" เขา…ผู้มีความรักในใจเพื่อใครคนหนึ่ง และปริศนาในความทรงจำที่หายไป…ของเธอ "

ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว - ตอนที่ 10 เล่มที่ถูกต้อง โดย ทิรพพย์ : T. La Pop @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-หญิง,แฟนตาซี,ยุคปัจจุบัน,ลึกลับ,ปริศนา,โลกคู่ขนาน,ผจญภัย,สืบสวนสอบสวน,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,รัก,ความจำเสื่อม,คลั่งรัก,ตลก,ตกหลุมรัก,ความรัก,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-หญิง,แฟนตาซี,ยุคปัจจุบัน,ลึกลับ

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ปริศนา,โลกคู่ขนาน,ผจญภัย,สืบสวนสอบสวน,แฟนตาซี,พล็อตสร้างกระแส,รัก,ความจำเสื่อม,คลั่งรัก,ตลก,ตกหลุมรัก,ความรัก,ดราม่า

รายละเอียด

ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว โดย ทิรพพย์ : T. La Pop @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

" เขา…ผู้มีความรักในใจเพื่อใครคนหนึ่ง และปริศนาในความทรงจำที่หายไป…ของเธอ "

ผู้แต่ง

ทิรพพย์ : T. La Pop

เรื่องย่อ

เป็นเพราะความบังเอิญ พรหมลิขิต ปาฏิหาริย์ โชคชะตา หรืออะไรก็ตามที่ไม่สามารถอธิบายได้แต่เหมือนเป็นเส้นใยบางๆ ที่เชื่อมโยงกันไว้แล้วนำพาให้คน 2 คนที่ต่างเส้นทางต่างชีวิตกันให้ได้มาพบกัน โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า “มีบางสิ่ง” ที่คนทั้งคู่ต่างทำหายไป ณ ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต แต่กลับสามารถเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ ท่ามกลางปริศนาและคนแปลกหน้าที่ค่อยๆ ก่อตัวเกิดเป็นความวุ่นวายเข้ามาสู่ชีวิตของทั้งคู่โดยที่เขาและเธอเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน..

สารบัญ

ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 1 สัญญานะ,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 2 สัญญาณ,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 3 Grand Opening,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 4 แอบปลื้ม,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 5 คือคนเดียวกัน,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 6 ตัวจริงของปุ่น,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 7 "ภัยเงียบ" เจ้าเสน่ห์,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 8 ช่อดอกไม้ปริศนา,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 9 ความรักนี้เพื่อเธอ,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 10 เล่มที่ถูกต้อง,ภารกิจคลั่งรักของดวงดาว-ตอนที่ 11 ปลดล็อคความทรงจำ

เนื้อหา

ตอนที่ 10 เล่มที่ถูกต้อง

    “ จาก ELF. หรอ ภูตจิ๋วเนี่ยนะ ” หญิงสาวรำพึงกับตัวเองแล้วอมยิ้มในความน่ารักของชื่อเจ้าของช่อดอกลิลลี่ที่อยู่ในอ้อมแขนของเธอขณะนี้ แต่ก็รู้สึกแปลกใจว่าคุณ ELF คนนี้รู้ได้อย่างไรว่าเธอชอบดอกลิลลี่สีขาวแต่ก็คิดปัดไปว่าคงแค่ความบังเอิญมากกว่าเพื่อให้ตนเองสบายใจ

เมื่อเธอเดินเข้ามาถึงภายในตัวบ้านแล้วจึงวางช่อดอกลิลลี่นั้นไว้บนโต๊ะพร้อมกับนั่งมองนิ่งๆ อย่างใช้ความคิดสลับกับหันไปมองกลุ่มช่อดอกทานตะวันที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้

 “ อ้าว คุณปริ๊นส์กลับไปแล้วหรอปุ่น แล้วนี่ดอกไม้จากใครอีกเนี่ย คนเดียวกับที่ส่งดอกทานตะวันมาหรือเปล่า แต่วันนี้ไม่ได้มาส่งเวลาเดิมนะ ช้ากว่าทุกที แล้วยังเปลี่ยนจากดอกทานตะวันมาเป็นดอกลิลลี่ซะด้วย " เพื่อนสาวเดินเข้ามาหย่อนตัวลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เอ่ยถาม

