รักแรกพบที่ไม่คิดว่าจะได้รัก แต่กลับถูกรักอย่างไม่ทันตั้งตัว
รัก,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,ไทย,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
ขอรักเธอ 21 วันรักแรกพบที่ไม่คิดว่าจะได้รัก แต่กลับถูกรักอย่างไม่ทันตั้งตัว
หนึ่งในนิยายซีรีส์ “ขอ…” จากนามปากกา KVinth_INLove
1. ขอรักเธอ 21 วัน
2. ขอพระจันทร์นำทางรัก
อธิบาย/คำเตือน
เรื่องย่อ
นามปากกา : KVinth_INLove
ปก/ตัวละคร : Raynanimx
.
คณิน…คือชายวัย 35 ปีที่ดูแลตัวเองดีจนหน้าตาเหมือนคนอายุแค่ยี่สิบห้าถึงยี่สิบปลาย ๆ เท่านั้น อาหารมื้อหลักคือโบท็อกซ์ 300 ยูนิตทุกหกเดือน ยังไม่รวมฟิลเลอร์และหัตถการอื่น ๆ เพื่อกระชากวัย แต่ถึงยังไงก็ยังหนีความจริงที่ว่าอีกแค่ห้าปีก็จะถึงหลักสี่อยู่แล้วไม่พ้น บวกกับว่าเจอเรื่องราวในอดีตที่ไม่อยากพูดถึงมาพอสมควร จึงเหมือนมีปมในใจเรื่องความรัก
จนเมื่อมาเจอกับ บอม ชลธี ความรู้สึกตื่นเต้นโครมครามมันก็สะเทือนหัวใจขึ้นมาอีกครั้ง หากแต่เพราะความเป็นหนุ่มหล่อหน้าตาดีของบอม มันจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีใครต่อใครเข้ามาสะกิดปมในใจของคณินขึ้นอีกครั้งจนนึกกลัว
สิ่งเดียวที่ทำให้ความสัมพันธ์ครั้งนี้มันเดินต่อไปได้นั่นก็คือ บอมตกหลุมรักคณินตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามาในบริษัทนี้ โดยที่คณินไม่เคยรู้ คณินคิดแค่ว่าเป็นเพราะตนแสดงออกมาว่าชอบเขา เขาจึงเล่นด้วยตามประสาคนหนุ่มหน้าตาดีที่อยากบริหารเสน่ห์เท่านั้น
.
.
นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…
ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ
ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ^^
Threads : mungkorn_kevinth
Twitter : Kevinth_M
Tiktok : kevinth_m.author
Facebook : kevinthm.author
ตอนที่ 1
ทฤษฎี 21 วัน
“เฮ้ย หล่อจังวะ”
อยู่ ๆ มิกกี้ก็โพล่งออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย จนทำเอาคณินเสียสมาธิไปชั่วขณะ ในขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งปรึกษางานกันอยู่ในห้องทำงานของแบรนด์เมเนเจอร์ที่เป็นหนึ่งเดียวของบริษัทน้ำหอมชื่อดังที่ออฟฟิศตั้งอยู่ในย่านธุรกิจหลักของเมืองหลวง
“อะไรของแกวะ อยู่ ๆ ก็เสียงดัง ฉันตกใจหมด”
“ก็นั่นไง เด็กใหม่ที่กำลังเดินเข้ามานั่นน่ะ แกหันไปดูสิ”
คณินหันไปมองตามคำบอกของเพื่อนสนิทอย่างมิกกี้ สิ่งที่เห็นคือชายหนุ่มหน้าตาดีกับส่วนสูงที่น่าจะเกินร้อยแปดสิบเป็นอย่างต่ำ กับผมสีทองหม่นค่อนไปทางเทาดูเท่ไปอีกแบบ แถมยังจมูกโด่งปากแดงธรรมชาติได้รูป กรามสันคมชัดอย่างชายชาตรี เรียกได้ว่าราวกับเทพบุตรก็ไม่ผิดเสียทีเดียว
แต่เพื่อรักษาภาพพจน์ของหัวหน้างาน จึงต้องดึงสติของตัวเองให้กลับมา แล้วแสร้งทำเป็นว่าไม่ได้ใจเต้นตึกตักกับความหล่อที่มันสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งหัวใจของแบรนด์เมเนเจอร์หนุ่มอย่างคณินจนแทบจะทะลุออกมานอกอกในตอนนี้
“เออว่ะ ก็หล่อดี ว่าแต่น้องเขาอยู่แผนกไหนวะ พนักงานใหม่หรือไง ทำไมฉันไม่เคยเห็นหน้าของน้องเขามาก่อนเลยล่ะ?”
