ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อ ขอให้ผมรักแร้หายดำ ผมจะได้เจอรักแท้สักที…ส้าาาธุ…

หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ - ตอนที่ 2 เมื่อครั้งยังเยาว์ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ดราม่า,ไทย,ยุคปัจจุบัน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ดราม่า,ไทย,ยุคปัจจุบัน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ โดย KVinth_INLove @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ถ้าขอพรได้หนึ่งข้อ ขอให้ผมรักแร้หายดำ ผมจะได้เจอรักแท้สักที…ส้าาาธุ…

ผู้แต่ง

KVinth_INLove

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ

นามปากกา : KVinth_INLove

.

โบกัส…วัยรุ่นยุคมิลเลนเนียลส์ ที่ประคองชีวิตตัวเองมาอย่างทุลักทุเลจนถึงปี 2026 และใช่…ตอนนี้เขาอายุ “สี่สิบปีแล้ว” เขายังคงทำงานอยู่ในบริษัทน้ำหอมชื่อดัง ที่สำคัญ…เขาคือ “เซลล์เมเนเจอร์”

หากแต่เพราะความเป็นเขา มันจึงทำให้หน้าที่การงานของเขาเป็นอุปสรรค จากชายหนุ่มหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ สู่เคะแก่น้ำหนัก 110 กิโลกรัมอย่างสมบูรณ์ และอีกหนึ่งความลับที่เขาไม่เคยบอกใครนั่นก็คือ ความเก๋ไก๋ใต้วงแขน จนกลายเป็นท็อปปิกขำขันประจำออฟฟิศไปจนถึงคู่ค้าเวลาขายงาน

ในวันที่ความมั่นใจหมดลงจนยากที่จะกู่ให้กลับมาได้อีก โบกัสจึงเลือกที่จะพาตัวเองออกมาจากความน่าอับอายนั้น และคิดจะใช้ชีวิตอย่างสงบและเริ่มชีวิตใหม่ อยู่ในโลกที่ไม่ต้องมีการแข่งขันเรื่องรูปร่างหน้าตาอีก

แต่โลกใบนี้มักส่งโชคดีมาพร้อมกับโชคร้าย เขาก็ได้พบกับกฤช เด็กที่เคยชื่นชมเขาเมื่อครั้งที่เขายังเฉิดฉาย และได้เสียกันในคืนที่ไร้สติ แม้ว่ากฤชจะรักโบกัสมากแค่ไหนแต่โบกัสก็รู้ดีว่าตนไม่คู่ควร

และดูเหมือนว่าสวรรค์ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เขาคิด การเกิดอุบัติเหตุจนเศษกระจกเจาะเข้าที่ลำคอของโบกัส มันได้พรากโบกัสไปจากทุกคน แต่ก็ได้ให้ชีวิตใหม่กับ…บลู ชายหนุ่มวัย 30 ปี หุ้นส่วนคนใหม่ของไค กับบริษัท Kye & Friend Studio

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

สารบัญ

หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ-ตอนที่ 1 พยายามฆ่า,หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ-ตอนที่ 2 เมื่อครั้งยังเยาว์,หนุ่มรูปหล่อกับเกย์แก่รักแร้ดำ-ตอนที่ 3 รักกันไม่ได้

เนื้อหา

ตอนที่ 2 เมื่อครั้งยังเยาว์

ตอนที่ 2

เมื่อครั้งยังเยาว์

 

ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน

“กึ๊ดโมร์นึงเอฟวรี่โว๊น…”

เสียงพื้นรองเท้าปลายแหลมแฟชั่นของผู้ชายที่ฮิตใน 2008 ดังกระทบพื้นมาเป็นจังหวะแกร๊ก ๆ ตามความร่าเริงของผู้สวมใส่

