"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain) - 5 หนังสือซ่อนความจริงได้นานกว่ามนุษย์ โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ย้อนยุค,จีน,ดราม่า,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายจีน ,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ย้อนยุค,จีน,ดราม่า

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายจีน ,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายโรแมนติก

รายละเอียด

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

....หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)...

°•. ลมพัดพริ้วปลิวสะกดใจเราสองดั่งต้องมนตร์. •°

เกริ่นนำ (ก่อนเรื่อง)

ราชวงศ์ หรงเฉา ปกครองดินแดนที่ยิ่งใหญ่มาสามร้อยปี แต่ในรัชสมัยของ จักรพรรดิเฉินหยาน จักรวรรดิเริ่มสั่นคลอนจากทุกทิศ ศัตรูทางเหนือที่รุกคืบ ขุนนางภายในที่ทะเยอทะยาน กลุ่มกบฏที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และความลับเก่าแก่ของราชวงศ์ที่บางคนพยายามปิดซ่อน

เฉินหยาน ขึ้นครองราชย์เมื่ออายุสิบแปด หลังจากบิดาสวรรคตอย่างกะทันหันและพี่ชายต้องสงสัยในการวางยาพิษ เขาเรียนรู้ตั้งแต่วันแรกที่นั่งบนบัลลังก์ว่าในโลกแห่งอำนาจนี้ ความอ่อนโยนคือจุดอ่อนที่ต้องซ่อนไว้

เขาจึงกลายเป็นจักรพรรดิที่เย็นชา ฉลาดหลักแหลม อ่านคนออก และไม่เคยไว้วางใจใครอย่างแท้จริง

เซียวจ้านหยู เป็นแม่ทัพที่ไม่ได้มาจากตระกูลขุนนาง เขาเกิดในหมู่บ้านชายแดนที่ถูกเผาทำลายเมื่ออายุสิบสอง รอดชีวิตคนเดียวและสาบานว่าจะไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับใครอีก

เขาไต่เต้าจากทหารธรรมดาขึ้นมาด้วยฝีมือและกลยุทธ์จนได้รับตำแหน่ง แม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือ ตอนอายุยี่สิบแปด สร้างชื่อเสียงในสนามรบจนศัตรูได้ยินชื่อแล้วถอยทัพ แต่ทหารในกองทัพรักเขาเพราะเขาดูแลพวกเขาเหมือนพี่น้อง

เฉินหยานเรียกตัวเขากลับมาพระนครเพื่อรับรางวัลและรับตำแหน่งใหม่ “กุนซือ หยูกั๋วกง” และนั่นคือครั้งแรกที่จักรพรรดิพบใครสักคนที่เป็นมนุษย์และสามารถมองเขาตรงๆ โดยไม่กลัว

"ข้าเคารพบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิ" จ้านหยูพูดในการเข้าเฝ้าครั้งแรก "แต่ข้าไม่กลัวคน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร"

ประโยคนั้นทำให้เฉินหยานนิ่งไปสักครู่

เพราะไม่มีใครเคยพูดแบบนั้นกับเขา คนๆ นี้อาจจะเป็นอนาคตของข้า “อ๋องจื่อไท่ฟู”

"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า 

เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่ หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด 

และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"

°•.สุสาส์นราคะ. •°

มีรายตอนทั้งหมด 27 ตอน (ติดเหรียญตอนที่9)

EBOOK: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา22% 22.05-22.06)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ0MjUxMCI7fQ

