"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain) - 7 ปมสายด้ายที่ผูกจากอดีต โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ย้อนยุค,จีน,ดราม่า,นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายจีน ,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ย้อนยุค,จีน,ดราม่า

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยายจีนโบราณ,นิยายบีแอล,นิยายจีน ,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,นิยายวายพีเรียด,นิยายโรแมนติก

รายละเอียด

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

....หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)...

°•. ลมพัดพริ้วปลิวสะกดใจเราสองดั่งต้องมนตร์. •°

เกริ่นนำ (ก่อนเรื่อง)

ราชวงศ์ หรงเฉา ปกครองดินแดนที่ยิ่งใหญ่มาสามร้อยปี แต่ในรัชสมัยของ จักรพรรดิเฉินหยาน จักรวรรดิเริ่มสั่นคลอนจากทุกทิศ ศัตรูทางเหนือที่รุกคืบ ขุนนางภายในที่ทะเยอทะยาน กลุ่มกบฏที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และความลับเก่าแก่ของราชวงศ์ที่บางคนพยายามปิดซ่อน

เฉินหยาน ขึ้นครองราชย์เมื่ออายุสิบแปด หลังจากบิดาสวรรคตอย่างกะทันหันและพี่ชายต้องสงสัยในการวางยาพิษ เขาเรียนรู้ตั้งแต่วันแรกที่นั่งบนบัลลังก์ว่าในโลกแห่งอำนาจนี้ ความอ่อนโยนคือจุดอ่อนที่ต้องซ่อนไว้

เขาจึงกลายเป็นจักรพรรดิที่เย็นชา ฉลาดหลักแหลม อ่านคนออก และไม่เคยไว้วางใจใครอย่างแท้จริง

เซียวจ้านหยู เป็นแม่ทัพที่ไม่ได้มาจากตระกูลขุนนาง เขาเกิดในหมู่บ้านชายแดนที่ถูกเผาทำลายเมื่ออายุสิบสอง รอดชีวิตคนเดียวและสาบานว่าจะไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับใครอีก

เขาไต่เต้าจากทหารธรรมดาขึ้นมาด้วยฝีมือและกลยุทธ์จนได้รับตำแหน่ง แม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือ ตอนอายุยี่สิบแปด สร้างชื่อเสียงในสนามรบจนศัตรูได้ยินชื่อแล้วถอยทัพ แต่ทหารในกองทัพรักเขาเพราะเขาดูแลพวกเขาเหมือนพี่น้อง

เฉินหยานเรียกตัวเขากลับมาพระนครเพื่อรับรางวัลและรับตำแหน่งใหม่ “กุนซือ หยูกั๋วกง” และนั่นคือครั้งแรกที่จักรพรรดิพบใครสักคนที่เป็นมนุษย์และสามารถมองเขาตรงๆ โดยไม่กลัว

"ข้าเคารพบัลลังก์ขององค์จักรพรรดิ" จ้านหยูพูดในการเข้าเฝ้าครั้งแรก "แต่ข้าไม่กลัวคน ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร"

ประโยคนั้นทำให้เฉินหยานนิ่งไปสักครู่

เพราะไม่มีใครเคยพูดแบบนั้นกับเขา คนๆ นี้อาจจะเป็นอนาคตของข้า “อ๋องจื่อไท่ฟู”

"ฝนที่ตกในฤดูร้อน เฉกเช่นเขาที่ตกลงมาในชีวิตข้า 

เบาสบายเหมือนลมที่พัดผ่านมา แต่ หนักและตราตรึงดั่งต้องมนตร์สะกด 

และข้าก็ไม่รู้ว่าจะสลัดออกทำไม นอกจากโอบรับ ฝนที่ตกในฤดูร้อนนั้นไว้"

°•.สุสาส์นราคะ. •°

มีรายตอนทั้งหมด 27 ตอน (ติดเหรียญตอนที่9)

EBOOK: MEB/PINTO/DEKDEE (ลดราคา22% 22.05-22.06)

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiOTI2MDkwNyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ0MjUxMCI7fQ

