เมื่อผมวิลเลียม แบล็คเวล ถูกอัญเชิญไปต่างโลกเพื่อเป็น 'ผู้กล้า' เพื่อปราบจอมมาร..แต่ปัญหาคือ ผมไม่ได้อยากเป็น!ออกผจญภัยเองยังจะเวิร์กกว่า แล้วปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ผู้ชายมาดูมิตรภาพระหว่างพวกผมกันเถอะครับ

ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้! - บทที่4 แฟชั่นใหม่ในราคาห้าโซลินทองอะหรอ? โดย Juiku @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ผจญภัย,แฟนตาซี,แอคชั่น,นิยายออริจินอล,นักเขียนมือใหม่,williamblackvale,พล็อตสร้างกระแส,Isekai,ต่างโลก,มิตรภาพ,นามปากกาJuiku,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!,แฟนตาซี,ผจญภัย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ผจญภัย,แฟนตาซี,แอคชั่น

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยายออริจินอล,นักเขียนมือใหม่,williamblackvale,พล็อตสร้างกระแส,Isekai,ต่างโลก,มิตรภาพ,นามปากกาJuiku,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!,แฟนตาซี,ผจญภัย

รายละเอียด

ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้! โดย Juiku @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อผมวิลเลียม แบล็คเวล ถูกอัญเชิญไปต่างโลกเพื่อเป็น 'ผู้กล้า' เพื่อปราบจอมมาร..แต่ปัญหาคือ ผมไม่ได้อยากเป็น!ออกผจญภัยเองยังจะเวิร์กกว่า แล้วปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ผู้ชายมาดูมิตรภาพระหว่างพวกผมกันเถอะครับ

ผู้แต่ง

Juiku

เรื่องย่อ

เรื่อง:ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!


นามปากกา: Juiku


🌍 โลกแห่ง Caerentia


โลกแฟนตาซีต่างมิติที่ "ผู้กล้า" อย่างผมถูกอัญเชิญมาโดยไม่สมัครใจ...


Caerentia คือดินแดนที่เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ อาศัยอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ อมนุษย์ เอลฟ์ แวมไพร์ แวร์วูฟ เงือก และครึ่งคนครึ่งสัตว์ พร้อมเวทมนตร์ ดันเจี้ยน และความลับที่ซ่อนอยู่ทั่วแผ่นดิน โลกแห่งนี้มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่มีนามสกุล เผ่าพันธุ์อื่นมีเพียงแค่ชื่อหรือว่านามเท่านั้น 


🏰 ดินแดนสำคัญ:


Aurevest: เมืองหลวงของมนุษย์ ศูนย์กลางการปกครอง


Crimoria: ปราสาทของเผ่าแวมไพร์ ลึกลับและทรงอำนาจ เป็นเมืองของมนุษย์ที่ล่มสลาย


Thalmera: เมืองท่าริมทะเล เป็นเมืองการค้าที่เมืองที่สุด


Fralindor:เกาะน้ำแข็งของเผ่าเอลฟ์มีดันเจี้ยน ขนาดใหญ่ที่สุดและอันตรายที่สุด


Drymoor: ดินแดนแห้งแล้ง เต็มไปด้วยอันตรายและความลับ


Ravenna: ถิ่นของครึ่งคนครึ่งสัตว์ และภูเขาสูง 


Neravelle: หมู่เกาะของเผ่าทะเลและเงือก


หมู่เกาะต้องห้าม: ดินแดนที่ยังไม่มีผู้ใดกลับมาเล่าเรื่องราวได้...




💧 แม่น้ำและทะเลสาบ:


Elvaren / Isvalen – แม่น้ำสายหลักของเกาะกลางและ Fralindor


Lake Caelis – ทะเลสาบข้างเมืองหลวง


Lake Nareth – ทะเลสาบทางเหนือ


Lake Selvon – ทะเลสาบทางใต้




🕳️ ดันเจี้ยนหลัก:


Fangs of Vireth 


Abyssgale Coves


Labyrinth of Chance 


The Scorchvault


Frozen Sanctum




💰 ระบบเงิน:


Solin (โซลิน)


เหรียญทอง / เงิน / ทองแดง


1โซลินทอง=10โซลินเงิน=100โซลินทองแดง




⚔️แรงค์นักผจญภัย


SS S A B C D E F




________________________________________




มีเป้าหมายเขียนให้ได้100บท+ 


ลงทุกๆ1-3วันต่อ 1บทงับ ใครลองอ่านแล้วฝากคอมเมนต์ฟีดแบ็คนิยายผมหน่อยน้า~




ปล.เป็นนักเขียนมือใหม่ฮะ พึ่งฝึกเขียน ยังไม่มีงบจ้างทำปกเรื่องเลยใช้อันนี้ก่อนทำแผนที่และเขียนในโทรศัพท์สเกลรูปภาพและสไตล์การพิมพ์อาจจะดูแปลกไปบ้างแต่พร้อมรับฟังความคิดเห็น/ติชมได้งับ ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันเลย


