ซูซ่านในร่างมิเกลลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดงก่ำที่ส่องสว่างอยู่ในความมืดไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ ไม่นานร่างผอมเพรียวบางก็ลุกขึ้นนั่งสบตากับร่างโปร่งแสง
แฟนตาซี,ลึกลับ,ระทึกขวัญ,ข้ามเวลา,ชาย-ชาย,อนาคต,น่ากลัว,ผี,สยองขวัญ,แฟนตาซี,วิญญาณ,ปราบผี,สตรีมเมอร์,ทะลุมิติ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สตรีมเมอร์ วันนี้จะไปปราบผีที่ไหนซูซ่านในร่างมิเกลลืมตาขึ้น ดวงตาสีแดงก่ำที่ส่องสว่างอยู่ในความมืดไม่รู้ว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่ ไม่นานร่างผอมเพรียวบางก็ลุกขึ้นนั่งสบตากับร่างโปร่งแสง
สตรีมเมอร์ วันนี้จะไปปราบผีที่ไหน
‘ด้วยแรงปรารถนานี้ ผมขอแลกด้วยชีวิต! ขอให้ท่านช่วยแก้แค้นให้ผม ช่วยทำให้คนที่ทำร้ายผมทุกคนทรมานอย่างที่ทำกับผม ผมแค้น! แค้นเหลือเกินที่พวกเธอฆ่าผม!!’
“ความปรารถนาของเจ้าไม่ยาก เจ้าหนู ไม่ต้องห่วง ข้าคนนี้จะแก้แค้นให้เจ้า ทว่าการตายไม่ได้ทำให้พวกมันได้รับความทรมานอย่างที่เจ้าอยากเห็น ข้าไม่สามารถฆ่ามนุษย์ได้ แต่ข้าจะทำให้พวกมันอยู่ไม่เป็นสุขแน่นอน ค่าตอบแทนคือร่างกายของเจ้า ดีใจจริงๆ ที่เจ้าเรียกข้าผู้นี้ให้มาช่วย”
‘ผมไม่มีความกล้ามากพอที่จะล้างแค้นด้วยตัวเอง ขอรบกานท่านเทพช่วยด้วยครับ’
“ใช่ พวกมันสองตัวทำให้ลูกของเจ้าตาย ทรมานให้อดอาหาร ทุบตี กักขัง พูดจาทำร้ายจิตใจ กดขี่ให้มิเกลอยู่ในจุดต่ำสุด แค้นใช่ไหมล่ะ จะฆ่าพวกมันคืนก็ยังได้เลยนะ” ซูซ่านฉีกยิ้มสยอง ดวงตาสีแดงฉาดจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีดำขลับของชายตรงหน้า
“…ผมจะจับพวกเขาดำเนินคดี มาลินผมก็จะส่งไปสถานพินิจครับ ทั้งสองคนต้องได้รับโทษที่ฆ่าลูกชายของผม” หากเป็นปกติเขาคงไม่เชื่อว่าทั้งสองจะฆ่าคน แต่ในเมื่อลูกชายที่จากไปของเขาพูดเองว่าถูกฆ่า เขาก็จะคืนความยุติธรรมให้ลูกชาย
“…ตามใจแล้วกัน ข้าไม่ถนัดแก้ไขปัญหาของมนุษย์ด้วยสิ” ซูซ่านดีดนิ้ว ไฟในคฤหาสน์จากที่มืดสลัวก็สว่างขึ้นทันที “ใครกล้าพูดเรื่องของข้าในวันนี้ ข้าจะทำให้ตายทั้งเป็น อยากลองดูไหมล่าา?”
