" เขา…ผู้มีความรักในใจเพื่อใครคนหนึ่ง และปริศนาในความทรงจำที่หายไป…ของเธอ "

ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว - ตอนที่ 11 ปลดล็อคความทรงจำ โดย ทิรพพย์ : T. La Pop @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-หญิง,แฟนตาซี,ยุคปัจจุบัน,ลึกลับ,ปริศนา,โลกคู่ขนาน,ผจญภัย,สืบสวนสอบสวน,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,รัก,ความจำเสื่อม,คลั่งรัก,ตลก,ตกหลุมรัก,ความรัก,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-หญิง,แฟนตาซี,ยุคปัจจุบัน,ลึกลับ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา,โลกคู่ขนาน,ผจญภัย,สืบสวนสอบสวน,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,รัก,ความจำเสื่อม,คลั่งรัก,ตลก,ตกหลุมรัก,ความรัก,ดราม่า

รายละเอียด

ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว โดย ทิรพพย์ : T. La Pop @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

" เขา…ผู้มีความรักในใจเพื่อใครคนหนึ่ง และปริศนาในความทรงจำที่หายไป…ของเธอ "

ผู้แต่ง

ทิรพพย์ : T. La Pop

เรื่องย่อ

เป็นเพราะความบังเอิญ พรหมลิขิต ปาฏิหาริย์ โชคชะตา หรืออะไรก็ตามที่ไม่สามารถอธิบายได้แต่เหมือนเป็นเส้นใยบางๆ ที่เชื่อมโยงกันไว้แล้วนำพาให้คน 2 คนที่ต่างเส้นทางต่างชีวิตกันให้ได้มาพบกัน โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า “มีบางสิ่ง” ที่คนทั้งคู่ต่างทำหายไป ณ ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต แต่กลับสามารถเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ท่ามกลางปริศนาและคนแปลกหน้าที่ค่อยๆ ก่อตัวเกิดเป็นความวุ่นวายเข้ามาสู่ชีวิตของทั้งคู่โดยที่เขาและเธอเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน..

สารบัญ

ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 1 สัญญานะ,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 2 สัญญาณ,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 3 Grand Opening,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 4 แอบปลื้ม,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 5 คือคนเดียวกัน,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 6 ตัวจริงของปุ่น,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 7 "ภัยเงียบ" เจ้าเสน่ห์,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 8 ช่อดอกไม้ปริศนา,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 9 ความรักนี้เพื่อเธอ,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 10 เล่มที่ถูกต้อง,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 11 ปลดล็อคความทรงจำ

เนื้อหา

ตอนที่ 11 ปลดล็อคความทรงจำ

คืนนั้น อนาวิณ ลอฟ ศิลปินหนุ่มชื่อดังผู้ตกหลุมรักนักเขียนผู้ใช้นามปากกา " เยือกทิวา " ได้นั่งอ่านหนังสือความงามสีเทารวดเดียวจบเล่มจนถึงเช้าวันใหม่ด้วยหัวใจที่เต้นระทึกเพราะตลอดทั้งคืนนั้นทุกหน้าที่เขาเปิดอ่านผ่านไป ทุกข้อความถ้อยคำที่ร้อยเรียงออกมาเปรียบเสมือนการย้อนเวลากลับไปในอดีตที่แสนเจ็บปวดและเงียบเหงาจนสุดหัวใจ แต่ทว่า มีรายละเอียดเล็กๆ ที่แสนอบอุ่นและน่าจดจำผุดขึ้นมาในห้วงแห่งความทรงจำของเขาอีกครั้งอย่างชัดเจน เรื่องราวทุกอย่างที่เคยเกิดขึ้นในความฝันซ้ำๆ ซากๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้นส่งผลกระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของเขามาโดยตลอด กระทั่งบัดนี้ทุกๆ คำตอบได้มาอยู่ในหนังสือเล่มนี้เพียงเล่มเดียวแล้ว และความรู้สึกอันเป็นปริศนาต่างๆ ที่เขามีต่อนักเขียนเจ้าของนามปากกาเยือกทิวาหรือปุ่นคนนั้นได้ถูกเฉลยออกมาในคืนนั้นเอง