" ไม่ใช่หรอกซี คนส่งคนละคนกัน ปุ่นถามพนักงานที่มาส่งแล้ว เขาบอกว่าเพิ่งจะมาที่นี่ครั้งแรก แต่คนที่สั่งดอกลิลลี่เค้าชื่อเอลฟ์นะ เขียนไว้ในการ์ดที่แนบมาจ้ะ แต่ปุ่นก็ยังรู้สึกแปลกๆ อยู่ดีนะ ไม่อยากประมาท เพราะเจ้าของดอกทานตะวันกับดอกลิลลี่ไม่ควรรู้ที่อยู่ปุ่นขนาดนี้ แต่อย่างน้อยก็ยังมี 1 คน ที่ยังพยายามแนะนำตัวแม้ว่าปุ่นจะไม่รู้จักเขาก็ตาม " หญิงสาวคนป่วยที่ตายังจับจ้องมองไปที่ดอกลิลลี่บนโต๊ะตอบ พร้อมกับหันมาทางเพื่อนสาวที่นั่งบนโซฟาข้างๆ แล้วพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า..

" ปุ่นคิดว่าเจ้าของดอกทานตะวันและดอกลิลลี่ คือคนละคนกัน และทั้งคู่ต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนั้นหรือไม่ก็อาจจะอยู่ในเหตุการณ์นั้นแหละ ถ้าไม่ใช่คนที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ก็ต้องเป็นคนที่เข้ามาช่วยปุ่นไว้หรือแย่กว่านั้นคือเขาอาจเป็นคนสั่งการพวกชุดดำวันนั้นก็ได้ "

เพื่อนเลขาสาวหน้าถอดสีทันที ในใจเริ่มเกิดความกังวลและกลัวเพราะเริ่มเป็นห่วงความปลอดภัยของเพื่อนซี้ และเมื่อได้ยินข้อสันนิษฐานจากเพื่อนที่ฟังแล้วดูมีความเป็นไปได้ เพราะเธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าในกรณีที่มีแฟนคลับต้องการส่งของฝากหรือของที่ระลึกให้นักเขียนทางด้านของสำนักพิมพ์จะเป็นฝ่ายรับฝากไว้ให้กับนักเขียนแต่ละคนเท่านั้นจะไม่มีการให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ เลยนั่นเอง

" ปุ่น ซีคิดว่าเราต้องบอกเรื่องนี้ให้คุณปริ๊นส์กับตำรวจทราบนะ พรุ่งนี้เราไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจกันดีกว่า เพราะเมื่อกี๊ที่ปุ่นบอกว่าได้คุยกับพนักงานส่งดอกไม้ด้วย นั่นก็ยิ่งชัดเจนว่าน่าจะคนละคนกัน เพราะเจ้าช่อดอกทานตะวันพวกนั้นถูกส่งมาแบบเสียบไว้หน้ารั้วบ้านแล้วค่อยกดกริ่งเรียกเท่านั้นเอง ดูเหมือนจะไม่ต้องการให้รู้ว่าใคร และเป็นการบอกทางอ้อมว่าเขารู้ความเป็นไปในชีวิตของปุ่นเลยนะ" เพื่อนเลขาสาวแนะนำและเห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานของเธอ

 " นั่นสินะ เราอย่าประมาทกันดีกว่า ตอนนี้ยังไม่รู้ว่า
ใครเป็นใครด้วย งั้นเอาแบบที่ซีว่าก็ได้จ้ะ เดี๋ยวปุ่นทานยาแล้วจะเข้านอนเลยฝากซีปิดบ้านให้ด้วยนะ " สาวคนป่วยเจ้าของบ้านพยักหน้ารับพร้อมส่งยิ้มให้เพื่อนแล้วจึงหยิบยาที่วางไว้บนโต๊ะเดินเข้าครัวไปเทน้ำเปล่าใส่แก้วเพื่อทานยาก่อนที่เธอจะเดินเข้าห้องนอนของตนเอง

