ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อ ขอให้ผมรักแร้หายดำ ผมจะได้เจอรักแท้สักที…ส้าาาธุ…

หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ - ตอนที่ 3 รักกันไม่ได้ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ดราม่า,ไทย,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ดราม่า,ไทย,ยุคปัจจุบัน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อ ขอให้ผมรักแร้หายดำ ผมจะได้เจอรักแท้สักที…ส้าาาธุ…

ผู้แต่ง

KVinth_INLove

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ

นามปากกา : KVinth_INLove

.

โบกัส…วัยรุ่นยุคมิลเลนเนียลส์ ที่ประคองชีวิตตัวเองมาอย่างทุลักทุเลจนถึงปี 2026 และใช่…ตอนนี้เขาอายุ “สี่สิบปีแล้ว” เขายังคงทำงานอยู่ในบริษัทน้ำหอมชื่อดัง ที่สำคัญ…เขาคือ “เซลล์เมเนเจอร์”

หากแต่เพราะความเป็นเขา มันจึงทำให้หน้าที่การงานของเขาเป็นอุปสรรค จากชายหนุ่มหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ สู่เคะแก่น้ำหนัก 110 กิโลกรัมอย่างสมบูรณ์ และอีกหนึ่งความลับที่เขาไม่เคยบอกใครนั่นก็คือ ความเก๋ไก๋ใต้วงแขน จนกลายเป็นท็อปปิกขำขันประจำออฟฟิศไปจนถึงคู่ค้าเวลาขายงาน

ในวันที่ความมั่นใจหมดลงจนยากที่จะกู่ให้กลับมาได้อีก โบกัสจึงเลือกที่จะพาตัวเองออกมาจากความน่าอับอายนั้น และคิดจะใช้ชีวิตอย่างสงบและเริ่มชีวิตใหม่ อยู่ในโลกที่ไม่ต้องมีการแข่งขันเรื่องรูปร่างหน้าตาอีก

แต่โลกใบนี้มักส่งโชคดีมาพร้อมกับโชคร้าย เขาก็ได้พบกับกฤช เด็กที่เคยชื่นชมเขาเมื่อครั้งที่เขายังเฉิดฉาย และได้เสียกันในคืนที่ไร้สติ แม้ว่ากฤชจะรักโบกัสมากแค่ไหนแต่โบกัสก็รู้ดีว่าตนไม่คู่ควร

และดูเหมือนว่าสวรรค์ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาคิด การเกิดอุบัติเหตุจนเศษกระจกเจาะเข้าที่ลำคอของโบกัส มันได้พรากโบกัสไปจากทุกคน แต่ก็ได้ให้ชีวิตใหม่กับ…บลู ชายหนุ่มวัย 30 ปี หุ้นส่วนคนใหม่ของไค กับบริษัท Kye & Friend Studio

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

สารบัญ

หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ-ตอนที่ 1 พยายามฆ่า,หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ-ตอนที่ 2 เมื่อครั้งยังเยาว์,หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ-ตอนที่ 3 รักกันไม่ได้

เนื้อหา

ตอนที่ 3 รักกันไม่ได้

ตอนที่ 3

รักกันไม่ได้

 

“พี่จะหนีผมไปอีกนานแค่ไหนวะ?”

ชายหนุ่มร่างสูงตะโกนไล่หลังโบกัสที่พยายามเดินหนี ราวกับว่าสิ่งที่อยู่ข้างหลังนั้น เป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่ากลัว ชายร่างท้วมหยุดกึกกำหมัดแน่น ไม่คิดที่จะหันไปมองหน้าของคนที่เพิ่งจะทำสิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดในชีวิต อย่างน้อย…ก็ในความคิดของโบกัสเอง

“ที่ผมทำมันผิดมากหรือไง ก็แค่จูบ…”

“ก็แค่จูบงั้นเหรอ มันไม่ใช่แค่จูบเว้ย แต่มันคือการล่วงละเมิด มันคือการคุกคาม พี่ไม่ได้ยอม แต่กฤชมาทำแบบนี้กับพี่…”

โบกัสหันไปตวาดชายหนุ่มโดยไม่สนว่าคนผู้นั้นจะเป็นถึงระดับผู้บริหาร ไม่ใช่เพราะเขาอายุน้อยกว่า แต่เพราะโบกัสและกฤชเป็นเพียงแค่พี่น้อง เป็นคนที่ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีทางคิดเกินกว่านั้นไปได้

“ถ้ากฤชไม่ใช่เจ้านาย ถ้าพี่ไม่ใช่พนักงานธรรมดา หากถอดหัวโขนพวกนี้ออก เราก็คือพี่น้องกันไม่ใช่หรือไง?”

