เมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!

ทรราชไร้ใจ - บทที่ 6 ทรราชผู้นี้ช่างแปลกพิกล โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,จีน,ย้อนยุค,ข้ามเวลา,รัก,ระบบ,ทะลุมิติ,ทรราชไร้ใจ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ทรราชไร้ใจ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,จีน,ย้อนยุค,ข้ามเวลา,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ระบบ,ทะลุมิติ,ทรราชไร้ใจ

รายละเอียด

ทรราชไร้ใจ โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!

ผู้แต่ง

ขุนวรา_0712

เรื่องย่อ

ทรราชไร้ใจ 无情暴君

 

ลู่จินเยว่ เป็นพนักงานออฟฟิศที่เขียนนิยายเป็นงานอดิเรก ในวันหยุดสุดสัปดาห์คนอื่นพากันออกไปเที่ยว แต่เขาคนนี้กลับนั่งแต่งพล็อตนิยายเรื่องใหม่อยู่ในห้อง เนื่องจากเขาทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์หลังจากร่างพล็อตนิยายเสร็จ ลู่จินเยว่ก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยานอนหลับที่เขากินไปก่อนที่จะเข้านอน ลู่จินเยว่กำลังดำดิ่งกับห้วงฝันแต่ก็ต้องปวดหัวอย่างรุนแรน และได้ยินเสียงในหัวก่อนที่เขาจะสลบไป

[ยินดีต้อนรับนายท่าน ข้าคือผู้ช่วยของนายท่าน]

[ระบบของข้าน้อยยังพัฒนาได้ไม่มาก ขอนายท่านโปรดชี้แนะ]

เมื่อลู่จินเยว่ตื่นขึ้น เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย เขาทะลุมิติมาอยู่ในจวนตระกูลลู่ ที่ลูกชายคนรองของบ้านถูกวางยาพิษและลู่จินเยว่ก็มาอยู่ในร่างของเขา ลู่จิ้งหยู การได้มาอยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูทำให้ลู่จินเยว่ได้สัมผัสถึงความรักของครอบครัวที่ไม่เคยได้รับ เมื่อได้อยู่คนเดียวลู่จินเยว่ที่อยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูก็คิดหนักว่าเขามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ยังไง ไม่ทันคิดได้มากกว่านั้น เสียงแหลมเล็กที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว

[ตอนนี้นายท่านอยู่ในนิยายที่นายท่านได้วางพล็อตไว้ โดยตัวตนของคนผู้นี้คือตัวประกอบที่ไม่ได้มีบทอะไรในเรื่องขอรับ] ใครหน่ะ ลู่จิ้งหยูเอ่ยถามเสียงในหัวด้วยความประหลาดใจ

[ข้าน้อยชื่อเสี่ยวลู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของนายท่านขอรับ]

“ผู้ช่วย...ผู้ช่วยอะไร” จิ้งหยูขมวดคิ้วกับสิ่งที่ตนได้ยิน

[ภารกิจของนายท่านคือ แก้ปมของทรราชที่นายท่านเป็นคนเขียนขึ้นมา] ทรราช ฮองเต้ทรราชที่เขาวางปมไว้เยอะกว่าชาวบ้านนั้นน่ะเหรอ แค่คิดลู่จิ้งหยูก็อยากจะกลับโลกเดิมซะเดี๋ยวนี้!!

ภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ ลู่จิ้งหยูคนนี้ก็ไม่รู้เช่นกัน ขอให้ทุกท่านโปรดติดตามตอนต่อไป

 


 

ติดต่อนักเขียนได้ที่

https://x.com/K_hunwara

https://www.tiktok.com/@khunwara36?is_from_webapp=1&sender_device=pc

สารบัญ

ทรราชไร้ใจ-บทนำ บทนำ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 1 ตัวประกอบในนิยาย,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 2 คัดเลือกสนมของทรราช,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 3 ทรราชผู้นั้น,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 4 สนมขั้นผิน,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 5 การเข้าวังหลวงครั้งแรกของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 6 ทรราชผู้นี้ช่างแปลกพิกล,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 7 ลู่จิ้งหยูในฐานะสนมขั้นเฟย,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 8 กลับบ้านเยี่ยมครอบครัว,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 9 ทรราชโกรธเคือง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 10 ครั้งแรกของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 11 โรคระบาด,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 12 แม่ทัพแดนเหนือ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 13 หมอต่างเมือง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 15 จุดกำเนิดโรคระบาด,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 15 กลับเมืองหลวงด้งวยใจถวิลหา,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 16 ล่อเสื้อออกจากถ้ำ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 17 ทรราชที่ป่วยหนัก,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 18 ภัยพิบัติครั้งที่สอง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 19 ลูกธนูอาบยาพิษ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 20 เจรจาสงบศึก,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 21 เรื่องสำคัญของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 22 บุกห้องลับของแม่ทัพ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 23 บุคคลที่เฝ้ารอมานานแสนนาน,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 24 จันทรานวลกระจ่าง ขอเพียงรักมั่นดั่งคำขอพร,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 25 ทรราชครั้งสุดท้าย