ทางฝ่ายเพื่อนเลขาสาวของนักเขียนเยือกทิวา หลังจากที่จัดการเก็บกวาดในครัวและเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อเช้าในวันถัดไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจึงไล่เดินปิดล็อคประตูบ้านและปิดผ้าม่านปิดไฟทั้งหมดก่อนเดินเข้าห้องนอนเพื่อเตรียมอาบน้ำและเข้านอนตามลำดับ

เมื่อบ้านสีขาวริมน้ำดับไฟภายในหมดแล้วทั้งหลังโดยเหลือไว้เพียงแสงไฟตรงหน้าประตูรั้วบ้านและไฟโคมตรงหน้าทางเข้าตัวบ้านเท่านั้น ซึ่งเป็นสัญญาณว่าคนในบ้านล้วนเข้าสู่ห้วงแห่งความผ่อนคลายนอนหลับกันเรียบร้อยแล้วนั้น ในส่วนของบริเวณด้านนอกบ้านที่ใกล้กับตัวบ้านมีใครคนหนึ่งกำลังแอบซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ จากตำแหน่งหนึ่งภายในซอยนั้นมาแล้วทั้งวัน

 “ วูล์ฟเรียกไลแคน ตอนนี้กระสุนเงินปลอดภัยดีครับ แต่มีบางอย่างน่าสงสัย ให้จัดการอย่างไรดี ” ชายปริศนาในความมืดรายงานผ่านวิทยุสื่อสาร

 “ ไลแคนเรียกวูล์ฟ สืบดูว่ามีแนวโน้มความเสี่ยงมากไหม แล้วรายงานมาเป็นระยะ อย่าให้กระสุนเงินรู้ตัว ” ปลายทางตอบกลับด้วยคำสั่ง

 “วูล์ฟเรียกไลแคน รับทราบครับ ” ชายปริศนาในความมืดรับคำสั่ง

 เป็นเวลาห้าทุ่มเศษ ณ ห้องชุดชั้นบนสุดของคอนโดหรูกลางกรุง เสียงกริ่งหน้าประตูห้องดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มผิวขาวตาตี่ในชุดนอนขายาวสีน้ำเงินเนื้อผ้ามันวาวผู้เป็นเจ้าของห้องต้องเดินมาเปิดดูกล้องที่ระบบเชื่อมต่อไว้ตรงโต๊ะทำงาน แต่ทว่าเขามองไม่เห็นมีใครยืนอยู่

“ ใครครับ ” เขาร้องถามออกไปพร้อมกับเดินย่องมาที่ตู้อเนกประสงค์หลังบานประตูอย่างแผ่วเบา มือหนึ่งถือ Walther PPK/S 9 mm ขนาดจิ๋ว สีดำไว้ในท่าพร้อมลั่นไกหากอีกฝ่ายคือผู้บุกรุก และเงี่ยหูเปิดประสาทรับรู้ทั้งหมดเพื่อฟังการเคลื่อนไหวจากภายนอก

เวลาผ่านไปหนึ่งอึดใจ เสียงปลดล็อคจากระบบดิจิตอลดอร์ล็อคดังขึ้นพร้อมกับเสียงบิดประตูที่เหมือนมีใครบางคนเปิดเข้ามาพร้อมเสียงเรียกดังลั่นห้องในทันที

“ แกร็ก "
" ทิว ทิว นายอยู่ไหนน่ะ ทำไมไม่เปิดไฟล่ะ วันนี้ฉันไปเยี่ยมคุณปุ่นมาด้วยล่ะ ไอ้ทิว วู้ อืม ไปไหนนะ ” เสียงของผู้ที่เกือบจะถูกเข้าใจว่าเป็นผู้บุกรุกนั้นดังเข้ามาพร้อมกับเงาร่างสูงที่คุ้นเคยซึ่งเป็นใครไปไม่ได้ อนาวิณ ลอฟ นั่นเอง ชายผู้มีปริศนาบางอย่างทางใจและความทรงจำวัยเยาว์

