ทุกครั้งความรักของภาคินมักจะมีสายฝนที่ตกลงมาใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นการบอกรัก บอกเลิก หรือการตกหลุมรัก ก็จะมีสายฝนตกตกลงมาอยู่เรื่อยไป รักครั้งใหม่ก็เช่นกันแต่จะสมหวังหรือไม่ ลุ้นช่วยกันนะ

ปิ่นโต…ผูกรัก - ตอนที่ 2 ปิ่นโตชั้นที่ 2 โดย ravekak30 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,โรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ปิ่นโต…ผูกรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

โรแมนติก

รายละเอียด

ปิ่นโต…ผูกรัก โดย ravekak30 @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ทุกครั้งความรักของภาคินมักจะมีสายฝนที่ตกลงมาใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นการบอกรัก บอกเลิก หรือการตกหลุมรัก ก็จะมีสายฝนตกตกลงมาอยู่เรื่อยไป รักครั้งใหม่ก็เช่นกันแต่จะสมหวังหรือไม่ ลุ้นช่วยกันนะ

ผู้แต่ง

ravekak30

เรื่องย่อ

สารบัญ

ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 1 ปิ่นโตชั้นที่ 1,ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 2 ปิ่นโตชั้นที่ 2,ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 3 ปิ่นโตชั้นที่ 3,ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 4 ปิ่นโตชั้นที่ 4,ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 5 ปิ่นโตชั้นที่ 5,ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 6 ปิ่นโตชั้นที่ 6,ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 7 ปิ่นโตชั้นที่ 7,ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 8 ปิ่นโตชั้นที่ 8,ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 9 ปิ่นโตชั้นที่ 9,ปิ่นโต…ผูกรัก-ตอนที่ 10 ปิ่นโตชั้นสุดท้าย

เนื้อหา

ตอนที่ 2 ปิ่นโตชั้นที่ 2

" อรุณสวัสดิ์ครับท่านประธาน "

เสียงเลขาหน้าห้องกล่าวทักทายนายของตน ก่อนจะเข้าไปในห้องทำงาน

" ครับ...เอ่อวันนี้เรียกประชุมบ่ายให้ด้วยนะครับ ช่วยนัดให้ทีนะคุณเลขา"

" ได้ครับท่านประธาน "

หลังจากแจ้งเลขาหน้าห้องภาคินรีบเดินเข้าไปเคลียร์งานบนโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนจะจับโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความไปหาใครบางคน

ภาคิน : วันนี้ผมมีเรื่องจะคุยด้วยสะดวกไหมครับ

พาย : ว่างสิว่างเสมอเลยสำหรับภาคิน

ภาคิน : หนึ่งทุ่มเจอกันที่ร้านอาหารกะรัตนะ

พาย : ตกลงครับ ชวนดินเนอร์หรือเปล่าเนี่ย 

วันนี้เขาต้องเคลียร์ กับพายให้รู้เรื่อง จะไม่ปล่อยให้เขามายุ่งวุ่นวายกับเขาอีกเป็นอันขาด หลายเดือนที่ผ่านมาพายพยายามติดต่อมาหา ชวนไปดูหนัง ทานข้าว แต่ก็ต้องปฏิเสธอยู่เรื่อยไป 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

" เชิญครับ "

" พี่คินว่างไหมคะ กชจะขอคุยด้วยหน่อย "

" มีอะไรว่ามาเลย ไม่ว่างก็ต้องว่างแหละสำหรับน้องสาวสุดที่รัก "

" แหมน้ำเสียงประชดประชันนะคะ "

คนตัวเล็กจับเก้าอี้เลื่อนออกมานั่งลงพร้อมจ้องมองหน้าพี่ชายอย่างเอาเรื่อง

" กชจะไม่ถาม แต่จะให้พี่คินเล่าเรื่องในใจตอนนี้ให้กชฟังค่ะ "

" เรื่องอะไร "

ภาคินเงยหน้ามองน้องสาวอย่างงุนงง

" แฟนเก่าไงคะ ยังไงเล่ามาเลย อย่าให้กชต้องสืบเองนะคะ "

" เนี่ยเราสนใจเรื่องของคนอื่นจนไม่เป็นอันทำงานเลยรึไงฮึ "

หน้าตากชพรที่มองมาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ความที่เป็นห่วงพี่ชาย ไม่อยากให้พี่ชายเจ็บกับรักครั้งใหม่และก็เป็นคนเก่าคนเดิม

