เมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!

ทรราชไร้ใจ - บทที่ 8 กลับบ้านเยี่ยมครอบครัว โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,จีน,ย้อนยุค,ข้ามเวลา,รัก,ระบบ,ทะลุมิติ,ทรราชไร้ใจ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ทรราชไร้ใจ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,จีน,ย้อนยุค,ข้ามเวลา,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ระบบ,ทะลุมิติ,ทรราชไร้ใจ

รายละเอียด

ทรราชไร้ใจ โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!

ผู้แต่ง

ขุนวรา_0712

เรื่องย่อ

ทรราชไร้ใจ 无情暴君

 

ลู่จินเยว่ เป็นพนักงานออฟฟิศที่เขียนนิยายเป็นงานอดิเรก ในวันหยุดสุดสัปดาห์คนอื่นพากันออกไปเที่ยว แต่เขาคนนี้กลับนั่งแต่งพล็อตนิยายเรื่องใหม่อยู่ในห้อง เนื่องจากเขาทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์หลังจากร่างพล็อตนิยายเสร็จ ลู่จินเยว่ก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยานอนหลับที่เขากินไปก่อนที่จะเข้านอน ลู่จินเยว่กำลังดำดิ่งกับห้วงฝันแต่ก็ต้องปวดหัวอย่างรุนแรน และได้ยินเสียงในหัวก่อนที่เขาจะสลบไป

[ยินดีต้อนรับนายท่าน ข้าคือผู้ช่วยของนายท่าน]

[ระบบของข้าน้อยยังพัฒนาได้ไม่มาก ขอนายท่านโปรดชี้แนะ]

เมื่อลู่จินเยว่ตื่นขึ้น เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย เขาทะลุมิติมาอยู่ในจวนตระกูลลู่ ที่ลูกชายคนรองของบ้านถูกวางยาพิษและลู่จินเยว่ก็มาอยู่ในร่างของเขา ลู่จิ้งหยู การได้มาอยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูทำให้ลู่จินเยว่ได้สัมผัสถึงความรักของครอบครัวที่ไม่เคยได้รับ เมื่อได้อยู่คนเดียวลู่จินเยว่ที่อยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูก็คิดหนักว่าเขามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ยังไง ไม่ทันคิดได้มากกว่านั้น เสียงแหลมเล็กที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว

[ตอนนี้นายท่านอยู่ในนิยายที่นายท่านได้วางพล็อตไว้ โดยตัวตนของคนผู้นี้คือตัวประกอบที่ไม่ได้มีบทอะไรในเรื่องขอรับ] ใครหน่ะ ลู่จิ้งหยูเอ่ยถามเสียงในหัวด้วยความประหลาดใจ

[ข้าน้อยชื่อเสี่ยวลู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของนายท่านขอรับ]

“ผู้ช่วย...ผู้ช่วยอะไร” จิ้งหยูขมวดคิ้วกับสิ่งที่ตนได้ยิน

[ภารกิจของนายท่านคือ แก้ปมของทรราชที่นายท่านเป็นคนเขียนขึ้นมา] ทรราช ฮองเต้ทรราชที่เขาวางปมไว้เยอะกว่าชาวบ้านนั้นน่ะเหรอ แค่คิดลู่จิ้งหยูก็อยากจะกลับโลกเดิมซะเดี๋ยวนี้!!

ภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ ลู่จิ้งหยูคนนี้ก็ไม่รู้เช่นกัน ขอให้ทุกท่านโปรดติดตามตอนต่อไป

 


 

