ทุกครั้งความรักของภาคินมักจะมีสายฝนที่ตกลงมาใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นการบอกรัก บอกเลิก หรือการตกหลุมรัก ก็จะมีสายฝนตกตกลงมาอยู่เรื่อยไป รักครั้งใหม่ก็เช่นกันแต่จะสมหวังหรือไม่ ลุ้นช่วยกันนะ
ชาย-ชาย,รัก,โรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ปิ่นโต…ผูกรักทุกครั้งความรักของภาคินมักจะมีสายฝนที่ตกลงมาใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นการบอกรัก บอกเลิก หรือการตกหลุมรัก ก็จะมีสายฝนตกตกลงมาอยู่เรื่อยไป รักครั้งใหม่ก็เช่นกันแต่จะสมหวังหรือไม่ ลุ้นช่วยกันนะ
" อรุณสวัสดิ์ครับท่านประธาน "
เสียงเลขาหน้าห้องกล่าวทักทายนายของตน ก่อนจะเข้าไปในห้องทำงาน
" ครับ...เอ่อวันนี้เรียกประชุมบ่ายให้ด้วยนะครับ ช่วยนัดให้ทีนะคุณเลขา"
" ได้ครับท่านประธาน "
หลังจากแจ้งเลขาหน้าห้องภาคินรีบเดินเข้าไปเคลียร์งานบนโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนจะจับโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งข้อความไปหาใครบางคน
ภาคิน : วันนี้ผมมีเรื่องจะคุยด้วยสะดวกไหมครับ
พาย : ว่างสิว่างเสมอเลยสำหรับภาคิน
ภาคิน : หนึ่งทุ่มเจอกันที่ร้านอาหารกะรัตนะ
พาย : ตกลงครับ ชวนดินเนอร์หรือเปล่าเนี่ย
วันนี้เขาต้องเคลียร์ กับพายให้รู้เรื่อง จะไม่ปล่อยให้เขามายุ่งวุ่นวายกับเขาอีกเป็นอันขาด หลายเดือนที่ผ่านมาพายพยายามติดต่อมาหา ชวนไปดูหนัง ทานข้าว แต่ก็ต้องปฏิเสธอยู่เรื่อยไป
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
" เชิญครับ "
" พี่คินว่างไหมคะ กชจะขอคุยด้วยหน่อย "
" มีอะไรว่ามาเลย ไม่ว่างก็ต้องว่างแหละสำหรับน้องสาวสุดที่รัก "
" แหมน้ำเสียงประชดประชันนะคะ "
คนตัวเล็กจับเก้าอี้เลื่อนออกมานั่งลงพร้อมจ้องมองหน้าพี่ชายอย่างเอาเรื่อง
" กชจะไม่ถาม แต่จะให้พี่คินเล่าเรื่องในใจตอนนี้ให้กชฟังค่ะ "
" เรื่องอะไร "
ภาคินเงยหน้ามองน้องสาวอย่างงุนงง
" แฟนเก่าไงคะ ยังไงเล่ามาเลย อย่าให้กชต้องสืบเองนะคะ "
" เนี่ยเราสนใจเรื่องของคนอื่นจนไม่เป็นอันทำงานเลยรึไงฮึ "
หน้าตากชพรที่มองมาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ความที่เป็นห่วงพี่ชาย ไม่อยากให้พี่ชายเจ็บกับรักครั้งใหม่และก็เป็นคนเก่าคนเดิม