                           Map world 


สารบัญ

ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่1 ต่างโลกเหรอ? ขอรีเจคได้มั้ยครับ,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่2 ตำแหน่งผู้กล้านายเอาไปเลยแล้วกัน!,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่3 ไปคลังต้องห้ามแล้วแยกย้ายกันนะ!,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่4 แฟชั่นใหม่ในราคาห้าโซลินทองอะหรอ?,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่5 เอาไงต่อดีล่ะ ผมเลือกทางนี้เองล่ะนิ,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่6 ชัยชนะและแสงสว่าง!,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่7 ค่ำคืนแรก ณ ต่างโลก (ไม่มีNcน้า),ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่8 นี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่9 พวกผมซัดกับฝูงหมาป่าเขี้ยวดำ,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่10 อาหารไทยจานแรกจะผงาดที่ต่างโลก,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่11 ซวยแล้วไง หมูบุก,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่12 ผมกลายเป็นนักผจญภัยแรงค์E แบบงงๆ,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่13 รถม้าของพวกเราแพงเหมือนกันนะเนี่ย!,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่14 ไม่นะนิโค! ลูก้า!,ถูกอัญเชิญไปต่างโลกปาร์ตี้ของผมนั้นมีแต่ตัวผู้!-บทที่15 คืนวันเพ็ญ

เนื้อหา

บทที่4 แฟชั่นใหม่ในราคาห้าโซลินทองอะหรอ?

แสงแดดกระทบเข้าที่ใบหน้าในวินาทีแรกที่ผมก้าวออกจากท้องพระโรง ลมหอบหนึ่งพัดผ่านปลายเส้นผม และในวินาทีนั้นผมก็ได้เห็น…โลกใบใหม่


ตรงหน้าคือระเบียงหินขนาดใหญ่ที่ทอดยาวจากปราสาทลงไปยังเมืองหลวงเบื้องล่าง คือทิวหลังคาสูงต่ำสลับกันราวกับคลื่น ลาดชันไปตามแนวเขาที่รายล้อมเมืองไว้ตัวปราสาทนั้นยิ่งใหญ่ราวเทพนิยาย หินแต่ละก้อนที่ก่อขึ้นมาไม่ใช่แค่สถาปัตยกรรม แต่เหมือนมีเรื่องเล่าเป็นพันปีบันทึกอยู่ในรอยร้าวของมัน


เมืองนี้ชื่อว่า ออเรเวสต์ “Aurevest ” ศูนย์กลางอำนาจของอาณาจักรมนุษย์ตามข้อมูลแผนที่ในถุงเงินที่ท่านราชครูให้ไว้ผมพึ่งพบว่าในนั้นมันไม่ได้มีแค่เหรียญทองห้าสิบโซลิน แต่มีแผนที่อาณาจักรกับเหรียญตราพิเศษตามที่พระราชากล่าวไว้


และข้าง ๆ ปราสาททะเลสาบขนาดมหึมาสีฟ้าครามทอดยาวไปจรดขอบฟ้าชื่อของมันคือ ทะเลสาบแคลรีส ผิวน้ำราบเรียบจนเหมือนเป็นกระจกบานใหญ่สะท้อนท้องฟ้า


“ว้าวนี้..ผมมาต่างโลกจริงๆสินะ"


ฝั่งตรงข้ามคือเมืองบ้านเรือนหินอ่อนสีซีดเรียงรายอยู่ท่ามกลางกลุ่มไม้สูงใหญ่ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ตามถนนที่ทอดผ่านหน้าปราสาท ทั้งเหล่านักเวท นักรบ ชาวบ้าน พ่อค้า และคนแปลกหน้าจากทุกสายพันธุ์ ควันจากปล่องไฟลอยอ้อยอิ่งขึ้นฟ้า กลิ่นขนมปังอบใหม่ลอยมาตามลมผสมกับเสียงพูดคุย เสียงล้อเกวียน เสียงม้าสะบัดหาง


แต่ทันใดนั้น...


สายตาผู้คนรอบตัวเริ่มมองมาทางผมด้วยสีหน้าประหลาด ผมลดตาไปมองชุดตัวเอง...เสื้อคอกลมสีดำ กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบ แถมยังมีซิปและโลโก้แปลก ๆ ที่โลกนี้ไม่มี


ใช่สิ…ผมดูแปลกประหลาดเกินไปสำหรับที่นี่


ผมถอนหายใจ


"แย่ล่ะสิ... ก่อนอื่นคงต้องหาร้านเสื้อผ้าก่อน"




.....