ติดต่อนักเขียนได้ที่

https://x.com/K_hunwara

https://www.tiktok.com/@khunwara36?is_from_webapp=1&sender_device=pc

สารบัญ

ทรราชไร้ใจ-บทนำ บทนำ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 1 ตัวประกอบในนิยาย,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 2 คัดเลือกสนมของทรราช,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 3 ทรราชผู้นั้น,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 4 สนมขั้นผิน,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 5 การเข้าวังหลวงครั้งแรกของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 6 ทรราชผู้นี้ช่างแปลกพิกล,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 7 ลู่จิ้งหยูในฐานะสนมขั้นเฟย,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 8 กลับบ้านเยี่ยมครอบครัว,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 9 ทรราชโกรธเคือง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 10 ครั้งแรกของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 11 โรคระบาด,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 12 แม่ทัพแดนเหนือ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 13 หมอต่างเมือง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 15 จุดกำเนิดโรคระบาด,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 15 กลับเมืองหลวงด้งวยใจถวิลหา,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 16 ล่อเสื้อออกจากถ้ำ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 17 ทรราชที่ป่วยหนัก,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 18 ภัยพิบัติครั้งที่สอง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 19 ลูกธนูอาบยาพิษ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 20 เจรจาสงบศึก,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 21 เรื่องสำคัญของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 22 บุกห้องลับของแม่ทัพ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 23 บุคคลที่เฝ้ารอมานานแสนนาน,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 24 จันทรานวลกระจ่าง ขอเพียงรักมั่นดั่งคำขอพร,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 25 ทรราชครั้งสุดท้าย

เนื้อหา

บทที่ 8 กลับบ้านเยี่ยมครอบครัว

 

ลู่จิ้งหยูลืมตาตื่นเมื่อแสงส่องเข้ามาภายในตำหนัก ร่างโปร่งถูกเหยียนอวี้หานกอดทั้งคืน ร่างกายของทั้งคูู่แนบชิดกัน ลู่จิ้งหยูนอนทับแขนของร่างสูง ดวงตาสวยมองสำรวจใบหน้าคมของฮ่องเต้ เหยียนอวี้หานยังคงหลับอยู่ ยามหลับเขาไม่เหมือนฮ่องเต้ทรราชที่ใครต่างหวาดกลัวเพียงนิด ออกจะเหมือนหนุ่มเจ้าสำราญเสียมากกว่า ลู่จิ้งหยูคิดที่จะลูบใบหน้าของเขาดูสักครั้ง แต่ใจกลับไม่กล้าพอ เขามองสำรวจร่างสูงอยู่นานจนกระทั่งเหยียนอวี้หานลืมตาตื่น ลู่จิ้งหยูรีบลุกขึ้นเหมือนคนทำผิดร้ายแรง

“เหตุใดลู่เฟยถึงรีบร้อนเช่นนั้น”

“มิใช่ว่า ตกหลุมรักข้าแล้วหรือ”

หน้าด้านจริง ใครจะไปตกหลุมรักเขากัน ลู่จิ้งหยูแอบนินทาฮ่องเต้ในใจ

ในเช้านี้ลู่จิ้งหยูถูกเหยียนอวี้หานสั่งให้สวมชุดคลุมมังกรให้กับเขา ผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงถูกลู่จิ้งหยูหวีให้เรียบดังเดิม เหยียนอวี้หานพอใจอย่างมาก จึงสั่งให้คนนำของกำนัลมาให้กับลู่จิ้งหยู

“ฝ่าบาท กระหม่อมไม่อยากได้เงินทอง”

“แล้วเจ้าอยากได้สิ่งใด” เหยียนอวี้หานเอ่ยถาม พลางยกมือขึ้นมาแตะที่แก้มนวลของลู่จิ้งหยู

“ข้าอยากกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว” เหยียนอวี้หานขมวดคิ้ว ด้วยกลัวว่าจะไม่ได้กลับไปเยี่ยมครอบครัว ลู่จิ้งหยูมองมือหนาที่วางอยู่บนแก้มของตน ก่อนที่จะใช้มือวางทับลงบนมือของเหยียนอวี้หาน แน่นอนว่าลูกอ้อนแบบนี้ ทรราชถูกใจยิ่งนัก! เพียงแต่...

