เมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!

ทรราชไร้ใจ - บทที่ 21 เรื่องสำคัญของลู่จิ้งหยู โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,จีน,ย้อนยุค,ข้ามเวลา,รัก,ระบบ,ทะลุมิติ,ทรราชไร้ใจ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ทรราชไร้ใจ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,จีน,ย้อนยุค,ข้ามเวลา,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ระบบ,ทะลุมิติ,ทรราชไร้ใจ

รายละเอียด

ทรราชไร้ใจ โดย ขุนวรา_0712 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!

ผู้แต่ง

ขุนวรา_0712

เรื่องย่อ

ทรราชไร้ใจ 无情暴君

 

ลู่จินเยว่ เป็นพนักงานออฟฟิศที่เขียนนิยายเป็นงานอดิเรก ในวันหยุดสุดสัปดาห์คนอื่นพากันออกไปเที่ยว แต่เขาคนนี้กลับนั่งแต่งพล็อตนิยายเรื่องใหม่อยู่ในห้อง เนื่องจากเขาทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์หลังจากร่างพล็อตนิยายเสร็จ ลู่จินเยว่ก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยานอนหลับที่เขากินไปก่อนที่จะเข้านอน ลู่จินเยว่กำลังดำดิ่งกับห้วงฝันแต่ก็ต้องปวดหัวอย่างรุนแรน และได้ยินเสียงในหัวก่อนที่เขาจะสลบไป

[ยินดีต้อนรับนายท่าน ข้าคือผู้ช่วยของนายท่าน]

[ระบบของข้าน้อยยังพัฒนาได้ไม่มาก ขอนายท่านโปรดชี้แนะ]

เมื่อลู่จินเยว่ตื่นขึ้น เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย เขาทะลุมิติมาอยู่ในจวนตระกูลลู่ ที่ลูกชายคนรองของบ้านถูกวางยาพิษและลู่จินเยว่ก็มาอยู่ในร่างของเขา ลู่จิ้งหยู การได้มาอยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูทำให้ลู่จินเยว่ได้สัมผัสถึงความรักของครอบครัวที่ไม่เคยได้รับ เมื่อได้อยู่คนเดียวลู่จินเยว่ที่อยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูก็คิดหนักว่าเขามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ยังไง ไม่ทันคิดได้มากกว่านั้น เสียงแหลมเล็กที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว

[ตอนนี้นายท่านอยู่ในนิยายที่นายท่านได้วางพล็อตไว้ โดยตัวตนของคนผู้นี้คือตัวประกอบที่ไม่ได้มีบทอะไรในเรื่องขอรับ] ใครหน่ะ ลู่จิ้งหยูเอ่ยถามเสียงในหัวด้วยความประหลาดใจ

[ข้าน้อยชื่อเสี่ยวลู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของนายท่านขอรับ]

“ผู้ช่วย...ผู้ช่วยอะไร” จิ้งหยูขมวดคิ้วกับสิ่งที่ตนได้ยิน

[ภารกิจของนายท่านคือ แก้ปมของทรราชที่นายท่านเป็นคนเขียนขึ้นมา] ทรราช ฮองเต้ทรราชที่เขาวางปมไว้เยอะกว่าชาวบ้านนั้นน่ะเหรอ แค่คิดลู่จิ้งหยูก็อยากจะกลับโลกเดิมซะเดี๋ยวนี้!!

ภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ ลู่จิ้งหยูคนนี้ก็ไม่รู้เช่นกัน ขอให้ทุกท่านโปรดติดตามตอนต่อไป

 


 