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-1 จักรพรรดิเฉินหยานแห่งรัชกาลเทียนหรง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-2 แม่ทัพเซียวจ้านหยู กุนซือหยูกั๋วกง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-3 การประชุม ณ ท้องพระโรงยามเช้า,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-4 คนที่ยืนอยู่กลางฝนเห็นฝนเป็นความจริง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-5 หนังสือซ่อนความจริงได้นานกว่ามนุษย์,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-6 สถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยามค่ำคืน,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-7 ปมสายด้ายที่ผูกจากอดีต ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-8 เส้นด้ายที่พันกันคลี่คลาย ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-9 เจ้าชายทั้งสองพระองค์ไม่ผิด,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-10 ดอกบัวงามที่สุดตอนโผล่พ้นโคลนตม,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-11 องค์จักรพรรดิเดินหมากบนกระดาน,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-12 อ๋องจื่อไท่ฟู ผู้พิทักษ์แห่งราชสมบัติ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-14 ตราประทับแห่งองค์จักรพรรดิ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-15 ความจริงที่จมอยู่ใต้น้ำสิบสองปี,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-16 สิ่งที่องค์จักรพรรดิต้องตัดสินใจ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-17 ดอกไม้ที่บานหลังพายุงามกว่าดอกที่บานในวันสงบ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-13 ม้าเร็วนำไปสู่ผู้เล่นที่ไม่มีชื่อ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-18 สามดอกไม้บานปรากฏหน้าองค์จักรพรรดิ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-19 หนึ่งดอกไม้ในฤดูร้อนที่เบ่งบานในจิตวิญญาณ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-20 ความจริงที่ซ่อนอยู่ท้ายสุดก็ยังเป็นความจริง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-21 วันที่จักรพรรดิวางมงกุฎไว้ที่ประตูพระราชวัง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-22 พิธีอภิเษกชายาสู่ตำหนักเอ้อจิ่ง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-23 ฝนตกครั้งสุดท้ายในฤดูร้อน ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-24 เมื่อหัวใจทวงสัญญาให้ออกเดิน,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-25 ภูเขาที่ใบไม้เปลี่ยนสี,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-26 หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (Summer Rain),หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-27 บทกวีในบันทึกหน้าสุดท้ายแห่งราชวงศ์

เนื้อหา

5 หนังสือซ่อนความจริงได้นานกว่ามนุษย์

หอหนังสือที่เก็บความจริงไว้นานกว่าสิบปี และคนที่ถือกุญแจนั้น ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเปิดประตูสู่สิ่งที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง หรือกำลังเดินเข้าไปในกับดักที่วางไว้อย่างสวยงาม

หรือ เมื่อความจริงเก่าโผล่ขึ้นมาในมือของคนที่ไม่กลัว และจักรพรรดิที่สร้างอาณาจักรบนรากฐานที่อาจผุพังต้องตัดสินใจว่าจะรับรู้หรือเลือกที่จะไม่รู้

ว่ากันว่า "หนังสือนั้นเก็บความจริงได้นานกว่ามนุษย์ เพราะหนังสือไม่กลัว ไม่ลืม ไม่โกหก แต่หนังสือก็อ่านไม่ได้ถ้าไม่มีคนกล้าเปิดมัน

และในบางครั้ง คนที่กล้าเปิดหนังสือเก่านั้น ต้องแบกความจริงที่อยู่ในนั้น ทั้งชีวิตที่เหลืออยู่

คำถามจึงไม่ใช่ว่าความจริงคืออะไร แต่คือใครพร้อมที่จะรับมัน"


☽ หอหนังสือหมื่นเล่มในรุ่งสาง ☽

วันซู่เก๋อ หอหนังสือหลวง รุ่งสาง

หอหนังสือหลวง วันซู่เก๋อ ตั้งอยู่ในส่วนเหนือสุดของพระราชวัง ห่างจากตำหนักที่ประทับและท้องพระโรงออกไปพอสมควร ราวกับว่าบรรพบุรุษผู้สร้างพระราชวังต้องการให้ความรู้นั้นอยู่ในที่ที่ต้องเดินทางไปหา ไม่ใช่ที่ที่หยิบฉวยได้ง่ายๆ

สร้างมาสองร้อยปี อาคารหินสีเทาอ่อนสามชั้น หน้าต่างแคบและสูง เพื่อให้แสงส่องเข้ามาพอสำหรับอ่านหนังสือแต่ไม่มากเกินไปจนทำให้กระดาษเสีย

มีหนังสือกว่าสองแสนเล่ม ตั้งแต่ตำราการปกครอง ตำราการแพทย์ ตำราการเกษตร ตำราดาราศาสตร์ บทกวี ประวัติศาสตร์ บันทึกราชการ และสิ่งที่บรรพบุรุษเห็นว่าควรเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้อ่าน