ฝากติดตาม: Tiktok / Ig / Fb / Lemon8 / X (Search: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

สารบัญ

หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-1 จักรพรรดิเฉินหยานแห่งรัชกาลเทียนหรง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-2 แม่ทัพเซียวจ้านหยู กุนซือหยูกั๋วกง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-3 การประชุม ณ ท้องพระโรงยามเช้า,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-4 คนที่ยืนอยู่กลางฝนเห็นฝนเป็นความจริง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-5 หนังสือซ่อนความจริงได้นานกว่ามนุษย์,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-6 สถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยามค่ำคืน,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-7 ปมสายด้ายที่ผูกจากอดีต ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-8 เส้นด้ายที่พันกันคลี่คลาย ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-9 เจ้าชายทั้งสองพระองค์ไม่ผิด,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-10 ดอกบัวงามที่สุดตอนโผล่พ้นโคลนตม,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-11 องค์จักรพรรดิเดินหมากบนกระดาน,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-12 อ๋องจื่อไท่ฟู ผู้พิทักษ์แห่งราชสมบัติ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-14 ตราประทับแห่งองค์จักรพรรดิ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-15 ความจริงที่จมอยู่ใต้น้ำสิบสองปี,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-16 สิ่งที่องค์จักรพรรดิต้องตัดสินใจ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-17 ดอกไม้ที่บานหลังพายุงามกว่าดอกที่บานในวันสงบ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-13 ม้าเร็วนำไปสู่ผู้เล่นที่ไม่มีชื่อ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-18 สามดอกไม้บานปรากฏหน้าองค์จักรพรรดิ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-19 หนึ่งดอกไม้ในฤดูร้อนที่เบ่งบานในจิตวิญญาณ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-20 ความจริงที่ซ่อนอยู่ท้ายสุดก็ยังเป็นความจริง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-21 วันที่จักรพรรดิวางมงกุฎไว้ที่ประตูพระราชวัง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-22 พิธีอภิเษกชายาสู่ตำหนักเอ้อจิ่ง,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-23 ฝนตกครั้งสุดท้ายในฤดูร้อน ,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-24 เมื่อหัวใจทวงสัญญาให้ออกเดิน,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-25 ภูเขาที่ใบไม้เปลี่ยนสี,หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-26 หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (Summer Rain),หยดน้ำในฤดูคิมหันต์ (The Summer Rain)-27 บทกวีในบันทึกหน้าสุดท้ายแห่งราชวงศ์

เนื้อหา

7 ปมสายด้ายที่ผูกจากอดีต

"ความจริงบางอย่างซ่อนอยู่ในเวลา ยิ่งนานยิ่งลึก ลึกจนไม่มีใครอยากขุด

ว่ากันว่า "สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในกระดานหมากไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่คือหมากที่ตายไปแล้ว แต่ยังคงส่งผลต่อกระดานอยู่

เขาพลิกหมากตัวหนึ่ง ข้างใต้มีอีกตัว พลิกตัวนั้น ข้างใต้ยังมีอีก

กระดานใหญ่กว่าที่เขาคิด เวลายาวนานกว่าที่เขาคิด และคนที่วางกระดานนั้น คำนวณถึงวันนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว

แต่เขาก็ตัดสินใจมาตั้งแต่ต้นเช่นกัน ว่าไม่ว่ากระดานจะใหญ่แค่ไหน เขาจะเดินไปจนถึงตอนสุดท้าย เพราะมีคนที่คุ้มค่าให้เขาเดินไปจนถึง"


 

☽ รุ่งสางและสิ่งที่เตรียมไว้ ☽

ห้องพักของหยูกั๋วกง รุ่งสาง วันที่สิบแปด

เซียวจ้านหยูนอนหลับได้สองชั่วยาม

ไม่ใช่เพราะกังวล แต่เพราะสองชั่วยามนั้นคือเวลาที่ร่างกายของเขาต้องการ หลายปีในสนามรบสอนให้เขานอนเมื่อมีโอกาสและตื่นเมื่อจำเป็น