“เอ้า ฉันก็นึกว่าจะมาเป็นฝ่ายขายของแกเสียอีก หน้าตาดีขนาดนี้ไม่ใช่ว่าจะให้มาอยู่หน้าร้านหรอกเหรอ? ตอนแรกฉันก็ยังแอบคิด ว่าแกรับคนมาทั้งคน ทำไมไม่เห็นบอกเซลล์อย่างฉันเลยสักคำ”
“หึ…ถ้ามาอยู่กับฉัน ฉันก็ต้องรู้แล้วสิ ฉันจะถามแกเพื่อ”
“เออ งั้นเดี๋ยวฉันไปสืบก่อนนะ ว่าน้องมันอยู่แผนกไหน แกดูสิ พวกชะนีหน้าห้องนั่น เต้นเหยง ๆ เป็นพยาธิไชตูดเลย”
มิกกี้คะนองปากไปตามประสา ด้วยความที่อยู่กันแค่สองคนจึงปล่อยใจให้พูดไปอย่างที่ใจคิด โดยลืมคิดว่าสิ่งที่ตัวเองพูดนั้น หากพูดให้ใครได้ยิน อาจถูกหาว่าไม่ให้เกียรติหรือบูลลี่คนอื่นได้
“ไอ้มิก แกก็พูดดี ๆ หน่อย ใครได้ยินเข้าเขาจะหาว่าแกบูลลี่เขานะ” คณินพูดเตือน เมื่อเพื่อนของตัวเองหลุดพูดคำที่เปราะบางสำหรับคนยุคนี้ออกมา
“เออเนาะ สมัยนี้จะพูดอะไรก็ยากเย็นไปหมด คนแก่อย่างเรานี่ต้องปรับตัวกันจนเหนื่อยเลย แกว่ามะ?”
“จะทำไงได้ ก็สังคมสมัยนี้มันเปลี่ยนไวจะตาย ว่าแต่น้องมันหายไปไหนแล้ววะ”
“ฮั่นแน่ นี่ตกลงว่าแกสนใจน้องเขาใช่มั้ยวะ แล้วทำเป็นพูดเหมือนไม่สน ที่แท้ก็…”
“แกไม่ต้องมามองหน้าฉันแบบนั้นเลยนะ ใครสนใจ ฉันก็แค่อยากรู้อย่างที่ทุกคนอยากรู้นั่นแหละ เผื่อเขาจะอยู่แผนกที่ฉันต้องเรียกใช้งานไงจะได้รู้เอาไว้” คณินรีบแก้ต่าง
“อ้อ เหรอ…”
มิกกี้จ้องมองเพื่อนรักด้วยสายตากรุ้มกริ่มยิ้มมีเลศนัยด้วยสายตารู้ทันในทุกอณูความคิดของคณินเพื่อนรัก ก่อนที่จะรวบเอาแฟ้มที่วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับแท็บเล็ตคู่ใจ แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้หน้าโต๊ะเพื่อเตรียมจะออกไปทำงานต่อ
“เออ ๆ งั้นแกรอก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะไปตามสืบมาให้ เพื่อนฉันจะได้มีฟงมีแฟนกับคนอื่นเขาสักที”
“ไปเหอะน่า อย่าพูดเยอะ เดี๋ยวก็ให้ใบเตือนซะนี่ อย่าคิดว่าเป็นเพื่อนกันแล้วฉันจะไม่กล้านะ อย่าลืมสิ ว่าฉันน่ะแบรนด์เมเนเจอร์นะเว่ย”
“จร้าาา พ่อแบรนด์เมเนเจอร์ใหญ่ ฮ่า ๆ ๆ”
มิกกี้เดินหัวเราะคิกคักออกไปจากห้องกระจก ปล่อยให้คนในห้องหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เพราะอันที่จริงแล้ว คณินก็ไม่ต่างจากคนอื่น ที่ตกหลุมรักชายรูปหล่อผมสีทองที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในออฟฟิศตั้งแต่คราวแรกนั้นเหมือนกัน
.