ติดต่อนักเขียนได้ที่

https://x.com/K_hunwara

https://www.tiktok.com/@khunwara36?is_from_webapp=1&sender_device=pc

สารบัญ

ทรราชไร้ใจ-บทนำ บทนำ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 1 ตัวประกอบในนิยาย,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 2 คัดเลือกสนมของทรราช,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 3 ทรราชผู้นั้น,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 4 สนมขั้นผิน,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 5 การเข้าวังหลวงครั้งแรกของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 6 ทรราชผู้นี้ช่างแปลกพิกล,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 7 ลู่จิ้งหยูในฐานะสนมขั้นเฟย,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 8 กลับบ้านเยี่ยมครอบครัว,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 9 ทรราชโกรธเคือง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 10 ครั้งแรกของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 11 โรคระบาด,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 12 แม่ทัพแดนเหนือ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 13 หมอต่างเมือง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 15 จุดกำเนิดโรคระบาด,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 15 กลับเมืองหลวงด้งวยใจถวิลหา,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 16 ล่อเสื้อออกจากถ้ำ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 17 ทรราชที่ป่วยหนัก,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 18 ภัยพิบัติครั้งที่สอง,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 19 ลูกธนูอาบยาพิษ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 20 เจรจาสงบศึก,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 21 เรื่องสำคัญของลู่จิ้งหยู,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 22 บุกห้องลับของแม่ทัพ,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 23 บุคคลที่เฝ้ารอมานานแสนนาน,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 24 จันทรานวลกระจ่าง ขอเพียงรักมั่นดั่งคำขอพร,ทรราชไร้ใจ-บทที่ 25 ทรราชครั้งสุดท้าย

เนื้อหา

บทที่ 21 เรื่องสำคัญของลู่จิ้งหยู

 

เฉิงอ๋องกลับมาถึงแคว้นเหยียนอย่างปลอดภัย ก่อนที่จะมุ่งหน้ากลับวังหลวงเขาเลือกที่จะแวะไปที่จวนสกุลเจียงเสียก่อน เมื่อพบหน้าเจียงสือเยว่ให้หายคิดถึง ร่างสูงสง่าก็ควบม้าไปวังหลวงทันทีเพื่อรายงานการเจรจาสงบศึกแก่ฮ่องเต้

เหยียนอวี้หานอ่านฎีกาอย่างตั้งใจ แม้ว่าบนตักจะมีร่างของคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ ร่างสูงก็ไม่คิดที่จะเอ่ยว่าอีกฝ่าย ด้วยเหตุที่ว่าทำให้ตนนั้นเสียสมาธิ เป็นเขาเสียมากกว่าที่ควรทำให้ลู่จิ้งหยูต้องลงโทษ ดีแค่ไหนที่สนมรักยังคุยกับเขาอยู่ ลู่จิ้งหยูกินขนมที่ห้องเครื่องทำส่งถวายให้อย่างเอร็ดอร่อย แม้ว่าแผลที่หัวไหล่ยังไม่หาย แต่เขามียาดีอย่างระบบ ไม่กี่วันลู่จิ้งหยูต้องเดินเหินได้ดีกว่าเทพเซียนแน่นอน

“เฉิงอ๋อง เสด็จ” เสียงหลิวกงกงเอ่ยหน้าตำหนักเทียนฉี ตามด้วยร่างสูงสง่าของเหยียนอี้เฉิง พร้อมกับองครักษ์ข้างกายของฮ่องเต้ พวกเขานั่งลงคาราวะทั้งคู่อย่างนอบน้อม

“ฝ่าบาท เรื่องที่พระองค์มอบหมายสำเร็จลุล่วงพะย่ะค่ะ” เฟยหยางเอ่ยเสียงหนักแน่น

ลู่จิ้งหยูทำสีหน้าแปลกใจ ร่างโปร่งลุกออกจากตักแกร่ง เพื่อให้พวกเขาคุยกันได้สะดวก ก่อนที่เหยียนอวี้หานจะดึงรั้งข้อมือเขาไว้ พร้อมกับเอ่ย “ไม่ต้องไป” ก่อนที่เฉิงอ๋องจะเริ่มรายงานเรื่องทั้งหมดตามความเป็นจริง โดยมีลู่จิ้งหยูที่ไม่รู้เรื่องราวที่พวกเขาเอ่ยนั่งฟังด้วย

