เมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!

ทรราชไร้ใจ - บทที่ 22 บุกห้องลับของแม่ทัพ โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,จีน,ย้อนยุค,ข้ามเวลา,รัก,ระบบ,ทะลุมิติ,ทรราชไร้ใจ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ทรราชไร้ใจ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,จีน,ย้อนยุค,ข้ามเวลา,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ระบบ,ทะลุมิติ,ทรราชไร้ใจ

รายละเอียด

ทรราชไร้ใจ โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!

ผู้แต่ง

ขุนวรา_0712

เรื่องย่อ

ทรราชไร้ใจ 无情暴君

 

ลู่จินเยว่ เป็นพนักงานออฟฟิศที่เขียนนิยายเป็นงานอดิเรก ในวันหยุดสุดสัปดาห์คนอื่นพากันออกไปเที่ยว แต่เขาคนนี้กลับนั่งแต่งพล็อตนิยายเรื่องใหม่อยู่ในห้อง เนื่องจากเขาทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์หลังจากร่างพล็อตนิยายเสร็จ ลู่จินเยว่ก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยานอนหลับที่เขากินไปก่อนที่จะเข้านอน ลู่จินเยว่กำลังดำดิ่งกับห้วงฝันแต่ก็ต้องปวดหัวอย่างรุนแรน และได้ยินเสียงในหัวก่อนที่เขาจะสลบไป

[ยินดีต้อนรับนายท่าน ข้าคือผู้ช่วยของนายท่าน]

[ระบบของข้าน้อยยังพัฒนาได้ไม่มาก ขอนายท่านโปรดชี้แนะ]

เมื่อลู่จินเยว่ตื่นขึ้น เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย เขาทะลุมิติมาอยู่ในจวนตระกูลลู่ ที่ลูกชายคนรองของบ้านถูกวางยาพิษและลู่จินเยว่ก็มาอยู่ในร่างของเขา ลู่จิ้งหยู การได้มาอยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูทำให้ลู่จินเยว่ได้สัมผัสถึงความรักของครอบครัวที่ไม่เคยได้รับ เมื่อได้อยู่คนเดียวลู่จินเยว่ที่อยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูก็คิดหนักว่าเขามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ยังไง ไม่ทันคิดได้มากกว่านั้น เสียงแหลมเล็กที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว

[ตอนนี้นายท่านอยู่ในนิยายที่นายท่านได้วางพล็อตไว้ โดยตัวตนของคนผู้นี้คือตัวประกอบที่ไม่ได้มีบทอะไรในเรื่องขอรับ] ใครหน่ะ ลู่จิ้งหยูเอ่ยถามเสียงในหัวด้วยความประหลาดใจ

[ข้าน้อยชื่อเสี่ยวลู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของนายท่านขอรับ]

“ผู้ช่วย...ผู้ช่วยอะไร” จิ้งหยูขมวดคิ้วกับสิ่งที่ตนได้ยิน

[ภารกิจของนายท่านคือ แก้ปมของทรราชที่นายท่านเป็นคนเขียนขึ้นมา] ทรราช ฮองเต้ทรราชที่เขาวางปมไว้เยอะกว่าชาวบ้านนั้นน่ะเหรอ แค่คิดลู่จิ้งหยูก็อยากจะกลับโลกเดิมซะเดี๋ยวนี้!!

ภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ ลู่จิ้งหยูคนนี้ก็ไม่รู้เช่นกัน ขอให้ทุกท่านโปรดติดตามตอนต่อไป

 


 

ติดต่อนักเขียนได้ที่

https://x.com/K_hunwara

https://www.tiktok.com/@khunwara36?is_from_webapp=1&sender_device=pc

สารบัญ

ทรราชไร้ใจ-บทนำ บทนำ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 1 ตัวประกอบในนิยาย,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 2 คัดเลือกสนมของทรราช,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 3 ทรราชผู้นั้น,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 4 สนมขั้นผิน,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 5 การเข้าวังหลวงครั้งแรกของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 6 ทรราชผู้นี้ช่างแปลกพิกล,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 7 ลู่จิ้งหยูในฐานะสนมขั้นเฟย,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 8 กลับบ้านเยี่ยมครอบครัว,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 9 ทรราชโกรธเคือง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 10 ครั้งแรกของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 11 โรคระบาด,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 12 แม่ทัพแดนเหนือ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 13 หมอต่างเมือง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 15 จุดกำเนิดโรคระบาด,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 15 กลับเมืองหลวงด้งวยใจถวิลหา,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 16 ล่อเสื้อออกจากถ้ำ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 17 ทรราชที่ป่วยหนัก,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 18 ภัยพิบัติครั้งที่สอง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 19 ลูกธนูอาบยาพิษ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 20 เจรจาสงบศึก,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 21 เรื่องสำคัญของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 22 บุกห้องลับของแม่ทัพ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 23 บุคคลที่เฝ้ารอมานานแสนนาน,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 24 จันทรานวลกระจ่าง ขอเพียงรักมั่นดั่งคำขอพร,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 25 ทรราชครั้งสุดท้าย