ตีสี่เขาลุกขึ้น ล้างหน้า ทำกายบริหารสามสิบนาทีตามที่ทำทุกวัน แต่งตัวเรียบร้อย

บนโต๊ะมีรายการที่เขาเขียนไว้ก่อนนอน  สิ่งที่ต้องทำในวันนี้ เรียงตามลำดับความสำคัญ

อันดับแรก — สืบหาตัวตนของลี่เหวยข้า

อันดับสอง — ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างตระกูลเหอและชายแดนเหลียนหยาง

อันดับสาม — รายงานความคืบหน้าให้เฉินหยาน

อันดับสี่ — สังเกตการเคลื่อนไหวของตระกูลหลิวและเฟิง

อันดับห้า — ตรวจสอบสุขภาพตัวเอง

เขาขีดอันดับห้าออก มันรอได้

"เหลยจัน" เขาเรียก

เหลยจัน อายุยี่สิบแปด ทหารที่ฝึกมาจากหมู่บ้านเดียวกับเซียวจ้านหยู รูปร่างที่ดูธรรมดาแต่มือที่สามารถจัดการคนสองคนพร้อมกันได้โดยไม่ต้องใช้อาวุธ เดินเข้ามาไม่มีเสียง

"ขอรับ"

"ข้าต้องการข้อมูลเกี่ยวกับหญิงที่ชื่อ ลี่เหวยข้า ทุกอย่างที่หาได้ในสิบสองชั่วยาม ตั้งแต่ที่อยู่ไปจนถึงว่านางชอบดื่มชาชนิดไหน"

"ขอรับ" เหลยจันพูด ไม่ถามว่าทำไม

"และให้ฮวนเจิ้งมาพบข้าตอนหกโมงเช้า ที่ร้านน้ำชาปากซอยตะวันออก"

"ขอรับ"

"อย่าให้ใครรู้นอกจากท่านทั้งสอง"

"เข้าใจ"

ขณะที่เหลยจันออกไป อิงหลาน เดินเข้ามาพร้อมกับรายงานเช้า

"มีอะไรใหม่" เซียวจ้านหยูถาม รับรายงาน

"สองเรื่อง" อิงหลานพูด "เรื่องแรก ตระกูลเหอจัดงานเลี้ยงกลางคืนเมื่อคืนที่บ้านหลัก แขกมาหกคน สี่คนในนั้นเป็นขุนนางระดับกลางจากกรมนครบาลและสงคราม"

"ชื่อ"

อิงหลานส่งรายชื่อมาให้ เซียวจ้านหยูดูเร็วๆ

ขุนนางทั้งสี่คนนั้นไม่ใช่คนสำคัญในตัวเอง แต่ล้วนอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ ตำแหน่งที่ดูเหมือนปลีกย่อยแต่ควบคุมข้อมูลสำคัญ

"งานเลี้ยงของตระกูลเหอไม่เคยจัดกลางคืน" อิงหลานพูด "ปกติจัดกลางวัน"

"หมายความว่าต้องการความเป็นส่วนตัวมากกว่าปกติ" เซียวจ้านหยูพูด "และเรื่องที่สอง"

"เรื่องที่สองน่าสนใจกว่า" อิงหลานพูด เสียงที่ระวังขึ้นเล็กน้อย "พระนางเจ้าเฟิงซื่อหยินส่งคนมาขอนัดพบท่านกุนซือ ผ่านทางช่องทางที่ไม่เป็นทางการ"

เซียวจ้านหยูวางรายงานลง มองอิงหลาน

"อัครมเหสีฝ่ายซ้ายต้องการพบข้า"

"ใช่ ผ่านทางโถวจู่ นางสนมอาวุโส ซึ่งรู้จักกับคนของข้าทางอ้อมอีกทอดหนึ่ง"

"นางต้องการอะไร"

"ยังไม่ทราบ แต่การที่นางผ่านช่องทางที่ซับซ้อนขนาดนั้น แปลว่าไม่ต้องการให้ตระกูลหลิวรู้"

เซียวจ้านหยูนิ่งคิดสักครู่

สองตระกูลที่ดูเหมือนกำลังร่วมมือกัน แต่อัครมเหสีฝ่ายหนึ่งกลับส่งสารมาขอพบเขาแบบลับๆ