“ข้าให้เวลาเจ้าเจ็ดวัน หากมากกว่านั้น”

“อยากรู้หรือไม่ว่าเจ้าจะถูกลงโทษอย่างไร”

เหยียนอวี้หานเอ่ยเสียงเย็น มือหนาที่วางอยู่บนแก้มลู่จิ้งหยูเปลี่ยนมาบีบคางของร่างโปร่งให้เชิดขึ้น ดวงตาทั้งคู่ประสานกัน ลู่จิ้งหยูใช้สายตาออดอ้อนได้สำเร็จอีกครั้ง ทรราชจึงปล่อยลู่จิ้งหยูให้เป็นอิสระ

“กระหม่อมจะรีบกลับ” ลู่จิ้งหยูเอ่ยก่อนที่จะยิ้มหวานส่งไปให้ฮ่องเต้ แม้ว่าตอนที่ลู่จิ้งหยูยิ้มเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่ก็สามารถทำให้ใจของทรราชที่เย็นชาและมืดมนเริ่มสดใสมากขึ้น

ข้าคงต้องเรียกหมอหลวงมาตรวจอาการเสียแล้ว

[ภารกิจทำให้ทรราชสนใจ 30%]

ลู่จิ้งหยูได้ออกจากวังหลวงสมใจ เพียงแต่ฮ่องเต้ไม่วางใจที่จะปล่อยให้สนมของตนออกไปเพียงลำพัง จึงส่งองครักษ์ติดตามมาดูแลลู่จิ้งหยูมากกว่าสิบคน พวกเขาเดินล้อมนำหน้ารถม้าของลู่จิ้งหยู ผู้คนด้านนอกต่างตกตะลึง พลางคิดกันว่าคนในรถม้าคงจะเป็นผู้สูงศักดิ์จากต่างเมืองเป็นแน่ ไม่มีใครคาดคิดว่าแท้จริงแล้วคนในรถม้าคือสนมของฮ่องเต้

เมื่อรถม้าหยุดลง ลู่จิ้งหยูก็รีบลงจากรถม้าโดยมีหนิงชีคอยประคอง ครอบครัวตระกูลลู่ออกมาต้อนรับกันตั้งแต่ทางเข้าจวน ฮูหยินลู่ดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัย หลังจากที่ออกจากเรือนไปหลายเดือน นางก็กินไม่ได้นอนไม่หลับด้วยกลัวจะมีคนทำร้ายลูกของตนเหมือนอย่างวันวาน ได้พบลู่จิ้งหยูครั้งนี้ก็ทำให้นางสบายใจมากขึ้น

“หยูเอ๋อร์ เจ้าสบายดีหรือไม่”

ลู่จิงซานเดินวนสำรวจลูกชายตั้งแต่หัวจรดเท้า ลู่จิ้งหยูหลังจากออกจากจวนก็มีน้ำมีนวลมากขึ้น เพราะตั้งแต่อยู่ในวังนอกจากจะนอนทั้งวันลู่จิ้งหยูก็กินไม่พัก ไม่แปลกที่จะมีแก้มออกมาเยอะให้คนมองอยากหยิกเล่น

“ข้าสบายดีขอรับท่านพ่อ”

ลู่จิ้งหยูไม่เล่าเรื่องที่ตนถูกวางยาพิษแก่ครอบครัว เพราะกลัวว่าทุกคนจะเป็นห่วงและไม่ยอมให้เขากลับเข้าวังอีก ใบหน้างามยกยิ้มให้กับบิดามารดาเพื่อให้พวกท่านสบายใจ ก่อนที่จะยกมือกุมท้องเมื่อรู้สึกหิว เพราะลู่จิ้งหยูคิดถึงเรื่องกลับจวนจนลืมทานสำหรับตอนเช้า เขารีบออกมาทันทีหลังจากที่ฮ่องเต้อนุญาต นายท่านลู่และฮูหยืนขบขันกับท่าทางของลูกชาย

“เจ้าเดินทางมาเหนื่อย คงหิวแล้ว”

“พี่หญิงของเจ้าลงมือทำอาหารเอง มีแต่ของที่เจ้าชอบทั้งนั้น” ฮูหยินลู่เอ่ยก่อนที่จะพาลู่จิ้งหยูเดินเข้าไปในโถง

 

ลู่จิ้งหยูเดินออกมารับลมหน้าเรือนของตนหลังจากที่อุดอู้อยู่ในเรือนมาหลายวัน นับตั้งแต่กลับมาจวนลู่วันนี้ก็เป็นวันที่ห้าแล้ว เช่นนั้นลู่จิ้งหยูจึงบอกกับตัวเองให้เลิกขี้เกียจแล้วลุกขึ้นไปเดินเล่นเสียบ้าง หนิงชีก็ถือถาดขนมเดินตามนายของตนมา “คุณชาย เหตุใดถึงออกมาจากในเรือนล่ะเจ้าคะ”

