เมื่อความสมบูรณ์แบบ เริ่มแตกร้าวเพราะใครบางคน และ... เขากลับหลงใหลในรอยร้าวนั้น
ชาย-ชาย,นิยายวาย,BL,BoyLove,ดาร์กโรแมนซ์,นิยายผู้ใหญ่,พระเอกคลั่งรัก,ความสัมพันธ์เป็นพิษ,psychological,toxiclove,slowburn,ดราม่าจิตวิทยา,จิตรกร,นักธุรกิจ,ECHOESoftheSkin,อคินเรย์,ค่าน้ำโยเกิร์ตโซดา,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ECHOES of the Skinเมื่อความสมบูรณ์แบบ เริ่มแตกร้าวเพราะใครบางคน และ... เขากลับหลงใหลในรอยร้าวนั้น
คำเตือน: นิยายนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ พฤติกรรมหมกมุ่น
และฉากร่วมเพศอย่างชัดเจน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
เปิดตอนแรก: 22 พ.ค. 2569
ECHOES of the Skin
อคินคือผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ
มหาเศรษฐีผู้ควบคุมทุกอย่างได้ดั่งใจ
เยือกเย็น สุขุม และไม่มีวันปล่อยให้ใครแตะต้องหัวใจของเขาได้
จนกระทั่งเรย์เดินเข้ามา
จิตรกรแปลกหน้าผู้มองทะลุเปลือกนอกอันสมบูรณ์แบบนั้น
และค่อยๆ ทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้บนผิวหนัง… และลึกลงไปถึงจิตวิญญาณ
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากแรงปรารถนา
กำลังค่อยๆ กลายเป็นการครอบครอง
การเสพติด
และความยับเยินที่ไม่มีใครหยุดได้อีกต่อไป
เพราะบางครั้ง
สิ่งที่น่ากลัวที่สุด
ไม่ใช่การถูกทำลาย
แต่คือการเต็มใจยอมพังเพื่อใครบางคน
คำชี้แจง
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายแนว BL Psychological Dark Romance
มีเนื้อหาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ (Toxic Relationship)
พฤติกรรมหมกมุ่น การครอบครอง
ฉากร่วมเพศ และประเด็นทางอารมณ์ที่อาจไม่เหมาะกับผู้อ่านบางท่าน
ตัวละครมีความคิด การตัดสินใจ และพฤติกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการเล่าเรื่อง
ไม่ได้มีเจตนาสนับสนุนการกระทำที่ไม่เหมาะสมในชีวิตจริง
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
นามปากกา: ค่าน้ำโยเกิร์ตโซดา
หมายเหตุเกี่ยวกับการติดเหรียญ
ราคาของแต่ละตอนอาจแตกต่างกันตามความยาวและปริมาณเนื้อหาในตอนนั้นๆ
ผู้เขียนพยายามตั้งราคาให้เหมาะสมกับประสบการณ์การอ่านและความเข้มข้นของเนื้อหาในแต่ละตอน
ขอบคุณทุกการสนับสนุนที่ช่วยให้ ECHOES of the Skin เดินทางต่อไปได้ 🖤
แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านรอยแยกของม่านพลาสติกสีซีดในโรงแรมม่านรูด ไม่ได้ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนเช้าวันใหม่ แต่มันกลับตอกย้ำถึงความ "ผิดที่ผิดทาง" ของมหาเศรษฐีอย่างอคิน
อคินลืมตาขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ถูกรบกวนด้วยเสียงพัดลมระบายอากาศที่ครางหึ่ง โลกของเขามักจะถูกปลุกด้วยเสียงแจ้งเตือนหุ้นหรือตารางนัดหมายที่แน่นขนัด แต่วันนี้... สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเงาร่างของชายแปลกหน้าที่เขาเพิ่งใช้ค่ำคืนอันรุ่มร้อนด้วยกันในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้
เรย์ไม่ได้นอนอยู่บนเตียง แต่อีกฝ่ายนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเก่าริมหน้าต่างที่ถูกปิดตาย แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อบางๆ ของจิตรกรหนุ่มดูไร้พิษสงภายใต้แสงสีนวลตา แต่อคินรู้ดีว่าดวงตาคู่นั้นคมกริบเพียงใด
อคินขยับกายลุกขึ้นนั่ง อาการปวดเมื่อยแล่นริ้วไปตามไขสันหลัง เขาหยิบเสื้อเชิ้ตราคาแพงที่ตอนนี้ยับย่นและวางอยู่บนพื้นพรมราคาถูกมาสวมลวกๆ สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับ 'สมุดสเก็ตช์' เล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงข้างๆ กระเป๋าสตางค์ของเขา
ด้วยสัญชาตญาณนักธุรกิจที่ต้องคุมเกมให้เบ็ดเสร็จ อคินถือวิสาสะหยิบมันขึ้นมาเปิด
พรึ่บ...