วันนี้เป็นวันที่โบกัสเริ่มงานในบริษัทแห่งนี้ได้หนึ่งเดือนเต็ม กางเกงรัดรูปกึ่งยีนกึ่งสแล็คสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตติดกระดุมถึงคอพับปลายแขนขึ้นมาจนเกือบถึงข้อศอก

นาฬิกาแหวนสร้อยต่างหูสีดำตามแบบของแฟชั่น ประดับประดาอยู่บนร่างกายของชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความสดใส ผิวพรรณ หน้าตาดี จมูกโด่งปากแดง รอยยิ้มฟันสวยจนสามารถสะกดใจคนที่พบเห็นได้

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในที่ทำงานพร้อมกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ กล่าวทักทายคนที่มาถึงก่อนอย่างอารมณ์ดี ในช่วงเวลานี้ โบกัสเป็นที่รักของเพื่อนทั้งออฟฟิศ มิไยว่าจะทำงานมาแค่หนึ่งเดือน แต่กลับมีมิตรภาพกับคนในที่ทำงานราวกับทำมาแล้วนับสิบปี

“อุ๊ยตายแล้วลูก นี่ลูกใครครับพี่ ทำไมน่ารักจังเลย?”

“ลูกของคุณดนุพลน่ะ”

“คุณดนุพลงั้นเหรอ คนที่เป็นเพื่อนกับคุณเกรียงไกรอะนะ?”

“ใช่ พอดีว่าวันนี้เป็นวันหยุดของโรงเรียน ก็เลยพามาที่นี่ด้วย เพราะคุณดนุพลต้องมาคุยงานกับคุณเกรียงไกรน่ะ”

“จริงหรือเนี่ย น่ารักจังเลยลูก โตขึ้นต้องหล่อมากแน่ ๆ เลย ใครนะที่จะได้หนูเป็นแฟนกันเนี่ย…”

“อย่าพูดแบบนั้นกับเด็กสิโบกัส น้องยังเด็กอยู่เลยนะ ถ้าน้องจำไปพูดเดี๋ยวพวกเราจะซวยเอานะ”

“เออก็จริง ขอโทษครับพี่ งั้นคิดซะว่าเมื่อตะกี้พี่ไม่ได้พูดอะไรแนะแจ๊ะ…” โบกัสหันไปมองเด็กน้อย แล้วแกว่งปลายนิ้วชี้ไปมา เหมือนเป็นการสะกดจิตให้เด็กน้อยลืมในสิ่งที่ตนพูดไปเมื่อครู่

“แล้วนี่คุณเกรียงไกรไปไหนเหรอครับ?”

“ขึ้นไปประชุมกับคุณดนุพลที่ชั้นสิบตั้งแต่เจ็ดโมงแล้ว”

“งั้นเหรอครับ อือ…งั้นหนูมากับพี่เร็ว เดี๋ยวพี่จะให้กินขนม”

เด็กน้อยเดินตามโบกัสไปอย่างว่าง่าย ข้อแขนน้อยอยู่ในฝ่ามือเรียวสวย ปลายนิ้วข้างหนึ่งแปะอยู่ในปาก ราวกับเป็นขนมแทะเล่นกันปากว่างเท่านั้น

“เอ้…ไม่เอานะจ๊ะ อย่าดูดนิ้วเข้าใจหรือเปล่า กินนี่ดีกว่าพี่ซื้อขนมมาเยอะแยะเลย ว่าแต่น้อง…เอ…น้องชื่ออะไรจ๊ะ?”