ลู่จิ้งหยูรู้สึกนับถือท่านอ๋องและเฟยหยางเป็นอย่างมาก ทั้งคู่กล้าที่จะรับภารกิจที่เสี่ยงอันตรายขนาดนี้ โดยไม่คิดว่าจะมีชีวิตกลับมาแคว้นเหยียนหรือไม่เนี่ยนะ ถ้าไม่กลัวตายพวกเขาก็บ้าไปแล้วล่ะ

“แล้วเราจะทำอย่างไรให้ได้รายงานลับของถังจวินอี้” เหยียนอวี้หานเอ่ย

“ค้นเรือนไปเลยไม่ได้หรือพะย่ะค่ะ” เฟยหยางเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น

“หากค้นโดยไม่มีเหตุ ขุนนางจักร้องเรียน เป็นเรื่องวุ่นวายกว่าเดิมเสียอีก” ท่านอ่องเอ่ยจบก็ส่ายน้าพลางคิดว่าวิธิเพิ่ม ทั้งสามมองไปที่ลู่จิ้งหยูที่ฟังพวกเขาอย่างตั้งใจ เหยียนอวี้หานดึงรั้งเอวบางเข้ามาใกล้ๆ

“สนมรัก เจ้ารู้เรื่องลับของพวกข้าแล้ว จะไม่ช่วยคิดเชียวหรือ” ลู่จิ้งหยูกรอกตามองบนเมื่อทรราชเอ่ยจบ เขาก็อยากช่วยอยู่หรอก แต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเชื่อเขาไหมเนี่ยสิ

ลู่จิ้งหยูกำลังจะเอ่ย แต่เสียงของกงกงที่อยู่หน้าตำหนักก็ดังสวนออกมาก่อน ลู่จิ้งหยูเข้ามาในตำหนักเทียนฉีจากหน้าต่างด้านหลังทำให้ทหารด้านนอกและกงกงไม่รู้ว่าเขาก็อยู่ด้านในด้วย ลู่จิ้งหยูจึงนั่งลงและมุดใต้โต๊ะทรงงานของฮ่องเต้ ใบหน้านวลเสมอกับเข่าของทรราช

“ฝ่าบาท ถังกุ้ยเฟยขอเข้าพบพะย่ะค่ะ” กงกงเอ่ยพลางมองรอบห้องทรงอักษร นอกจากท่านอ๋องและเฟยหยางที่ยืนอยู่ก็มีฮ่องเต้ที่นั่งอยู่โต๊ะทรงงาน เหยียนอวี้หานเมื่อได้ยินชื่อคนตระกูลถังก็ไม่สบอารมณ์ แต่หากไม่ให้นางเข้าพบ หมากที่พวกตนวางไว้อาจไม่สำเร็จ

“เช่นนั้นท่านพี่กับเจ้าออกไปก่อน ให้กุ้ยเฟยเข้ามา” เหยียนอวี้หานเอ่ยไล่ทั้งสองคน ก่อนที่จะพยักหน้าเป็นนัยให้เฉิงอ๋องรับทราบ ว่าพวกเขามีนัดกันอีกที

ลู่จิ้งหยูที่นั่งอยู่ใต้โต๊ะทำงานตบตักเขาเสียงดัง แต่ดีที่กงกงออกไปเชิญถังซืออวี่ ไม่เช่นนั้นเสียงเมื่อครู่ลู่จิ้งหยูคงอธิบายได้ยากแล้ว

“ข้าได้กลิ่นน้ำส้มสายชู [1] แถวนี้” เมื่อเอ่ยจบเหยียนอวี้หานก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

ถังซืออวี่เดินเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม อาภรณ์ที่สวมใส่สะบัดพลิ้วไหว ลู่จิ้งหยูแอบมองนางจากช่องเล็กๆ ของโต๊ะทรงงาน เหยียนอวี้หานชำเลืองมองคนด้านล่างเล็กน้อยก่อนที่จะยกสุราดื่มหมดจอก

“หม่อมฉัน ถวายบังคมฝ่าบาท” นางเอ่ยออกมาเสียงอ่อนหวาน

“ไม่ต้องมากพิธี สนมรัก เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอันใด” ลู่จิ้งหยูเมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยเรียกคนอื่นเหมือนตนก็ควันออกหู นี่เขาไม่ใช่สนมรักคนเดียวของทรราชนี้สินะ น่าโมโหนัก ลู่จิ้งหยูกัดฟันทนฟังทั้งคู่เพราะไม่สามารถทำอย่างอื่นได้