.
เที่ยงวันนั้น
“แกดูนั่นสิ ยังไม่ทันข้ามวันเลย สาว ๆ ทั้วออฟฟิศก็พากันแห่ไปตอมอย่างกับแมงวัน…”
“ไอ้มิก!!! หยุดเลยนะ…”
“ฮั่นแน่ ยังไม่ทันไรแกก็ออกตัวปกป้องน้องเขาแล้วเหรอเนี่ย แกนี่มันยังไงกันนะ เพิ่งจะแค่เห็นหน้า แต่หวงเขาอย่างกับได้เป็นผัวเมียกันแล้วงั้นแหละ”
“ผัวพ่อง…”
“อะ ๆ ๆ อย่าพูดคำหยาบนะจ๊ะ เสียชื่อคุณคณินแสนสุภาพหมด อืม…งั้นก็เอาเถอะ ถ้าแกออกตัวแรงขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวฉันจะช่วยแกเอง”
“แกจะช่วยฉันยังไง น้องมันคงไม่ชอบฉันหรอก ดูจากท่าทางแล้วเหมือนน้องมันไม่น่าจะชอบผู้ชายเลยด้วยซ้ำ แล้วอีกอย่าง แกจะแกะฝูงแร้งพวกนั้นออกไปจากตัวน้องเขายังไงก่อน”
“ฮ่า ๆ ๆ นี่แกพูดแบบนี้ แปลว่ากำลังหีงน้องเขาสินะ”
“หึ เปล่าซะหน่อย”
คณินทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวของตัวเองต่อไปจนเสร็จ จนเมื่อหลังมื้ออาหารเที่ยง สองเพื่อนซี้จึงมายืนเมาท์มอยกันในห้องกาแฟและพูดเรื่องของบุคคลที่สามกันอย่างออกรส
เพราะแน่ใจว่าในเวลานี้น่าจะยังไม่มีใครกลับเข้ามา ทั้งออฟฟิศในตอนนี้ จึงมีแค่คณินกับมิกกี้ที่เป็นหัวหน้าฝ่ายขายเท่านั้น แล้วก็แม่บ้านที่กำลังเดินไปมา ซึ่งก็ไม่น่าจะมีผลอะไรกับบทสนทนานี้
“แก สมัยนี้ความรักมันไม่มีเพศแล้วปะ”
“มันก็ไม่ใช่ทุกคนจะคิดแบบนี้ปะวะ แล้วถ้าเขาไม่ได้ชอบผู้ชาย ไม่หน้าแหกหรือไง?”
“แกเคยได้ยินทฤษฎี 21 วันปะวะ? ทำนองว่า…ทำตัวเหมือนแฟนแบบเนียน ๆ อินคลูดตัวเองเข้าไปให้เขาเห็นทุกวัน ไม่ต้องบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าแกกำลังคิดยังไง แกล้งทีเล่นทีจริง แล้วพอวันหนึ่งแกหายไปถ้าเขามองหา แล้วถ้าเป็นแบบนั้นเข้าจริง ๆ มันก็แปลว่าน้องเขาตกหลุมรักแกแล้วยังไงล่ะ”
“เออ เรื่องนี้ก็พอเคยได้ยินอยู่ แต่มันจะได้จริง ๆ เหรอวะ ฉันไม่ค่อยแน่ใจกับคำแนะนำของแกเลยว่ะ”
“เอาน่า ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรไม่ใช่เหรอ แกก็อย่าออกตัวมากว่าชอบเขา แค่แกล้งแทรก ๆ ตัวเองเข้าไปให้เหมือนเป็นเรื่องบังเอิญแค่นั้น”
“แต่ฉันว่า…”
.
.
“สวัสดีครับพี่มิกกี้ ทานข้าวเสร็จกันแล้วเหรอครับ เมื่อตอนเที่ยงผมไม่เห็นพี่ทั้งสองคนเลย ไปทานข้าวที่ไหนกันเหรอครับ?”