" เราก็แค่บังเอิญเจอกัน ตอนไปทานข้าวพอดี ตะวันกับองศาเข้าไปทักทายก่อนก็เลยได้นั่งทานข้าวด้วยกัน ก็แค่นั้น"

" นานหรือยังคะ "

" น่าจะ 7-8 เดือนได้แล้วมั้ง "

" หือ? งั้นก็แสดงว่าคุยกันมาตลอดเลยสินะคะ "

" ก็ประมาณนั้น แต่ส่วนมากพี่ก็ไม่ค่อยว่างหรอก จะเป็นพายมากกว่าที่โทรมาก่อน หรือไม่ก็ส่งข้อความมา "

" ตกลงจะรีเทิร์นงั้นสิคะ " 

" ไม่หรอก พี่คิดว่ามันคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอก พี่เจ็บแล้วจำนะจะบอกให้ "

" โอเค  จำได้ก็ดีค่ะ รอบนี้ไม่โอ๋แล้วนะคะ รอบที่แล้วตั้งใจว่าจะไปเรียนชิวๆให้พี่ชายคอยดูแล แต่กลับกันต้องคอยดูแลตลอด เพราะเมาหัวราน้ำทุกวัน กชเป็นห่วงหรอกนะคะ กว่าพี่คินจะผ่านมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถึงจะผ่านมาเป็น 10 ปีแล้วก็เถอะ "

" รู้แล้วครับ..คุณน้องสาวสุดที่รัก "

" แต่วันนี้พี่นัดพายไปทานข้าวนะ ว่าจะเคลียร์ให้มันจบๆ ไม่อยากให้ความหวังเขาด้วย "

" โทรบอกก็ได้มั้งคะไม่จำเป็นต้องนัดไปทานข้าวเลย "

" แต่พี่นัดไปแล้วด้วยสิ "

" ยกเลิกได้ค่ะเผื่อพี่ไม่ทราบ ถ้างั้นเดี๋ยวกชจะตามไปด้วย ห่างๆ ก็ได้ ร้านไหนสั่งให้กชด้วย "

พูดเสร็จกชพรรีบลุกขึ้นไปแล้ว รีบเดินออกจากห้องไปทันทีไม่ทันให้พี่ชายได้ห้ามปรามเลย 

//..เมื่อ13 ปีที่แล้ว....//

 หลังจากที่พายบอกเลิกไป ภาคินตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศพร้อมกับน้องสาวคนเล็ก แต่ก็ยังลืมพายไม่ได้เอาแต่จมกับอดีต โทษตัวเองซ้ำๆ ดื่มเหล้าทุกวัน จากที่ต้องดูแลน้องกลับกลายเป็นว่าต้องให้น้องคนเล็กดูแลตัวเอง บางวันก็นั่งร้องไห้อยู่มุมห้องคนเดียว บางวันพูดอยู่คนเดียว อยู่กับเรื่องเดิมๆ จนน้องสาวเริ่มชินกับสภาพที่เห็น พอผ่านไป 1 ปีเริ่มปรับตัวได้ รักษาแผลใจได้สักระยะก็เริ่มเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย หันกลับมาดูแลตัวเองดูแลน้องสาวตั้งใจเรียนอย่างเดียวและตั้งปณิธานว่าจะไม่มีใครในชีวิตอีกเลย หลังจากนั้นก็กลับมาสานต่อธุรกิจของปู่กับพ่อทำงานหามรุ่งหามค่ำโดยมีเลขาปุลินที่เคยอยู่กับพ่อคอยช่วยอยู่เสมอมา

.....

" พี่ภาคินทานข้าวเที่ยงกันค่ะ "

ภาคินเงยหน้ามองเสียงที่คุ้นเคยดังเข้ามาในห้อง จนต้องวางปากกาแล้วเดินไปนั่งตรงโซฟาเพื่อทานข้าวกับน้องสาวแต่วันนี้มีตัวพ่วงเพิ่มมาอีก 1 คน

" วันนี้พี่กรจะมาทานข้าวกับพวกเราค่ะ ได้ทานข้าวร่วมกัน 3 คนพี่น้องคิดถึงตอนเด็กๆเลยนะคะ "

