เมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!
ชาย-ชาย,จีน,ย้อนยุค,ข้ามเวลา,รัก,ระบบ,ทะลุมิติ,ทรราชไร้ใจ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ทรราชไร้ใจเมื่อนักเขียนนิยายอย่างลู่จินเยว่ ต้องทะลุมิติเข้าไปแก้ปมให้ฮองเต้ทรราชที่เขาเขียนปมให้เยอะกว่าชาวบ้าน ไม่พอเขายังได้ระบบติดตัวมาด้วยอีก ภารกิจนี้จะรอดหรือร่วงกันแน่นะ!!
ทรราชไร้ใจ 无情暴君
ลู่จินเยว่ เป็นพนักงานออฟฟิศที่เขียนนิยายเป็นงานอดิเรก ในวันหยุดสุดสัปดาห์คนอื่นพากันออกไปเที่ยว แต่เขาคนนี้กลับนั่งแต่งพล็อตนิยายเรื่องใหม่อยู่ในห้อง เนื่องจากเขาทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์หลังจากร่างพล็อตนิยายเสร็จ ลู่จินเยว่ก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยานอนหลับที่เขากินไปก่อนที่จะเข้านอน ลู่จินเยว่กำลังดำดิ่งกับห้วงฝันแต่ก็ต้องปวดหัวอย่างรุนแรน และได้ยินเสียงในหัวก่อนที่เขาจะสลบไป
[ยินดีต้อนรับนายท่าน ข้าคือผู้ช่วยของนายท่าน]
[ระบบของข้าน้อยยังพัฒนาได้ไม่มาก ขอนายท่านโปรดชี้แนะ]
เมื่อลู่จินเยว่ตื่นขึ้น เขาก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย เขาทะลุมิติมาอยู่ในจวนตระกูลลู่ ที่ลูกชายคนรองของบ้านถูกวางยาพิษและลู่จินเยว่ก็มาอยู่ในร่างของเขา ลู่จิ้งหยู การได้มาอยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูทำให้ลู่จินเยว่ได้สัมผัสถึงความรักของครอบครัวที่ไม่เคยได้รับ เมื่อได้อยู่คนเดียวลู่จินเยว่ที่อยู่ในร่างของลู่จิ้งหยูก็คิดหนักว่าเขามาอยู่ในที่แห่งนี้ได้ยังไง ไม่ทันคิดได้มากกว่านั้น เสียงแหลมเล็กที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว
[ตอนนี้นายท่านอยู่ในนิยายที่นายท่านได้วางพล็อตไว้ โดยตัวตนของคนผู้นี้คือตัวประกอบที่ไม่ได้มีบทอะไรในเรื่องขอรับ] ใครหน่ะ ลู่จิ้งหยูเอ่ยถามเสียงในหัวด้วยความประหลาดใจ
[ข้าน้อยชื่อเสี่ยวลู่ ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของนายท่านขอรับ]
“ผู้ช่วย...ผู้ช่วยอะไร” จิ้งหยูขมวดคิ้วกับสิ่งที่ตนได้ยิน
[ภารกิจของนายท่านคือ แก้ปมของทรราชที่นายท่านเป็นคนเขียนขึ้นมา] ทรราช ฮองเต้ทรราชที่เขาวางปมไว้เยอะกว่าชาวบ้านนั้นน่ะเหรอ แค่คิดลู่จิ้งหยูก็อยากจะกลับโลกเดิมซะเดี๋ยวนี้!!