ใช่แล้ว...เขากำลังตกหลุมรักเยือกทิวาหรือปุ่น ไม่ใช่เพียงเพราะหล่อนเป็นนักเขียนที่ชื่นชอบเท่านั้น แต่เป็นเพราะหล่อนคือ “ รักแรก ” ป๊อปปี้เลิฟในวัยเยาว์ที่เขาโหยหามาตลอดและจะไม่มีวันลืมเลือนตลอดไป แต่เพราะเหตุใดกันเขาจึงจดจำสิ่งเหล่านี้ของเธอได้เพียงแค่ความเลือนลางที่ตกค้างในเบื้องลึกที่สุดของความรู้สึกและความทรงจำ แม้กระทั่งเวลานี้เขายังนึกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่าจุดเริ่มต้นใดที่ทำให้เขาได้พบกับเธอเมื่อครั้งเยาว์วัย แต่สิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจแน่ชัดว่าเด็กน้อยในทุ่งหญ้าที่ปรากฏในความฝันของเขาคือเธอคนนี้ไม่ผิดตัวแน่นอน ส่วนเหตุผลที่ทำให้เขามั่นใจนั่นก็คือภาพประกอบภาพหนึ่งที่อยู่ในหนังสือเล่มนั้นนั่นเอง ซึ่งเป็นภาพโมโนโทนของบ้านพักในชนบทเชิงเขาที่มีทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้กอเล็กๆ ขึ้นปะปนทั่วบริเวณซึ่งอยู่ไม่ห่างจากตัวบ้านหลังหนึ่งไม่มากนักที่มีภาพของเด็กชายและเด็กหญิงกำลังวิ่งเล่นกันอยู่ ณ ทุ่งหญ้าแห่งนั้น

แม้ว่าภาพนั้นเป็นภาพที่ถ่ายจากระยะไกล แต่เขาจำได้ดีว่าบ้านหลังนั้นคือบ้านพักตากอากาศส่วนตัวของแด๊ดดี้ที่มักจะพาเขาและแม่ไปเที่ยวพักผ่อนเสมอเมื่อถึงวันหยุดยาวและที่สำคัญเด็กชายในภาพคนนั้นคือตัวเขาเอง

ในเมื่อเวลานี้ความฝันที่เลือนลางของเขากลับได้รับการเฉลยออกมาโดยผู้ที่เขาเองก็คาดไม่ถึงผ่านทางหนังสือเล่มพิเศษนี้ จึงยิ่งทำให้เขาปรารถนาที่จะเข้าไปใกล้พื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของผลงานเขียนเล่มนี้มากยิ่งขึ้น และเขามีความเชื่อมั่นลึกๆ ว่าเธอคนนั้นต้องมีชิ้นส่วนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญหรือเธออาจเป็นกุญแจลึกลับที่สามารถปลดล็อคปมความฝันและความทรงจำของเขาได้แน่นอน รวมไปถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเขาเองซึ่งในขณะนี้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นถึงความรู้สึกคุ้นเคย ความกังวลห่วงใย รวมไปถึงความรู้สึกรักที่มีต่อเธอคนนั้น เพียงแต่ยังมีช่องว่างของความทรงจำที่เกี่ยวกับเธอที่เขายังคงต้องหาคำตอบต่อไป

เมื่อทุกความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นและเต้นกระเพื่อมแน่นคับอกจนไม่อยากเก็บไว้เพียงคนเดียวแล้วในเวลานี้ ทำให้สมองของเขานึกถึงคนแรกที่เขาอยากจะตะโกนเสียงดังๆ ใส่หน้าได้อย่างสบายใจก็คือ..ทิวธง..ผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและญาติ เพราะทิวธงมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาทางฝั่งแม่ ผู้ซึ่งสามารถตายแทนกันได้ของเขานั่นเอง

“ ทิว ทิวโว้ย!! เปิดประตูให้หน่อย!! ” เขาวิ่งขึ้นมาที่ชั้นบนสุดซึ่งเป็นห้องของทิวธง และยืนเคาะประตูเรียกโหวกเหวกเสียงดังตามความรู้สึกภายในใจของเขาอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง

นับว่าเป็นความโชคดีของเขาอย่างหนึ่งที่จะทำเสียงดังมากแค่ไหนก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเกรงใจใครในห้องข้างๆ เพราะไม่มีห้องอื่นปะปนในชั้นห้องพักของเขาและทิวธงเลยเพราะห้องพักของเขาทั้งคู่ถูกออกแบบให้เป็นการเชื่อมกันของห้องชั้นบนและชั้นล่าง ซึ่งเดิมทีคุณพ่อของทิวธงตั้งใจซื้อเหมาชั้นเอาไว้ 2 ชั้น เพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับกิจการที่ทิวธงต้องการสร้างเป็นของตนเองเมื่อกลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทยอีกครั้งเมื่อหลายปีก่อน

 “ ไอ้คุณทิว ถ้านายไม่เปิด ฉันจะเคาะเรียกนายอยู่อย่างนี้ล่ะ ” เจ้าของห้องยังเงียบอยู่ เขาจึงโวยวายร้องขู่ทันที จนกระทั่ง ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับหน้าตาสลึมสลือที่บอกว่ายังไม่ตื่นและไม่อยากตื่นของทิวธง

 “ นี่!! พ่อซุปตาร์!! เอะอะอะไรแต่เช้าคร้าบ ก็บอกแล้วไงว่านายได้หยุดนี่นา " เจ้าของห้องลากเสียงถามช้าๆ พร้อมขยี้หัวขยี้ตายืนหลับตาพิงประตูแล้วถามผู้มาเยือนยามเช้าตรู่ของเขาต่อ

" หวังว่ามันคงเป็นเรื่องสำคัญนะ ถ้าไม่ใช่ นายโดนอัดแน่ ” ทิวธงขู่ย้ำพร้อมกับทำหน้ามุ่ยใส่

 “ สำคัญสิวะ เพราะมันเป็นเรื่องความฝันเดิมๆ ตัวปัญหาของฉัน ที่นายเองก็รู้ไง ” เขาแอบยิ้มนิดหนึ่งพร้อมแววตาที่มีประกายสดใสแลดูเจ้าเล่ห์เพิ่มขึ้นเมื่อรู้ว่าตัวเขาต้องพูดเรื่องอะไรจึงจะดึงดูดความสนใจของทิวธงได้ในเวลาแบบนี้

“ ว่าไงนะ นายรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกรึ ” เป็นจริงตามคาด ทิวธงตาสว่างทันทีเมื่อได้ยินเรื่องนั้น เขาจึงตอบกลับทิวธงด้วยการพยักหน้านิ่งๆ แววตาจริงจัง

“ ไหน ลองเล่ามาซิ ถ้าคืบหน้าจริง ฉันจะไม่อัดนายที่มาพังการหลับลึกของฉันในเช้านี้ ” ทิวธงลืมตาแล้วหันมาชี้นิ้วใส่หน้าชายหนุ่มหน้าห้องพร้อมกับเดินนำเข้ามานั่งที่โซฟารับแขกตัวเมื่อคืนพร้อมกับผายมือเชิญให้เพื่อนซุปตาร์ที่เดินตามหลังเข้ามาเริ่มเล่าได้เลย

“ อันดับแรก ฉันรู้แล้วว่าเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่อยู่ในความฝันของฉันคือใคร ” เขายิ้มพร้อมกับน้ำเสียงที่ทำให้อีกฝ่ายได้ยินแล้วรู้สึกถึงความสดใสที่ผิดปกติไป

“ อือ แล้วใครล่ะ เฮ้ย!! นายก็เล่ามาสิวะ ไม่ต้องรอให้ถาม ฉันอยากรู้ ” ทิวธงสวนกลับด้วยความใจร้อน

“ ฮ่าๆๆ โอเคๆ ฉันจะเล่าแบบต่อเนื่องเลยนะ นายห้ามแทรกเด็ดขาดและฟังให้จบก่อน มีอะไรอยากรู้ก็ค่อยมาไต่สวนฉันทีหลัง ” เขาจ้องหน้าเพื่อนซี้ขี้หงุดหงิดด้วยรอยยิ้มสดใสแทนการบอกว่าสิ่งที่กำลังจะได้ยินต่อไปนี้คือเรื่องจริงทั้งหมด