เมื่อคณินกำลังจะพูดต่อ คนที่เป็นบทสนทนาของเรื่องนี้ก็เดินเข้ามาแบบเงียบ ๆ จนทั้งสองเกือบจะตั้งตัวแทบไม่ทัน ดีที่มิกกี้หัวไว จึงสามารถเนียนไปได้อย่างหวุดหวิด
“อ้าว กลับมาแล้วเหรอจ๊ะน้อง…เอ…น้องอะไรน้า พี่ลืมไปเลยเนี่ย ตอนแนะนำตามแผนกพี่ก็ไม่ทันฟังน่ะ”
“ผม…บอมครับ ชื่อจริงชื่อชลธี”
“จริงเหรอเนี่ย ตอนแรกพี่แอบคิดไปว่าน้องเป็นลูกครึ่งเสียอีก เห็นหน้าออกไปโซนนั้น และทำผมสีนี้อีก”
“ไม่หรอกครับ อันที่จริงผมไทยแท้เลย แค่จมูกโด่ง แล้วพอทำสีนี้แล้วมันขึ้น ผมก็เลยทำมาตลอดน่ะครับ โชคดีนะครับ ที่บริษัทนี้ไม่ได้ซีเรียสเรื่องสีผม ไม่งั้นผมคงเซ็งน่าดูเลย”
“คิดถูกแล้วล่ะที่มาทำงานที่นี่น่ะ ที่นี่เขามองกันที่ความสามารถ ส่วนเรื่องการแต่งตัวแค่ดูสะอาดสุภาพก็พอแล้ว อ้อนี่รู้จักกับเพื่อนพี่เอาไว้สิ…ชื่อคณิน…หรือจะเรียกสั้น ๆ ว่าคณินก็ได้นะ”
“เอ่อ แล้ว…ชื่อสั้นกับชื่อยาวมันต่างกันยังไงงั้นเหรอครับ?”
“ฮ่า ๆ ๆ เอาน่า…อ้อ พี่เขาเป็นแบรนด์เมเนเจอร์ของที่นี่น่ะ”
“อ้อ สวัสดีครับพี่ ยังไงผมก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ว่าแต่ทำไมตอนแนะนำตัวฝ่ายบุคคลเขาไม่เห็นพาผมไปหาพี่เลยล่ะครับ นี่ถ้าพี่มิกกี้ไม่แนะนำผมก็ไม่รู้เลยนะครับเนี่ย”
สายตาเว้าวอนจนน่าแปลกใจไม่สัมพันธ์กับคำพูดของบอมนั้น ทำเอาคนที่กำลังยืนทำทรงอยู่ หน้าแดงขึ้นมาราวกับบรัชออนสีเชอรี่จากแบรนด์ดัง
“เอ่อ คือ…เขาคงเห็นว่าพี่กำลังยุ่งอยู่ล่ะมั้งครับ”
“งั้นเหรอครับ ถ้ายังไงพี่ก็เรียกใช้ผมได้ตลอดเลยนะครับ สำหรับพี่ณินแล้ว ผมว่างเสมอนะครับ”
หนุ่มหน้าใหม่ส่งยิ้มให้กับคณินจนหนุ่มวัยเกือบกลางคนใจสั่นเต้นไม่เป็นส่ำ แต่ก็ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรถามเรื่องอื่นไปอย่างนั้น
“เอ่อครับ…ว่าแต่น้องบอมอยู่แผนกอะไรงั้นเหรอครับ?”
“ผมอยู่ไอทีครับ ถ้าพี่ติดขัดตรงไหน ก็เรียกผมมาได้เลยนะครับ”
“ได้ครับ ถ้าพี่มีอะไรให้ช่วย พี่จะโทรไปนะครับ”
เมื่อแนะนำตัวกันพอเป็นพิธี บอมก็ส่งยิ้มหวานให้กับคณิน และสิ่งยิ้มให้กับมิกกี้พอเป็นมารยาท แล้วเดินออกไปจากห้องกาแฟพร้อมกับกาแฟหอมกรุ่น ปล่อยให้คณินยืนประคองร่างที่แทบจะล้มลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น จนมิกกี้ที่เป็นผู้อยู่ในทุกเหตุการณ์อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
.
.