ขุนนางผู้ดูแลหอหนังสือ เว่ยชิงเหอ อายุหกสิบสาม ทำงานที่นี่มาสี่สิบปี ผมขาวสนิท ตาสั้นมากจนต้องใส่แว่นแก้วตลอดเวลา ร่างกายที่เล็กและผอมเหมือนตัวหนังสือที่เขาอยู่กับมาทั้งชีวิต

เซียวจ้านหยู มาถึงหอหนังสือก่อนเปิดทำการ

เปิดทำการหมายความว่าก่อนที่ขุนนางและบัณฑิตราชสำนักจะมาอ่านหนังสือในตอนเช้า ซึ่งปกติเริ่มตั้งแต่แปดโมง

เขามาตอนหกโมงครึ่ง

ประตูหน้ายังปิด แต่ประตูข้างที่ขุนนางผู้ดูแลใช้เข้าออกนั้นเปิดอยู่เล็กน้อย

เซียวจ้านหยูเคาะประตู

เว่ยชิงเหอ เปิดประตู มองขึ้นมาหาคนที่สูงกว่าตัวเองเกือบหัว

"ท่านกุนซือ" เขาพูด ไม่ได้แสดงความประหลาดใจมากนัก เพราะผ่านชีวิตในพระราชวังมานานพอที่จะรู้ว่าไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ "เช้านัก"

"ข้าต้องการดูหนังสือ ชั้นสาม เล่มที่หนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด"

เว่ยชิงเหอปรับแว่นขึ้น มองเซียวจ้านหยู

"รายการหมายเลขนั้น" เขาพูด เสียงที่ระมัดระวัง "เป็นบันทึกราชการประเภท ก คือ บันทึกที่ต้องมีอนุมัติพิเศษจากฝ่าบาทก่อนจึงจะอ่านได้"

"ข้ารู้" เซียวจ้านหยูพูด หยิบกระดาษออกมาจากชั้นใน "นี่คืออนุมัติของฝ่าบาท"

เว่ยชิงเหอรับกระดาษ ดูตราประทับ อ่านข้อความ ดูอีกครั้ง

"ออกเมื่อคืนนี้" เขาพูด

"ใช่"

"ข้าน้อยขอถามตรงๆ" เว่ยชิงเหอพูด เสียงที่เปลี่ยนเป็นเสียงของคนที่ทำงานกับหนังสือมากกว่ากับการเมืองมาทั้งชีวิต และดังนั้นจึงพูดตรงกว่าคนส่วนใหญ่ในพระราชวัง "หนังสือเล่มนั้น มันน่าจะอ่านในที่ส่วนตัวมากกว่าที่นี่"

เซียวจ้านหยูมองเว่ยชิงเหอ ดวงตาที่ประเมิน

"ท่านเคยอ่านมันไหม"

"ข้าน้อยเคยเห็นหน้าปก เมื่อสิบสองปีก่อน ตอนที่มันถูกนำมาเก็บที่นี่"

"ใครนำมาเก็บ"

เว่ยชิงเหออึกอักสักครู่

"ฝ่าบาทพระองค์ปัจจุบัน ตอนนั้นพระองค์อายุสิบหก เพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน"

ห้องเงียบ

เซียวจ้านหยูมองเว่ยชิงเหอสักครู่ แล้วพูด

"ขอบคุณ"

"จะนำขึ้นไปที่ชั้นสามด้วยตัวเอง" เว่ยชิงเหอพูด "เส้นทางซับซ้อนนิดหน่อย"

"ขอบคุณ"

ชั้นสามของหอหนังสือมืดกว่าชั้นล่าง หน้าต่างน้อยกว่า มีแต่แสงเทียนและแสงที่ลอดผ่านช่องแคบๆ

กลิ่นของกระดาษเก่าและหมึกที่จางไปตามเวลา

เว่ยชิงเหอนำไปตามแถวหนังสือที่แน่นขนัดจนแทบไม่มีที่ให้คนเดินได้ถ้าร่างไม่ผอมพอ เลี้ยวซ้ายสองครั้ง เลี้ยวขวาหนึ่งครั้ง ผ่านชั้นหนังสือที่ไม่มีป้ายชื่อที่อ่านออก

หยุด

"นี่"