“หม่อมฉันมาขอฝ่าบาทออกนอกวังเพคะ ท่านพ่อส่งสาส์นมาให้ข้าบอกที่บ้านมีเรื่องด่วน” เหยียนอวี้หานลอบยิ้ม ก่อนที่จะกระแอมออกมา

“เช่นนั้นสนมรักไปเถิด ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ” เมื่อเหยียนอวี้หานเอ่ยจบ ถังซืออวี่ก็ยิ้มรับก่อนที่จะเดินออกไปจากตำหนักเทียนฉีอย่างรีบร้อน หากไม่ใช่ว่าคนที่บ้านป่วยกะทันหัน ก็คงลักลอบทำสิ่งใดสักอย่าง ลู่จิ้งหยูวิเคราะห์อย่างแยบยล

“สนมรัก เจ้าชอบอยู่ในนี้ก็ไม่บอก” เหยียนอวี้หานเอ่ยเมื่อถังซืออวี่ออกไปนานแล้ว แต่ลู่จิ้งหยูก็ไม่มีท่าจะออกมาจากใต้โต๊ะเสียที

ลู่จิ้งหยูคลานออกมา ดวงตาสวยไม่คิดที่จะมองอีกฝ่าย เขากำลังคิดอยู่ว่าถังซืออวี่จะรีบไปทำไม ถ้านางไม่ได้ปกปิดสิ่งใดไว้ ว่าแล้วก็...เสี่ยวลู่

[ที่จวนแม่ทัพมีการขนทรัพย์สินมีค่าเข้ามาเพิ่ม ถังซืออวี่อยากไปดูเพียงเท่านั้น] ลู่จิ้งหยูถอนหายใจ ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้ ไม่รู้จะรีบร้อนไปทำไม [แต่ มีทูตจากแคว้นอื่นเข้ามาเจรจากับแม่ทัพด้วยขอรับ]

“ฝ่าบาท ชักช้าไม่ได้แล้ว” ลู่จิ้งหยูเอ่ยออกมาเสียงดัง แต่กระนั้นก็ไม่รู้ว่าจะบอกอีกฝ่ายออกไปอย่างไร ร่างโปร่งเม้มปากก่อนที่จะมองเหยียนอวี้หานที่มองตนอยู่เช่นกัน

“ฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องสำคัญอยากจะบอก”

“เรื่องมันอาจจะดูไม่น่าเชื่อ แต่ว่า มันช่วยเหลือพวกท่านได้แน่นอน” สีหน้าจริงจังของลู่จิ้งหยูทำให้เหยียนอวี้หานรู้สึกกังวลตามอีกฝ่าย นี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขามีความกังวลขนาดนี้ ไม่ว่าเรื่องที่ลู่จิ้งหยูจะเอ่ยบอกเขาเป็นเรื่องที่สำคัญเพียงใด แต่ขอแค่คนที่เอ่ยเป็นลู่จิ้งหยู เหยียนอวี้หานก็จะฟังแค่เขา

“กระหม่อมมาจากที่อื่น เป็นที่ที่ไกลแสนไกล”

เหยียนอวี้หานฟังอย่างตั้งใจ ราวกับว่าอีกฝ่ายเล่านิทานให้ฟัง แต่แท้จริงแล้วเป็นอีกโลกใบหนึ่งที่ลูู่จิ้งหยูอาศัยอยู่ และเรื่องที่เขาทะลุมิติมาที่แห่งนี้ แต่ลู่จิ้งหยูไม่ได้บอกเรื่องที่อีกฝ่ายเป็นเพียงตัวละครในนิยายที่เขาสร้างขึ้นมา แต่เขาบออกเรื่องที่มีระบบเสี่ยวลู่คอยช่วยเหลือแก่เขาไปซึ่งเหยียนอวี้หานก็ทำหน้าตกใจเล็กน้อยจนลู่จิ้งหยูต้องกลั้นขำเอาไว้ ดูแล้วคนผู้นี้ก็มีมุมเป็นเด็กน้อยด้วยสินะ

อยากเห็นอีกจัง ถ้าเกิดว่าเขาไม่เป็นฮ่องเต้สีหน้าแบบนั้นคงจะเผยออกมาบ่อยๆ

“เช่นนั้น เจ้าจะบอกว่า เจ้าระบบ...”

