เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตต่างภพ นวนิยายSci-Fiความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และค.รักที่ถูกจารึกใน สุสาส์นราคะ สถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งรักหลับใหล

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] - 10 ความทรงจำในรากไม้ โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ไซไฟ,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยายวายจีนโบราณ,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,ไซไฟ,ไซไฟ-แฟนตาซี,ไซไฟแฟนตาซี,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ไซไฟ,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยายวายจีนโบราณ,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,ไซไฟ,ไซไฟ-แฟนตาซี,ไซไฟแฟนตาซี,สุสาส์นราคะ

รายละเอียด

 สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตต่างภพ นวนิยายSci-Fiความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และค.รักที่ถูกจารึกใน สุสาส์นราคะ สถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งรักหลับใหล

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

.... สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] ...

°•. “Where the Hunter Becomes the Hunted”. •°

เกริ่นนำ

เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตที่เขาตามหา นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่จารึกอยู่บนหิน “สุสาส์นราคะ”

ป่าหนานลู่ไม่มีในแผนที่ของสำนักเทียนหลิน เพราะมันไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกับที่มนุษย์รู้จัก

ซฺยงเหมิง นักล่าผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เคยพลาดเป้า เดินเข้าไปเพื่อตามล่าสิ่งที่ทำให้สัตว์ป่าหายไปอย่างเงียบงัน เขาคาดว่าจะพบปีศาจ

แต่สิ่งที่พบกลับเป็น หริณฉานชายหนุ่มดวงตาสีทองที่นั่งเก็บเห็ดบนต้นไม้กลางดึกอย่างใจเย็น และตั้งแต่วินาทีนั้น คำถามก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

ใครกันแน่ที่เป็นนักล่า และใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ

 

นวนิยายจีนโบราณ ไซไฟ ความรักต่างสายพันธุ์ และจิตวิญญาณ เรื่องราวระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตต่างภพ 

ความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และสุสานที่ไม่มีผู้ตาย มีแต่หัวใจที่ยังอยู่รอเพื่อกันในทุกวัน

 

"สุสาส์นราคะ" ที่ๆ ทุกราคะและความผูกพันที่ไม่มีทางปล่อยวางได้ถูกเก็บรักษาไว้

ไม่ใช่สุสานของการจบสิ้นพันธนาการสุดท้ายของเหล่าดวงวิญญาณ

แต่เป็นสุสานของการจารึกบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความตาย

"สถานที่ ที่ จิตวิญญาณแห่งรัก หลับใหล"

....สุสาส์นราคะ...

มีรายตอนทั้งหมด 30 ตอน (ติดเหรียญตอนที่ 9)

EBOOK: MEB/ARNBOOK/PINTO/DEKDEE (ลดราคา22% 09.09-11.11)  

ฝากติดตาม: TIkTOk / IG / FB / LEMON8 / X (NAME: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

 

สารบัญ

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-1 กรงดักสัตว์ที่ว่างเปล่า, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-2 กลิ่นที่ไม่ควรสูดดม, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-3 โครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณ, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-4 ผืนป่าที่หายใจได้, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-5 ตาข่ายของนักล่า, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-6 ร่างงามที่ซ่อนในความมืด, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-7 เพราะในโลกนั้นมีท่าน, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-8 เขียนเป็นอักษรได้แต่หัวใจส่งไม่ได้, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-9 สุสาส์นราคะ (The Tomb of Infatuation), สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-10 ความทรงจำในรากไม้, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-11 สายพันธุ์ที่สาม, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-12 เพราะความรักไม่ต้องการคำอนุญาต, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-13 ข้อตกลงเบื้องต้น, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-14 เม็ดฝนในภพพืชพันธุ์ , สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-15 รากพืชพันธุ์ในเลือด, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-16 รายงานที่กลับมา, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-17 ที่แข็งแกร่งคือความรัก, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-18 แสงทองจากสุสาส์นราคะ, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-19 สัญญาณของภพต้นกำเนิด

เนื้อหา

10 ความทรงจำในรากไม้

มีความทรงจำบางอย่างที่ไม่ได้อยู่ในหัว มันอยู่ในมือที่เคยสัมผัส อยู่ในเท้าที่เคยยืนตรงนั้น อยู่ในผิวหนังที่ยังจำความอบอุ่นได้ แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด รากไม้เก็บความทรงจำของน้ำทุกหยด ที่เคยไหลผ่านมาในชั่วชีวิตของมัน