ผมหยิบแผนที่ผ้าลินินที่พับอยู่ในถุงเงิน ลากนิ้วไล่หาทางไปยังย่านการค้า โชคดีที่ท่านราชครูใจดีพอจะเขียนคำแนะนำไว้ด้านหลังด้วยหมึกสีน้ำเงินจาง ๆ


“ย่านตลาดตะวันออกของ Aurevest มีช่างตัดเสื้อชื่อ แบรนด้า ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องแต่งกายของนักผจญภัย”


ผมจำชื่อไว้ในใจ แล้วออกเดินต่อ


เส้นทางที่ผ่านเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ บ้านเรือนเปลี่ยนจากหินอ่อนเป็นไม้โอ๊คสลับกระเบื้องดินเผา ป้ายร้านค้าห้อยระโยงระยาง บางร้านขายอาวุธ บางร้านขายวัตถุดิบเวทมนตร์ และบางร้าน…ส่งกลิ่นหมูย่างหอมฉุยจนท้องผมร้องเสียงดังแบบไม่เกรงใจใคร


ผมเดินเลี้ยวซ้ายตามทางที่แผนที่ระบุไว้ แล้วก็เห็นร้านหนึ่งตั้งอยู่ตรงหัวมุม มีป้ายผ้าปักลายเข็มทองแขวนอยู่เหนือประตู


"Branda Merowen"


ผมสูดหายใจเบา ๆ แล้วผลักประตูเข้าไป


กลิ่นของผ้าใหม่ ผสมน้ำหอมกลิ่นดอกไม้จาง ๆ และกลิ่นเหล็กบางอย่างจากเข็มโลหะลอยมาต้อนรับ ข้างในดูสะอาดและเรียบร้อย มีชั้นวางผ้าหลายชนิดเรียงรายตามผนัง และชุดหลากสไตล์แขวนไว้เป็นระเบียบ


ผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังจัดผ้าสีเข้มอยู่หลังเคาน์เตอร์ พอเธอเงยหน้ามาเห็นผม ดวงตาสีเทาเยือกเย็นของเธอก็ไล่สำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเร็ว ก่อนที่เธอจะยิ้มออกมาเบา ๆ


“โอ้...เด็กหนุ่มจากที่ไกลแสนไกล” เธอพูดขึ้นเสียงนุ่มแต่มั่นใจ “เจ้านี่เองสินะ...ผู้กล้า”


“หา?” ผมเผลอหลุดออกไปแบบนั้นเลย


“ไม่ต้องตกใจหรอกจ้ะ” เธอยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด “แค่เห็นเสื้อแปลก ๆ กับกางเกงของเจ้า ฉันก็พอเดาได้แล้วว่าเจ้าไม่ใช่คนของที่นี่ แล้วอีกอย่าง—ราชาอัลเฟรดก็เพิ่งประกาศเมื่อเช้านี้ว่าจะมีการอัญเชิญผู้กล้ามา”


ผมอ้าปากจะเถียง แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เธอก็พูดต่อ


“ยินดีต้อนรับสู่ Aurevest นะจ๊ะ” เธอเดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมา กวักมือเรียกผมเบา ๆ “มานี่สิ เดี๋ยวข้าจะตัดชุดให้เจ้า...ในแบบที่เหมาะกับ ‘การเริ่มต้นการเดินทางครั้งแรก’ ของเจ้า”


ผมมองเธออย่างทึ่ง


...ต่างโลกนี่...มันง่ายเกินไปหน่อยหรือเปล่านะ?


“เอ่อ คือว่า...ขอบคุณนะครับ แต่ว่า...” ผมยิ้มนิด ๆ เกาหลังคออย่างเก้อ ๆ “ผมมาจากโลกอื่นก็จริง แต่...ผมไม่ใช่ผู้กล้าน่ะครับ แฮ่ ๆ”


เธอยิ้มแบบที่ดูเหมือนจะรู้คำตอบอยู่แล้ว


“อ้อเหรอ?” เสียงเธอแฝงแววขบขัน “งั้นเจ้าก็เป็นแค่เด็กหนุ่มธรรมดาจากอีกโลกหนึ่งที่ถูกอัญเชิญมาอย่างลึกลับ ไม่มีหน้าที่ ไม่มีโชคชะตา และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคำทำนาย...ใช่มั้ยล่ะ?”


“...เอ่อ...ครับ” ผมตอบเบา ๆ


“งั้นยิ่งต้องมีชุดดี ๆ ไว้ใส่เลยสิ” เธอกลั้นหัวเราะ แล้วผลักประตูบานเล็กเข้าไปด้านหลัง “รออยู่ตรงนี้แป๊บนะ”


ผมพยักหน้าเบา ๆ ยืนมองรอบร้านที่ตกแต่งด้วยผ้าม่านสีอ่อน แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างกระจกสะท้อนฝุ่นเล็ก ๆ ลอยในอากาศ


.....