หนังสือเล่มที่หนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด หน้าปกสีน้ำตาลเข้มไม่มีชื่อ มีแค่ตัวเลขที่เขียนเล็กๆ ที่มุมล่าง

เซียวจ้านหยูหยิบออกมา หนาพอสมควร กระดาษที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองตามเวลา

"ข้าขอเก็บไว้ก่อนได้ไหม"

"ตามกฎแล้วต้องอ่านที่นี่เท่านั้น แต่—" เว่ยชิงเหอหยุด มองเซียวจ้านหยู "แต่ถ้ามีพระบรมราชานุญาตเป็นพิเศษ ก็ได้"

"ข้าจะขอจากฝ่าบาทเพิ่มในวันนี้"

"งั้นข้าพระองค์จะบันทึกว่า หนังสือเล่มดังกล่าวได้รับการยืมตัวโดยท่านหยูกั๋วกง ตามพระบรมราชานุญาต ณ วันที่สิบเจ็ด เดือนสี่ ปีที่สิบเอ็ดแห่งรัชกาลเทียนหรง" เว่ยชิงเหอพูด เดินไปหยิบสมุดบันทึก

เซียวจ้านหยูมองหลังชายชราที่กำลังเขียน

"คนนี้ เชื่อใจได้"

☁ สิ่งที่เขียนไว้ในเล่มที่หนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด ☁

ห้องพักของหยูกั๋วกง เช้า

เซียวจ้านหยูนั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงาน ประตูล็อค หน้าต่างปิด

หนังสือเล่มนั้นวางอยู่บนโต๊ะ

เขามองมันสักครู่โดยไม่เปิด

กระดาษนั้นที่ได้รับเมื่อเช้าบอกว่ามีหลักฐานอยู่ในนี้ หลักฐานเกี่ยวกับการสิ้นพระชนม์ของ จักรพรรดิซวนหวาง พระบิดาของเฉินหยาน

สิ้นพระชนม์เมื่อสิบสองปีก่อน ขณะพระชนมายุสี่สิบสอง อย่างกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณโรคล่วงหน้า

เหตุการณ์ที่ตามมาคือ เจ้าชายองค์โต เฉินจิ้น ถูกกล่าวหาว่าวางยาพิษพระบิดา ถูกถอดยศและบังคับให้สิ้นพระชนม์ในคืนเดียวกัน ก่อนที่จะมีการสอบสวนอย่างเป็นทางการ

และ เจ้าชายองค์สอง เฉินหยาน ขึ้นครองราชย์ในวันรุ่งขึ้น

ตอนอายุสิบหก

เซียวจ้านหยูเปิดหนังสือ

ข้างในไม่ใช่หนังสือ

แต่เป็นบันทึกลับ เขียนด้วยลายมือที่เขาจำได้ทันที ลายมือของเฉินหยาน ตอนยังเด็ก ตอนที่อายุสิบหกและเพิ่งขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน

ลายมือที่สั่นเล็กน้อยในบางบรรทัด บอกว่าเขียนด้วยความกลัวและด้วยความตั้งใจในเวลาเดียวกัน

เซียวจ้านหยูอ่านช้าๆ ทีละบรรทัด

"ปีแรกแห่งรัชกาลเทียนหรง คืนวันที่สามเดือนสาม พระบิดาสิ้นพระชนม์คืนนี้ แพทย์หลวงบอกว่าหัวใจวายเฉียบพลัน ข้ารู้ว่าไม่ใช่ ข้าเห็นด้วยตาตัวเองถึงอาการของพระบิดาก่อนและหลังทรงยา ไม่ใช่อาการหัวใจวาย แต่ข้าไม่กล้าพูด เพราะคนที่พูดได้ตายไปแล้วหนึ่งคน ผู้อ่านหนังสือร่วมของข้า ชุยเสาอ๋าย ชุยเสาอ๋ายเห็นบางคนเข้าออกห้องบรรทมพระบิดา วันรุ่งขึ้นก็พบศพเขาอยู่ในบ่อน้ำร้าง ข้ารู้ว่าถ้าพูด ข้าก็ตายด้วย ข้าตายไม่ได้ ข้าต้องมีชีวิตอยู่ หาความจริง เพื่อพระบิดา และเพื่อชุยเสาอ๋าย จึงเขียนไว้คืนนี้ เก็บไว้ที่หอหนังสือ หากวันใดข้าสืบได้ บันทึกนี้คือหลักฐาน หากข้าตายอย่างผิดปกติ บันทึกนี้อาจเป็นเบาะแสให้คนอื่นสืบต่อ"