“เป็นพี่น้องกัน แต่เคยตอกกันเนี่ยนะ?”

“เฮ้ย พูดแบบนั้นได้ยังไงเดี๋ยวใครก็มาได้ยินหรอก เบาเสียงหน่อยสิ”

“พี่จะกลัวอะไร ที่นี่มันดาดฟ้า…ไม่มีใครได้ยินสิ่งที่เราพูดกันหรอกน่า”

“จะพูดอะไรก็คิดถึงพี่บ้าง เราน่ะมันเป็นผู้บริหาร ไม่ว่ายังไงก็ไม่มีใครกล้าแตะต้องอยู่แล้ว แต่พนักงานกระจอก ๆ อย่างพี่ ถ้าหากว่ามีคนรู้หรือเอาข่าวของพี่ไปนินทาต่อในบริษัท คิดว่าพี่จะได้ทำงานที่นี่ต่ออีกหรือไง พี่อายุมากแล้วนะ จะให้พี่ย้ายงานอีกครั้งก็คงทำไม่ไหวหรอก”

“ใครจะกล้าทำอะไรพี่ ตราบใดที่พี่อยู่ข้างผม…ผมก็จะปกป้องพี่เอง ผมจะไม่มีทางยอมให้ใครมาหาเรื่องพี่เป็นอันขาด”

ชายหนุ่มจมูกโด่งร่างสูง ใบหน้าได้รูปสันกรามชัด ภาพรวมคือตี๋อินเตอร์ หากแต่มีตาสองชั้นอยู่ในคราวเดียวกัน มันคือความหล่อเหลากระชากใจของโบกัส ให้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปในคืนนั้น จนอีกฝ่ายเอาแต่ยกเรื่องนั้นมาทวงสิทธิ์ของตัวเองในวันนี้

“พอเถอะ พี่ต้องพูดกับเราอีกสักกี่ครั้ง ว่าไม่ว่ายังไงเรื่องของเราก็ไม่มีทางเป็นไปได้ ทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะชาติกำเนิด นี่มันละครไทยชัด ๆ แต่ถึงอย่างนั้น…มันก็เถียงไม่ได้ ว่าสังคมของเรามันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ”

“พี่จะคิดมากไปทำไม ในเมื่อผมเลือกพี่ ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางขวางผมได้ แล้วผมก็เชื่อว่าพ่อของผมก็จะอยู่ข้างผมแน่นอน”

“เรื่องจริงมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะกฤช และอีกอย่าง ถ้ากฤชจะอ้างแต่เรื่องคืนนั้น มันก็เป็นแค่ความพลั้งเผลอของเราแค่ครั้งเดียว หากไม่มีแอลกอฮอล์เข้าปากของเราทั้งสองคน เราไม่มีทางได้กันด้วยซ้ำ คนอย่างกฤชไม่มีทางมองพี่หรอก ยอมรับมันซะเถอะ”

พูดจบโบกัสก็พยายามเดินหนีกฤชตรงไปยังประตูทางเข้าบันไดหนีไฟ เพื่อจะกลับเข้าไปในตึก แต่ก็ถูกชายหนุ่มสาวเท้ายาวมากระชากแขนเอาไว้ แล้วโอบกอดโบกัสเอาไว้ในอ้อมกอดจนแน่น

ชายร่างท้วมที่อายุครบสี่สิบปีบริบูรณ์เมื่อหกเดือนก่อน ตอนนี้กำลังอยู่ในอ้อมกอดของผู้บริหารหนุ่มอายุยี่สิบห้าปี กับความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบนั่น มันทำให้ใบหน้าของโบกัสซบเข้ากับแผงอกของกฤชอย่างพอดิบพอดี

แล้วเมื่อตั้งสติได้ โบกัสก็พยายามใช้มือของตนดันอกของอีกฝ่ายให้ห่างออกไป หมายจะยันตัวออก แต่กล้ามแข็งแกร่งและข้อมือที่กำลังโอบเอวของโบกัสอยู่นั้น มันไม่ยอมปล่อยให้โบกัสหลุดมือออกไปเลยแม้แต่เซนเดียว

“ปล่อยพี่เดี๋ยวนี้นะ พี่เป็นพี่ของแกน่ะ ไม่คิดจะให้เกียรติกันบ้างเลยหรือไง?”