สามคนพี่น้องนั่งทานข้าวไปคุยหยอกล้อกันไป หลังจากทานข้าวเสร็จภาคินเริ่มมองหน้าน้องชายคนกลาง สายตาสื่อความหมายว่าต้องมีเรื่องอื่นมากกว่าการที่มาทานข้าวที่นี่ 

" ที่จริงจะมาฝากท้องแค่วันนี้แหละแต่มากกว่านั้นคือ ทำไมพี่เรียกประชุมด่วนครับ "

"นั่นสิคะ "

ภากรถามขึ้นมาพร้อมกับเสียงกชพรตามมา

" พอดีช่วงนี้ดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้เหมือนมีคนคอยตามพี่ตลอดเวลา"

 " ห๊า! ! ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ "

 กชพรขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมจ้องหน้าพี่ชายคนโต

" ก็ช่วงที่ออกไปดูที่ดินที่จะซื้อเพิ่มนั่นแหละ รู้สึกเหมือนมีคนคอยตามตลอด "

" แล้วพี่คินบอกใครไปบ้างหรือยังคะ"

สองพี่น้องมองหน้าพี่ชายคนโตอย่างอดห่วงไม่ได้

" พี่คุยกับพ่อแล้ว แล้วพ่อก็เลยหาบอดี้การ์ดมาขับรถให้ ของพวกเราด้วยนะอาจต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตสักเล็กน้อย แล้วเรื่องนี้ก็ห้ามพูดกับใคร รู้กันแค่คนในครอบครัวเท่านั้น แต่ห้ามบอกแม่เด็ดขาดนะเข้าใจใช่ไหม กชพร "

ภาคินมองหน้าน้องสาวพร้อมกำชับเป็นอย่างดี กชพรกับภากรพยักหน้ารับรู้และต้องระวังตัวไปด้วย

" พี่แค่จะแจ้งเรื่องการปรับปรุงในส่วนของการจัดงานในโรงแรม ว่าจะแยกออกไปด้านข้าง กับเรื่องสถานที่สร้างคอนโดใหม่นี่แหละ แต่เรื่องที่ดินยังเหมือนเดิมกรต้องรับทำเรื่องนี้ไปอย่างเงียบๆ มีอะไรต้องปรึกษากันทันที "

หลังจากสามพี่น้องทานข้าวเสร็จก็ต้องเตรียมตัวเข้าประชุมด่วนจากการนัดหมายของเลขาปุลินที่แจ้งไปยังตัวแทนของคณะกรรมการและฝ่ายต่างๆ ในห้องประชุมเล็ก 

หลังเลิกงานวันนี้ภาคินยังไม่ลุกออกจากโต๊ะทำงาน ยังคงเคลียร์งานที่ยังมีเอกสารกองอยู่บนโต๊ะ กว่าจะแล้วเสร็จก็เกือบหนึ่งทุ่ม เสียงโทรศัพท์ภาคินดังขึ้น

[ พี่คิน...กชมารอที่ร้านอาหารแล้วนะ แฟนเก่าพี่นั่งชูคอรอพี่ตั้งแต่หัววันแล้วละมั้ง ลอยหน้าลอยตายังกะมาออกเดทเลย ]

เสียงน้องสาวสุดที่รัก รายงานมาให้พี่ชายได้รับฟังอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ออกจะหงุดหงิดด้วยซ้ำไป

" เออ พี่ลืมเลยทำงานเพลินไปหน่อยไปเดี๋ยวนี้แหละ"

ภาคินวางสายจากน้องสาวแล้วส่งข้อความหาพายทันที

ภาคิน : อาจจะเลทหน่อยนะพายพอดีเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ

พาย : รอได้ไม่เป็นไร

จากนั้นภาคินเดินหายเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะหยิบกุญแจรถออกมาแล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่นัดกับพายไว้ วันนี้ภาคินแจ้งคนของพ่อไว้ว่าจะไม่ออกไปไหนทำงานเสร็จจะนอนที่โรงแรมตอนไปร้านอาหารเลยต้องขับรถไปเองโดยที่ไม่รู้ว่ามีผู้ชาย 2 คนกำลังติดตามเขาดูเขาอยู่

" ขอโทษนะพายนัดเองแท้ๆ ดันมาสายเลย "

" ไม่เป็นไร แต่พายสั่งอาหารไปให้แล้วนะ ของโปรดคินทั้งนั้นเลย "