“แล้วขนมนี้ ท่านจะเอาไปให้ผู้ใด” หนิงชีถามออกไปด้วยความสงสัย

ลู่จิ้งหยูไม่ตอบ ทำเพียงเดินตรงไปที่ศาลาที่พี่สาวต่างมารดานั่งอยู่ นางกำลังใช้ผ้าเช็ดดาบเล่มใหญ่ ดวงตาสวยเหม่อลอยมองดอกเหมยที่ล่วงหล่นจากต้น หนิงชีที่เห็นนายของตนมองลู่จินอี๋ไม่วางตานางจึงเอ่ยขึ้นว่า

“คุณหนูใหญ่จะเอาดาบของท่านเขยออกมาเช็ดทุกวันเจ้าค่ะ”

ลู่จิ้งหยูเข้าใจว่านางยังโศกเศร้าเรื่องของสามี เขาคิดที่จะบอกความจริงแก่นาง แม้ว่าระบบจะบอกว่าห้ามตัวละครล่วงรู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ แต่ลู่จิ้งหยูแค่อยากบอกว่าพี่เขยยังไม่ตายเพียงเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนทำเสียหน่อย

[นายท่านช่างดื้อดึงเสียจริงนะขอรับ ขอให้ทรราชลงโทษอย่างหนัก]

ลู่จิ้งหยูกรอกตาให้กับคำพูดของระบบ ครั้งนี้ถือว่าเขาชนะ ไม่มีสิ่งใดสะใจไปมากกว่านี้แล้วล่ะ

ลู่จิ้งหยูนั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมกับลู่จินอี๋ที่หันมองมาที่น้องชาย นางยิ้มบางให้กับลู่จิ้งหยูก่อนที่จะยื่นดาบให้สาวใช้ของตนนำไปเก็บ ลู่จินอี๋รินน้ำชาลงจอกให้ลู่จิ้งหยู ขณะที่กำลังรินน้ำชาอยู่ลู่จิ้งหยูก็เอ่ยถามคำถามเกี่ยวกับดาบเล่มนั้นทำให้มือนางสั่นจนไม่สามารถรินน้ำชาได้

“หยูเอ๋อร์ ขอโทษด้วย”

“ท่านพี่ เรื่องของพี่เขยคงทำให้ท่านสะเทือนใจมาก”

นางเผยยิ้มบาง แม้ว่าปากจะยิ้มแต่ดวงตากลับเศร้าสร้อยยิ่งนัก กระทั่งความเศร้าที่ถูกปิดไว้พังลง ดวงตาสวยก็คลอไปด้วยน้ำตา ลู่จิ้งหยูจึงรีบเอ่ยบอกความจริงแก่นางทันที

“ท่านพี่ ข้ารู้มาว่าพี่เขยยังไม่ตาย”

“หยูเอ๋อร์…เจ้าไปฟังจากที่ใดมา” ลู่จินอี๋เช็ดน้ำตา นางมองไปที่ลู่จิ้งหยูอย่างมีความหวัง

“ข้าพูดเรื่องจริงขอรับ เพียงแต่ตอนนี้พี่เขยยังพักรักษาตัวอยู่”

“พี่เชื่อเจ้า ขอบใจเจ้ามากที่บอกพี่”

“หากเจ้าไม่บอก พี่คงทนทุกข์ต่อไปเรื่อย ๆ” หลังจากเอ่ยจบลู่จินอี๋ก็โผล่เข้ากอดลู่จิ้งหยูด้วยความขอบคุณ น้ำตาแห่งความสุขและความหวังไหลออกมาจนเปื้อนชุดสีฟ้าของลู่จิ้งหยู แต่เขาไม่ถือสา ขอแค่พี่สาวไม่เป็นทุกข์ต่อไปก็ดีมากแล้ว

[ความสัมพันธ์ทางครอบครัว -ครอบครัวตัวอย่าง-]

ห้ะ…ครอบครัวตัวอย่างนี้หมายความว่าอะไรกันแน่เจ้าระบบ!