ไม่มีอะไรสูญหายไปจริงๆ มันแค่เปลี่ยนที่อยู่

และเมื่อสองคนยืนใกล้พอ ความทรงจำของคนหนึ่ง เริ่มรั่วไหลเข้าไปในอีกคน โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้ว่านั่นคือจุดเริ่มต้น ของสิ่งที่ไม่มีวันแยกออกจากกัน

 


 

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]

เดือนแปด ปีที่สี่แห่งรัชกาลหยวนเฉิง — วันที่ยี่สิบ

คำตอบจากสำนักเทียนหลินมาถึงตอนเที่ยงวัน

ซฺยงเหมิงนั่งอยู่ที่โต๊ะในถ้ำ กล่องโลหะส่งสัญญาณส่งเสียงเตือนสั้นๆ เขาเปิดกล่อง อ่านข้อความที่ปรากฏขึ้นบนกระดาษม้วนเล็กๆ ที่ออกมาจากช่องด้านข้าง

อ่านครั้งแรก

อ่านครั้งที่สอง

วางกระดาษนั้นลงบนโต๊ะ

ข้อความไม่ยาว แต่มีน้ำหนักที่ซฺยงเหมิงรู้สึกได้ในมือเมื่อถือมันไว้

ซฺยงเหมิง — รับรายงานแล้ว รายงานของท่านผิดปกติจากคำสั่งมาตรฐานในหลายจุด สำนักตัดสินใจส่งคนประเมินสถานการณ์ก่อนพิจารณาข้อเสนอการเจรจา คนประกอบด้วยสี่คน นำโดยอาวุโสเหอหยาน คาดว่าจะถึงภายในสิบวัน ท่านมีหน้าที่รักษาสถานการณ์ไว้ระหว่างรอ — ผู้บังคับบัญชา เจียงเสี่ยวหมิง

สิบวัน

ซฺยงเหมิงพับกระดาษนั้นไว้ในกระเป๋า ลุกขึ้น เดินออกจากถ้ำไปยังป่า

เขาต้องบอกหริณฉาน

หริณฉานฟังข่าวโดยไม่แสดงอาการใดๆ ที่ชัดเจน เขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในบ้านของตัวเอง มือวางนิ่งบนหนังสือที่เปิดอยู่ ดวงตาสีทองจ้องไปที่ผนังด้านหลังซฺยงเหมิงสักครู่ แล้วก็เคลื่อนกลับมาที่หน้าของเขา

"สิบวัน" หริณฉานพูด

"สิบวัน" ซฺยงเหมิงพูดซ้ำ "อาวุโสเหอหยานเป็นคนที่ข้ารู้จัก เขาไม่ใช่คนที่ก้าวร้าวโดยไม่มีเหตุผล แต่เขาเป็นคนที่ทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด"

"ซึ่งหมายความว่า?"

"หมายความว่าถ้าเขามาแล้วพบสิ่งที่ขัดกับคำสั่ง เขาจะจัดการตามคำสั่งโดยไม่มีข้อยกเว้น" ซฺยงเหมิงพูด เสียงตรง ไม่ปิดบัง "ข้อเสนอการเจรจาของข้าอาจไม่ใช่สิ่งที่เขาตัดสินใจในสนาม แม้ว่าจะอ่านรายงานมาแล้ว"

"เพราะเขาต้องเห็นเองก่อน"

"เพราะเขาเป็นคนที่ต้องสัมผัสสถานการณ์ก่อนตัดสิน" ซฺยงเหมิงพูด "ซึ่งในแง่หนึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าเขาได้พบท่าน เขาอาจเข้าใจต่างออกไป"

"หรืออาจตัดสินแย่ลง"

"อาจ" ซฺยงเหมิงพูดโดยไม่ปฏิเสธ

หริณฉานปิดหนังสือที่เปิดอยู่ ลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปที่ป่าที่เรืองแสงอยู่ในแสงบ่าย ท่าทางของเขาสงบ แต่ซฺยงเหมิงรับรู้ผ่านสัญชาตญาณสัตว์ว่าข้างในไม่สงบเท่ากับที่แสดงออกมา มีความตึงเครียดเบาๆ ที่หัวไหล่ ชีพจรเร็วขึ้นเล็กน้อยกว่าปกติ

"ท่านกังวล" ซฺยงเหมิงพูด

"ข้าคิด" หริณฉานแก้ไข "ว่าควรเตรียมอะไรสำหรับสิบวันข้างหน้า"

"ภพต้นกำเนิดรากและสุสาส์นราคะ — ท่านซ่อนได้ไหม?"