เซียวจ้านหยูวางหนังสือลง

ดวงตาที่ปกติสงบนั้นมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ลึกๆ

เขาหยิบหนังสือขึ้นอีกครั้ง อ่านต่อ

บันทึกมีอีกหลายหน้า แต่ละหน้าบันทึกในวันที่ต่างกัน เขียนต่อเนื่องมาเป็นปีๆ เป็นบันทึกของเด็กอายุสิบหกที่กลายเป็นจักรพรรดิโดยไม่ได้เลือก และพยายามสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในขณะที่ต้องปกครองแผ่นดินพร้อมกัน

บางหน้าบันทึกชื่อบุคคลที่เขาสงสัย บางหน้าบันทึกเหตุการณ์ที่สังเกต บางหน้าบันทึกชื่อคนที่ตายอย่างผิดปกติในช่วงสองปีแรกของรัชกาล

และในหน้าสุดท้าย เขียนเพียงสองบรรทัด 

"ข้าหยุดเขียนที่นี่ ไม่ใช่เพราะรู้ความจริงแล้ว แต่เพราะข้ารู้ว่า บางสิ่ง รู้แล้วอาจแย่กว่าไม่รู้" "แต่ถ้าวันใดวันหนึ่ง ต้องมีคนหนึ่ง ที่จะเหมาะกับการรับมือเรื่องนี้มากกว่าข้า"

เซียวจ้านหยูปิดหนังสือ

นั่งอยู่กับความเงียบนานสักพัก

จากนั้นลุกขึ้น

"เรื่องนี้ ต้องบอกเขา แต่จะบอกอย่างไร ต้องคิดให้ดีก่อน"

🌿 ก่อนบอกและสิ่งที่ต้องคิดก่อน 🌿

ริมสระในสวนสนส่วนพระองค์ สาย

เซียวจ้านหยูไม่ได้ไปหาเฉินหยานทันที

เขาเดินออกมาที่สวน นั่งลงที่ม้านั่งหินข้างสระน้ำเล็กๆ ที่มีปลาทองสีแดงว่ายวน

คิด

ไม่ใช่คิดว่าจะบอกหรือไม่บอก นั่นไม่ใช่คำถาม เขาจะบอกเฉินหยานเสมอ ทุกเรื่อง

แต่คิดว่าจะบอกอย่างไร

เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข้อมูลทางการเมือง เรื่องนี้คือ

เฉินหยานรู้มาตลอดสิบสองปีว่าพระบิดาอาจถูกสังหาร รู้มาตลอดว่าพี่ชายอาจถูกกล่าวหาเท็จ และเขาเลือกที่จะเก็บสิ่งนั้นไว้คนเดียว ไม่บอกใคร ไม่แม้แต่บันทึกต่อหลังหน้าสุดท้าย

"เขาเลือกที่จะลืม หรือเขาเลือกที่จะมีชีวิตอยู่"

เซียวจ้านหยูมองปลาทองที่ว่ายวน สีแดงสดในน้ำสีเขียว

การที่กระดาษนั้นถูกส่งมาในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

มีคนรู้ว่าบันทึกนี้มีอยู่ มีคนรู้ว่าเฉินหยานเป็นคนเขียน และคนนั้นส่งกระดาษมาให้เขา ไม่ใช่เฉินหยาน เป็นคนแรกที่รู้

ทำไม

ถ้าต้องการทำลายเฉินหยาน ก็ควรเอาบันทึกนี้ไปประจาน ไม่ใช่ส่งให้เซียวจ้านหยูก่อน

ถ้าต้องการเตือน ก็ควรส่งตรงให้เฉินหยาน ไม่ใช่ผ่านคนกลาง

ดังนั้นผู้ส่งต้องการอะไรบางอย่างที่แตกต่างจากสองอย่างนั้น

"พวกเขาต้องการดูว่าข้าจะตอบสนองอย่างไร"