"นัดพบสามวันข้างหน้า ที่ตำหนักชิงหยุน ผ่านช่องทางเดิม"

"จะปลอดภัยไหม ถ้าท่านกุนซือเข้าไปในฝ่ายใน"

"ตำหนักชิงหยุนมีทางเข้าจากสวนด้านเหนือที่แพทย์หลวงใช้เยี่ยมไข้ ข้าจะเข้าในฐานะผู้ช่วยแพทย์"

อิงหลานมองเขาสักครู่ก่อนพยักหน้า

☁ ร้านน้ำชาปากซอยตะวันออกและฮวนเจิ้ง ☁

ซอยตะวันออก ย่านพ่อค้า หกโมงเช้า

ร้านน้ำชาปากซอยตะวันออกเป็นร้านที่เล็กและเงียบกว่าร้านน้ำชาทั่วไป เจ้าของเป็นชายชราที่หูตึงและไม่สนใจลูกค้าพอจะจำหน้าใคร สภาพแวดล้อมที่เหมาะสำหรับบทสนทนาที่ไม่ต้องการพยาน

ฮวนเจิ้ง มาถึงก่อนเซียวจ้านหยู นั่งอยู่ที่มุมหลังสุด ใบหน้าที่จำไม่ได้ถ้าไม่ตั้งใจมองเป็นพิเศษ

เซียวจ้านหยูเดินเข้ามา แต่งตัวเหมือนพ่อค้าธรรมดา นั่งลงตรงข้าม

"สี่วัน" เซียวจ้านหยูพูด ไม่ทักทาย

"ข้าบอกว่าสี่วัน แต่มีบางส่วนที่พร้อมก่อนได้" ฮวนเจิ้งพูด

"บอกมา"

ฮวนเจิ้งดึงกระดาษม้วนเล็กๆ ออกมาจากใต้แขนเสื้อ วางบนโต๊ะ

เซียวจ้านหยูรับมา กางออก อ่าน

ตัวเลขหลายแถว ชื่อสถานที่ วันที่ จำนวนเงิน

บัญชีการโอนถ่ายเงินของตระกูลเหอในสี่เดือนที่ผ่านมา

เซียวจ้านหยูอ่านสองรอบ แล้วพับเก็บ

"ข้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมอีกสองอย่าง"

"บอกมาขอรับ"

"หนึ่ง ลี่เหวยข้า นางคือใคร"

ฮวนเจิ้งนิ่งสักครู่ ดวงตาที่ปกติเรียบนั้นขยับเล็กน้อย

"ท่านรู้จักชื่อนั้น" เขาพูด ไม่ใช่คำถาม

"รู้"

"งั้นท่านรู้มากกว่าที่ข้าคิด" ฮวนเจิ้งพูด เงียบสักครู่ "ลี่เหวยข้าเป็นคนที่ข้าไม่แนะนำให้สืบหา ไม่ใช่เพราะอันตราย แต่เพราะถ้านางต้องการให้ท่านรู้ว่านางคือใคร นางจะบอกเองในเวลาที่นางเลือก"

"ท่านรู้จักนาง"

"รู้จักในระดับที่รู้ว่าไม่ควรพูดถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต"

เซียวจ้านหยูมองฮวนเจิ้งสักพัก ประเมิน

"ข้าเข้าใจ และข้อที่สอง ใครในตระกูลเหอที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับสมรภูมิเหลียนหยางเมื่อเก้าปีก่อน"

ฮวนเจิ้งคิดอยู่สักพัก

"เก้าปีก่อน" เขาพูดช้าๆ "ตอนนั้นยังเป็นสมัยรัชกาลก่อน เหอเทียนเฉิงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสำคัญในตอนนั้น แต่—" เขาหยุด "มีน้องชายคนหนึ่งของเขาที่ข้ารู้ว่าเคยเป็นเจ้าหน้าที่ส่งกำลังบำรุงในกองทัพเหนือ"

"ชื่อ"