"ซ่อนจากสายตาได้" หริณฉานพูด "แต่ซ่อนจากสัญชาตญาณที่ดีไม่ได้ ถ้าคนของท่านมีนักล่าที่ไวพอ พวกเขาจะรู้สึกว่ามีบางอย่างในพื้นที่นี้ที่ต่างออกไป"

"คนของเหอหยานมีนักล่าที่ไวที่สุดในสำนัก" ซฺยงเหมิงพูดตรงๆ

"ข้ารู้ว่าท่านกำลังบอกอะไร"

"ข้ากำลังบอกว่าการซ่อนอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด" ซฺยงเหมิงพูด "ทางเลือกที่อาจดีกว่าคือให้พวกเขาเห็น แต่เห็นในแบบที่ถูกต้อง"

หริณฉานหันมามองเขา "ในแบบที่ถูกต้องหมายความว่าอะไร?"

"หมายความว่าพวกเขาเห็นสิ่งที่ท่านเป็นจริงๆ ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขากลัวว่าท่านจะเป็น" ซฺยงเหมิงพูด

"และนั่นต้องใช้เวลา ซึ่งเราไม่มีมาก"

"สิบวันก่อนที่พวกเขาจะมาถึง"

"สิบวัน" ซฺยงเหมิงพูดพร้อมมองหริณฉาน "และข้าต้องการใช้เวลานั้นให้เป็นประโยชน์ที่สุด"

วันแรกของสิบวัน

หริณฉานพาซฺยงเหมิงไปยังส่วนต่างๆ ของป่าที่ยังไม่เคยไป ส่วนที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างภพพืชพันธุ์และโลกมนุษย์ในแง่มุมที่แตกต่าง

ซฺยงเหมิงบันทึกทุกอย่าง อย่างละเอียด อย่างตั้งใจ แต่ไม่ใช่เพราะภารกิจอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว มันเป็นการบันทึกของคนที่ต้องการเข้าใจ ไม่ใช่เพียงเพื่อรายงาน

พวกเขาไปยังจุดที่น้ำใต้ดินจากภพพืชพันธุ์ซึมขึ้นมา ทำให้พืชรอบๆ เติบโตในรูปแบบที่ไม่มีในธรรมชาติปกติ ไปยังต้นไม้กลุ่มหนึ่งที่รากพันกันจนแยกไม่ออกและแบ่งปันสารอาหารกันเหมือนครอบครัวเดียวกัน ไปยังจุดที่กลิ่นของภพพืชพันธุ์รั่วออกมาแรงที่สุด จนแม้แต่คนที่ไม่มีสัญชาตญาณพิเศษก็รู้สึกได้ถึงความแตกต่างของอากาศ

"จุดนี้จะเป็นปัญหา" ซฺยงเหมิงพูดเมื่อยืนอยู่ที่จุดรั่วกลิ่น "นักล่าที่มาจะรู้สึกได้ทันที"

"ข้าสามารถลดกลิ่นได้ชั่วคราว" หริณฉานพูด "แต่ต้องใช้พลังงาน และถ้าลดต่อเนื่องนานเกิน พลังงานจะหมด"

"นานแค่ไหนที่ทำได้?"

"สองสามวัน"

"ไม่พอ"

"ข้ารู้" หริณฉานพูด มองจุดที่กลิ่นรั่วออกมา "มีทางอื่น ถ้าข้าวางรากเพิ่มเติมในบริเวณนี้ มันจะดูดซับกลิ่นแทนที่จะปล่อยออกมา แต่ใช้เวลาหลายวันในการวาง"

"เริ่มได้เลยไหม?"

หริณฉานมองเขา "ท่านต้องการช่วยไหม?"

"ข้าทำอะไรได้บ้าง?"