“ จัดมาเล้ย ฉันพร้อม!! ” ทิวธงตอบ

“ ฟังดีๆ นะ คุณปุ่นคือคำตอบของข้อแรกเมื่อกี๊ เธอคือเด็กผู้หญิงคนนั้น!!! ทิว แกได้ยินฉันไหม คุณปุ่นคือเด็กที่อยู่ในความฝันของฉันมาตลอด ฉันดีใจมากที่เริ่มจำเหตุการณ์ในปีนั้นได้บ้างแล้วเกือบทุกอย่างและชัดเจนมากขึ้นด้วยหนังสือเล่มนี้ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือฉันได้พบและรู้จักกับเธออีกครั้งหลังจากวันนั้น..วันที่เธอกลับมาไทยพร้อมกับพ่อแม่แล้วไม่เคยกลับมาที่อังกฤษอีกเลย นายรู้ไหม ช่วงเวลานั้น ฉันอายุแค่ 9 ขวบ เป็นเด็กผู้ชายที่มีแต่ปัญหาเพราะทุกคนมองว่าฉันเป็นตัวสร้างปัญหา เด็กเอเชียผมดำที่มักถูกรุมแกล้งและไม่มีใครอยากเล่นด้วย เพราะพ่อแม่ของเด็กทุกคนกลัวว่าฉันจะทำร้ายลูกๆ ของพวกเขานั่นเป็นเพราะฉันไม่อยากถูกแกล้งฝ่ายเดียวจึงต้องสู้กลับเจ้าเด็กพวกนั้นบ้าง แต่ไม่มีใครสักคนที่จะไถ่ถามกับฉันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น ขนาดแม่ของฉันเองยังต้องอดทนยอมรับฟังคำต่อว่าของพ่อแม่เจ้าพวกนั้นเพื่อตัดปัญหาเพราะแม่เพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ไม่นาน นายลองคิดดูสิ ฉันจะรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว ขาดความมั่นใจขนาดไหนที่ต้องเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการ วันนั้นฉันไม่ใช่คนที่นายเห็นเหมือนกับเมื่อครั้งที่เรารู้จักกันหรอกนะ จนกระทั่งวันหนึ่งฉันได้รู้จักกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่เรียกตัวเองว่าหนูปุ่นที่เติบโตมาเป็นคุณปุ่นที่ฉันและนายรู้จักในตอนนี้นี่แหละ จากความทรงจำที่พอจะนึกออกของฉันคือพ่อแม่ของเธอเป็นคนไทยที่ย้ายมาเช่าอยู่บ้านข้างๆ กันกับบ้านของแด๊ดดี้ที่อยู่ในเมืองไบรตัน (Brighton) ตอนที่เจอกันครั้งแรก ฉันเห็นเธอกำลังถูกรุมแกล้งจากพวกเด็กเกเรที่สนามเด็กเล่นแถวบ้าน ฉันจึงเข้าไปช่วยไว้ ตั้งแต่วันนั้นฉันกับหนูปุ่นจึงเล่นด้วยกันเป็นประจำ ส่วนแม่ของฉันก็สนิทกันกับพ่อแม่ของเธอด้วยความที่เป็นคนไทยเหมือนกัน ช่วงเวลานั้นฉันมีความสุขมาก จนลืมความโดดเดี่ยว ความเหงาต่างๆ จนหมดสิ้น ฉันจะคอยปกป้องหนูปุ่นจากพวกเด็กเกเรที่ชอบมารังแกพวกเราหลายครั้ง ฉันรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเป็นอัศวินที่คอยปกป้องเจ้าหญิงตัวน้อยจากอันตรายต่างๆ ส่วนเธอที่พูดไม่ค่อยชัดนักมักจะเรียกฉันว่า เอลฟ์ วิน แต่ทุกครั้งเสียงที่ออกมาจะกลายเป็น " เอลฟิ่น " ตลอด ฮ่าๆ ฉันเคยถามหนูปุ่นนะว่าทำไมเรียกฉันว่า เอลฟ์ วิน แล้วหนูปู่นก็หันหน้าแป้นๆ แก้มกลมๆ มาตอบฉันว่า...