบ สวนเงียบ
เฉินหยานมองเซียวจ้านหยูด้วยดวงตาที่ตรงและไม่ซ่อนอะไร ซึ่งหายากมากในชายผู้นี้
เซียวจ้านหยูมองกลับ มองนาน
"ใต้หล้าอันกว้างใหญ่ ในใจคนนี้ มีที่ของข้าอยู่ด้วย"
"ข้าพระองค์รับทราบพะย่ะค่ะ" เขาพูดในที่สุด เสียงที่ต่ำและมั่นคง "และข้าพระองค์จะรับผิดชอบในสิ่งที่ฝ่าบาทมอบความไว้วางใจนี้อย่างเต็มที่"
"ข้ารู้ว่าท่านจะทำ" เฉินหยานพูด ยืนขึ้น
เขาเดินกลับไปทางห้องเก็บหนังสือ แต่หยุดก่อนจะถึงประตู
"จ้านหยู"
เรียกชื่ออีกครั้ง
"พะย่ะค่ะ"
"คืนหน้าที่ฝนตก ถ้าท่านยังเสนออยู่—"
"ข้าพระองค์เสนออยู่เสมอพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดก่อน เสียงที่เรียบแต่ชัดเจน
เฉินหยานไม่หัน แต่ไหล่ที่ตรงตลอดเวลาผ่อนลงเล็กน้อย
เล็กน้อยมากจนแทบมองไม่เห็น
แต่เซียวจ้านหยูเห็น
"คนนี้ ก็เหนื่อยได้เช่นกัน"
⚔ ตำหนักหรงหัวและแผนการของตระกูลหลิว ⚔
ตำหนักหรงหัว กลางดึก
ขณะที่เฉินหยานนอนอยู่ในตำหนักส่วนพระองค์และเซียวจ้านหยูเดินกลับไปยังที่พักของตัวเอง ในส่วนฝ่ายในของพระราชวัง บางคนยังตื่นอยู่
หลิวฮุ่ยเยิน อัครมเหสีฝ่ายขวา นั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ ตรงหน้ามีจดหมายสามฉบับที่นางอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หยูหลิง นางสนมคู่ใจ นั่งอยู่ข้างๆ ถักงานเย็บปักถักร้อยอย่างเงียบๆ
"พ่อส่งข่าวมาว่าการประชุมเช้านี้ไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ" ฮุ่ยเยินพูด เสียงที่ต่ำ
"เรื่องกฎหมายภาษีเพคะ" หยูหลิงพูดโดยไม่หยุดถัก
"ไม่ผ่าน อีกทั้งยังทำให้จูเหวินโจวเป็นเรื่อง" ฮุ่ยเยินพูด วางจดหมายลง "หยูกั๋วกงเอ่ยเรื่องผู้ว่าหนานหมิงต่อหน้าทุกคน"
"ท่านหยูกั๋วกงรู้เรื่องนั้น"
"รู้ทั้งที่เพิ่งกลับมาแค่วันเดียว" ฮุ่ยเยินพูด เสียงที่มีความหมายในนั้น "คนนี้น่ากลัวจริงๆ"
"ท่านหญิงจะทำอย่างไรเพคะ"
ฮุ่ยเยินนิ่งคิด นิ้วที่เรียวบางเคาะโต๊ะเบาๆ
"เราต้องการข้อมูลมากกว่านี้ก่อนเคลื่อนไหว" นางพูด "พ่อข้าถูกตี เราต้องรู้ว่าเขาถูกตีจากทิศไหน เพื่อจะรู้ว่าต้องตั้งรับอย่างไร"
"จะหาข้อมูลจากใครเพคะ"
ฮุ่ยเยินคิดอยู่ครู่ แล้วพูด
"หวังเหมยเหลียน"
หยูหลิงหยุดถัก หันมามองท่านหญิง
"สนมของตระกูลหวาง"
"นางอยู่ในพระราชวังมาสิบปี แต่ตระกูลหวางตกต่ำไปแล้ว นางไม่มีฝ่ายอยู่" ฮุ่ยเยินพูด "คนแบบนั้นมักมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองข้ามไป เพราะทุกคนมองข้ามนาง"
"แต่ท่านหญิงจะเชื่อใจนางได้ไหม"
"เราไม่ต้องเชื่อใจ เราแค่ต้องให้สิ่งที่นางต้องการ" ฮุ่ยเยินพูด ยิ้มบางๆ "หวังเหมยเหลียนต้องการอะไร"
"ต้องการกลับไปมีอำนาจ"