"ถ้าท่านสัมผัสรากที่ข้าวาง ความอบอุ่นของร่างกายท่านจะช่วยให้รากเติบโตเร็วขึ้นสองเท่า" หริณฉานพูด "รากจากภพพืชพันธุ์ตอบสนองต่อพลังชีวิตที่แรง และท่านมีพลังชีวิตที่แรงกว่ามนุษย์ทั่วไป เพราะรากพืชพันธุ์ในเลือด"

"ข้าช่วยเร่งการเติบโตของรากได้"

"ถ้าท่านยินดี"

"ยินดี"

หริณฉานนั่งลงบนพื้น มือทั้งสองวางบนดิน แสงทองแผ่ออกจากฝ่ามือ ซฺยงเหมิงนั่งลงข้างๆ วางมือบนดินในจุดที่หริณฉานชี้บอก

ทันทีที่มือของทั้งสองสัมผัสดินในจุดใกล้กัน มีบางอย่างไหลผ่านดินระหว่างพวกเขา ซฺยงเหมิงรู้สึกได้ถึงการเชื่อมต่อ ไม่ใช่การเชื่อมต่อทางกายภาพ แต่เป็นการเชื่อมต่อของพลังงาน บางอย่างจากมือของเขาไหลออกไปผ่านดิน รวมกับบางอย่างจากหริณฉาน แล้วไหลออกไปเป็นรากเล็กๆ ที่งอกขึ้นจากดิน

"ท่านรู้สึกได้ไหม?" หริณฉานถามเบา

"รู้สึกได้" ซฺยงเหมิงพูด เสียงอ่อนลงเพราะการรับรู้ที่เกิดขึ้น "รู้สึกเหมือนบางอย่างออกมาจากมือข้า"

"พลังงานชีวิต" หริณฉานพูด "ท่านไม่ได้เสียมัน แค่ยืมชั่วคราว มันจะกลับมาเมื่อถอนมือออก"

"เหมือนการหายใจออก"

"เหมือนการหายใจออก" หริณฉานพูดซ้ำ เสียงอ่อนโยน

พวกเขานั่งอยู่ที่นั่นในความเงียบ มือบนดิน รากงอกขึ้นรอบๆ ช้าๆ แต่สม่ำเสมอ แสงทองจากฝ่ามือของหริณฉานอ่อนลงเพราะพลังงานกระจายออกไปในรากใหม่ แต่รอบๆ มือของซฺยงเหมิง รากงอกเร็วกว่าชัดเจน

"ท่านเคยทำงานร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นในภารกิจก่อนหน้าไหม?" หริณฉานถามหลังจากนิ่งอยู่สักพัก

"ทำงานร่วม ใช่ แต่ไม่ใช่แบบนี้"

"แบบนี้ต่างอย่างไร?"

ซฺยงเหมิงคิดอยู่สักครู่ มองรากที่งอกขึ้นรอบๆ มือของทั้งสอง มองจุดที่แสงทองจากมือของหริณฉานและบางอย่างที่มองไม่เห็นจากมือของเขาไหลรวมกันในดิน

"แบบนี้รู้สึกเท่ากัน" เขาพูดในที่สุด "ภารกิจก่อนหน้าข้าเป็นผู้นำหรือเป็นผู้ตาม ไม่เคยเป็นแบบนี้"

"แบบนี้คืออะไร?"

"คือสองคนทำสิ่งเดียวกันพร้อมกันในแบบที่ต่างกันแต่เติมเต็มกัน" ซฺยงเหมิงพูด

หริณฉานเงียบสักครู่ แสงทองจากมือของเขาสว่างขึ้นเล็กน้อย

"ในภาษาของสายพันธุ์ข้า" เขาพูดเบาๆ "สิ่งที่ท่านอธิบายนั้นมีคำเรียก"

"คำว่าอะไร?"

"คำที่แปลได้ประมาณว่า 'รากที่เติบโตพร้อมกัน'" หริณฉานพูด "ใช้กับสิ่งมีชีวิตสองชนิดที่พันกันจนแยกไม่ออกโดยธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับ แต่เพราะเลือกยืนอยู่ในที่เดียวกันนานพอ"

ซฺยงเหมิงรับคำนั้นไว้ในความเงียบ ไม่พูดอะไรต่อ แต่มือที่วางบนดินไม่ได้ถอนออก

วันที่สองของสิบวัน

ซฺยงเหมิงตื่นขึ้นมาพบว่าหริณฉานนั่งอยู่ที่ปากถ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้รอให้เขาตื่น หริณฉานกำลังอ่านหนังสือในแสงรุ่งสาง หนังสือที่ดูเหมือนสมุดบันทึกแต่มีขนาดใหญ่กว่า ปกหนังสีเข้มมีรอยสึกของการใช้งานนาน