เพราะฉันเหมือน เอลฟ์ ไง เป็นภูตผู้พิทักษ์ประจำตัวที่คอยคุ้มครองเธอจากเด็กเกเร คำตอบนั้นทำให้ฉันภูมิใจและมีความสุขมาตลอดหนึ่งปีกว่าโดยที่ไม่เคยคิดว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในวันหนึ่งที่ครอบครัวของเราสองคนชวนกันขับรถไปปิคนิคกันที่บริเวณเนินเขาที่มีทุ่งหญ้าสวยงามแห่งนั้น ฉันได้ยินพวกผู้ใหญ่คุยกันว่าสัปดาห์หน้าคุณพ่อคุณแม่ของหนูปุ่นจะพากันกลับไปเยี่ยมคุณยายที่ไทย เมื่อฉันได้ยินว่าหนูปุ่นต้องกลับไทย ใจของเด็กขี้เหงาอย่างฉันแทบจะสลายเลยทีเดียวเพราะฉันจะไม่มีเพื่อนที่เล่นด้วยกันอีกแล้ว พอทานอาหารเสร็จฉันจึงปลีกตัวออกมาเดินเล่นคนเดียวด้วยความรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก แล้วหนูปุ่นก็วิ่งตามออกมาเพื่อเล่นกับฉันแล้วเล่าว่าพ่อแม่ต้องพาเธอกลับไปเยี่ยมคุณยายก่อนแล้วจึงจะกลับมาเข้าเรียนที่โรงเรียนเดียวกันกับฉันในเทอมถัดไป แต่หนูปุ่นเห็นฉันซึมเธอจึงปลอบฉันตามประสาเด็กๆ แล้วสัญญาว่าจะรีบกลับมาเล่นด้วยกันให้เร็วที่สุด ทุกวันฉันเฝ้านับวันเวลาให้ครบ 3 เดือนโดยเร็วและเมื่อครบกำหนดที่หนูปุ่นต้องกลับมา ฉันรีบกลับมาจากโรงเรียนแล้วหยิบของขวัญที่เตรียมไว้ให้หนูปุ่นเป็นการต้อนรับวิ่งออกมาจากบ้านแล้วไปกดกริ่งเรียกที่หน้าบ้านอยู่อย่างนั้น จากนาทีเป็นชั่วโมง จากชั่วโมงเป็นหลายชั่วโมง กระทั่งแด๊ดดี้สังเกตเห็นจึงออกมานั่งรอเป็นเพื่อนฉันอยู่อย่างนั้นจนฉันหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้ว และฉันทำอยู่อย่างนี้ทุกวันๆ จนเวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เป็นปี จนกระทั่ง มีครอบครัวใหม่ย้ายเข้ามาอาศัยแทน ฉันจึงหยุดการรอคอยเธอด้วยความโกรธและโมโหที่เธอผิดสัญญา ทำไมต้องโกหกว่าจะกลับมาทั้งๆ ที่ความจริงคือไม่กลับมาอีกแล้ว ตั้งแต่วันนั้น ฉันเอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่คนเดียวไม่เหมือนเดิม จนสุดท้าย แด๊ดดี้อดสงสารฉันไม่ได้เขาจึงเริ่มหาอะไรให้ฉันทำพร้อมกับเริ่มค้นหาความชอบและถนัดของฉัน เพื่อที่ฉันจะได้ปลดปล่อยตัวเองและหันหลังออกมาจากความเศร้านั้น จึงทำให้จากเดิมที่ฉันไม่ค่อยสนิทกับแด๊ดดี้ กลายเป็นเขาใช้เวลาส่วนใหญ่มาทุ่มให้กับฉันคนเดียวนับแต่นั้นความสัมพันธ์ระหว่างฉันและแด๊ดดี้จึงดีขึ้นเรื่อยๆ และเรื่องราวของเธอก็กลายเป็นบาดแผลแรกที่ฉันไม่ต้องการจำ ก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของฉัน จนมาถึงเมื่อคืนที่ฉันได้อ่านหนังสือเล่มนี้แหละ มันพาความทรงจำที่ฉันปิดกลอนล็อคเอาไว้ออกมาจนเกือบหมด และที่สำคัญวันนี้ฉันได้เจอเธอแล้ว ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอไปไหนอีกเด็ดขาด และฉันจะถามความจริงจากเธอว่าทำไมวันนั้นเธอจึงไม่กลับไปตามที่สัญญาไว้ ” เขาสูดลมหายใจเข้าเพื่อระงับความตื่นเต้น แล้วตะโกนใส่หน้าทิวธงดังๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนอารมณ์เป็นการเล่าเรื่องราวในวัยเยาว์ของเขาที่ไม่เคยมีใครได้รู้มาก่อน