“ ฉันอยู่นี่ ไอ้เพื่อนบ้า เปิดประตูอะไรของแกวะ เจ็บนะเว้ย โอ๊ย.... ” ทิวธงโอดครวญนั่งกุมหัวอยู่กับพื้นด้านหลังบานประตูหลังจากถูกแรงกระแทกจากประตูที่อนาวิณผลักเข้ามาสุดแรง

“ อ้าว แล้วนี่นายเอาของเล่นออกมาทำไมกัน ระวังจะเปรี้ยงปร้างเสียงดังนะ ฮ่าๆๆ ” เขาถามปนหัวเราะกับสภาพที่ดูไม่ได้ของเพื่อนรัก

“ ฉันก็นึกว่าแกเป็นโจรน่ะสิจู่ๆ มาเคาะแล้วก็เงียบไป ใครจะไปรู้ เผื่อไอ้พวกวันนั้นมันตามดมกลิ่นนายมาจากบ้านยัยน้องปุ่นจนมาเจอที่นี่ ฉันก็ต้องป้องกันตัวไว้ก่อนสิ แล้วนายก็มาผิดเวลาด้วย ปกตินายจะโทรหาฉันก่อนนี่นา ไอ้เราก็คิดว่านายคงกลับไปนอนยิ้มที่บ้านแล้วซะอีก ” ทิวธงบ่นอุบพลางเดินไปเก็บของเล่นกลับเข้าลิ้นชักพิเศษที่โต๊ะทำงาน

" ว่าแต่ เดี๋ยวนี้ริอ่านมือเบาฉกคีย์การ์ดฉันไปตอนไหนเนี่ย " ทิวธงตั้งข้อสังเกตุจับผิดแขกผู้มาเยือนยามวิกาลของเขา

" เออ ก็นายลืมไว้เองในรถน่ะสิ ฉันถึงแวะเอามาคืนให้ก่อนไง และฉันเองก็ยังตื่นเต้นไม่หายเลยด้วย ถึงจะขึ้นมานั่งคุยกับนายก่อน กลัวนอนไม่หลับว่ะ " เขาแกล้งขึ้นเสียงดุใส่เจ้าของห้อง ก่อนที่จะสารภาพเหตุผลที่แท้จริง

" โถ พ่อซุปตาร์อนาวิณ แล้วน้องปุ่นหวานใจแกเป็นอย่างไรบ้างล่ะ มีบาดเจ็บอะไรมากไหม แล้วเขาจำแกได้หรือเปล่า ” ทิวธงอุทานเสียงสูงเชิงล้อเลียนแขกยามวิกาลตรงหน้า แล้วจึงสอบถามพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟารับแขกตัวใหญ่

“ ไม่ต้องห่วง ฉันระวังอย่างดีตามที่นายกำชับไว้ทุกอย่าง แล้วรู้ไหมฉันตื่นเต้นจนแทบจะหยุดหายใจเลยว่ะ ตอนที่ไปส่งดอกไม้ให้คุณปุ่นแล้วได้คุยกันด้วยนะ โชคดีที่เขาจำฉันไม่ได้ แล้วเขาก็ชมว่าฉันขี่ฟิกเกียร์มาส่งดอกไม้เนี่ยดูเท่ห์จัง โอ๊ย รู้สึกดีชะมัดเลยว่ะ ” อนาวิณเล่าด้วยเสียงที่เกือบจะตะโกนเพราะความตื่นเต้นดีใจซึ่งอาการแบบนี้หากใครได้ฟังก็จะรู้ได้ทันทีว่าความรู้สึกของเขาขณะนี้ล้นปรี่มากจนเกินบรรยาย

“ เออๆ เบาๆ ไม่ต้องแหกปากขนาดนั้นครับเพื่อนแล้วที่เขาคุยกับนายน่ะ เพราะมารยาทนะ ไม่ใช่ความพิศวาสนายโว้ย แต่ก็..ดีแล้วล่ะ " เจ้าของห้องเอื้อมมือไปเขกหัวเพื่อนผู้เก็บอาการอะไรไม่ได้แล้วในเวลานี้