เนื้อหา

บทที่ 6 ทรราชผู้นี้ช่างแปลกพิกล

 

พระสนมกุ้ยเหรินลุกจากพื้นพรมและเดินเข้ามาใกล้ลู่จิ้งหยู นางนั่งลงข้างร่างโปร่งก่อนที่นางจะร้องไห้ออกมา ลู่จิ้งหยูที่เห็นคนร้องไห้ก็ทำตัวไม่ถูก เขาหันมองหนิงชีเพื่อถามว่าพระสนมกุ้ยเหรินเป็นอะไร แต่หนิงชีทำเพียงส่ายหน้าปฏิเสธเพราะนางก็ไม่รู้เช่นกัน

“อ..เอ่อ พระสนมกุ้ยเหริน” ลู่จิ้งหยูเอ่ยตระกุกตระกักพลางยื่นมือไปลูบหลังปลอบใจอีกฝ่าย

“ลู่ผิน หม่อมฉันทราบซึ้งมากเพคะ ต่อไปนี้หากพระสนมมีเรื่องกังวลใจ โปรดบอกหม่อมฉัน”

“ให้หม่อมฉันได้ตอบแทนบุญคุณครั้งนี้” หรูซิงเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา น้ำเสียงสั่นเครือราวกับปลดปล่อยความคับข้องใจที่สะสมมานาน

ลู่จิ้งหยูทำได้เพียงพยักหน้ารับ ต่อไปนี้เขาก็มีเพื่อนเป็นสนมด้วยกันเพิ่มอีกหนึ่ง ยังมีคนของฮ่องเต้จับตามองอยู่ตลอด ห่างไกลจากความตายแล้วล่ะมั้ง ลู่จิ้งหยูคิด

 

วันที่สิบห้าของทุกเดือนพระสนมทุกคนต้องเข้าเฝ้าเพื่อถวายพระพรไทเฮา ซึ่งเดือนนี้เป็นเดือนแรกที่ลู่จิ้งหยูจะได้พบไทเฮาในฐานะที่ตนได้เข้ามาเป็นสนม เพียงแต่ชุดที่เขาเตรียมเอาไว้เพื่อไปเข้าเฝ้ากลับถูกคนตัดจนขาดไม่เหลือชิ้นดี หนิงชีร้องไห้ออกมาเพราะกลัวว่านายของตนจะโดนลงโทษ

“ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครทำอันใดข้าได้หรอก” ลู่จิ้งหยูเอ่ยออกมาเช่นนั้น แต่ใจก็แอบหวาดหวั่นกลัวว่าไทเฮาจะสั่งลงโทษหนัก

 

ลู่จิ้งหยูเดินเข้าโถงรับรองที่เตรียมไว้ สายตาทุกคู่ของพระสนมจับตามองมาที่เขา ต่างพูดคุยกันว่าลู่จิ้งหยูต้องถูกไทเฮาลงโทษเป็นแน่ เพราะชุดที่ลูู่จิ้งหยูใส่มาเป็นสีขาว หากไม่ถึงวันไว้ทุกข์ก็ไม่มีใครอยากใส่ออกมาให้ผู้อื่นเห็น

ลู่จิ้งหยูคุกเข่าลงด้านหน้า เบื้องหน้ามีฮ่องเต้และไทเฮานั่งอยู่ ใบหน้าที่ผ่านอะไรมามากมายแต่ยังดูเยาว์วัยหันมองมาที่เขา ไทเฮามองลู่จิ้งหยูด้วยสายตาคาดเดาได้ยาก ทางด้านเหยียนอวี้หานลอบยิ้มเพราะชุดที่ลู่จิ้งหยูใส่ถูกใจตนเป็นอย่างมาก

“สนมผิน ไม่รู้หรือว่ามาถวายพระพรข้าก็ต้องมาก่อนข้า” ไทเฮาเอ่ยเสียงเย็น มือเรียวยกน้ำชาขึ้นจิบ ลู่จิ้งหยูเม้มปาก เขาสูดหายใจก่อนที่เอ่ยตอบไทเฮาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“กระหม่อมทราบ เพียงแต่ชุดที่กระหม่อมเตรียมไว้เกิดเสียหาย”