ถ้าเซียวจ้านหยูนำบันทึกนี้ไปบอกเฉินหยาน ผู้ส่งจะรู้ว่าเซียวจ้านหยูจงรักภักดีต่อเฉินหยาน

ถ้าเซียวจ้านหยูเก็บไว้คนเดียว ผู้ส่งจะรู้ว่ามีเรื่องที่เขาซ่อนจากจักรพรรดิ

ถ้าเซียวจ้านหยูทำลายบันทึก ผู้ส่งจะรู้ว่ามีเรื่องที่เขากลัวจะโผล่ขึ้นมา

ทุกการกระทำที่เขาเลือกจะบอกผู้ส่งบางอย่างเกี่ยวกับเขา

"นี่คือกับดักที่สมบูรณ์แบบมาก"

เขานั่งอยู่ข้างสระนาน คิดถึงทุกความเป็นไปได้

จนกระทั่ง อิงหลาน เดินมาหาเขา นั่งลงข้างๆ โดยไม่ถาม

"คิดอะไรอยู่" นางถาม

"คิดว่าคนที่ส่งกระดาษนั้นมาต้องการอะไร"

"ข้าคิดเหมือนกัน" อิงหลานพูด "และข้าคิดว่าเขาต้องการหนึ่งในสามอย่างพะย่ะค่ะ หนึ่ง ต้องการความวุ่นวายในพระราชวัง สอง ต้องการให้ท่านกุนซือรู้จุดอ่อนของฝ่าบาท หรือสาม—"

"สาม" เซียวจ้านหยูพูด ดวงตาที่มองปลาทอง

"ต้องการให้ท่านกุนซือช่วยแก้ปัญหาที่เขาแก้เองไม่ได้"

ความเงียบ

"สามอย่างนั้น" เซียวจ้านหยูพูด "ต้องการคนที่แตกต่างกันสามคน"

"ใช่" อิงหลานพูด "ถ้าผู้ส่งต้องการความวุ่นวาย เขาน่าจะส่งบันทึกนั้นให้กับฝ่ายที่เป็นศัตรูกับฝ่าบาทโดยตรง ไม่ใช่ส่งให้ท่านกุนซือ ถ้าต้องการให้ท่านรู้จุดอ่อน เขาน่าจะขู่กรรโชกหรือเรียกร้องบางอย่างพร้อมกับกระดาษนั้น"

"แต่เขาไม่ทำทั้งสองอย่าง"

"ดังนั้น—"

"ดังนั้นเขาต้องการให้เราแก้ปัญหาในนั้น" เซียวจ้านหยูพูดจบ "แต่ทำไม ถ้าเขารู้เรื่องนี้มาตลอด ทำไมถึงเพิ่งส่งมาตอนนี้ ทำไมต้องส่งให้ข้า และที่สำคัญที่สุด ทำไมเขาถึงรู้ที่อยู่ของบันทึกนั้น"

"มีคนในพระราชวังที่รู้ตลอดเวลา" อิงหลานพูดเบา

"ใช่" เซียวจ้านหยูพูด ลุกขึ้น "และนั่นหมายความว่ามีคนที่ปกป้องบันทึกนั้นไว้ตลอดสิบสองปีโดยที่ฝ่าบาทไม่รู้"

🌊 เซียวจ้านหยูตัดสินใจ 🌊

ห้องพักของหยูกั๋วกง สาย

เซียวจ้านหยูกลับมาที่ห้อง นั่งลงที่โต๊ะ หยิบกระดาษและปากกา

เขียนสิ่งที่รู้ออกมาเป็นสองหัวข้อ

หัวข้อแรก: สิ่งที่รู้ หัวข้อที่สอง: สิ่งที่ไม่รู้

สิ่งที่รู้ บันทึกของเฉินหยานมีอยู่จริง เก็บในหอหนังสือสิบสองปี มีคนรู้ว่ามีอยู่ คนนั้นส่งกระดาษบอกเบาะแสมาให้เขา