“รุ่นพี่ครับไม่ใช่ ‘พี่’ พูดให้ถูกด้วย”

“ก็นั่นแหละ มันก็เหมือนกัน ทีหลังอย่าทำแบบนี้กับพี่อีก ไม่งั้นพี่จะบอกพ่อของเรา”

“ถ้าพี่อยากบอกพี่ก็บอกเลยครับ ผมไม่ได้สนใจอยู่แล้ว เพราะถ้าผมสนใจผมคงไม่เข้าหาพี่ตั้งแต่แรก”

“โอ๊ย…นี่แกไม่เข้าใจหรือไง ว่าแกกับพี่น่ะมันรักกันไม่ได้”

 โบกัสร้องขรมบ่นระงมด้วยความเหนื่อยใจ ในความดื้อด้านและไม่เคยเข้าใจอะไรอย่างน้องชายของตัวเองคนนี้ ถ้าจะพูดให้ถูก เข้าใจแหละ…แต่แกล้งทำเป็นไม่เข้าใจมากกว่า

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ อายุมันก็เป็นแค่ตัวเลขไม่ใช่หรือไง สุดท้ายแล้วถ้าเราสองคนรักกัน มันก็ไม่ใช่เรื่องของคนอื่นนี่ครับ”

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนแล้วแกมาทำแบบนี้กับพี่ พี่ก็คงจะดีใจมาก แต่สำหรับยุคนี้มันไม่ได้”

“ก็มันไม่ได้ยังไงล่ะครับ พี่ก็ช่วยบอกให้ผมเข้าใจหน่อยสิ”

“อะงั้นก็ได้ พี่จะบอกให้แกเข้าใจก็แล้วกัน แกจะได้เลิกมายุ่งกับพี่สักที แกเคยเห็นในโซเชียลใช่มั้ย? แกน่าจะรู้น่ะว่าเด็กเจนแกเนี่ยมันเป็นบ้ากับคำว่าเปโดมากขนาดไหน”

“ผมไม่เข้าใจ ไอ้การที่ผมชอบพี่นี่มันเปโดยังไง?”

“ก็พี่กับแกอายุห่างกันเกือบยี่สิบปีเลยนะ ถ้าใครรู้เข้ามันจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน เรื่องแค่นี้แกไม่เข้าใจหรือไง?”

“แต่มันก็ไม่ใช่การเปโดนี่นา คำว่าเปโดมันหมายถึงผู้ใหญ่ที่คิดหรือทำเรื่องแบบนั้นกับเด็กอายุต่ำกว่าสิบสามปี แบบนั้นถึงจะเรียกว่าเปโด แต่สำหรับผมกับพี่ ในวันที่เราเจอกันตอนนั้น พี่ไม่เคยคิดอะไรกับผม นอกจากจากเด็กชายตัวเล็ก ๆ น่าเอ็นดูคนหนึ่งเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นสิบกว่าปีที่ผ่านมา เราไม่เคยเจอหน้ากันเลย ไม่เคยติดต่อ ไม่เคยคุย เป็นผมเสียอีกที่เป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาพี่ ถ้าวันนี้พี่จะมีใจให้กับผม พี่ก็มีใจให้กับผมในวันที่ผมอายุยี่สิบห้าแล้ว เพราะงั้น พี่ไม่ได้เปโดผมสักหน่อย จะไปสนใจอะไรกับพวกเด็กเบียวที่ชอบพูดตามคนอื่นเอาเท่ ทั้งที่ตัวเองไม่เคยเข้าใจความหมายที่แท้จริงของมันเลยด้วยซ้ำ”

“อย่าว่าแต่เด็กเลย คนแก่รุ่นพี่บางคนอายุสี่สิบกว่าแล้ว แทนที่จะหาความรู้ ก็กลับโง่ตามชาวเน็ตโดยไม่หาข้อมูล เสียแรงที่อายุแก่มาได้ถึงปานนี้ พวกแก่กะโหลกกะลา”

“ฮ่า ๆ ๆ นี่พี่กำลังโกรธอยู่เหรอครับ?”

กฤชหลุดหัวเราะออกมา เมื่อโบกัสแสดงท่าทางกราดเกรี้ยวเวลาที่พูดถึงเรื่องนี้ อย่างกับว่าต้องการจะทวงความยุติธรรมให้กับตัวเองอย่างไรอย่างนั้น

“จะว่าโกรธก็โกรธแหละ คิดดูสิ คนอย่างพี่เนี่ยอายุขนาดนี้ ถ้าวันหนึ่งจะมีความรักอีกสักครั้ง ถ้าไม่ใช่คนที่อายุน้อยกว่าแล้วพี่จะรักกับใครได้ ไอ้รุ่นพี่ที่แก่กว่าพี่ส่วนมากก็เป็นเบาหวานความดันย้ายเซิร์ฟกันไปหมดแล้ว ไอ้ที่อายุเท่าพี่หรือเด็กกว่าพี่สักปีสองปี ถ้าเขากินเด็กได้ เรื่องอะไรเขาจะต้องมาเคี้ยวไอ้แก่หนังเหนียวเคี้ยวยากอย่างพี่ด้วยล่ะจริงมั้ย จะเอามาแข่งกันเป็นเบาหวานหรือไง?”