“กระหม่อมไม่กล้ามา แต่นี้เป็นครั้งแรกที่ต้องมาถวายพระพร กระหม่อมจึงสวมชุดนี้ออกมาพะย่ะค่ะ” ลู่จิ้งหยูเอ่ยจบก็ก้มหน้า หารู้ไม่ว่าถูกสายตาของทรราชจ้องมองมาที่เขาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพียงใด ไทเฮาปาแก้วน้ำชาลงพื้นด้วยโทสะ

“บังอาจนัก เจ้ารู้หรือไม่ว่าหากไม่มีงานไม่มงคลก็ไม่มีใครใส่ชุดขาวเช่นนี้”

“เจ้าไว้ทุกข์ให้ข้ารึ”

“กระหม่อมทราบว่าไทเฮาชื่นชอบดอกบัว จึงใส่ชุดสีขาวเปรียบดอกบัวขาว แม้ว่าชุดนี้จะไม่มีลวดลายที่สวยงาม แต่กระหม่อมเย็บปักชุดนี้ด้วยตนเอง”

“หากไทเฮามิชมชอบ กระหม่อมก็พร้อมรับผิด” ลู่จิ้งหยูเอ่ยด้วยสีหน้าจริงใจ น้ำเสียงคงที่ แม้ที่จริงแล้วชุดนี้เขาจะได้มาเพราะความบังเอิญ แต่ลายปักรูปดอกบัวเขาปักเป็นชั่วโมงเชียว

ก็ถือว่าเขาเป็นคนทำแหละเนอะ

ไทเฮานั่งลงก่อนที่จะให้นางกำนัลประคองลู่จิ้งหยูลุกขึ้น แท้จริงแล้วคนที่สั่งให้บ่าวไปตัดชุดของลู่จิ้งหยูคือ ไทเฮา นางอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วเด็กคนนี้เป็นคนเช่นไร ไทเฮาคิดว่าลู่จิ้งหยูจะต้องเป็นคุณชายที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีแก้สถานการณ์ตรงหน้ามิได้ แต่ลู่จิ้งหยูได้ทำให้เห็นแล้วว่า เขาเป็นคนใจเย็น ไม่เอ่ยบอกว่าถูกกลั่นแกล้ง

หากเป็นสนมคนอื่นคงร้องไห้ฟูมฟายโทษกันไปมา แล้วยังนึกถึงตัวนางที่ชื่นชอบดอกบัวแม้ว่าชุดของตนจะใช้ไม่ได้ แต่ก็หาวิธีเพื่อทำให้ตนรอดพ้นได้อีก ไทเฮาชอบลู่จิ้งหยูมาก เพียงแต่ก็ไม่สามารถให้ลู่จิ้งหยูอยู่เหนือถังเฟยได้ นางจึงสั่งให้ลู่จิ้งหยูคัดตำราเป็นการลงโทษ

ในการถวายพระพรครั้งนี้ลู่จิ้งหยูเป็นที่โปรดปรานมาก ฮ่องเต้แอบชื่นชมเพราะเขากล้าสามารถต่อกรกับไทเฮา สนมคนอื่นทำได้เพียงชักสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ไม่สามารถทำอันใดลู่จิ้งหยูได้

 

เหยียนอวี้หานยังคงนั่งตรวจฎีกาจนถึงค่ำ กงกงเดินเข้าในตำหนักของเขาพร้อมกับป้ายหยกของพระสนมแต่ละคน ไทเฮารับรู้ว่าฮ่องเต้ไม่ยอมค้างตำหนักใดเลยตั้งแต่คัดเลือกสนมมา

วันนี้จึงให้กงกงมอบป้ายหยกให้ฮ่องเต้ได้เลือก ใจนางหวังให้ฮ่องเต้เลือกถังเฟย เพราะอยากให้รัชทายาทเกิดจากถังเฟย นางจะได้ควบคุมได้ง่าย แต่เหยียนอวี้หานกลับเลือกคว่ำป้ายของ ลู่ผิน 

ตำหนักฮวาหลินถูกตกแต่งด้วยสีฟ้า เป็นสีโปรดของลู่จิ้งหยู ของมีค่าแต่ละชิ้นในตำหนักล้วนถูกทำขึ้นจากหยกชั้นดี ตั้งแต่แจกันสูงใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องไปจนถึงชุดน้ำชาที่วางบนโต๊ะ ล้วนมีผิวเย็นเฉียบและเปล่งประกาย สีเขียวอ่อน ฟ้าอมเขียว และขาวบริสุทธิ์ หยกเหล่านั้นทอประกายวาววับยามต้องแสงเทียน ทำให้ตำหนักดูสว่างไสวและเต็มไปด้วยความมั่งคั่งที่ไม่อาจประเมินค่าได้