"เหอเทียนหลัง ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว สี่ปีที่แล้ว โรคระบาดที่แคว้นกลาง"

"โรคระบาดหรือวางยา"

ฮวนเจิ้งมองเซียวจ้านหยู

"ท่านถามคำถามที่ข้าถามตัวเองอยู่สี่ปี"

"ยังหาคำตอบไม่ได้"

"ยังขอรับ แต่ถ้าเหอเทียนหลังถูกสังหาร ผู้สั่งน่าจะเป็นคนที่กลัวว่าเขาจะพูดบางอย่างออกมา"

"คนที่กลัวก็คือคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขารู้"

"ใช่ขอรับ" ฮวนเจิ้งพูด "และเรื่องที่เขารู้น่าจะเกี่ยวกับเหลียนหยาง"

เซียวจ้านหยูพยักหน้า

"ข้าจะส่งข้อมูลที่เหลือมาภายในสามวัน" ฮวนเจิ้งพูด ลุกขึ้น

"ขอบคุณ"

ฮวนเจิ้งหยุด หันกลับมาเล็กน้อย

"ท่านกุนซือ ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากบอก ในฐานะคนที่สังเกตสถานการณ์ในพระราชวังมานานกว่าท่าน"

"พูดมา"

"ตอนนี้มีหมากหลายชุดที่เดินอยู่บนกระดานเดียวกัน บางชุดที่ท่านเห็น บางชุดที่ท่านไม่เห็น" ฮวนเจิ้งพูด "แต่ที่ข้ากังวลที่สุดไม่ใช่หมากที่เห็น มันคือหมากที่ไม่มีใครสั่งเดิน แต่เดินเอง"

ก่อนที่เซียวจ้านหยูจะถามต่อ ฮวนเจิ้งก็ออกไปแล้ว

🌿พระราชวังในตอนเช้าและเรื่องราชการที่ไม่หยุด 🌿

ท้องพระโรงเฉิงเต๋อเตี้ยน เก้าโมงเช้า

เฉินหยานนั่งฟังรายงานจากกรมต่างๆ ในตอนเช้า

แต่ต่างจากปกติตรงที่วันนี้เขานั่งฟังด้วยความสนใจมากกว่าปกติ สังเกตทุกคนที่พูด สังเกตน้ำเสียง สังเกตคำเลือกใช้ สังเกตว่าใครมองใครก่อนพูด

เพราะตอนนี้เขารู้ว่ามีเส้นใยที่เชื่อมคนในห้องนี้หลายคนเข้าหากันในแบบที่ไม่ควรจะเชื่อม

เฝิงต้าหยวน รายงานเรื่องกองทัพภาคใต้ที่ต้องการงบเพิ่มสำหรับการฝึกฤดูร้อน

"งบที่ขอเท่าไหร่" เฉินหยานถาม

"สามแสนเหรียญทองพะย่ะค่ะ"

"เหตุผล"

"กองทัพภาคใต้ยังขาดม้าสำหรับกองทหารม้าพะย่ะค่ะ และการฝึกในฤดูร้อนต้องการเสบียงเพิ่ม"

เฉินหยานมองเฝิงต้าหยวน ดวงตาที่อ่านค่าไม่ออก

"กองทัพภาคใต้อยู่ในเขตที่ไม่มีศึกสงครามมาสามปีพะย่ะค่ะ" เซียวจ้านหยูพูดขึ้น เสียงที่เรียบ "และม้าในกองทัพภาคใต้ตามบัญชีล่าสุดมีสี่พันตัว เพียงพอสำหรับกองทหารม้าสองกอง"

เฝิงต้าหยวนหันมามองเซียวจ้านหยู ดวงตาที่ไม่พอใจแต่ควบคุมไว้ได้

"บัญชีนั้นทำไว้ปีที่แล้วพะย่ะค่ะ ปีนี้มีม้าตายจากโรคไปสองร้อยตัว"

"งั้นต้องการม้าเพิ่มสองร้อยตัว ราคาตลาดอยู่ที่ตัวละสี่ร้อยเหรียญ รวมแปดหมื่นเหรียญ ไม่ใช่สามแสน" เซียวจ้านหยูพูด