เนื้อหา

บทที่ 22 บุกห้องลับของแม่ทัพ

 

เฟยหยางและเหล่าองครักษ์มุ่งหน้าไปที่จวนของแม่ทัพใหญ่ องครักษ์เงาวิ่งตามกันจากหลังคาบ้านนี้ไปบ้านนั้น พวกเขาวิ่งตรงไปที่จวนหลังใหญ่ตั้งอยู่ท้ายตัวเมือง เมื่อถึงที่หมายพวกเขาก็รีบสังเกตทหารยามที่เฝ้าประจำจวนของแม่ทัพ

ทหารยามสามสิบคนยืนประจำจุดอย่างแน่นหนา ผิดวิสัยจวนขุนนางทั่วไปที่ยามวิกาลควรจะเงียบสงบ นี่เท่ากับเป็นการยืนยันคำพูดของลู่จิ้งหยูว่าที่นี่มีความลับซ่อนอยู่จริง

เฟยหยางสั่งการให้แยกเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายแรกประจำเรือนนอกที่แม่ทัพกำลังเจรจากับทูต ส่วนเฟยหยางและองครักษ์อีกกลุ่มจะไปบุกห้องทรงงานของแม่ทัพ พวกเขาแยกตัวออกไปทำหน้าที่ของตนอย่างเงียบเชียบ ฝีเท้าขององครักษ์เงาแผ่วเบาดุจขนนกร่วงหล่น แม้แต่สุนัขเฝ้ายามในจวนก็มิอาจระแคะระคาย พวกเขาเคลื่อนที่ผ่านเงามืดของหลังคาปั้นหยาไปอย่างรวดเร็ว

“ข้ายินดีรับใช้ท่านแม่ทัพ” เสียงของทูตฝั่งนั้นเอ่ยขึ้นหลังจากแม่ทัพยื่นข้อเสนอให้กับเขา องครักษ์เงาที่ถูกมอบหมายให้เฝ้าดูแม่ทัพก็ทำหน้าที่ของตน โดยเปิดช่องหลังคาดูว่าพวกเขาทั้งหมดคุยอะไรกันบ้าง

 

ด้านเฟยหยางมีองครักษ์ติดตามมาสองคน เขาบอกให้ทั้งคู่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านนอกหากมีคนมาให้ส่งสัญญาณบอกทันที ร่างสูงสง่ากระโดดลงจากหลังคาที่เขาเปิดเอาไว้ ห้องทรงงานของแม่ทัพใหญ่แคว้นเหยียน เป็นที่รวบรวมของหนังสือวรยุทธ์ ที่เขาใช้ฝึก อีกทั้งยังมีอาวุธที่อีกฝ่ายมักจะเก็บสะสมไว้

เฟยหยางมองรอบๆ อย่างละเอียด หากเขาเป็นแม่ทัพจะใช้สิ่งใดเป็นทางลับเพื่อที่จะเข้าไปในห้องลับนั้นได้ ก่อนที่ดวงตาคมจะเห็นรูปปั้นของพยัคฆ์สีดำตั้งอยู่

รอบข้างของมันมีฝุ่นเกาะแต่ตัวของพยัคฆ์ตัวนี้กลับดูสะอาดกว่าที่อื่น เขาใช้เสื้อคลุมสีดำปกคลุมมือหนาของเขาไว้ เฟยหยางผลักรูปปั้นให้ขยับเพียงเล็กน้อย ก่อนที่เสียงชั้นหนังสือจะดังเพราะถูกเลื่อนออกเพราะมีกลไกเชื่อมต่อกับรูปปั้น เฟยหยางรีบสาวเท้าเข้าไปในนั้นทันที

บันไดหินทอดยาวสู่ห้องอีกห้องที่ต่างจากเดิมลิบลับ ด้านในมีหีบสมบัติตั้งอยู่ อีกทั้งยังมีตำลึงเงินตำลึงทองกองไวมากมาย หากให้เขานับดูทั้งวันก็คงจะไม่หมดง่ายเป็นแน่ เฟยหยางเดินวนหาสมุดลับที่ลู่จิ้งหยูบอกไว้รอบที่สาม แต่เขากลับหาไม่พบเสียที

กระทั่งเท้าขวาเงียบลงบนไม้ที่ให้ความรู้แตกต่างจากพื้นที่อื่น ร่างสูงคุกเข่าก่อนที่จะเลื่อนแผ่นไม้ออก เขาพบหนังสือรายงานหนึ่งเล่ม เฟยหยางหยิบออกมาทันทีและวางหนังสือเล่มใหม่ที่ถูกเตรียมใส่ไว้แทนก่อนที่จะปิดผนึกแผ่นไม้กลับคืน

“ใครน่ะ!”