ม่านผ้าไหมปักดิ้นทองสีฟ้าครามทิ้งตัวลงมาอย่างอ่อนช้อย พัดโบกเล็กน้อยยามลมพัดผ่าน บานหน้าต่างเปิดกว้างออกสู่สวนด้านหลังที่ปลูกดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์

ลู่จิ้งหยูคุยกับระบบว่าถ้าหากนำเครื่องเรือนเหล่านี้ไปขายจะได้สักกี่สิบล้านกันเชียว เพียงแค่เก้าอี้ไม้แกะสลักที่ประดับด้วยหยกแกะสลักลายหงส์ ที่เขากำลังจะนั่งลงนี้ ก็คงซื้อที่นาได้หลายร้อยไร่ในโลกเดิมแล้ว ลู่จิ้งหยูกำลังจะนั่งลงบนเก้าอี้เพื่อทานอาหาร เสียงของกงกงก็เอ่ยขึ้นหน้าตำหนักฟางเยว่

“ฝ่าบาท เสด็จ” เสียงแหลมที่คุ้นเคยเอ่ยจบ ร่างสูงของคนผู้นั้นก็ปรากฏพร้อมกับเครื่องแต่งกายสีดำทั้งตัว นี่มันตัวร้ายในนิยายชัดๆ …..

“ฝ่าบาท..” ลู่จิ้งหยูทำความเคารพ ก่อนที่จะถูกดึงไปนั่งลงที่เก้าอี้ เขาทำหน้ามึนงงไม่เข้าใจว่าทรราชจะมาที่ตำหนักของตัวเขาทำไม ตำหนักเทียนฉีพังแล้วหรือไร

“ทำไม ข้าจะมาตำหนักเจ้าไม่ได้เลยหรือ” เหยียนอวี้หานเอ่ยพลางหยิบสุราออกจากแขนเสื้อของตน ลู่จิ้งหยูมอง พลางคิดกับตัวเอง

เก็บเข้าไปได้ยังไงก่อน...

“ทุกที่ในแคว้นเป็นของฝ่าบาท กระหม่อมจะคิดเช่นนั้นได้อย่างไร”

ลู่จิ้งหยูเอ่ยอย่างประชด แน่นอนว่าคนด้านหน้าเขาไม่อาจทราบได้ ระบบส่งเสียงโต้ตอบเขาว่า [นายท่านเก่งมาก สามารถคุยกับทรราชได้หลายประโยคโดยที่ไม่ตาย] นั้นคำชมเหรอ!!

“หึ”

เหยียนอวี้หานยกสุราขึ้นจิบ ลู่จิ้งหยูลอบสังเหตใบหน้าของทรราช อีกฝ่ายเป็นชายหนุ่มผู้มีอายุ ย่างเข้าวัยเบญจเพส ใบหน้าคมเข้มแต่ซูบตอบเพราะทรราชมีโรคประจำตัว

เพียงแต่ลู่จิ้งหยูไม่รู้ว่าโรคของเขาคืออะไร ลู่จิ้งหยูมองหน้าของเหยียนอวี้หานเพลิน เอ่ยคุยกับระบบในใจ พลางคิดว่าไม่อยากจะกลับไปโลกเดิมเสียแล้ว จนระบบต้องปิดหนีเพราะเริ่มรำคาญเสียงในหัวของลู่จิ้งหยูที่เอ่ยชมทรราชไม่หยุด

 

ถังซืออวี่นั่งรอฮ่องเต้อยู่ที่หน้าตำหนักของตน นางนั่งรออยู่นานแต่ก็ไม่แม้แต่จะเห็นเงาของใครทั้งสิ้น เมื่อสาวใช้ของนางกลับมารายงานก็ทำให้ถังซืออวี่อารมณ์เสียจนพังข้าวของในตำหนักของตน โดยไม่สนใจว่าของจะเสียหายเพียงใด นางกำมือจนนิ้วขึ้นข้อขาวแววตาโกรธเคือง

เพราะฮ่องเต้ไม่มาที่ตำหนักของนางแต่ไปตำหนักของลู่จิ้งหยู คราวนั้นที่นางใช้คนวางยาพิษไม่สำเร็จ แต่ครั้งต่อไปอย่าหวังว่าลู่จิ้งหยูจะรอด

“ลู่จิ้งหยู หากข้าไม่ได้”

“ก็อย่าหวังว่าเจ้าจะได้”นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ในใจมีไฟร้อนลุ่มพร้อมแผดเผาทุกสิ่ง