“จื้อกิดงับ”

“น้องกฤช โอเคมา ๆ กินขนมดีกว่า ว่าแต่น้องกฤชกินอะไรได้บ้างเนี่ย อืม…งั้นเอาอันนี้ดีกว่า แซนด์วิชไข่ น่าจะไม่เป็นไรหรอกมั้ง”

เด็กน้อยรับขนมจากมือของโบกัสไปนั่งเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย ปกติแล้วโบกัสไม่ใช่คนที่รักเด็กสักเท่าไรนัก เพราะไม่ชอบเวลาที่เด็กโวยวายหรือเอาแต่ใจจนยากจะควบคุม

แต่สำหรับเด็กคนนี้ กลับเรียบร้อยพูดง่าย และสุภาพจนทำให้โบกัสถึงกับต้องยอมอุ้มเด็กคนนี้มานั่งเอาไว้บนตักได้ ในขณะที่มือข้างหนึ่งก็ยกแก้วกาแฟขึ้นมาดื่มอย่างระมัดระวัง

“พี่ฉวยจัง”

“ฮะ อะไรนะจ๊ะ?”

“พี่ฉวย ทั้งฉวยทั้งหย่อ หนูชอบพี่ที่ฉุดพี่ใจดีด้วย”

“อุ๊ยตายแล้วลูก นิสัยดีน่ารัก เห็นมั้ยพี่…เด็กมันไม่โกหก เด็กเขาพูดความจริงเสมอ”

.

.

“โอ๊ย ก็แกให้ขนมน้องมันนี่นา มันก็ต้องชมแกเป็นธรรมดา”

“บ้าน่า พี่อะอคติ เด็กพูดความจริงก็ต้องยอมรับกันหน่อยสิ แต่น้องกฤชครับ ถ้าจะชมพี่ให้ชมว่าหล่อนะครับ พี่ชอบให้ชมแบบนี้”

“งับ ผมโตขึ้นผมจะเป็นแฟนพี่”

“ฮ่า ๆ ๆ เด็กคนนี้นี่เขาฉลาดจริง ๆ นะ สมแล้วที่เป็นลูกของคุณดนุพลเจ้าของบริษัทใหญ่” โบกัสนั่งหัวเราะร่าเมื่อได้รับคำชมจากเด็กน้อยที่นั่งอยู่ในตัก โดยไม่ทันมองว่าผู้เป็นพ่อกำลังเดินมาข้างหลัง

“น้องกฤชมาหาพ่อเร็วลูก อย่าไปกวนพี่เขาทำงาน”

“อุ๊ยคุณดนุพล สวัสดีครับ น้องน่ารักมากเลยครับ โตขึ้นจะต้องเรียนเก่งเป็นใหญ่เป็นโตร่ำรวยแน่เลยครับ”

“แหมคุณก็ นี่แปลว่าตากฤชชมอะไรคุณอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย เด็กคนนี้น่ะปากหวาน ชอบชมคนไปทั่วนั่นแหละ แต่ก็เอาเถอะผมจะรับพรข้อนี้เอาไว้ก็แล้วกัน”

เมื่อพูดจบ คุณดนุพลผู้เป็นเจ้าของบริษัทแบรนด์น้ำหอมเปิดใหม่ ก็ยกเด็กน้อยที่อยู่บนตักของโบกัสขึ้นไปอุ้ม ก่อนที่จะพาเด็กน้อยคนนั้นกลับบ้านไป

โบกัสจ้องมองเด็กตัวเล็กวัยห้าขวบใช้ปลายคางพาดไหล่ของพ่อตัวเองมองมาด้านหลัง แล้วส่งยิ้มให้กับโบกัสพร้อมกับโบกมือไหว ๆ ให้กับโบกัสอย่างน่าเอ็นดู ถือว่าเด็กคนนี้เป็นเรื่องดี ๆ สำหรับการเริ่มต้นทำงานวันใหม่เลยทีเดียว

.

.