ผมเงียบไปในขณะที่หญิงชราเดินอ้อมมาทางด้านหลังของผม สายตาคมกริบวัดตัวผมตั้งแต่หัวจรดเท้าโดยไม่ต้องใช้สายวัด


“สูงหนึ่งร้อยแปดสิบปลาย ๆ...รูปร่างยังไม่เต็มวัย แต่สมดุลดี แขนขาเรียวยาว กล้ามเนื้อลำตัวสมส่วน อืม...เป็นนักดาบใช่ไหม?”


“ครับ ผมใช้ดาบเป็นหลัก” 


“งั้นก็ดีเลย” เธอพึมพำแล้วคว้าผ้าผืนสีเข้มจากชั้น “ข้าจะทำเสื้อชั้นนอกให้แบบที่เคลื่อนไหวง่าย ทนต่อเวท แถมยังป้องกันการขีดข่วนเล็กน้อยจากพวกสัตว์เวทในป่า”


เธอหยิบผ้าสีดำสนิทที่มีลวดลายมืดแฝงแสงเงินวูบวาบขึ้นมา แล้วคลี่ออก


“ส่วนกางเกง ใช้ผ้าเนื้อเบาแต่ทน ด้านในบุหนังแกะบาง ๆ จะได้ไม่กัดผิว ส่วนเสื้อตัวใน เอาผ้าสีเทาดูดี แต่ไม่เด่นเกินไปเจ้าจะได้ไม่ถูกเรียกตัวโดยพวกโจรระหว่างทาง”


ผมอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เธอก็พูดต่อไม่หยุด


“รองเท้า...รองเท้าเดินทางดี ๆ สักคู่ หนังชั้นดีจากหมาป่าสีน้ำตาลแห่ง Ravenna เดินทางไกลไม่กัดเท้า ทนน้ำ และเงียบเมื่อเหยียบลงบนดินเหมาะกับคนชอบลุย”


เธอยิ้มอย่างพอใจแล้วผายมือให้ผมเดินตามเข้าไปด้านในห้องลองเสื้อด้านหลังร้านมีม่านผ้าหนาห้อยลงมาถึงพื้น มีตุ๊กตาไม้ตั้งอยู่ข้าง ๆ พร้อมราวแขวนชุดใหม่เรียบร้อย


“ไปลองสิจ๊ะ”


...


หลังจากเปลี่ยนชุด ผมเดินออกมาในเครื่องแต่งกายใหม่ที่ดูสมกับนักผจญภัย


เสื้อกล้ามผ้าทอแนบตัวสีเทาหม่นทับด้วยเสื้อคลุมสีดำเข้มแขนยาว ปักลวดลายคล้ายลมที่พัดผ่านขุนเขาด้วยด้ายสีเงินจาง ๆ กางเกงหนังเข้ารูปพอให้เคลื่อนไหวสะดวก และรองเท้าทรงสูงสีน้ำตาลเข้มที่ให้สัมผัสมั่นคงทุกย่างก้าว


ผมมองตัวเองในกระจกทองเหลืองด้านข้าง แล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง ๆ


“โอ้โห...” เสียงของหญิงเจ้าของร้านดังขึ้นจากด้านหลัง “หล่อกว่าที่คิดนะเรา”


“ขอบคุณครับ...เท่าไหร่เหรอครับสำหรับทั้งหมดนี้?”


“ครั้งแรกสำหรับผู้กล้าขออภัย สำหรับ แขกจากอีกโลก อย่างเจ้า ข้าจะคิดแค่ห้าเหรียญทองโซลินก็พอ”


เธอยิ้มหวานแต่สายตายังคงคม


“น้อยไปหรือเปล่าครับ?”


“ถ้าเจ้ารอดกลับมาจากการผจญภัยเมื่อไหร่ล่ะก็...ช่วยมาเล่าให้ข้าฟัง ข้าถือว่านั่นคือค่าจ้างอีกครึ่งนึงก็แล้วกัน”


ผมชะงักเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าแล้วยื่นเหรียญทองจากถุงเงินส่งให้เธอ “ตกลงครับ ผมสัญญา”


หญิงชรารับเหรียญด้วยท่าทีสง่างามก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้


“ขอให้การเดินทางของเจ้ามีแสงนำทางนะ เด็กหนุ่มจากอีกโลก”


...


ผมก้าวออกจากร้าน แบรนดา เมโรเว่น พร้อมเสื้อผ้าใหม่และโลกนี้ยังอีกไกล...แต่บางอย่างในอกผมบอกว่าผมพร้อมจะเดินไปข้างหน้าแล้ว