หน้าแรกที่เปิดออกทำให้ลมหายใจของมหาเศรษฐีหนุ่มสะดุดกึก
มันคือภาพลายเส้นถ่านดินสอของชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งไขว่ห้าง มือหนึ่งกำแก้ววิสกี้ไว้แน่น แววตาในภาพนั้นดูโดดเดี่ยวและเย่อหยิ่งจนอคินรู้สึกเย็นวาบ เพราะเขารู้ดีว่านั่นคือ 'ตัวเขาเอง' ในมุมที่เขามั่นใจว่าไม่เคยเปิดเผยให้สื่อหรือนิตยสารเล่มไหนเห็น
เขารีบเปิดหน้าถัดไป... และถัดไป
หน้าหนึ่งเป็นรายละเอียดของดวงตาที่แฝงไปด้วยความว่างเปล่า อีกหน้าหนึ่งเป็นเงาด้านข้างขณะที่เขากำลังยืนคุยโทรศัพท์ในที่ลับตาคน และอีกหน้าเป็นภาพแผ่นหลังที่ดูแบกอาณาจักรธุรกิจไว้ทั้งใบ ทุกหน้าในสมุดเล่มนี้ไม่มีสิ่งอื่นใดเลย นอกจากรายละเอียดส่วนต่างๆ ของเขา... ที่ถูกบันทึกไว้อย่างประณีตและเนิ่นนาน
เรย์ไม่ได้เพิ่งเจอเขาที่บาร์เมื่อคืน และไม่ได้บังเอิญเดินตามเขาออกมา
"สวยไหมครับ?" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากริมหน้าต่าง
อคินสะดุ้งเล็กน้อย หันไปพบว่าเรย์กำลังจ้องมองเขาอยู่ แววตานั้นนิ่งสงบแต่กลับมีแรงดึงดูดมหาศาลเหมือนหลุมดำ
"นายแอบตามฉันเหรอ?" อคินถามพลางชูสมุดขึ้น น้ำเสียงพยายามรักษาความเยือกเย็นแบบประธานบริหารเอาไว้แม้ในใจจะสั่นคลอน "นายรู้ไหมว่าการทำแบบนี้มันผิดกฎหมาย"
เรย์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาไม่ขยับเข้ามาแย่งสมุดคืน แต่กลับเดินเข้ามาช้าๆ จนเงาของเขาบังแสงที่พาดผ่านตัวอคิน "ผมไม่ได้ตามคุณหรอกครับ... 'คุณคิน' "
อคินชะงักกึกไปทั้งตัว ความรู้สึกเย็นวูบแล่นผ่านสันหลัง "นาย... เรียกฉันว่าอะไรนะ?"
"ผมเรียกคุณว่า คุณคิน..." เรย์กระซิบพลางหยุดยืนตรงหน้า "ชื่อเล่นที่คนในวงการธุรกิจไม่เคยรู้ ชื่อที่มีเพียงไม่กี่คนในตระกูลของคุณใช้เรียกในเวลาที่คนเหล่านั้นอยากจะ 'ขยี้' ตัวตนของคุณให้จมดิน"
ความไม่สบายใจเริ่มเกาะกินใจอคิน เขาเหมือนถูกจ้องมองจากเงามืดโดยปีศาจที่รู้จักเขาดียิ่งกว่าตัวเขาเอง "นายเป็นใครกันแน่ เรย์?"
"ผมก็แค่จิตรกรที่ชอบวาดสิ่งที่ดู 'โดดเดี่ยว'" เรย์ตอบโดยไม่ตอบคำถามเรื่องที่มาของชื่อ เขาใช้ปลายนิ้วที่เปื้อนเขม่าดินสอแตะลงบนภาพวาดในสมุดที่อคินถืออยู่ "และในเมืองที่เต็มไปด้วยหน้ากากใบนี้ ไม่มีใครซ่อนความโดดเดี่ยวได้สวยงามเท่าคุณอีกแล้ว ลายเส้นพวกนี้มันบอกผมหมดแล้ว... ว่าภายใต้สูทแสนแพง คุณกำลังกระหายการถูกใครสักคน 'มอง' เห็นจริงๆ แค่ไหน"
อคินสบตากับจิตรกรลึกลับ ความหวาดระแวงพยายามเตือนให้เขาเดินออกไปจากห้องม่านรูดแห่งนี้แล้วอย่ากลับมามองข้างหลังอีก แต่หัวใจที่ว่างเปล่ากลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเมื่อพบว่ามีใครบางคนที่รู้ชื่อลับและมองเห็นรอยร้าวในใจเขา
"ชื่อมันไม่สำคัญหรอกครับ..." เรย์กระซิบชิดใบหู ทิ้งสัมผัสอุ่นร้อนไว้บนผิวแก้ม "สำคัญที่ว่า วันนี้... คุณพร้อมจะตามผมกลับไปที่ 'สตูดิโอจริง' ของผม เพื่อให้ผมวาดส่วนที่ยังไม่จบต่อหรือเปล่า?"
อคินมองสมุดสเก็ตช์ในมือ แล้วมองดูชายที่อยู่ตรงหน้า เขาพยายามหาเหตุผลที่จะปฏิเสธ แต่สุดท้ายเขากลับพบเพียงความกระหายที่อยากจะรู้ว่าปีศาจคนนี้จะพาเขาไปถึงจุดไหน
"นำทางไปสิ" อคินตอบเสียงพร่า
เขาไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจก้าวออกจากม่านพลาสติกผืนนี้เพื่อตามเรย์ไป คือการยินยอมให้จิตรกรหนุ่มกรีดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา... จนไม่เหลือทางถอยกลับไปเป็น 'ประธานอคิน' คนเดิมได้อีกตลอดกาล