เนื่องจากเรือนด้านหน้าและห้องทรงงานของแม่ทัพอยู่ห่างกันมากโข ทำให้เฟยหยางไม่รู้ว่าตอนนี้องครักษ์พวกของตนกำลังถูกไล่ล่าจากทหารยามของแม่ทัพใหญ่ เฟยหยางรีบสาวเดินออกจากประตูลับ ก่อนที่องครักษ์ที่เฝ้าสังเกตการณ์ให้ตนอยู่จะเอ่ยขึ้น

“นายท่าน ทางนั้นถูกจับได้แล้วขอรับ”

“พวกเขากำลังล่อทหารไปที่อื่น พวกเรารีบไปกันเถอะ” เฟยหยางพยักหน้าก่อนที่จะกระโดดขึ้นช่องหลังคาและปิดไว้ดังเดิม ก่อนที่จะจากไปเขาไม่ลืมที่จะลบร่องรอยเพื่อให้อีกฝ่ายไม่สามารถตามตัวได้

เฟยหยางและเหล่าองครักษ์รีบถอนตัวออกจากจวนแม่ทัพ ก่อนที่ถังจวินอี้และทูตที่เขาเชิญมาเจรจาซื้อขายรีบวิ่งออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

“เกิดเรื่องอันใดขึ้น!” เสียงตวาดอันทรงพลังของถังจวินอี้ดังข่มเสียงฝีเท้าที่วุ่นวาย แววตาคมกวาดมองไปรอบลาน บรรยากาศกดดันจนทหารยามแทบมิกล้าสบตา

“รายงานท่านแม่ทัพ มีผู้บุกรุกขอรับ”

“ผู้บุกรุก? จวนแม่ทัพจะมีผู้บุกรุกได้อย่างไร จับคนได้หรือไม่” เอ่ยจบเขาก็ถอนหายใจออกมา เมื่อรู้ว่าคนที่มาสืบข่าวมาสืบเพียงเรื่องของทูตที่เขาทำการค้าด้วย เขาก็โล่งใจ แต่ถ้ามีใครรู้เรื่องหนังสือลับที่เขาเก็บไว้แล้วนำไปให้ฮ่องเต้ ตระกูลถังได้พังพินาศเป็นแน่

 

หารู้ไม่ว่าหนังสือลับที่เขาหวงนักหนา บัดนี้มาอยู่ในมือของฮ่องเต้เสียแล้ว

เมื่อมอบหนังสือลับของแม่ทัพให้ฮ่องเต้เสร็จเรียบร้อย เขาก็ขอตัวออกไปจากตำหนักเทียนฉีทันที ร่างสูงมุ่งหน้าไปที่ตำหนักฟางเยว่ แต่เขาไม่ได้จะไปหาเจ้าของตำหนัก เขาจะไปหาสาวใช้ของลู่จิ้งหยู เพื่อเมตตาขอความรักจากนาง

ก่อนจะเดินเข้าไปในลานหน้าตำหนัก มือหนาหยิบกริซออกมาจากสาบเสื้อ ก่อนที่จะลงมือกรีดแขนของตนจนเป็นแผลยาว ร่างหนากุมแขนที่มีบาดแผลของตนเดินโซซัดโซเซเข้าไปด้านใน หนิงชีพึ่งออกมาจากตำหนักฟางเยว่หลังดูแลลู่จิ้งหยูเข้านอนเรียบร้อย

นางเห็นใครบางคนที่คุ้นเคย ก่อนที่จะถือตะเกียงเดินออกมาดู พบว่าเป็นเฟยหยางองครักษ์ของฮ่องเต้ที่มีเลือดอาบเต็มแขน หนิงชีประคองร่างสูงมานั่งที่ศาลาทรงเหลี่ยม ก่อนที่จะรีบวิ่งไปห้องพักของตน เพื่อนำกล่องยามาทำแผลให้อีกฝ่าย