" เราก็แค่บังเอิญเจอกัน ตอนไปทานข้าวพอดี ตะวันกับองศาเข้าไปทักทายก่อนก็เลยได้นั่งทานข้าวด้วยกัน ก็แค่นั้น"
" นานหรือยังคะ "
" น่าจะ 7-8 เดือนได้แล้วมั้ง "
" หือ? งั้นก็แสดงว่าคุยกันมาตลอดเลยสินะคะ "
" ก็ประมาณนั้น แต่ส่วนมากพี่ก็ไม่ค่อยว่างหรอก จะเป็นพายมากกว่าที่โทรมาก่อน หรือไม่ก็ส่งข้อความมา "
" ตกลงจะรีเทิร์นงั้นสิคะ "
" ไม่หรอก พี่คิดว่ามันคงกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอก พี่เจ็บแล้วจำนะจะบอกให้ "
" โอเค จำได้ก็ดีค่ะ รอบนี้ไม่โอ๋แล้วนะคะ รอบที่แล้วตั้งใจว่าจะไปเรียนชิวๆให้พี่ชายคอยดูแล แต่กลับกันต้องคอยดูแลตลอด เพราะเมาหัวราน้ำทุกวัน กชเป็นห่วงหรอกนะคะ กว่าพี่คินจะผ่านมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ถึงจะผ่านมาเป็น 10 ปีแล้วก็เถอะ "
" รู้แล้วครับ..คุณน้องสาวสุดที่รัก "
" แต่วันนี้พี่นัดพายไปทานข้าวนะ ว่าจะเคลียร์ให้มันจบๆ ไม่อยากให้ความหวังเขาด้วย "
" โทรบอกก็ได้มั้งคะไม่จำเป็นต้องนัดไปทานข้าวเลย "
" แต่พี่นัดไปแล้วด้วยสิ "
" ยกเลิกได้ค่ะเผื่อพี่ไม่ทราบ ถ้างั้นเดี๋ยวกชจะตามไปด้วย ห่างๆ ก็ได้ ร้านไหนสั่งให้กชด้วย "
พูดเสร็จกชพรรีบลุกขึ้นไปแล้ว รีบเดินออกจากห้องไปทันทีไม่ทันให้พี่ชายได้ห้ามปรามเลย
//..เมื่อ13 ปีที่แล้ว....//
หลังจากที่พายบอกเลิกไป ภาคินตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศพร้อมกับน้องสาวคนเล็ก แต่ก็ยังลืมพายไม่ได้เอาแต่จมกับอดีต โทษตัวเองซ้ำๆ ดื่มเหล้าทุกวัน จากที่ต้องดูแลน้องกลับกลายเป็นว่าต้องให้น้องคนเล็กดูแลตัวเอง บางวันก็นั่งร้องไห้อยู่มุมห้องคนเดียว บางวันพูดอยู่คนเดียว อยู่กับเรื่องเดิมๆ จนน้องสาวเริ่มชินกับสภาพที่เห็น พอผ่านไป 1 ปีเริ่มปรับตัวได้ รักษาแผลใจได้สักระยะก็เริ่มเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย หันกลับมาดูแลตัวเองดูแลน้องสาวตั้งใจเรียนอย่างเดียวและตั้งปณิธานว่าจะไม่มีใครในชีวิตอีกเลย หลังจากนั้นก็กลับมาสานต่อธุรกิจของปู่กับพ่อทำงานหามรุ่งหามค่ำโดยมีเลขาปุลินที่เคยอยู่กับพ่อคอยช่วยอยู่เสมอมา
.....