" แล้วนายเจอใครอีกไหมที่บ้านน้องปุ่นน่ะ ” ทิวธงสอบถามเพื่อต้องการข้อมูลบางอย่าง

“ อืม ฉันเจอนายปริญทายาทไฮโซคนนั้น พวกเขากำลังอยู่ด้วยกัน " อนาวิณตอบเสียงเบาลง ออกอาการให้เพื่อนรักเจ้าของห้องรู้ได้ไม่ยากว่าในอนาคตเขามีอุปสรรคชิ้นใหญ่ขวางหัวใจไว้แน่นอน

" อะ เสียงแบบนี้ ไปเจออะไรมาล่ะ ไหน เล่าให้หมอฟังหน่อยสิ " เจ้าของห้องลุกมานั่งข้างๆ กอดคอถามเพื่อนรักด้วยความเอ็นดูในอาการเริ่มคอตกของเขาที่แสดงออกมา

" หมอนั่นพยายามจูบคุณปุ่น แต่โชคดีที่คุณปุ่นเธอคงเป็นหวัดน่ะ เลยจามออกมาซะก่อน จามจนตัวโยนเลยล่ะ คงน่าจะป่วยมากแต่ยังไม่หายดี เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นไปเลย พอฉันเห็นก็ลุ้นมากใจหายด้วยหากพวกเขาจูบกันจริงๆ แต่ก็รู้สึกโล่งใจที่คุณปุ่นรอดมาได้ นี่ฉันก็ยังนึกโมโหเจ้านั่นนะที่ได้โอกาสใกล้ชิดคุณปุ่นขนาดนี้ " อนาวิณเล่าถึงสิ่งที่พบก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจังพร้อมหันไปมองหน้าทิวธง

" มีเรื่องสำคัญอีกอย่างที่ฉันคิดว่านายควรต้องรู้ เพราะฉันรู้สึกว่ามันผิดปกติคือ ไม่ได้มีแค่ฉันหรือนายปริญที่รู้ว่าคุณปุ่นไม่สบายหลังจากวันนั้น ” เขาบอกเรื่องน่าสงสัยให้ทิวธงฟัง

“ นายหมายถึงอะไรวะ ” ทิวธงถามเหมือนไม่เข้าใจและสงสัยแต่ลึกๆ ภายในใจของเขากลับเริ่มมั่นใจในสิ่งที่เขากำลังเป็นกังวล

“ ฉันหมายความว่ามี ใครบางคน ที่รู้ความเคลื่อนไหวของคุณปุ่น แบบพวกเรา เพราะวันนี้คุณปุ่นถามว่าฉันเป็นคนมาส่งดอกทานตะวันที่หน้าบ้านเมื่อวานนี้หรือเปล่า ” อนาวิณอธิบาย

“ เดี๋ยวนะ นายบอกว่าดอกทานตะวันรึ อืม ฉันคิดว่า ฉันอาจจะรู้นะว่าใครคือเจ้าของดอกทานตะวันนั่น ” ทิวธงเริ่มเอะใจกับบางสิ่ง

“ แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือคนๆ นั้นจะทำแบบนี้ทำไม ” ทิวธงตั้งข้อสันนิษฐาน

“ นายกำลังหมายถึงใคร ทิว ” อนาวิณถาเสียงเข้มขึ้นมาทันที

“ นายปริญคนนั้น คือเจ้าของดอกทานตะวัน หมอนี่มันชอบส่งดอกทานตะวันมาให้ แพรวา แฟนเก่าของฉัน เรื่องนี้มันเกิดขึ้นสมัยที่ฉันเพิ่งเข้าบรรจุงานที่ FBI ปีแรก แล้วกลับมาเยี่ยมคุณแม่ แล้วฉันก็ตั้งใจว่าจะทำเซอร์ไพร้ส์ขอแพรแต่งงานแล้วไปใช้ชีวิตด้วยกันที่อเมริกา แต่ฉันกลับเป็นฝ่ายที่ถูกเซอร์ไพร้ส์ซะเอง เพราะแพรวาเป็นฝ่ายบอกเลิกฉันก่อนซะอย่างนั้น โดยไม่ให้เหตุผลอะไรฉันเลย แล้วหลังจากนั้นแพรก็ขาดการติดต่อไป ฉันรับไม่ได้จึงตัดสินใจตามสืบเองจนรู้ว่าหมอนี่เข้ามาจีบแพร ตามตื๊อจนแพรใจอ่อนรับรักมัน ที่สำคัญฉันสืบจนไปรู้ว่าหมอนี่ความจริงแล้วคือเสือผู้หญิงดีๆ นี่เอง เวลาหมอนี่จีบผู้หญิงคนไหนมักจะส่งดอกทานตะวันให้ทุกครั้งและทุกคน!! ” ทิวธงเล่าเรื่องราวในอดีตที่แสนเจ็บปวดให้เพื่อนรักฟังเป็นครั้งแรกด้วยแววตาที่ยังคงแค้นใจและเจ็บปวดลึกจากภายในใจ