"ใช่ และเราสามารถให้ได้ ในราคาที่เหมาะสม"
ตำหนักชิงหยุน เวลาเดียวกัน
เฟิงซื่อหยิน อัครมเหสีฝ่ายซ้าย ยังนอนไม่หลับ แม้จะดึกแล้ว
นางนอนอยู่บนเตียง ดวงตาเปิดมองเพดาน
โถวจู่ นั่งอยู่ข้างเตียง
"ท่านหญิงไม่หลับเลย"
"ปวดหัวอยู่" ซื่อหยินพูด เสียงที่เหนื่อย
"ให้ข้าเรียกแพทย์—"
"ไม่" ซื่อหยินพูดทันที "ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าข้าไม่สบาย"
โถวจู่นิ่ง
"พ่อส่งข่าวมาว่า" ซื่อหยินพูดช้าๆ "เรือสายใต้ของตระกูลเฟิงจะมีปัญหาถ้ากฎหมายภาษีไม่ผ่าน"
"ท่านหญิงมีทางออกไหมเพคะ"
"มีทางเดียว" ซื่อหยินพูด ม้วนตัวลงมอง โถวจู่ "คือทำให้หยูกั๋วกงไม่มีเวลาสนใจเรื่องกฎหมายภาษี โดยให้เขาไปสนใจเรื่องอื่นที่สำคัญกว่า"
"เรื่องอะไร"
"เรื่องที่ถ้าเขาไม่สนใจ อาจทำให้ฝ่าบาทเดือดร้อน" ซื่อหยินพูด เงียบสักครู่ "แต่ข้ายังไม่รู้ว่าเรื่องนั้นคืออะไร"
"แล้วจะรู้ได้อย่างไร"
"ต้องสังเกต" ซื่อหยินพูด ปิดตา "ทุกคนมีจุดอ่อน แม้แต่หยูกั๋วกง ข้าแค่ยังไม่เห็น"
🌸 รุ่งสางและสายลมเปลี่ยน 🌸
ตลาดต้าชิง รุ่งสางวันที่สิบเจ็ด
เช้าตรู่
ก่อนที่ตลาดจะเต็มไปด้วยคน เฉินเหมาเด็กชายที่กินข้าวต้มประจำที่ร้านป้าเฉิน กำลังวิ่งส่งของตามคำสั่ง
เขาถือกล่องไม้เล็กๆ วิ่งผ่านตรอกแคบที่แทบไม่มีแสงสว่าง
"หยุด" เสียงจากด้านหลัง
เฉินเหมาหยุด หัน
ชายสองคนในชุดธรรมดายืนอยู่ ท่าทางที่ไม่ใช่คนธรรมดา
"กล่องนั้นมาจากไหน" ชายคนหนึ่งถาม
"คนให้ข้ามาส่ง" เฉินเหมาพูด กุมกล่องแน่นขึ้น "ไม่รู้จักชื่อ"
"ใครรับ"
"ไม่รู้ แค่บอกให้เอาไปวางที่หน้าร้านยา ร้านต้าหลง"
ชายสองคนแลกสายตากัน
"เดินไปกับเรา"
เฉินเหมาหน้าซีด
แต่ก่อนที่ชายสองคนจะเข้ามาจับ เสียงก้าวเท้าอีกชุดหนึ่งดังขึ้นจากปลายตรอก
อิงหลาน เดินมาอย่างสงบ ชุดสตรีธรรมดา ผมมัดเรียบ ดูเหมือนแม่บ้านที่เพิ่งออกมาซื้อของ
"เด็กนั้นใช่ลูกของน้าข้า" นางพูด เดินมาหยิบมือเฉินเหมา "มีปัญหาอะไรท่านทั้งสอง"
ชายสองคนมองนาง จากนั้นมองกัน ตัดสินใจไม่ทำอะไรในที่สาธารณะ
"ไม่มีอะไร" คนหนึ่งพูด แล้วทั้งสองก็เดินจากไป
อิงหลานรอจนพ้นสายตาแล้วจึงก้มลงกระซิบที่หูเฉินเหมา
"กล่องนั้น ให้แก่ข้า"
เฉินเหมาส่งกล่องให้โดยไม่ถาม เพราะสัญชาตญาณบอกว่าคนหน้าตาน่าเชื่อถือกว่าคนที่เพิ่งเดินไป
อิงหลานเปิดกล่องดูเบาๆ ข้างใน
กระดาษพับหนึ่งแผ่น
นางเปิดอ่าน ดวงตาที่สงบอยู่นั้นขยับขึ้นเล็กน้อย
"เรื่องนี้ ต้องรีบแจ้งท่านกุนซือ"
✨ รายงานที่ไม่คาดคิดและสายสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ✨
ห้องพักของหยูกั๋วกง เช้า
ห้องพักของเซียวจ้านหยูในพระราชวังไม่ใช่ตำหนัก แต่เป็นอาคารเล็กๆ ในส่วนตะวันออกที่ติดกับกองทหารรักษาการณ์