สิ่งที่ไม่รู้ ผู้ส่งคือใคร เป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร เรื่องในบันทึกเป็นความจริงหรือ และถ้าจริง ใครเป็นคนสั่งสังหารจักรพรรดิพระองค์ก่อน

เขาวางปากกาลง

มีคำถามที่สำคัญที่สุดที่ยังไม่ได้ถาม เฉินหยานรู้ว่าตัวเองเขียนบันทึกนั้นและเก็บไว้ที่หอหนังสือ แต่เฉินหยานหยุดเขียนก่อนที่จะสืบค้นถึงที่สุด

ทำไม

"เพราะเขาพบคำตอบแล้ว"

หรือ

"เพราะเขาไม่กล้าหา"

หรือ

 "เพราะมีคนบอกเขาว่า ความจริงนั้นอันตรายกว่าคำโกหก"

ข้อสรุปที่เซียวจ้านหยูได้คือ —

เขาจะบอกเฉินหยาน เพราะนั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง

แต่เขาจะบอกในวิธีที่ทำให้เฉินหยานตัดสินใจเองว่าจะรับมือกับสิ่งนี้อย่างไร ไม่ใช่บังคับให้เขาต้องทำอะไร

และก่อนบอก เขาจะสืบหาว่าผู้ส่งกระดาษคือใคร

เขาพลิกหนังสือไปที่หน้าแรกอีกครั้ง อ่านลายมือของเฉินหยานตอนยังเด็ก

บรรทัดแรก 

 "ข้าเห็นด้วยตาตัวเองถึงอาการของพระบิดาก่อนและหลังทรงยา ไม่ใช่อาการหัวใจวาย"

เด็กอายุสิบหกที่เห็นพระบิดาตาย และรู้ว่าถ้าพูดก็จะตายตาม

 "คนนี้ แบกรับคนเดียวมาตั้งแต่อายุสิบหก"

เซียวจ้านหยูวางหนังสือลง ดวงตาที่สงบแต่มีบางสิ่งอยู่ลึกๆ

🌙 ตำหนักฉางเซิงและความลับของพระมารดา 🌙

ตำหนักฉางเซิง สาย

แต่ก่อนที่เซียวจ้านหยูจะไปหาเฉินหยาน เขาไปที่ตำหนักฉางเซิงก่อน

เคาะประตูข้างที่ทหารองครักษ์ของพระมารดาดูแล ส่งนามบัตรเข้าไป

รอไม่นาน

"ท่านกุนซือ" ขันทีของพระมารดาออกมา "พระมารดาหรงรับเข้าเฝ้า"

พระมารดาหรง นั่งอยู่ในห้องรับแขกส่วนตัว ไม่ใช่ห้องรับแขกอย่างเป็นทางการ

นั่นบอกว่านี่คือการพบกันในฐานะบุคคล ไม่ใช่ในฐานะตำแหน่ง

"ท่านกุนซือมาเองโดยที่ฮ่องเต้ไม่รู้ใช่ไหม" พระมารดาหรงพูดทันที เสียงที่ตรงเป็นธรรมดาของนาง

"ใช่พะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด ก้มศีรษะให้

"นั่งลง" นางพูด "และบอกข้าว่ามาเพราะอะไร"

เซียวจ้านหยูนั่งลง มองพระมารดาหรงตรงๆ ในแบบที่เขามองทุกคน ไม่ลดสายตาให้ใครนอกจากเฉินหยาน

"ข้าพระองค์พบบันทึกของฝ่าบาทที่หอหนังสือพะย่ะค่ะ"

พระมารดาหรงไม่เปลี่ยนสีหน้า แต่มีบางสิ่งในดวงตาที่ขยับ

"บันทึกเล่มไหน"

"เล่มที่หนึ่งร้อยแปดสิบเจ็ด ชั้นสาม พะย่ะค่ะ"

ความเงียบสั้นๆ

"ข้าคิดว่าฮ่องเต้เป็นคนเดียวที่รู้" พระมารดาหรงพูดช้าๆ

"พระมารดารู้ว่ามีบันทึกนั้นอยู่พะย่ะค่ะ"

"รู้" นางพูด เงียบสักครู่ "ข้าเป็นคนช่วยให้ฮ่องเต้เก็บมันไว้ที่นั่น"