“ แล้วตอนนี้แฟนเก่านายล่ะ ทำไมปล่อยให้หมอนี่มาตามจีบคุณปุ่นได้ ” อนาวิณถามด้วยความสงสัย

“ แพรวา ตรอมใจและฆ่าตัวตายเพราะถูกไอ้คนเลวนั่นทิ้งไงล่ะ ” ทิวธงตอบด้วยอารมณ์ที่ยังมีความคับแค้นใจอยู่

“ แต่ฉันมีข้อสงสัยว่านายปริญจะทำแบบนี้ทำไม ในเมื่อเดินเข้าเดินออกบ้านคุณปุ่นได้สบาย จะลำบากทำตัวเป็นบุคคลนิรนามเพื่ออะไร มิสู้ซื้อดอกไม้เดินถือมาให้เองกับมือไม่ดีกว่าหรือ ” อนาวิณพูดให้ทิวธงเห็นภาพบางอย่าง

“ อืม นั่นสิ ฉันเองก็สงสัยอย่างเดียวกับนายนั่นล่ะ มันดูเป็นความไม่เข้าท่ามาก แต่ไม่เป็นไร ตอนนี้ฉันสั่งให้จ่าตวงอดีตมือขวาของฉัน คอยเฝ้าระวังและตามสืบเรื่องของน้องปุ่นแล้วล่ะ นายไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ” ทิวธงเห็นด้วยในข้อสังเกตของเพื่อน

หลังจากที่อนาวิณออกมาจากห้องของทิวธงแล้ว เขาจึงเดินกลับมาที่ห้องพักของตัวเองและอาบน้ำเพื่อเตรียมเข้านอน
 
“ วินๆ นายหลับหรือยัง ” ทิวธงส่งเสียงเรียกที่หน้าประตู

“ เออ ยัง มีอะไรวะทิว ” เขาเดินมาเปิดประตู

“ อ่ะ นี่ หนังสือนาย ติดมากับกระเป๋าใบใหญ่ของฉันน่ะ ฮ้าว...ตั้งแต่วันนั้นแหละ ” ทิวธงยื่นหนังสือเล่มหนึ่งมาให้พร้อมกับอ้าปากหาวยาวๆ

“ อ้าว โธ่ ฉันก็หลงหาแทบแย่ นึกว่าหายซะแล้ว เล่มนี้พิเศษกว่าเล่มอื่นซะด้วย ขอบใจว่ะทิว ” เขายิ้มด้วยความดีใจ

“ ไม่เป็นไร เอ้อ ฉันว่าจะถามนายหลายรอบละเรื่องความฝันที่นายฝันในเรื่องเดิมๆ น่ะ เป็นอย่างไรบ้าง เด็กน้อยคนนั้นเริ่มโตขึ้นหรือยัง ” ทิวธงถามถึงอาการฝันของเขา แต่ยังพูดเล่นเย้าแหย่มาด้วย

“ ไม่นะ ครั้งล่าสุดคือวันที่ฉันเล่าให้นายฟังนั่นแหละ ” เขาสารภาพ

“ หรอ อืม ดีแล้วล่ะ ฉันรู้สึกว่าพักนี้นายสดชื่นขึ้นนะ โดยเฉพาะตั้งแต่มีเรื่องของน้องปุ่นเข้ามาเนี่ย ดูนายจะวุ่นๆ กับเรื่องนี้มากเลยล่ะ ฮ่าๆๆ ” ทิวธงรู้สึกโล่งใจในคำตอบของเพื่อนรัก แต่ยังไม่วายคันปากเผลอแซวกลับไป
จนทำให้อนาวิณออกอาการประหม่านิดหนึ่งเผลออมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว 