ซฺยงเหมิงออกมานั่งข้างๆ โดยไม่พูดอะไร

หริณฉานไม่ได้แปลกใจ แค่เลื่อนออกไปเล็กน้อยเพื่อให้มีที่ว่างบนหินที่นั่ง

ทั้งสองนั่งดูแสงรุ่งสางในความเงียบ

"หนังสืออะไร?" ซฺยงเหมิงถามในที่สุด

"บันทึกของผู้สำรวจรุ่นก่อน" หริณฉานพูด ไม่เงยหน้า "ที่เคยอยู่ในพื้นที่นี้ก่อนข้า ข้าพบมันในภพต้นกำเนิดรากเมื่อสามปีก่อน"

"เขียนด้วยภาษาอะไร?"

"ภาษาของสายพันธุ์ข้าส่วนหนึ่ง ภาษามนุษย์โบราณส่วนหนึ่ง" หริณฉานพูด "ผู้สำรวจคนนั้นอยู่ที่นี่นานมาก เรียนรู้ภาษามนุษย์ได้หลายชนิด"

"ท่านอ่านอยู่ตอนนี้เพราะอะไร?"

หริณฉานพิจารณาอยู่สักครู่ก่อนตอบ "เพราะข้ากำลังมองหาบางอย่างที่ผู้สำรวจคนนั้นบันทึกไว้"

"อะไร?"

"วิธีจัดการกับการมาถึงของมนุษย์จากองค์กรที่มีอำนาจ" หริณฉานพูดตรงๆ "เขาเจอสถานการณ์คล้ายกันในยุคที่เขาอยู่"

ซฺยงเหมิงหันมามองหนังสือนั้นด้วยความสนใจ "เขาจัดการอย่างไร?"

หริณฉานเปิดหน้าหนึ่งที่มีรอยพับ อ่านอยู่สักครู่ แล้วแปลออกมา เสียงเงียบในแสงรุ่งสาง

"เขาเขียนว่า 'มนุษย์ที่กลัวสิ่งที่ไม่รู้จักจะต่อสู้กับมัน มนุษย์ที่อยากรู้จักสิ่งที่ไม่รู้จักจะพยายามเข้าใจมัน วิธีเดียวที่จะเปลี่ยนมนุษย์กลุ่มแรกให้เป็นกลุ่มที่สองคือทำให้พวกเขาอยากรู้ ไม่ใช่ทำให้พวกเขากลัวน้อยลง'"

ซฺยงเหมิงคิดถึงเหอหยานและคน

"อยากรู้" เขาพูดซ้ำ "วิธีทำให้อยากรู้คือ?"

"ให้เห็นสิ่งที่น่าสนใจก่อนที่พวกเขาจะมีเวลาตัดสิน" หริณฉานพูด แล้ววางหนังสือลง มองออกไปที่แสงรุ่งสาง "ผู้สำรวจคนนั้นทำโดยการนำสิ่งที่สวยงามในภพพืชพันธุ์ออกมาแสดงก่อนที่มนุษย์จะตั้งรับ"

"สิ่งที่สวยงามในภพพืชพันธุ์"

"ดอกไม้ที่บานในความมืด แสงทองของต้นไม้ เสียงของโครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณที่ส่งสัญญาณ..." หริณฉานพูด แล้วหันมามองซฺยงเหมิง "สิ่งที่ทำให้มนุษย์รู้สึกว่าพวกเขากำลังพบบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่ใช่บางอย่างที่น่ากลัว"

"แล้วมันได้ผลกับผู้สำรวจคนนั้นไหม?"