" พี่ภาคินทานข้าวเที่ยงกันค่ะ "
ภาคินเงยหน้ามองเสียงที่คุ้นเคยดังเข้ามาในห้อง จนต้องวางปากกาแล้วเดินไปนั่งตรงโซฟาเพื่อทานข้าวกับน้องสาวแต่วันนี้มีตัวพ่วงเพิ่มมาอีก 1 คน
" วันนี้พี่กรจะมาทานข้าวกับพวกเราค่ะ ได้ทานข้าวร่วมกัน 3 คนพี่น้องคิดถึงตอนเด็กๆเลยนะคะ "
สามคนพี่น้องนั่งทานข้าวไปคุยหยอกล้อกันไป หลังจากทานข้าวเสร็จภาคินเริ่มมองหน้าน้องชายคนกลาง สายตาสื่อความหมายว่าต้องมีเรื่องอื่นมากกว่าการที่มาทานข้าวที่นี่
" ที่จริงจะมาฝากท้องแค่วันนี้แหละแต่มากกว่านั้นคือ ทำไมพี่เรียกประชุมด่วนครับ "
"นั่นสิคะ "
ภากรถามขึ้นมาพร้อมกับเสียงกชพรตามมา
" พอดีช่วงนี้ดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้เหมือนมีคนคอยตามพี่ตลอดเวลา"
" ห๊า! ! ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ "
กชพรขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมจ้องหน้าพี่ชายคนโต
" ก็ช่วงที่ออกไปดูที่ดินที่จะซื้อเพิ่มนั่นแหละ รู้สึกเหมือนมีคนคอยตามตลอด "
" แล้วพี่คินบอกใครไปบ้างหรือยังคะ"
สองพี่น้องมองหน้าพี่ชายคนโตอย่างอดห่วงไม่ได้
" พี่คุยกับพ่อแล้ว แล้วพ่อก็เลยหาบอดี้การ์ดมาขับรถให้ ของพวกเราด้วยนะอาจต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตสักเล็กน้อย แล้วเรื่องนี้ก็ห้ามพูดกับใคร รู้กันแค่คนในครอบครัวเท่านั้น แต่ห้ามบอกแม่เด็ดขาดนะเข้าใจใช่ไหม กชพร "
ภาคินมองหน้าน้องสาวพร้อมกำชับเป็นอย่างดี กชพรกับภากรพยักหน้ารับรู้และต้องระวังตัวไปด้วย
" พี่แค่จะแจ้งเรื่องการปรับปรุงในส่วนของการจัดงานในโรงแรม ว่าจะแยกออกไปด้านข้าง กับเรื่องสถานที่สร้างคอนโดใหม่นี่แหละ แต่เรื่องที่ดินยังเหมือนเดิมกรต้องรับทำเรื่องนี้ไปอย่างเงียบๆ มีอะไรต้องปรึกษากันทันที "
หลังจากสามพี่น้องทานข้าวเสร็จก็ต้องเตรียมตัวเข้าประชุมด่วนจากการนัดหมายของเลขาปุลินที่แจ้งไปยังตัวแทนของคณะกรรมการและฝ่ายต่างๆ ในห้องประชุมเล็ก
หลังเลิกงานวันนี้ภาคินยังไม่ลุกออกจากโต๊ะทำงาน ยังคงเคลียร์งานที่ยังมีเอกสารกองอยู่บนโต๊ะ กว่าจะแล้วเสร็จก็เกือบหนึ่งทุ่ม เสียงโทรศัพท์ภาคินดังขึ้น
[ พี่คิน...กชมารอที่ร้านอาหารแล้วนะ แฟนเก่าพี่นั่งชูคอรอพี่ตั้งแต่หัววันแล้วละมั้ง ลอยหน้าลอยตายังกะมาออกเดทเลย ]
เสียงน้องสาวสุดที่รัก รายงานมาให้พี่ชายได้รับฟังอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ออกจะหงุดหงิดด้วยซ้ำไป
" เออ พี่ลืมเลยทำงานเพลินไปหน่อยไปเดี๋ยวนี้แหละ"
ภาคินวางสายจากน้องสาวแล้วส่งข้อความหาพายทันที
ภาคิน : อาจจะเลทหน่อยนะพายพอดีเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ
พาย : รอได้ไม่เป็นไร
จากนั้นภาคินเดินหายเข้าไปในห้องนอน ก่อนจะหยิบกุญแจรถออกมาแล้วขับรถมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่นัดกับพายไว้ วันนี้ภาคินแจ้งคนของพ่อไว้ว่าจะไม่ออกไปไหนทำงานเสร็จจะนอนที่โรงแรมตอนไปร้านอาหารเลยต้องขับรถไปเองโดยที่ไม่รู้ว่ามีผู้ชาย 2 คนกำลังติดตามเขาดูเขาอยู่