ดวงตาคมแอบมองร่างอวบตรงหน้าที่ทำแผลให้เขาอย่างตั้งใจ โดยไม่เกรงกลัวว่าเขาคือองครักษ์เงาของฮ่องเต้ ผู้ที่ทำเรื่องผิดบาปมานักต่อนัก เฟยหยางลอบยิ้มออกมา

“ขอบคุณพี่สาวมาก”

“เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้” หนิงชีเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ข้าไม่ทันระวัง จึงถูกทหารของแม่ทัพลอบโจมตี” เขาเอ่ยโกหกออกไปด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หนิงชีพยักหน้า ก่อนที่จะยกน้ำแกงช่วยบำรุงร่างกายที่นางต้มไว้มาให้เขา นางรู้ข่าวจากคุณชายของตนว่าองครักษ์เงาของฮ่องเต้ต้องทำภารกิจเข้าจวนของท่านแม่ทัพ นางคิดไว้แล้วว่าเฟยหยางผู้นี้ต้องมีแผลกลับมา นางจึงได้ต้มยาไว้ครึ่งค่อนวัน

“ข้าขอตอบแทนคำขอบคุณ ด้วยชีวิตของข้าได้หรือไม่” เมื่อดื่มน้ำแกงบำรุงจนหมดเขาก็เอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง หนิงชีเบิกตากว้างไม่คิดว่าเขาจะอยากตอบแทนบุญคุณเพราะเรื่องแค่นี้

“ไม่ได้ ข้าไม่อยากเอาชีวิตใคร”

“เช่นนั้นพี่สาว ข้าขอใช้ทั้งชีวิตนี้เพื่อปกป้องท่าน หัวใจของข้าจะมีเพียงท่านเป็นเจ้าของ มิรับสตรีใดเข้าบ้านให้ท่านต้องระคายใจ” เอ่ยจบมือหนาก็จับมือนุ่มนิ่มมากุมไว้ ดวงตาคมฉายแววจริงจัง หนิงชีหน้าแดงทำเพียงตอบสั้นๆ เท่านั้น ก่อนที่จะโดนร่างสูงกอดไว้จนทั้งคู่สัมผัสถึงไออุ่นของกันและกัน

ลู่จิ้งหยูลุกจากเตียงนอนของตนเพราะรู้สึกนอนไม่หลับ คราแรกเขาจะไปเรียกหนิงชีให้มานอนเป็นเพื่อน แต่พอเขาเปิดประตูตำหนักออกไป สาวใช้ของเขากลับกำลังกอดกันหวานชื่นกับองครักษ์หนุ่มข้างกายฮ่องเต้ ลู่จิ้งหยูไม่อยากจะขัดจังหวะคนทั้งคู่ เขาจึงเลือกกลับไปนอนดังเดิมและเอ่ยชวนเจ้าระบบคุยแทน ไม่นานลู่จิ้งหยูก็เผลอหลับไป

[นายท่านนี้ เป็นภาระของข้าน้อยจริงๆ นะขอรับ] ถึงเอ่ยออกมาแบบนั้นเจ้าระบบก็คอยอยู่เฝ้าลู่จิ้งหยูตลอดทั้งคืน

 

ทางด้านเหยียนอวี้หาน มือหนาถือหนังสือลับของแม่ทัพที่เฟยหยางนำมามอบให้ เขายังอยากจะคุยกับอีกฝ่ายเพิ่ม แต่เจ้าตัวดันรีบเดินออกจากตำหนักของเขาทันทีหลังจากมอบหนังสือลับให้เสร็จ

หรือแท้จริงแล้วเฟยหยางไม่พอใจที่ข้าใช้งานเขาหนักมากเกินไป ข้าคงต้องสอบถามจากสนมรักเสียแล้ว

ในหนังสือลับที่ถังจวินอี้เก็บไว้ ในนั้นเขียนถึง ขุนนางผู้สมรู้ร่วมคิด ขุนนางรับสินบน การยักยอกเงินออกกรมคลัง การเก็บส่วยของราษฎรเพิ่มขึ้นกว่าทุกปี การซ่องสุมกำลังพล โรคระบาดที่เกิดขึ้นในเมืองเฉียนโจว และเรื่องที่เหยียนอวี้หานรับไม่ได้มากที่สุด คือสัญญาการแบ่งแคว้น ซึ่งเป็นการตกลงหลังจากเหยียนอวี้หานตายจากการฆ่าของถังจวินอี้ เขาจะมอบดินแดนที่เป็นของแคว้นชิงให้กับแคว้นฉ่ง

ช่างฝันหวานนัก! ตราบใดที่ข้ายังนั่งอยู่บนบัลลังก์นี้ อย่าหวังว่าแผนการชั่วช้าของเจ้าจะสัมฤทธิ์ผล!