เซียวจ้านหยูไม่แสดงความประหลาดใจ แต่ในใจนั้น บางชิ้นส่วนเริ่มต่อกันได้

"พระมารดารู้เรื่องในบันทึกนั้น"

"รู้บางส่วนพะย่ะค่ะ" พระมารดาหรงพูด ยกถ้วยชาขึ้น มองเหนือถ้วย "รู้ว่าสามีข้าไม่ได้ตายตามธรรมชาติ รู้ว่าชุยเสาอ๋ายถูกสังหาร รู้ว่าฮ่องเต้เห็นอะไรบางอย่างที่คืนนั้น"

"แต่ไม่รู้ว่าใครทำ"

"ไม่รู้" นางยืนยัน

"พระมารดาเชื่อว่าเจ้าชายองค์โตไม่ผิด"

"ข้าเชื่อว่าจิ้นบุตรชายข้าไม่วางยาสามีข้า" พระมารดาหรงพูดเสียงที่เงียบและหนักในเวลาเดียวกัน "แต่ข้าก็ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ และตอนนั้นถ้าข้าพูด ข้าและหยานก็ตายทั้งคู่"

"ดังนั้นพระมารดาเลือกที่จะเก็บไว้"

"ข้าเลือกที่จะปกป้องลูกชายคนที่ยังมีชีวิตอยู่" นางพูด ดวงตาที่คมมองเซียวจ้านหยู "ท่านกุนซือจะทำอย่างไรกับสิ่งที่รู้"

"ข้าพระองค์จะบอกฝ่าบาทพะย่ะค่ะ"

"ฮ่องเต้รู้อยู่แล้ว"

"รู้บางส่วนพะย่ะค่ะ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้มีคนอื่นรู้ด้วย" เซียวจ้านหยูพูด "และนั่นเปลี่ยนทุกอย่าง เพราะถ้ามีคนรู้ แปลว่าเรื่องนี้อาจถูกนำมาใช้เป็นอาวุธ"

พระมารดาหรงนิ่ง มองเซียวจ้านหยูนาน

"ท่านกุนซือ" นางพูดช้าๆ "ข้ารู้ว่าหยานไว้วางใจท่านมาก แต่ข้าอยากถามตรงๆ ว่า ท่านไว้วางใจฮ่องเต้ไหม"

"ไว้วางใจพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูตอบโดยไม่ลังเล

"แม้ว่าเรื่องที่ท่านเพิ่งรู้จะเกี่ยวพันกับการที่เขาขึ้นครองราชย์"

"โดยเฉพาะเพราะเรื่องนั้นพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูด "คนที่แบกความจริงอันหนักนั้นคนเดียวมาสิบสองปีโดยไม่บอกใคร ในขณะที่ยังต้องปกครองแผ่นดิน นั่นไม่ใช่คนที่ไม่น่าเชื่อถือพะย่ะค่ะ นั่นคือคนที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้"

พระมารดาหรงมองเขาสักครู่ แล้วพยักหน้า

"ข้าฝากหยานไว้กับท่านแล้วนะ" นางพูด เสียงที่อ่อนลง เป็นเสียงของแม่ ไม่ใช่พระมารดาหรง

"ข้าพระองค์รับทราบพะย่ะค่ะ"


"ความจริงนั้นหนัก หนักจนคนส่วนใหญ่เลือกที่จะไม่รู้ แต่ความจริงที่แบกคนเดียวนั้นหนักกว่าการแบกสองคนสองเท่า

และเมื่อมีคนเดินมายืนข้างๆ ไม่ใช่เพราะสั่งให้ยืน แต่เพราะเลือกที่จะยืน

บางครั้งแค่นั้นก็พอแล้ว ที่จะทำให้คืนยาวนั้นสั้นลงและรุ่งสางที่มาถึงนั้นสว่างกว่าเดิม"

♥️"อดีตตามไม่ทัน อนาคตรอได้ ความจริงแยกแยะยาก แต่ใจคนรู้ได้ รู้ใจกัน แม้ห่างหมื่นลี้ก็ยังใกล้ ไม่รู้ใจกัน แม้ยืนข้างๆ ก็ยังไกล"♥️

..สุสาส์นราคะ...