“ แน่ะ แซวนิดเดียว เขินใส่เชียวนะพ่อ ฉันไม่ใช่น้องปุ่นนะเว้ย ไปๆ นอนๆ อ้อ อีกอย่างนะ พรุ่งนี้นายได้หยุดหนึ่งวัน ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับพ่อศิลปินหนุ่ม ฉันไปนอนล่ะ จะไม่มาวุ่นวายกับนายเลยทั้งวัน คอยดู
” ทิวธงโวยวายใส่เขาเล่นๆ ก่อนที่จะแยกกลับไปที่ห้องของตัวเอง

หลังจากที่อนาวิณปิดประตูห้องนอนเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเดินถือหนังสือเล่มพิเศษกับใจของเขาเล่มนั้น ที่ด้านหน้าปกพิมพ์เป็นตัวหนังสือใหญ่ๆ ว่า..ความงามสีเทา..โดย เยือกทิวา หรือ ปุ่น นักเขียนคนโปรดที่เขาเพิ่งเคยพบหน้าและกำลังตกหลุมรักอยู่ในขณะนี้มาทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นระเบียงด้านนอกในห้องนอนของเขา ซึ่งมีสายลมเย็นๆ พัดมาเรื่อยๆ ให้ผิวขาวของชายหนุ่มได้รู้สึกเย็นสบาย เขาค่อยๆ เริ่มเปิดหนังสือปกสีเทาเมทัลลิคเล่มหนาอ่านตั้งแต่หน้าแรก

มอบแด่ คุณ อนาวิณ ลอฟ โชคดีนะคะ ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ / เยือกทิวา

เขาส่งยิ้มให้กับหนังสือในมือและอ่านออกเสียงออกมาเบาๆ เมื่อเปิดมาถึงหน้าจากใจผู้เขียน 

“ เอ แล้วข้อความนั้นอยู่ที่หน้าไหนนะ ” เขาเปิดหน้าต่อๆ ไป พึมพำกับตัวเองแล้วยิ้มออกมาเหมือนเด็กที่กำลังดีใจและเห่อของเล่นชิ้นใหม่

“ เฮ้ย!! ” เขาอุทานออกมา ตาเป็นประกายพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างกว่าเดิม ในใจคิดว่าฝันไปหรือเปล่า

“ เล่มที่ถูกต้อง!! นี่ ฉัน ได้เล่มที่ถูกต้องหรือเนี่ย!! เฮ้ย อนาวิณ นายไม่ได้ฝันไปใช่ไหม ” เขาอุทานกับตัวเองอีกครั้งด้วยความดีใจ มือทั้งสองข้างจับหนังสือพลิกไปพลิกมาให้วุ่นสลับกับตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ฝันหรือตาฝาดไปเองจริงๆ หัวใจเจ้ากรรมนั้นพองโตและเต้นโครมครามดังสนั่นไปทรวงอก มันดังยิ่งกว่าเมื่อช่วงเย็นที่เขาได้พูดคุยกับเธอคนนั้นซะอีก คืนนี้เขาคงจะข่มตาให้หลับไม่ได้อีกต่อไป เพราะเขากลับรู้สึกว่าอยากจะรีบอ่านความงามสีเทาเล่มนี้ให้จบโดยเร็ว เพื่อที่เขาจะได้พูดคุยกับนักเขียนที่รักของเขาเกี่ยวกับหนังสือทุกๆ เล่มให้เร็วที่สุด

“ คงถึงเวลาแล้วสินะอนาวิณ ที่นายจะได้แนะนำตัวจริงต่อเยือกทิวา ” เขารำพึงกับตัวเองท่ามกลางแสงไฟของระเบียงห้องนอนในค่ำคืนที่ท้องฟ้าสีเข้มมองเห็นหมู่ดาวชัดเจน