" ที่จริงไม่ต้องสั่งมาเยอะหรอก พอดีไม่ค่อยทานข้าวเย็นเท่าไหร่ "

" เสียดายแย่เลยสั่งมาแล้วงั้นก็ทานสักหน่อยละกัน "

พายตักอาหารอยู่ตรงหน้า มาวางบนจานของภาคิน เขาเลยจำใจต้องตักเข้าปากเพื่อไม่ให้เสียมารยาท

" แล้ววันนี้นัดพายมามีอะไรจะเซอร์ไพรส์หรือเปล่านะ"

" ที่จริงมีเรื่องจะบอกพาย ว่าเราสองคนกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอก อย่างที่พายเคยขอให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม คงแค่สถานะคนรู้จักก็น่าจะพอ "

" คิน......ไม่คิดถึงตอนที่เรามีช่วงเวลาที่ดีๆ ด้วยกันเลยหรอ "

" ไม่หรอก มันผ่านมานานแล้ว และก็เป็นอดีตมาแล้วไม่อาจเอากลับมาได้อีก "

" หึ ได้แค่คนรู้จักสินะ แม้กระทั่งคำว่าเพื่อนก็ไม่ได้เลยเหรอ "

" แค่คนรู้จักก็พอแล้วสำหรับพาย ก็โตๆ กันแล้วไม่น่าจะต้องพูดให้ยุ่งยาก" 

" ก็คิดไว้แล้วแหละ แต่พายก็จะไม่ยอมแพ้หรอกนะ "

" งั้นผมขอตัวนะ พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า"

ภาคินลุกขึ้นเดินผ่านโต๊ะของน้องสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล กชพรยกนิ้วให้พี่ชายพร้อมยิ้มมุมปากเบาๆ แล้วเดินออกไปขึ้นรถทันที เขาหวังว่าพายคงจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดออกไปถึงแม้ว่าพายจะเป็นรักแรกของเขาแต่อาจจะเป็นรักครั้งสุดท้ายของเขาเลยก็ได้เพราะต่อจากนี้เขาคงเข็ดกับการมีความรักไปแล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่ครองโสดมาจนถึงทุกวันนี้ ภาคินขับรถมุ่งหน้ากลับไปที่คอนโดให้เร็วที่สุดวันนี้เขาเหนื่อยกว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา ภาคินขับรถฝ่าสายฝนที่เทลงมาอย่างไม่ขาดสาย กำลังจะเลี้ยวเข้าซอยข้างหน้า แต่มีรถยนต์อีกคันที่ออกมาจากซอยหักหน้ารถมาชนเข้ากับรถภาคิน อย่างตั้งใจ

โครม ! ! !

" อะไรอีกละเนี่ย !"

ภาคินส่ายหัวไปมาพร้อมกับมองหาร่มที่อยู่ในรถ แล้วเปิดประตูลงไป ยังไม่ทันได้เจอหน้าคนขับรถอีกคัน 

ตุ๊บ ! ! !

ภาคินล้มลงจากแรงถีบมาจากด้านหลังทำให้คนตัวใหญ่ล้มลงไป แต่ก็ยังดีที่เขาใช้มือค้ำยันไว้ไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น เขายังพอมีสติแล้วรีบลุกขึ้นหันไปประจันหน้ากับชายร่างสูงที่ปิดหน้าเอาไว้จากนั้นการต่อสู้จึงเริ่มขึ้น 4รุม1คน ไม่ใช่ปัญหาของภาคินเลยเขารับมือได้อย่างง่ายดาย ชายร่างท้วมที่อยู่ในรถคันที่ชนกับภาคินเห็นว่าลูกน้องสู้ไม่ได้จึงหยิบปืนออกมาพร้อมกับเล็งไปที่ภาคิน ปัง! ! 

พอภาคินได้ยินเสียงปืนจึงกระโดดหลบไป    ปัง!   ปัง !  ปัง!   เสียงปืนที่ไล่หลังเขามายังคงดังแข่งกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ภาคินวิ่งหนีเพื่อไม่ให้ตัวเองโดนลูกปืนชายฉกรรจ์ทั้งสี่ มีสองคนยังคงวิ่งตามเขามา แต่ในสภาพฝนที่ตกหนักทำให้ไม่มีใครวิ่งตามภาคินไป