“ฮ่า ๆ ๆ นี่พี่คิดได้ไงเนี่ย แล้วพี่ล่ะ พี่ไม่อยากจะกินเด็กอย่างผมบ้างหรือไง แรงดีนะ ผลงานผมเป็นยังไงพี่ก็น่าจะจำได้นะ”

“หึ…พอเลย อย่ามาพูดลามกกับพี่ เอาเป็นว่าไม่ว่ายังไง เรื่องของเราสองคนก็ไม่มีทางเป็นไปได้ อย่ามาวอแวกับพี่อีก ถ้าจะทำงานก็ขอให้อยู่ในฐานะของเจ้านายกับลูกน้อง พี่มันก็แค่พนักงานชั้นล่าง ไม่อาจเอื้อมไปตีสนิทเจ้านายระดับสูงอย่างแกหรอก”

จนแล้วจนรอด เมื่อโบกัสเห็นแล้วว่ากฤชไม่มีทางปล่อยตนแน่แล้ว จึงใช้ไม้ตายสุดท้ายกระทืบส้นเท้าลงบนรองเท้าหนังราคาแพงระยับ โดยไม่สนว่ามันจะทำมาจากหนังชนิดไหนหรือราคาเท่าไร เพราะมันก็เห็น ๆ กันอยู่ ว่าสุดท้ายแล้วเมื่อกระทืบลงไปมันก็เจ็บเหมือนกัน

“โอ๊ยพี่ผมเจ็บนะ”

ไอ้ท่าทางกระโดดเหยง ๆ นั้นทำเอาโบกัสถึงกับขำพรืดออกมา แต่ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสทองนี้ต้องเสียเปล่า โบกัสรีบวิ่งกลับเข้าไปในตึกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกลับไปที่ห้องทำงานของตน โดยไม่สนใจว่าคนที่อยู่บนดาดฟ้านั้นจะชักดิ้นชักงออย่างไร

.

.

“อ้าวไอ้ไค นี่แกมาได้ยังไงวะ?”

“ก็มาประชุมล่ะสิ” เพื่อนรักของโบกัสกำลังนั่งอยู่ที่โซฟาของห้องรับรองแขก ในขณะที่โบกัสกำลังเดินผ่านมาพอดี โบกัสจึงเดินเข้าไปทักเพื่อนของตน

“ประชุมงั้นเหรอ เรื่องอะไรวะ?”

“นี่แกอยู่ทีมการตลาดได้ยังไง ไม่มีใครบอกแกเลยหรือไงว่าบริษัทของแกกำลังจะเปิดตัวน้ำหอมคอลเลกชันใหม่น่ะ?”

สายตาที่ดูว่างเปล่าปราศจากข้อมูลไม่มีอะไรในนั้น ก็ทำให้ไครู้ได้ทันที ว่าในบริษัทแห่งนี้โบกัสก็ยังคงถูกกันท่าและรังเกียจอย่างเดิม ไม่ต่างอะไรจากบริษัทเก่าที่เพิ่งลาออกมาเมื่อหกเดือนก่อน

“เฮ้ยจริงดิ นี่แกไม่รู้จริงเหรอ?”

“ก็ถ้าฉันรู้ ฉันจะยืนเอ๋อแบบนี้มั้ยล่ะ บางทีทีมที่เป็นฝ่ายมาร์เก็ตติงของแคมเพนนี้ก็อาจจะเป็นทีมอื่นก็ได้นะ แกอย่าลืมสิ ว่าบริษัทนี้มีทีมมาร์เก็ตติงตั้งหลายทีม”

“แต่ทีมที่ฉันจะเข้ามาคุยด้วยในวันนี้ คือทีมของคุณพิชชี่ พิริยา หัวหน้าฝ่ายการตลาดที่แกกำลังอยู่นะ”

เมื่อโบกัสได้รู้ความจริงจากปากเพื่อนรักของตน ก็ถึงกับตัวแข็งทื่อ โบกัสรู้ได้ทันทีว่าตนนั้นถูกกันให้ออกจากโพรเจกต์นี้ ด้วยการปิดข่าวและไม่แจ้งรายละเอียดงานให้กับโบกัส

จนถึงวินาทีสุดท้ายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ที่คนทั้งทีมกำลังจะเข้าไปในห้องประชุม หากแต่โบกัสกลับถูกกระทำไม่ต่างอะไรจากเด็กฝึกงาน เหมือนไร้ความสำคัญและไร้ตัวตน ยิ่งกว่าบริษัทเดิมเสียอีก

.

.