ดวงตาสีแดงฉาดเหลือบมองไปที่สองแม่ลูกที่สติยังไม่กลับเข้าที่ดีนัก ทว่าพวกเธอก็อยากรีบออกไปจากสถานที่แห่งนี่แล้ว
ก่อนซูซ่านจะหันกลับไปมองชายวัยกลางอีกครั้ง “ส่วนเจ้า ข้าก็ต้องฝากตัวด้วย ไม่ต้องห่วงข้าไม่ใช่คนไม่ดี ต่อจากนี้ข้าคือมิเกล จะขอยึดร่างนี้เป็นของตัวเองหลังจากนี้ วันนี้ข้าอยากพักพรุ่งนี้อยากทำอะไรค่อยทำ”
วันต่อมา
ตำรวจอวกาศเข้ามาตรวจสอบพื้นที่ มิเกลนั่งมองและทานขนมอยู่บนโซฟาสบายใจ สองแม่ลูกมีท่าทางผิดปกติ พวกเขาพูดติดๆ ขัดๆ เพราะในตอนกลางคืนลับหลังโจเซฟ พวกเขาทั้งสองถูกวิญญาณร้ายสองตนตามรังควานอยู่ตลอดจนไม่ได้นอน ทว่าเมื่อมันเป็นหนทางเดียวที่จะรอดออกไปจากที่ได้ พวกเขาจึงยอมรับว่าตั้งใจฆ่าคนจริง
ส่วนบาดแผลที่ตาหรือสภาพที่ทั้งคู่ร่างผอมติดกระดูกแทบไม่มีใครสนใจ เพราะนอกจากโจเซฟ คนอื่นก็เห็นว่าเป็นเพียงแค่คนธรรมดาที่สติตอนนี้เหมือนคนบ้าเท่านั้น
เรื่องนี้จึงจบลงอย่างง่ายดาย คนรับใช้เองที่รับรู้เรื่องนี้ต่างก็พากันซุบซิบ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดถึงเรื่องนี้
“อ อร่อยไหมครับ” โจเซฟเอ่ยถามคนที่กำลังทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ทว่าปริมาณอาหารที่อีกฝ่ายทานทำให้เขาอดอึ้งไม่ได้ ทั้งที่ตอนตำรวจมาตรวจและเก็บหลักฐาน เขาก็เห็นคนรับใช้นำขนมมาให้อีกฝ่ายทานเยอะแล้ว
“ก็ดี” ซูซ่านไม่สิ มิเกลพยักหน้าพึงพอใจ อาหารที่นี่อร่อยดี เขาเคยท่องเที่ยวไปหลายสถานที่ การได้กินอาหารอร่อยๆ ของสถานที่ที่ไปถือว่าดีที่สุดแล้ว
คฤหาสน์หลังใหญ่หลังสองแม่ลูกออกไปแล้วเงียบและสงบลงถนัดตา เมื่อโจเซฟไปทำงาน มิเกลก็เริ่มแผนเอาคืนคนใช้ที่เคยกั่นแกล้งมิเกลตัวจริง
เมื่อเห็นคนใช้คุ้นหน้าที่เดินถือผ้าที่เพิ่งซักเสร็จ กำลังนำไปเก็บ เขาก็เดินชนจนผ้าตกพื้น
“ทำอะไร!– !?” สาวใช้ตาขวางตะคอกใส่ ทว่าเมื่อหันไปสบกับดวงตาสีแดงก่ำที่สว่างวาบ ร่างของเธอก็ชาทันที
“เป็นแค่คนใช้ชั้นต่ำ กล้าขึ้นเสียงกลับเจ้านายหรือ? กล้าดีจังเลยนะ” มิเกลกดเสียงต่ำ ดวงตาสีแดงจ้องราวกับมองขยะ
“ค คุณชาย ฉันขอโทษค่ะ” สาวใช้ตัวสั่นกำมือแน่น เธอเพิ่งจะเคยเห็นคนที่เคยหวาดกลัวทุกสิ่งแข็งข้อขนาดนี้ ต้องเป็นเพราะนายหญิงและคุณหนูถูกจับไปแน่ ถึงได้กล้าจองหอง
“เก็บกวาดและซักใหม่ซะ ครั้งนี้ที่เดินมาชนฉัน ฉันใจดีมากจะไม่เอาความแล้วกัน” มิเกลยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี
และหลังจากนั้นเขาก็ทำให้พื้นเปื้อนไปด้วยโคลน และสั่งคนใช้ทำความสะอาด ใครค้านก็ขู่และด่าไม่ไว้หน้า จนหลายคนกัดฟันแก่การกั่นแกล้งที่ทำให้พวกเขาต้องทำงานหนัก บ้างเขาก็ทำให้หลายห้องรกในตอนที่สำรวจคฤหาสน์ จนหลายคนเหงื่อตก
เขามีทักษะเรื่องภาษาดีมากอยู่แล้ว การเรียนรู้เรื่องภาษาที่นี่ไม่ยาก เพราะงั้นการพูดของเขาจึงไม่ได้ดูแปลกจากคนที่นี่ แต่เขาไม่คิดทำนิสัยเหมือนมิเกลคนก่อนหรอกนะ
ตกเย็น โจเซฟก็กลับคฤหาสน์มาด้วยสีหน้าซีดเซียว พร้อมเงาหลายร่างที่ติดตามมา
“เอ๋~ พาอะไรมาด้วยล่ะเนี่ย” มิเกลเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติ ทว่าเต็มไปด้วยความชอบใจ
โจเซฟส่ายหน้าไปมาก่อนจะรีบเดินไปหลบหลังอีกฝ่าย ใบหน้าที่มีความหล่อเหลาของเขาซีดเซียว ในวันนี้เขาทำงานไม่มีสมาธิเลยสักนิด เป็นเพราะเผลอมองวิญญาณจนพวกมันรู้ตัวว่าเขามองเห็น จากนั้นก็พากันตามติดไม่ปล่อย
“เป็นแค่วิญญาณเรร่อนชั้นต่ำ จะหนีไปหรือจะให้ฉันทำให้สลายไปดีล่ะ” มิเกลขู่พวกมัน ดวงตาสีแดงสว่างวาบ ไม่นานพวกมันก็พากันหนีเมื่อรับรู้สึกถึงอันตราย มิเกลเห็นว่าพวกมันไปแล้ว ก็เอียงใบหน้ามองไปที่โจเซฟ “ได้เวลากินอาหารแล้ว”
…
#ไปปราบผีกัน