ปัจจุบัน 18 ปีต่อมาจากวันนั้น

หลังจากที่โบกัสออกมาจากโรงพยาบาล โบกัสต้องใช้เวลาเตรียมใจอยู่หลายวันที่จะกลับเข้าไปในบริษัทนั้นอีกครั้ง แทนที่จะมีแต้มต่อ แต่กลับกลายเป็นตัวตลกให้ใครต่อใครต้องหัวเราะเยาะไปเสีย

ชายหนุ่มร่างท้วมน้ำหนัก 110 กิโลบริบูรณ์ เดินเข้าไปในออฟฟิศ ที่ตนทำงานมาเกือบยี่สิบปี สายตากวาดจ้องมองไปทั่ว หลายคนที่โบกัสเคยร่วมงานด้วยเมื่อคราวนั้น ตอนนี้หายไปแทบจะหมดแล้ว

ปลายปากกาที่ถืออยู่ในมือสั่นเทาจนไม่อาจจรดลงไปบนแผ่นกระดาษได้ แม้แต่จะขีดฆ่าคำว่า…นาง/นางสาว…ออกเพื่อให้เหลือแค่คำว่า นาย ก่อนจะใส่ชื่อของตัวเองลงไปนั้นมันก็แสนจะยากเย็น

เอาเข้าจริง โบกัสรักบริษัทนี้มาก โบกัสเริ่มงานนี้มาตั้งแต่บริษัทเปิดใหม่ ๆ จนวันนี้กลายเป็นน้ำหอมแบรนด์ไทยที่มีชื่อเสียงอยู่ในโลกโซเชียล และขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ส่วนหนึ่งก็มาจากฝีมือของเซลล์อย่างโบกัส

“พี่เข้าใจนะ ว่าน้องไม่อยากจะออกหรอก แต่ถ้าน้องยังอยู่ที่นี่ น้องก็ต้องต่อสู้กับคนพวกนั้น ตัวพี่เองก็เป็นแค่ผู้หญิงแก่ ๆ คนหนึ่ง อีกไม่กี่ปีก็จะเกษียณแล้ว จะยื่นมือเข้าไปช่วยก็กลัวว่าเด็กมันจะถอนหงอกเอาตอนแก่ พี่ขอโทษนะโบกัส”

พี่มนฤดี หัวหน้าฝ่ายบุคคลเพียงหนึ่งเดียวที่ยังอยู่ข้างโบกัสตั้งแต่วันนั้นจนถึงตอนนี้

และดูเหมือนว่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เป็นคนเก่าคนแก่ที่ยังอยู่ที่นี่ คนกลุ่มนี้เห็นโบกัสมาตั้งแต่วัยหนุ่มที่ยังรูปร่างหน้าตาดี ใส่เสื้อไซซ์เอ็มกางเกงเอว 30 ผิวขาวผุดผ่องจนวันเวลาเริ่มกระชากความเยาว์วัยของโบกัสไปอย่างไม่มีความประนีประนอม

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจดี สักวันหนึ่งผมก็ต้องจากบริษัทนี้ไป ว่าแต่พวกพี่เถอะ คนเก่า ๆ เหลือกันอยู่ไม่ถึงห้าคนแล้ว ผมหายไปอีกคนพวกพี่ก็ดูแลตัวเองดี ๆ กันก็แล้วกัน คนแก่อย่างเรา สู้คลื่นลูกใหม่เขาไม่ได้หรอก เด็กสมัยนี้เขาไม่เคารพผู้ใหญ่กันแล้ว”

“พี่เข้าใจ เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสพี่จะทักไปหาก็แล้วกันนะ ไปกินข้าวด้วยกัน เพื่อจะได้นั่งเม้าท์มอยรำลึกถึงความหลังกันบ้าง”

“ได้เลยครับพี่”

เมื่อเขียนใบลาออกเสร็จเรียบร้อย โบกัสก็เดินมาจากห้องฝ่ายบุคคลอย่างเงียบเชียบ พยายามเดินหลบออกไปทางระเบียงด้านนอก ไม่อยากเดินเข้าไปทางใน ไม่อยากเดินไปทักทายหรือร่ำลาใครทั้งนั้น เพราะโบกัสรู้ดีว่า คนที่โบกัสไม่อยากจะเจอหน้าที่สุดนั่งทำงานอยู่ในนั้น