เมื่อครบเจ็ดวันตามที่สัญญากับฮ่องเต้ลู่จิ้งหยูก็ต้องกลับไปที่วังหลวง หลังจากที่ล่ำลากับครอบครัวอยู่นาน ลู่จิ้งหยูก็ขี้นรถม้าโดยที่เขาเปลี่ยนเส้นทางจากวังหลวงไปที่จวนเจียงหย่งโหว เพื่อไปพบกับสหายคนสนิท เมื่อมาถึงที่หมายลู่จิ้งหยูก็รีบลงจากรถม้าโดยที่ไม่รอหนิงชีเลยแม้แต่น้อย

เขารีบเดินเข้าไปในจวนตระกูลเจียง โดยไม่สนว่าบ่าวในจวนจะว่าอะไร ลู่จิ้งหยูกวาดสายตามองหาเจียงสือเยว่ ก่อนที่ดวงตาสวยจะพบเจ้าของร่างบางของสหายสนิทกำลังถูกชายผู้หนึ่งป้อนขนมอยู่ นั้นมัน…ท่านอ๋อง!

โห…หวานกันแต่เช้าเลยดิ ลู่จิ้งหยูอมยิ้ม หวีดโมเมนต์ของทั้งคู่กับระบบในใจ

หลังจากที่ยืนนิ่งสงบสติอารมณ์อยู่พักหนึ่ง ลู่จิ้งหยูก็รีบเดินเข้าไปใกล้ศาลาที่พวกเขาทั้งคู่กำลังนั่งคุยกัน โดยมีบ่าวรับใช้ของตระกูลเจียงรีบวิ่งตามมา เสียงเอะอะทำให้เจียงสือเยว่ต้องหันไปมอง เมื่อพบลู่จิ้งหยูร่างบางก็ลุกขึ้นทันที เขาลืมไปเลยว่าวันนี้ลู่จิ้งหยูจะมาพบ พลางคิดว่าสหายของตนจะเห็นตอนที่ท่านอ๋องป้อนขนมให้ตนเองหรือไม่

“คุณชายลู่”

เจียงสือเยว่เอ่ยเรียกสหายที่เหนื่อยหอบจากการวิ่งมาหาเขา หนิงชีที่วิ่งตามคุณชายของตนก็สภาพไม่ต่างกัน เจียงสือเยว่รีบหยิบจอกน้ำชายื่นให้ลู่จิ้งหยูและหนิงชีทันที ลู่จิ้งหยูนั่งลงตรงข้ามเฉิงอ๋องที่มองมาที่เขาด้วยความสงสัย

“ไม่ได้พบพระสนมเสียนาน สบายดีหรือไม่พะย่ะค่ะ” ท่านอ๋องเอ่ยเสียงนุ่ม

“สบายดีขอรับ แล้วท่านอ๋องเล่า ทำไมถึงมาอยู่ที่จวนของสหายกระหม่อม”

ทั้งสามคนคุยกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางเสียงหัวเราะ เฟยหยางกำลังแอบฟังอยู่บนหลังคาของจวนสกุลเจียง ด้วยเพราะถูกใช้ให้มาเฝ้ายามให้กับลู่จิ้งหยู เรื่องที่ต้องไปรายงานให้กับฮ่องเต้ฟังมีมากมาย แต่เขากับต้องมาคอยสอดแนมดูพระสนม

เฟยหยางคิดหนักว่าควรรายงานเรื่องนี้หรือไม่ แต่คิดมากไปก็เริ่มวิงเวียน เขาเลยรีบมุ่งหน้ากลับวังเพื่อไปรายงานให้ฮ่องเต้รับทราบ แต่ก่อนจะไปก็ไม่ลืมที่จะแวะเอาขนมไปให้พี่สาวหนิงชีที่คอยดูแลลู่จิ้งหยู แน่นอนว่าของที่ตนให้นางต้องให้ด้วยใจ

“พี่สาว ขนมนี้ใส่หัวใจข้าไว้ท่านต้องกินให้หมดนะ”