ไม่หรูหรา ไม่ใหญ่โต แต่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีที่สุดในพระราชวัง เพราะเขาออกแบบเอง
อิงหลานมาถึงหลังพระอาทิตย์ขึ้นไม่นาน เคาะประตูด้วยรหัสที่รู้กันเฉพาะคน
ประตูเปิด ทหารองครักษ์ส่วนตัวชื่อ เหลยจัน เปิดรับนาง
"ท่านกุนซืออยู่ไหม"
"อยู่ กำลังอ่านรายงาน"
อิงหลานเดินเข้าไปในห้องทำงาน
เซียวจ้านหยูนั่งอยู่ที่โต๊ะ รายงานกองโต อ่านอยู่ตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ดูเหมือนไม่ได้เหนื่อยแม้แต่น้อย
"กล่องที่ส่งมาให้ร้านยาต้าหลง" อิงหลานวางกล่องลงบนโต๊ะ
เซียวจ้านหยูมองกล่อง ไม่แตะ
"ใครส่ง"
"ไม่รู้ ให้เด็กส่งแทน แต่มีคนสองคนติดตาม ดูเหมือนจะเป็นคนของตระกูลเหอ"
"ข้างใน"
"กระดาษแผ่นเดียว" อิงหลานเปิดกล่อง หยิบกระดาษออกมา
เซียวจ้านหยูรับมา อ่าน
ดวงตาที่ปกติเรียบสนิทขยับขึ้นเล็กน้อย
อ่านซ้ำอีกครั้ง
วางลงบนโต๊ะ
"ใครรู้เรื่องนี้บ้าง"
"แค่ข้าและท่าน"
"ดี" เซียวจ้านหยูลุกขึ้น เดินไปที่หน้าต่าง "ไปตามเหลยจันมา"
"จะทำอะไร"
"ต้องรายงานฝ่าบาท แต่ก่อนนั้นต้องตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าเรื่องในกระดาษนั้นจริงหรือเท็จ เพราะถ้าจริง มันเป็นเรื่องใหญ่มาก และถ้าเท็จ คนส่งกระดาษนี้ต้องการให้เราเคลื่อนไหวเพื่อจะดูว่าเราจะทำอะไร"
"กับดัก"
"หรือข้อมูลจริง ต้องดูให้ดีก่อน"
"เรื่องในกระดาษนั้นเกี่ยวกับอะไร" อิงหลานถามตรงๆ
เซียวจ้านหยูหัน มองนาง
"เกี่ยวกับคนที่ตายเมื่อสิบปีก่อน" เขาพูด เงียบสักครู่ "และความจริงที่อาจทำให้ทุกอย่างที่รัชกาลนี้สร้างขึ้นนั้นสั่นคลอน"
กระดาษในกล่องเขียนไว้เพียงประโยคเดียว —
"การสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ก่อน ไม่ใช่เรื่องของฟ้ากำหนด แต่เป็นเรื่องของคนวางแผน หลักฐาน ซ่อนอยู่ที่หอหนังสือหมื่นเล่ม ชั้นสาม เล่มที่หนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด"
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
"ฝนนั้นตกแล้วหยุด แต่น้ำที่ซึมลงดินนั้นอยู่นาน กว่าเราจะรู้ว่ามันไปถึงรากไม้แล้ว ก็ต้องรอให้ต้นไม้เติบโตให้เห็น
บางความจริงก็เช่นกัน ซ่อนอยู่ใต้ดินนานสิบปี จนกว่าจะมีคนที่กล้าขุดมันขึ้นมา หรือมันขุดตัวเองขึ้นมาเอง
และเมื่อมันโผล่ขึ้นมา โลกที่เคยดูสงบนั้น จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก"
♥️ "ฝนฤดูร้อนมาโดยไม่บอกล่วงหน้า เหมือนกับที่ท่านเข้ามาในใจข้า สิ่งที่ผ่านมาโผล่ขึ้นมาโดยไม่บอกล่วงหน้า เหมือนดาบที่แทงเข้ากระดูก แต่ เมื่อมีท่านอยู่ข้างๆ ดาบนั้นก็ยังสู้ได้"♥️
..สุสาส์นราคะ...