“อ้าวพี่โบกัส วันนี้มาทำอะไรเหรอคะ มาถึงแล้วไม่เข้าไปคุยกับพวกเราสักหน่อยหรือไง ทำไมต้องเดินอ้อมมาทางห้องน้ำด้วยล่ะ เหม็นจะแย่ อุ้ยลืมไปว่าพี่เองก็กลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวไม่ต่างอะไรจากของที่อยู่ในโถนั่น คงชินสินะคะ”

โบกัสจ้องมองใบหน้าสวยของเพนนีอย่างโกรธแค้น ผู้หญิงที่ภายนอกดูดีน่าเชื่อถือวัยสามสิบห้าปี แต่จิตใจกลับโหดร้ายราวกับแม่มดดำมืด คนที่ตั้งใจผลักโบกัสลงไปสู่ถนนใหญ่เพื่อให้รถชน แต่กลับยืนลอยหน้าลอยตากลับราวกับว่าไม่รู้อะไร

หากไม่ตั้งใจแต่แรกว่าวันนี้จะจากบริษัทนี้ไปอย่างเงียบเชียบ โบกัสคงได้ตะบันหน้าสวย ๆ นั้นให้หงายท้องซิลิโคนเบี้ยวไปบ้างแล้ว แต่เพราะวันนี้ไคมาด้วยและรออยู่ด้านล่าง หากมีเรื่องกัน คนอย่างไคไม่มีทางปล่อยให้โบกัสโดนฝ่ายเดียวแน่ ๆ ถึงตอนนั้นไคก็อาจจะซวยไปด้วยอีกคน

“เดี๋ยวสิพี่”

เพนนีคว้าแขนของโบกัสที่กำลังจะเดินหนีเอาไว้ ปลายเล็บแดงกดลงไปบนผิวเนื้อจนโบกัสเจ็บและรู้สึกถึงความแสบร้อนของแผ่นหนังที่ถลกออกมาจากคมของปลายเล็บนั้น

“ฉันรู้ว่าแกมาที่นี่ทำไม ไหน ๆ แกก็จะไปแล้ว ก็ขอให้ไปลับก็แล้วกัน อย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก”

“ฉันไม่ควรปลุกปั้นแกขึ้นมาเลยเพนนี ทั้งที่ฉันสามารถเป็นแบรนด์เมเนเจอร์แทนแกได้ แต่เพราะฉันมองโลกใบนี้สวยเกินไป คิดว่าคนอายุน้อยกว่าน่าจะมีความคิดที่สดใหม่กว่า ที่ไหนได้ ก็แค่กลิ่นโสโครกของน้ำครำ”

“ฮ่า ๆ ๆ แกจะด่าอะไรก็ด่าไปเถอะ ฉันไม่สนคำพูดของแกอยู่แล้ว เพราะวันนี้ จะเป็นวันที่แกต้องเดินไปให้พ้นสายตาของฉันสักที คนทั้งบริษัทจะได้โฟกัสมาที่ฉัน และไม่ต้องเอาฉันไปเปรียบเทียบกับอีอ้วนเหม็นเปรี้ยวอย่างแก” โครม…

“โอ๊ย!!!” ร่างของโบกัสถูกผลักอย่างสุดกำลัง จนชายร่างใหญ่ล้มลงไปข้างโถส้วมในห้องน้ำ

เสียงหัวเราะอย่างเหยียดหยาม มันช่างเจ็บปวดราวกับคมมีดที่กรีดแทง โบกัสในเวลานี้รู้สึกเกลียดทุกอย่าง เกลียดตัวเองที่ใจดีเกินไป เกลียดตัวเองที่โง่ไม่ทันคน แต่จะให้ผันตัวเองขึ้นมาเป็นตัวร้ายก็ทำไม่ลงเสียอีก

“ไอ้กัส!!!”

.

.