ห้องเงียบ

เฉินหยานมองเซียวจ้านหยู มองในแบบที่คนอื่นไม่เห็น

"จัดงบแปดหมื่นเหรียญสำหรับม้าทดแทน" เฉินหยานพูด "เรื่องการฝึก ให้ใช้งบปกติที่มีอยู่ ถ้ายังไม่พอให้รายงานมาอีกครั้งพร้อมรายละเอียดที่ชัดเจน"

"พะย่ะค่ะ" เฝิงต้าหยวนพูด เสียงที่แบนราบ

หลังประชุมเสร็จ ระหว่างที่ทุกคนกำลังออกไป

หยางเหวินเต๋าเสนาบดีการคลัง เดินมาข้างๆ เซียวจ้านหยู เสียงที่เบาและรวดเร็ว

"ท่านกุนซือ" เขาพูดโดยไม่หยุดเดิน "มีเรื่องข้าอยากพูดด้วย แต่ไม่ใช่ที่นี่"

เซียวจ้านหยูไม่หันมามอง ยังเดินต่อไป

"บ่ายสองที่ร้านยาฝั่งตะวันตก" เขาพูดเบาเท่ากัน

หยางเหวินเต๋าพยักหน้าเบาๆ แล้วก็เดินออกไปทางอื่น

🌊 ร้านยาและเสนาบดีการคลัง 🌊

ร้านยาต้าอัน ฝั่งตะวันตก ยามเว่ย

ร้านยาต้าอันเป็นร้านเก่าแก่ที่อยู่มาร้อยกว่าปี กลิ่นของสมุนไพรแห้งและผงยาที่เข้มข้นจนเกือบจะหนักเกินไปสำหรับคนที่ไม่คุ้น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นขุนนางระดับกลางและพ่อค้าที่มั่งคั่ง ที่นี่จึงไม่ใช่ที่ผิดปกติสำหรับคนสองคนในระดับที่เซียวจ้านหยูและหยางเหวินเต๋าจะพบกัน

หยางเหวินเต๋า นั่งอยู่ในห้องเล็กด้านหลังที่เจ้าของร้านจัดให้ กำลังดูตัวยาอยู่อย่างตั้งใจ ราวกับว่านั่นคือจุดประสงค์ที่มา

เซียวจ้านหยูเดินเข้ามา นั่งลงตรงข้าม

"ท่านเสนาบดีมีเรื่องอะไร"

หยางเหวินเต๋าวางตัวยาลง มองเซียวจ้านหยู ดวงตาที่ผ่านชีวิตในราชสำนักมาหกสิบกว่าปีนั้นอ่านเซียวจ้านหยูอย่างระมัดระวัง

"ข้าทำงานในพระราชวังมาสี่สิบปี" เขาพูด เสียงที่เรียบและช้า "ผ่านสองรัชกาล เห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในระหว่างนั้น บางอย่างที่ข้าพูดถึงได้ บางอย่างที่พูดถึงไม่ได้"

"ท่านเสนาบดีไม่ใช่คนที่พูดยาว" เซียวจ้านหยูพูดเบาๆ "ถ้าต้องการบอกอะไร บอกตรงๆ ได้"

หยางเหวินเต๋าพยักหน้า

"เมื่อสองวันก่อนที่ประชุมเช้า ท่านพูดถึงเรื่องผู้ว่าหนานหมิง สิ่งที่ท่านพูดนั้นถูกต้อง แต่ยังไม่ครบถ้วน"

"อะไรที่ขาด"

"ผู้ว่าหนานหมินไม่ใช่แค่ลูกชายของจูเหวินโจว เขายังเป็นลูกเขยของเหอเทียนเฉิงด้วย"

เซียวจ้านหยูนิ่ง

"จูเหวินโจวและเหอเทียนเฉิง เชื่อมกันผ่านทางบุตรชาย"