“ เอ่อ ฉันพูดไม่ออกว่ะ วิน คือ ถ้าไม่ใช่นาย ฉันต้องคิดว่าเป็นเรื่องที่แต่งมาอำฉันแน่ๆ ฉันไม่เคยมีความเชื่อเรื่อง การกลับมาเจอกันอีกครั้งของเพื่อนรักวัยเด็ก หรือแบบที่ใครๆ เขาเรียกว่า โชคชะตา พรหมลิขิตหรือปาฏิหาริย์ อะไรแบบนั้นเลยนะ เพราะฉันคิดว่ามันไม่ได้มีอยู่จริงบนโลกที่วุ่นวายใบนี้ แล้วนี่เรื่องของแก มันเหมือนแยกจากกันมาคนละซีกโลกเลยนะเว้ย เวลาก็ตั้งเป็นสิบๆ ปีมาแล้วด้วย ” ทิวธงออกความเห็นด้วยความอรู้สึกที่ทั้งทึ่ง อึ้งและงงกับเรื่องราวที่ได้ยินจากปากของเพื่อนรักซุปตาร์

“ เดี๋ยวนะ วิน ถ้าให้ฉันสรุปสั้นๆ คือ น้องปุ่นเป็นรักแรกป็อปปี้เลิฟวัยเด็กของนาย และนายยังคงรู้สึกแบบนั้นตลอดมา ที่สำคัญคือนายคิดที่จะจีบน้องปุ่นอย่างจริงจังอีกครั้ง ถูกไหม และอีกคำถามคือ น้องเขาจำแกได้หรือเปล่านี่สิ ฉันว่า มันฟังดูยากมากอยู่นะ วิน แล้วนี่ยังไม่นับรวมไอ้เจ้าทายาทไฮโซก้างชิ้นใหญ่ที่น้องปุ่นเขาทำงานด้วยอีกนะ ” ทิวธงสรุปเรื่องตามความเข้าใจของตนเเองอีกครั้ง

“ ใช่แล้ว ที่นายเข้าใจนั้นถูกทุกอย่าง อันดับแรกฉันต้องการให้เธอรู้ว่าฉันคือใครและจำฉันได้ก่อน ” เขายิ้มรับอย่างมีความสุข ก่อนที่จะยื่นหนังสือความงามสีเทาไปให้ทิวธง

“ อะไรน่ะ วิน หนังสือนายไง ทำไมวะ ” ทิวธงถามพลางนิ่วหน้าสงสัย

“ นายลองเปิดดูสิ หน้าที่ฉันคั่นเอาไว้น่ะ ฉันคงต้องรบกวนให้นายช่วยอีกแล้วล่ะ ” เขาพูดพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์

“ โอ๊ะ เปลี่ยนอารมณ์เร็วจริงแฮะเจ้าคนนี้ ไหนๆ มีอะไร เอามาดูหน่อยสิ " พูดจบ ทิวธงคว้าหนังสือมาเปิดดูไปมา

" เฮ้ย!!!! นี่มัน...เล่มที่ถูกต้องนี่หว่า อะไรกันเนี่ย มันมาอยู่ในมือนายเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว ไม่อยากจะเชื่อ!! เล่มนี้นายเดินช็อปมาเองนี่ โคตรมือดีเลยว่ะ ” ทิวธงอุทานพร้อมกับหัวเราะออกมาดังๆ และโวยวายด้วยความประหลาดใจที่มากกว่าเดิม

 “ เชื่อเถอะทิว มันเกิดขึ้นแล้ว ตอนแรกฉันยังคิดว่าฝันไปเหมือนกัน แต่โอกาสนี้เหมาะที่สุดแล้วที่ฉันไม่ต้องปิดบังตัวตนกับคุณปุ่นอีกต่อไป ” เขาบอกทิวธงด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

 “ ตกลง ฉันจะจัดการให้นายเอง ไม่ต้องห่วง ไม่มีการออกสื่อแน่นอน ทุกอย่างจะมีความเป็นส่วนตัวที่สุด ฉันรับรอง ทิวธงคนนี้การันตีคุณภาพครับผม " ทิวธงขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ แล้วตบไหล่เพื่อนซุปตาร์เบาๆ