ภารกิจจะสำเร็จหรือไม่ ลู่จิ้งหยูคนนี้ก็ไม่รู้เช่นกัน ขอให้ทุกท่านโปรดติดตามตอนต่อไป
ติดต่อนักเขียนได้ที่
https://www.tiktok.com/@khunwara36?is_from_webapp=1&sender_device=pc
ลู่จิ้งหยูเดินออกจากห้องพักรับรองของเหยียนอวี้หาน หลังจากที่ขอให้ฮ่องเต้พระราชทานปล่อยตัวแม่ทัพแดนเหนือออกจากคุกหลวง แต่อีกฝ่ายกลับบอกเขาว่าเจียงหานชิวมีความผิดตามที่ท่านอ๋องได้เขียนรายงานมา
อีกทั้งจะให้ฮ่องเต้ปล่อยตัวนักโทษที่มีความผิด ก็กลัวว่าชาวเมืองจะตราหน้าว่ายอมผ่อนปรนให้แม่ทัพเพราะเขาก็ช่วยดูแลเรื่องการรบบ่อยครั้ง ลู่จิ้งหยูที่ไม่สามารถแย้งได้เพราะหลักฐานที่ตนมีไม่มากพอ จึงเดินหนีเหยียนอวี้หานออกมาด้านนอกเรือนรับรอง
ลู่จิ้งหยูถูกหนิงชีและเจียงสือเยว่พาเดินเที่ยวรอบตัวเมืองกู่โจว ที่รอดพ้นจากภัยพิบัติตั๊กแตน สองข้างทางตั้งแผงลอยขายอาหารมากมาย หนึ่งในนั้นก็มีเมนูที่ลู่จิ้งหยูเป็นคนเผยแพร่ ของดีจากวัตถุดิบธรรมชาติ ตั๊กแตนทอดอย่างไรเล่า เห็นดังนั้นหนิงชีและเจียงสือเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะไม่ซื้อ
ด้านลู่จิ้งหยูก็เดินไปเรื่อยๆ ตามทาง กลิ่นของเหล้าหมักลอยมาตามอากาศ ไม่ทันไรลู่จิ้งหยูก็เดินมาหยุดอยู่ที่ร้านขายสุราเสียแล้ว ไหสุราที่ถูกตั้งเรียงรายพร้อมกับชื่อของสุราที่ลู่จิ้งหยูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องตั้งชื่อแปลกพิกล ลู่จิ้งหยูครุ่นคิดอย่างหนัก เขาควรเลือกสักไหไปให้กับทรราชนั้น แต่...ไหไหนดีล่ะ
“คุณชาย ท่านสนใจสุราชนิดใดหรือ” พ่อค้าเอ่ยถามลู่จิ้งหยูอย่างเป็นกันเอง
“มีสุราที่หมักพร้อมใบชาหรือไม่”
ลู่จิ้งหยูเอ่ยถาม ปกติแแล้วเขามักจะเห็นเหยียนอวี้หานดื่มแต่สุรา แต่ลู่จิ้งหยูชอบดื่มชา เช่นนั้นหากเขาจะดื่มร่วมกับอีกฝ่ายก็อยากจะให้สุรามีกลิ่นหอมของใบชาที่เขาชอบ พ่อค้ายกไหที่ถูกเก็บไว้ขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“คุณชายช่างตาถึง สุรานี้ข้าหมักกับใบชาและดอกหอมหมื่นลี้”
“ยามจิบจะขื่นขมเหมือนรอยร้าวในใจคน แต่ครู่ต่อมากลิ่นหอมหมื่นลี้จะขจรขจายดุจแสงจันทร์ที่ปัดเป่าเมฆหมอก... หากท่านมีถ้อยคำที่ติดค้างอยู่กลางอก สุราไหนี้จะช่วยเอ่ยแทนท่านเอง”
“ชื่อของมันคือ จันทรานวลกระจ่าง”
แปลก ลู่จิ้งหยูพยักหน้าให้กับความคิดสร้างสรรค์ ในการตั้งชื่อสุราของพ่อค้า แม้การบรรยายรสชาติจะขัดกับหน้าตาของพ่อค้าที่ดูดุดัน แต่ลู่จิ้งหยูกลับซื้อสุรามาถึงสองไหและซ่อนมันอย่างดีเมื่อกลับถึงเรือนรับรอง
ลู่จิ้งหยูยังคงนั่งรถม้ากับเหยียนอวี้หานดังเดิม หลังจากที่อยู่เล่นเมืองกู่โจวจนพอใจก็ถึงเวลาที่จะได้กลับเมืองหลวงเสียแล้ว ชาวเมืองกู่โจวให้ของฝากลูู่จิ้งหยูมากมาย เพราะเขาช่วยให้ภัยพิบัติของตั๊กแตนคลี่คลาย การมาช่วยเมืองกู่โจวครั้งนี้ถึงชาวเมืองจะไม่รู้ว่าฮ่องเต้มาดูด้วยพระองค์เอง แต่ก็ทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ส่งให้คนมาช่วยเหลือเมืองกู่โจว หารู้ไม่ว่าคนที่ตนจับมือขอบคุณอยู่ตอนนี้คือเจ้าของแผ่นดินตัวจริงเสียยิ่งกว่าจริง!