"ใช่ ซึ่งหมายความว่าตระกูลสินค้าเหลียนที่ตุนเมล็ดพันธุ์นั้น ไม่ใช่แค่เรื่องของจูเหวินโจวคนเดียว มันเกี่ยวพันกับตระกูลเหอด้วย และถ้าตระกูลเหอเกี่ยวกับเรื่องนั้น—"

"แล้วเรื่องกองโจรชายแดนก็ไม่ใช่เรื่องของตระกูลเหอคนเดียวด้วย" เซียวจ้านหยูพูดต่อ

"ตรงขอรับ" หยางเหวินเต๋าพูด

"ท่านเสนาบดีรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหน"

"นานพอที่จะเลือกที่จะไม่พูดมาตลอด" หยางเหวินเต๋าพูดตรง "เพราะการพูดโดยไม่มีพันธมิตรที่แข็งแกร่งพอ คือการฆ่าตัวเอง"

"และตอนนี้พันธมิตรที่แข็งแกร่งพอนั้นมีแล้ว"

หยางเหวินเต๋าพยักหน้า

"ท่านกุนซือกลับมา ฝ่าบาทให้ท่านนั่งในประชุม และท่านจัดการเรื่องจูเหวินโจวต่อหน้าทุกคนในวันแรก นั่นบอกหลายอย่าง"

"ท่านเสนาบดีต้องการอะไร"

"ต้องการให้ท่านรู้" หยางเหวินเต๋าพูด "ว่ามีคนที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายใดแต่เลือกที่จะบอกข้อมูลกับฝ่ายที่คิดว่าถูกต้อง"

"และท่านคิดว่าเราคือฝ่ายที่ถูกต้อง"

"ข้าคิดว่าฝ่าบาทเทียนหรงคือฝ่ายที่ถูกต้อง" หยางเหวินเต๋าพูด เสียงที่ไม่มีการตีความเพิ่มเติม "และท่านอยู่ข้างฝ่าบาท ดังนั้นข้าจึงมาหาท่าน"

เซียวจ้านหยูมองชายชราที่อยู่ตรงหน้า

ชายที่ทำงานในพระราชวังมาสี่สิบปีและรอดมาได้โดยไม่เป็นของใคร

"คนนี้ ใช้เหตุผล ไม่ใช่อารมณ์"

"ข้าจะจำไว้" เซียวจ้านหยูพูด "และถ้ามีข้อมูลอะไรที่ท่านเสนาบดีต้องการแบ่งปัน ช่องทางเดิมนี้ใช้ได้"

หยางเหวินเต๋าพยักหน้า ลุกขึ้น

ก่อนจะก้าวออกไป เขาพูดสิ่งหนึ่งที่เซียวจ้านหยูจำไว้นาน

"ท่านกุนซือ ข้าดูคนมาสี่สิบปี สิ่งหนึ่งที่ข้าสังเกตคือ คนที่ซื่อสัตย์ต่อตัวเองนั้น แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ยากที่สุด ก็มักจะเลือกสิ่งที่ถูกต้องในที่สุด"

เขาออกไป

เซียวจ้านหยูนั่งอยู่ในกลิ่นสมุนไพร คิดถึงประโยคนั้น

"เขากำลังพูดถึงใคร"

🌙 ตำหนักซวงเจ๋อและหวังเหมยเหลียน 🌙

ตำหนักซวงเจ๋อ บ่ายแก่

หวังเหมยเหลียน สนมอันดับสามอายุสามสิบ ยืนอยู่ที่ระเบียงมองออกไปที่กำแพงพระราชวัง

นางอยู่ในพระราชวังมาสิบปี ตั้งแต่ตระกูลหวางยังยิ่งใหญ่ พร้อมกันกับการที่นางเข้ามา พ่อของนางถูกกล่าวหาเรื่องคดีทุจริต ตระกูลหวางสูญเสียอำนาจเกือบทั้งหมดในชั่วคืน

แต่นางยังอยู่ในพระราชวัง ไม่ใช่เพราะเฉินหยานรักนางเป็นพิเศษ แต่เพราะนางไม่มีปัญหาให้ใครต้องกำจัด และเพราะนางเรียนรู้เร็วมากว่าในพระราชวังนี้ การเป็นที่สังเกตน้อยที่สุดคือการอยู่รอดได้ดีที่สุด