“บอกว่าจวนแม่ทัพกำลังคิดก่อกบฏสินะ” ลู่จิ้งหยูพยักหน้าเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยจบ แม้ว่าเรื่องที่ลู่จิ้งหยูเล่าจะไม่ค่อยน่าเชื่อถือสำหรับใครหลายคน แต่เหยียนอวี้หานกลับเชื่อหมดใจ เขาสั่งให้องครักษ์เงาของตนนำโดยเฟยหยางออกไปตรวจดูจวนของแม่ทัพ

“ฝ่าบาท มีอีกเรื่อง”

“ที่ห้องลับในจวนแม่ทัพ มีสิ่งที่เขาซ่อนไว้อยู่ เป็นสิ่งที่เขาลงมือทำทั้งหมด เรื่องชั่วช้าสามัญ”

“ข้าไม่รู้ว่าจะเข้าไปได้อย่างไร ขอให้พวกเจ้าระวังตัวด้วย” เมื่อองครักษ์ทั้งหมดรับฟังจนจบก็พลันหายออกไปทันตา ลู่จิ้งหยูอึ้งอยู่สักพักก่อนที่จะมองเฟยหยางที่ยังไม่ไป

“พระสนม กระหม่อมมีเรื่องอยากทูลขอ” เขาเอ่ยพลางลูบต้นคอของตนไปด้วย เพราะเกิดอาการประหม่า ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นกับเขาเลยสักครั้งในชีวิตนี้

“อื้ม ว่ามาสิ”

"กระหม่อมมีใจรักมั่นต่อหนิงชี ปรารถนาจะร่วมเรียงเคียงหมอนกับนางไปจนแก่เฒ่า จึงมาขอความเมตตาจากพระสนม โปรดประทานอนุญาตให้เราทั้งสองได้ดื่มสุรามงคลร่วมกันด้วยเถิด"

แค่ก!

ลู่จิ้งหยูสำรักน้ำชาที่ดื่มไป เป็นเหยียนอวี้หานหัวเราะออกมาอย่างชอบใจเมื่อองครักษ์ของตนกล้าเอ่ยขอหญิงสาวที่ตนหมายปองกับพระสนมของตน เฟยหยางเม้มปากริ้วแดงฝาดขึ้นพาดบนใบหน้าคมคาย ลู่จิ้งหยูมองเหยียนอวี้หานที่หัวเราะจนตัวโยนก่อนที่จะโดนสนมรักฟาดไปหนึ่งครั้ง เขาจึงยอมสงบปาก

“เรื่องนี้ รอเจ้าทำงานสำเร็จก็ไปคุยกับหนิงชีเอง”

“ข้าเป็นเพียงนาย ตัดสินใจแทนนางไม่ได้หรอก”

“พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบนำหลักฐานที่แม่ทัพทำเรื่องผิดต่อราชสำนักมามอบให้ฝ่าบาท” เอ่ยจบร่างสูงของเขาก็รีบสาวเท้าออกไปจากตำหนักเทียบนฉีทันที พร้อมกับใจดวงโตที่เต้นแรงอย่างตื่นเต้น เมื่อคิดว่าหากตนกลับมาแล้ว ก็จะต้องไปสารภาพรรักกับหญิงสาวด้วยตนเอง มือหนากุมหัวใจของตนที่เต้นแรงพร้อมกับมุ่งหน้าไปที่หมาย

 

เชิงอรรถ

  1. ^คนจีนเปรียบการหึงหวงเหมือนการดื่มน้ำส้มสายชูที่มีรสเปรี้ยวจนเข็ดฟันและแสบจมูก