"บางส่วน" หริณฉานพูด "แต่เขาบันทึกไว้ว่าสิ่งที่ได้ผลที่สุดไม่ใช่สิ่งที่สวยงาม แต่คือมนุษย์คนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาและบอกกับคนที่มาว่า 'ข้ารู้จักสิ่งมีชีวิตนี้ และมันไม่ใช่ศัตรูของพวกเรา'"

ซฺยงเหมิงเงียบกับคำพูดนั้น

"ผู้สำรวจคนนั้นมีมนุษย์ที่ยืนข้างๆ เขา" เขาพูดในที่สุด

"มี"

"ท่านก็มี"

หริณฉานมองซฺยงเหมิง ดวงตาสีทองในแสงรุ่งสาวงมีบางอย่างที่อบอุ่นมากในช่วงเวลาของวันนี้

"ข้ามี" เขาพูดเบาๆ

วันที่สี่ของสิบวัน

หริณฉานสอนซฺยงเหมิงเรื่องโครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณอย่างละเอียดมากกว่าที่เคยบอก ไม่ใช่ข้อมูลสำหรับรายงาน แต่เป็นการสอนให้รู้จักในแบบที่หริณฉานรู้จัก

"วางมือบนรากต้นไม้นั้น" หริณฉานบอก ชี้ไปยังต้นไม้ขนาดกลางที่มีรากขนาดพอดีมือโผล่พ้นดิน

ซฺยงเหมิงวางมือลงบนราก

"ปิดตา" หริณฉานพูด "แล้วปล่อยให้สัญชาตญาณสัตว์ขยายออกไปตามราก ไม่ใช่ออกไปในอากาศ แต่ลงไปตามราก"

ซฺยงเหมิงปิดตา พยายามทำตามที่บอก มันต่างจากการใช้สัญชาตญาณปกติ ปกติมันกระจายออกในอากาศรอบๆ แต่คราวนี้ต้องพุ่งตรงลงไปผ่านรากใต้ดิน

ในตอนแรกไม่มีอะไร

แล้วก็รู้สึกถึงบางอย่าง เบาๆ เหมือนเสียงกระซิบที่ได้ยินจากห้องถัดไป สัญญาณที่ซฺยงเหมิงไม่แน่ใจว่าเป็นจริงหรือแค่จินตนาการ

"มีอะไรบางอย่าง" เขาพูด ไม่เปิดตา

"ขยายออกไปอีก" หริณฉานพูด เสียงของเขาอยู่ใกล้กว่าที่คาด "ตามรากออกไปทุกทิศ อย่ากำหนดทิศ ปล่อยให้รากนำ"

ซฺยงเหมิงปล่อย

สัญญาณแรงขึ้นในทันที เขารู้สึกถึงต้นไม้อื่นๆ รอบๆ ที่รากเชื่อมต่อกัน รู้สึกถึงสัตว์เล็กๆ ที่เดินอยู่บนดินเหนือราก รู้สึกถึงน้ำที่ไหลอยู่ใต้ดินลึกลงไปอีกชั้น รู้สึกถึงอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงตามความลึก

"ท่านรู้สึกถึงอะไรบ้าง?" หริณฉานถาม

"รู้สึกถึงต้นไม้อื่นๆ รู้สึกถึงน้ำใต้ดิน รู้สึกถึงสัตว์เล็กๆ" ซฺยงเหมิงบอก "และรู้สึกถึง..." เขาหยุดสักครู่ "รู้สึกถึงท่าน"

ความเงียบสั้นๆ

"ท่านรู้สึกถึงข้าผ่านราก?" หริณฉานถาม เสียงมีบางอย่างที่ผิดปกติในนั้น

"ใช่ ชัดกว่าสัตว์หรือต้นไม้อื่นๆ รู้สึกเหมือน..." ซฺยงเหมิงหาคำ "เหมือนสัญญาณที่แรงกว่า คุ้นเคยกว่า"

หริณฉานเงียบนานมาก

"ท่านเปิดตาได้แล้ว" เขาพูดในที่สุด

ซฺยงเหมิงเปิดตา มองหริณฉานที่ยืนอยู่ใกล้กว่าที่คาด ห่างแค่ครึ่งก้าว ดวงตาสีทองมีบางอย่างที่ยากจะอ่านออก

"สิ่งที่ท่านรู้สึก" หริณฉานพูดเงียบๆ "ผ่านราก รู้สึกถึงข้าชัดกว่าอะไรอื่นๆ"

"ใช่"

"นั่นเพราะรากพืชพันธุ์ในเลือดท่านมาจากสายพันธุ์เดียวกับข้า" หริณฉานพูด "ระบบรับสัญญาณของท่านจูนอยู่กับสัญญาณของสายพันธุ์ข้าโดยธรรมชาติ"

"เหมือนเครื่องมือที่ออกแบบมาสำหรับกัน"

"คล้ายกัน" หริณฉานพูด "แต่ข้าไม่คิดว่ามันถูกออกแบบมา ข้าคิดว่ามันแค่เป็น"

ซฺยงเหมิงถอนมือออกจากราก ความรู้สึกที่ไหลผ่านรากจางลงแต่ไม่หายไปทันที มีเศษของมันติดค้างอยู่ที่ฝ่ามือสักครู่

"ท่านรู้สึกได้เหมือนกันไหม?" เขาถาม "รู้สึกถึงข้าผ่านราก?"