" ขอโทษนะพายนัดเองแท้ๆ ดันมาสายเลย "
" ไม่เป็นไร แต่พายสั่งอาหารไปให้แล้วนะ ของโปรดคินทั้งนั้นเลย "
" ที่จริงไม่ต้องสั่งมาเยอะหรอก พอดีไม่ค่อยทานข้าวเย็นเท่าไหร่ "
" เสียดายแย่เลยสั่งมาแล้วงั้นก็ทานสักหน่อยละกัน "
พายตักอาหารอยู่ตรงหน้า มาวางบนจานของภาคิน เขาเลยจำใจต้องตักเข้าปากเพื่อไม่ให้เสียมารยาท
" แล้ววันนี้นัดพายมามีอะไรจะเซอร์ไพรส์หรือเปล่านะ"
" ที่จริงมีเรื่องจะบอกพาย ว่าเราสองคนกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้หรอก อย่างที่พายเคยขอให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม คงแค่สถานะคนรู้จักก็น่าจะพอ "
" คิน......ไม่คิดถึงตอนที่เรามีช่วงเวลาที่ดีๆ ด้วยกันเลยหรอ "
" ไม่หรอก มันผ่านมานานแล้ว และก็เป็นอดีตมาแล้วไม่อาจเอากลับมาได้อีก "
" หึ ได้แค่คนรู้จักสินะ แม้กระทั่งคำว่าเพื่อนก็ไม่ได้เลยเหรอ "
" แค่คนรู้จักก็พอแล้วสำหรับพาย ก็โตๆ กันแล้วไม่น่าจะต้องพูดให้ยุ่งยาก"
" ก็คิดไว้แล้วแหละ แต่พายก็จะไม่ยอมแพ้หรอกนะ "
" งั้นผมขอตัวนะ พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า"
ภาคินลุกขึ้นเดินผ่านโต๊ะของน้องสาวที่นั่งอยู่ไม่ไกล กชพรยกนิ้วให้พี่ชายพร้อมยิ้มมุมปากเบาๆ แล้วเดินออกไปขึ้นรถทันที เขาหวังว่าพายคงจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดออกไปถึงแม้ว่าพายจะเป็นรักแรกของเขาแต่อาจจะเป็นรักครั้งสุดท้ายของเขาเลยก็ได้เพราะต่อจากนี้เขาคงเข็ดกับการมีความรักไปแล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่ครองโสดมาจนถึงทุกวันนี้ ภาคินขับรถมุ่งหน้ากลับไปที่คอนโดให้เร็วที่สุดวันนี้เขาเหนื่อยกว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา ภาคินขับรถฝ่าสายฝนที่เทลงมาอย่างไม่ขาดสาย กำลังจะเลี้ยวเข้าซอยข้างหน้า แต่มีรถยนต์อีกคันที่ออกมาจากซอยหักหน้ารถมาชนเข้ากับรถภาคิน อย่างตั้งใจ
โครม ! ! !
" อะไรอีกละเนี่ย !"
ภาคินส่ายหัวไปมาพร้อมกับมองหาร่มที่อยู่ในรถ แล้วเปิดประตูลงไป ยังไม่ทันได้เจอหน้าคนขับรถอีกคัน
ตุ๊บ ! ! !
ภาคินล้มลงจากแรงถีบมาจากด้านหลังทำให้คนตัวใหญ่ล้มลงไป แต่ก็ยังดีที่เขาใช้มือค้ำยันไว้ไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น เขายังพอมีสติแล้วรีบลุกขึ้นหันไปประจันหน้ากับชายร่างสูงที่ปิดหน้าเอาไว้จากนั้นการต่อสู้จึงเริ่มขึ้น 4รุม1คน ไม่ใช่ปัญหาของภาคินเลยเขารับมือได้อย่างง่ายดาย ชายร่างท้วมที่อยู่ในรถคันที่ชนกับภาคินเห็นว่าลูกน้องสู้ไม่ได้จึงหยิบปืนออกมาพร้อมกับเล็งไปที่ภาคิน ปัง! !
พอภาคินได้ยินเสียงปืนจึงกระโดดหลบไป ปัง! ปัง ! ปัง! เสียงปืนที่ไล่หลังเขามายังคงดังแข่งกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ภาคินวิ่งหนีเพื่อไม่ให้ตัวเองโดนลูกปืนชายฉกรรจ์ทั้งสี่ มีสองคนยังคงวิ่งตามเขามา แต่ในสภาพฝนที่ตกหนักทำให้ไม่มีใครวิ่งตามภาคินไป