"มีคนมาหาท่านหญิงเพคะ" นางสนมใหม่ชื่อหมิงจู พูด

"ใคร"

"คนส่งสารจากตำหนักหรงหัวเพคะ"

เหมยเหลียนหัน ดวงตาที่คมขึ้น

ตำหนักหรงหัว ที่ประทับของอัครมเหสีหลิวฮุ่ยเยิน

"รับเข้ามา"

คนส่งสารเป็นนางสนมอายุน้อยที่เหมยเหลียนไม่รู้จัก ส่งกล่องเล็กๆ ที่ข้างในมีผ้าปักดอกเบญจมาศสีขาว ของขวัญธรรมดาที่ไม่มีความหมายพิเศษในสายตาคนทั่วไป

แต่เหมยเหลียนรู้ว่าดอกเบญจมาศสีขาวนั้นหมายถึงอะไร

สัญญาณที่เคยใช้กันในตระกูลขุนนางที่ต้องการสื่อสารแบบลับๆ "ข้าต้องการพูดคุย โดยไม่มีพยาน"

นางวางกล่องลงบนโต๊ะ ดูดอกไม้สักครู่

สิบปีที่นางอยู่ในตำหนักที่เงียบที่สุดของพระราชวัง เฝ้าดูทุกสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครสังเกต

และตอนนี้มีคนมาขอคุย

"เวลามาถึงแล้ว"

"ตอบรับ" นางพูดกับนางสนมส่งสาร "บอกว่าขอบคุณสำหรับของขวัญ และยินดีที่จะไปชมสวนด้วยกันในวันที่สะดวก"

ตำหนักหรงหัว ค่ำ

หลิวฮุ่ยเยินรับสารกลับมา อ่านความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำตอบธรรมดาของเหมยเหลียน

"นางรับ" นางพูดกับหยูหลิง

"ดีกว่าที่คาดเพคะ" หยูหลิงพูด "ท่านหญิงคิดว่านางต้องการอะไร ก่อนที่ท่านหญิงจะถามนาง"

"นางต้องการสิ่งเดียวกับทุกคนในพระราชวังนี้" ฮุ่ยเยินพูด เดินไปที่กระจก แตะผมที่มัดเรียบ "อำนาจ หรืออย่างน้อยก็ความปลอดภัย ตระกูลหวางตกต่ำไปสิบปีแล้ว นางอยู่ในพระราชวังโดยไม่มีฝ่ายรองรับ สิ่งที่นางต้องการมากที่สุดคือคนที่สัญญาว่าจะไม่ทำให้สิ่งที่นางมีอยู่เหลือน้อยลงกว่านี้"

"ท่านหญิงจะสัญญาได้ไหมเพคะ"

"ข้าจะสัญญาในสิ่งที่ข้าทำได้" ฮุ่ยเยินพูด มองกระจก "แต่ที่ต้องการจากนางไม่ใช่เรื่องใหญ่ แค่ต้องการข้อมูลที่นางน่าจะรู้"

"ข้อมูลอะไรเพคะ"

"หยูกั๋วกงเคยพูดคุยกับใครในฝ่ายในบ้างไหม" ฮุ่ยเยินพูด เสียงที่เบาแต่ชัด "ข้าอยากรู้ว่าเขาสนใจใครในพระราชวังนี้"

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

"ความภักดีที่แท้จริง ไม่ได้หยุดเมื่อเหนื่อย ไม่ได้หยุดเมื่อมืด ไม่ได้หยุดเมื่อไม่มีใครสั่ง

มันหยุดได้เพียงเมื่อเดียว คือเมื่อคนที่รักอยู่ปลอดภัยแล้ว

♥️และจนกว่าจะถึงวันนั้น เสี่ยวจ้านหยูจะยังคงพลิกหน้าต่อไป ทีละหน้า ทีละคืน จนกว่าความมืดนั้นจะมีชื่อ และชื่อนั้นจะไม่ใกล้องค์จักรพรรดิอีกต่อไป"♥️

..สุสาส์นราคะ..