ในรถม้าของฮ่องเต้กับพระสนมไม่มีใครปริปากเอ่ยพูด ลู่จิ้งหยูหันมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถม้า ด้านเหยียนอวี้หานหลับตาและนั่งกอดอก ลู่จิ้งหยูรู้สึกหมั่นไส้หน้าหล่อๆ นั้น เขาอยากจะตีให้ช้ำไปเลยเสียด้วยซ้ำ หากไม่เกรงว่าใบหน้าหล่อเหลางดงามจะเสียโฉมน่ะนะ
รถม้าเคลื่อนผ่านภูเขาสูงใหญ่ เพื่อเข้าเมืองหลวงแคว้นเหยียน ภาพรถม้าเคลื่อนเข้าตัวเมืองหลวงฉายซ้ำเป็นครั้งที่สองในดวงตาของลู่จิ้งหยู เขาไม่รู้เลยว่าจะมีโอกาสได้ออกไปดูเมืองอื่นเพิ่มหรือไม่ หากว่าไม่มีภัยพิบัติหรือโรคระบาดเกิดขึ้นลู่จิ้งหยูคงได้อยู่แต่ในวังหลวง แย่งชิงอำนาจกับสนมคนอื่นๆ คิดแล้วก็รู้สึกหดหู่นัก
รถม้าหยุดลงที่หน้าประตูวังหลวง เหยียนอวี้หานก้าวเท้าลงจากรถม้า ทันใดนั้นเสียงระบบก็ประกาศกร้าวดังในหัวของลู่จิ้งหยู [มีธนูกำลังพุ่งตรงมาทางทรราช นายท่านโปรดระวัง] สิ้นคำของระบบในเสี้ยววินาทีที่ฝ่าเท้าของเหยียนอวี้หานสัมผัสพื้น
ลู่จิ้งหยูไม่ได้คิดถึงภารกิจหรือชีวิตของตนเอง ร่างกายเขาทะยานออกไปตามสัญชาตญาณ เสียงแเหวกอากาศของลูกธนูสั้นดังหวีดหวิวซัดเข้าที่ไหล่จนร่างทั้งร่างชาหนึบ ลูกธนูอาบยาพิษปักลงที่ไหล่ของเขา โลหิตสีแดงสดไหลอาบชุดผ้าไหมสีฟ้าตัวโปรดของลู่จิ้งหยู ลู่จิ้งหยูมีสีหน้าแหยเกเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดของลูกธนูที่ปักลงบนไหล่
เฟยหยางรีบมารายงานฮ่องเต้ ก่อนที่จะไปจับคนที่ลอบปลงพระชนม์มาได้สำเร็จ ใบหน้างดงามเริ่มซีดลง แม้ว่าเขาจะได้สิทธิพิเศษจากระบบว่าไม่มีวันตายจนกว่าภารกิจจะสำเร็จ แต่บาดแผลที่เกิดจากธนูรวมถึงยาพิษที่ไหลเข้าสู่ร่างกายก็ทำให้ลู่จิ้งหยูต้องสลบไป
“ลู่จิ้งหยู!”
“ไปตามหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้!” เหยียนอวี้หานตระโกนสั่งทหารองครักษ์ของตน ก่อนที่จะอุ้มร่างที่หมดสติของลู่จิ้งหยูด้วยมือที่สั่นเทา ไปตำหนักรับรองที่ใกล้ที่สุดเพื่อให้หมอหลวงทำการรักษาโดยพลัน ร่างสูงหวังให้คนตรงหน้าไม่ตายจากเขาไปต่อหน้าต่อตาเหมือนมารดาของตน
ลูกธนูถูกหมอหลวงนำออกจากร่างกายของของลู่จิ้งหยูอย่างนุ่มนวล โดยมีสายตาฮ่องเต้มองมาที่เขาอย่างกดดัน พิษในร่างกายถูกระบบรักษาไปครึ่งหนึ่งเพื่อทำให้ร่างกายของลู่จิ้งหยูยังพอรับไว้ ส่วนพิษที่เหลือหมอหลวงเป็นคนจัดการรักษาตามขั้นตอน
หมอหลวงเฒ่ารายงานอาการของลู่จิ้งหยูตามความเป็นจริง เมื่อรักษาแล้วเสร็จเขาก็ถูกเหยียนอวี้หานวานให้ตรวจสอบยาพิษที่อาบลงบนลูกธนูว่าคือพิษใด หมอหลวงคาราวะฮ่องเต้ก่อนที่จะเดินจากไป
เหยียนอวี้หานหารือกับท่านอ๋องที่ห้องทรงอักษรของเขา ใบหน้าคมคายเคร่งเครียดเมื่อสนมของตนก็ถูกลากเข้ามาเกี่ยวในสงครามการเมือง ใครที่มันทำให้ลู่จิ้งหยูเจ็บมันต้องเจ็บเป็นพันเท่าหมื่นเท่า
“ฝ่าบาท ทหารที่เป็นคนยิงธนู สารภาพว่าถูกขุนนางคนหนึ่งสั่งมาพะย่ะค่ะ” เฟยหยางเอ่ยจบพร้อมมอบเอกสารที่นักโทษสารภาพผิดออกมาให้กับเหยียนอวี้หาน
“ขุนนางนั้น เป็นใคร” เขาเอ่ยถามเสียงเย็น
“เป็นคนของอู่อิงกั๋วกงพะย่ะค่ะ”
“ดี ในเมื่ออยากฆ่าข้านัก ก็ให้พวกเขาสมใจไปเลยก็แล้วกัน” พวกเขาที่ว่าคือไทเฮาและคนตระกูลถัง ดูเหมือนว่าพวกเขาคงจะทนไม่ไหว อยากจะได้อำนาจและยึดครองบัลลังก์มังกรนี้เต็มที เหยียนอวี้หานหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เหยียนอี้เฉิงและเฟยหยางที่มองอยู่ก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา
“ฝ่าบาท หากเป็นกับดักเล่า” ท่านอ๋องเอ่ย
“เช่นนั้นก็ให้พวกมันลิ้มรสหลุมที่ขุดไว้เอง หากไม่สำเร็จข้านี่แหละจะเป็นคนลากมันลงนรกด้วยตัวของข้าเอง”
ถังเฟยแต่งแต้มใบหน้าให้สวยงาม ริมฝีปากทาชาดแดงสด ในที่สุดวันที่นางรอคอยก็มาถึง วันที่ฮ่องเต้เรียกนางไปปรนนิบัติ เพราะลู่จิ้งหยูล้มป่วยกะทันหัน นางอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่กระนั้นก็ทำเพียงยิ้มบางออกมา มือเรียวยกเหยือกสุราขึ้นรินใส่จอกของเหยียนอวี้หาน
ดวงตาคมของฮ่องเต้มองถังเฟยไม่วางตาก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมา เมื่อมือเรียวประคองจอกสุราใส่ปากของเขา มือหนากุมมือเรียวของนางก่อนที่จะดื่มสุราจนหมดจอก
“ถังเฟยช่างปรนนิบัติดีเสียจริง”
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าบาท” นางเอ่ยออกมาอย่างเหนียมอาย
นางกำนัลเข้ามาพร้อมกับถ้วยยาคุมกำเนิดที่ฮ่องเต้เป็นคนสั่ง ถังเฟยไม่เข้าใจว่าเหตุใดฮ่องเต้ถึงอยากให้นางดื่มน้ำแกงคุมกำเนิด แต่หากไม่ทำตามที่สั่ง นางคงได้กลายเป็นศพในวังหลวงก่อนแผนการของบิดาและพี่ชายจะสำเร็จ
มือหนาถือน้ำแกงคุมกำเนิดก่อนที่จะยื่นให้ถังเฟย สายตาที่อ่านยากมองมาทางนาง ถังเฟยยกน้ำแกงดื่มจนหมด ก่อนที่นางจะเริ่มเวียนศีรษะ พลางคิดว่าน้ำแกงคุมกำเนิดออกฤทธิ์เร็วเสียจริง ไม่นานนางก็หมดสติล้มพับลงบนโต๊ะ
“ร่างราชโองการเลื่อนขั้นถังเฟยเป็น กุ้ยเฟย” เหยียนอวี้หาน