"ตลอดเวลาที่ท่านอยู่ในระยะ" หริณฉานพูดตรงๆ "แม้ไม่ได้สัมผัสราก"

ซฺยงเหมิงคิดถึงเรื่องนั้น "ตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านรู้สึกถึงข้าตลอดเวลาที่ข้าอยู่ในป่า"

"ใช่"

"เหมือนกับที่ข้ารู้สึกถึงท่านผ่านสัญชาตญาณสัตว์"

"ใช่"

ทั้งสองยืนนิ่งอยู่กับความสมมาตรนั้นสักครู่

"เราสังเกตกันและกันมาตลอดตั้งแต่วันแรก" ซฺยงเหมิงพูดในที่สุด เสียงมีบางอย่างอ่อนอยู่ในนั้น "โดยที่ไม่ได้รู้ว่าอีกฝ่ายก็ทำเช่นกัน"

"บางทีนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่ง" หริณฉานพูดเงียบๆ

วันที่เจ็ดของสิบวัน

ฝนตกตอนกลางคืน

ซฺยงเหมิงนอนฟังเสียงฝนกระทบหลังคาถ้ำ เสียงน้ำไหลตามรอยหินข้างนอก เสียงป่าที่เปลี่ยนไปเมื่อฝนตก ต้นไม้รับน้ำ ดินดูดซับ รากส่งสัญญาณแห่งความพึงพอใจไปทั่วระบบ

เขารู้สึกได้ถึงสิ่งเหล่านั้นแม้ไม่ได้สัมผัสราก

สัญชาตญาณสัตว์เรียนรู้ที่จะฟังในแบบใหม่ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ฟังอารมณ์ของสัตว์ แต่ฟังสัญญาณของโครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณด้วย เบาๆ ไม่ชัดเจนเหมือนหริณฉาน แต่มีอยู่

และในคืนนี้ เขาได้ยินว่าหริณฉานออกจากบ้านมาอยู่ในฝน

ซฺยงเหมิงลุกขึ้น เอาผ้าคลุมไหล่ เดินออกจากถ้ำ

ฝนตกไม่หนักมาก แค่พอให้ชุ่มเมื่อยืนอยู่กลางแจ้ง แสงเรืองของป่าสวยกว่าปกติในสายฝน แต่ละหยดน้ำสะท้อนแสงทองและสีน้ำเงินเขียวสร้างการแวววาวเล็กๆ ทั่วทั้งป่า

หริณฉานยืนอยู่กลางลานเล็กๆ หน้าถ้ำ ใบหน้าหันขึ้นรับฝน ตาปิด มือแบออกสองข้าง ฝ่ามือหงายรับน้ำฝน แสงทองอ่อนๆ เรืองออกมาจากผิวหนังเขา ผสมกับฝนที่ตกลงมาจนดูเหมือนว่าน้ำฝนเองก็เรืองแสง

ซฺยงเหมิงยืนอยู่ที่ขอบลาน มองอยู่สักครู่

"ท่านมาดูข้า" หริณฉานพูดโดยไม่เปิดตา

"ข้าสัมผัสได้ผ่านโครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณว่าท่านออกมา" ซฺยงเหมิงพูด "เป็นห่วง"

"เป็นห่วงว่าอะไร?"

"เป็นห่วงว่าฝนตกแบบนี้ท่านจะเป็นอย่างไร"

หริณฉานเปิดตา มองซฺยงเหมิงที่ยืนอยู่ที่ขอบลาน ผ้าคลุมไหล่เริ่มชุ่มฝน

"ฝนดีสำหรับสิ่งมีชีวิตในภพพืชพันธุ์" เขาพูด "น้ำฝนมีพลังงานที่ต่างจากน้ำบ่อหรือน้ำแม่น้ำ มันสดกว่า มีชีวิตกว่า เมื่อฝนตกข้ารับพลังงานได้เยอะมาก"

"นั่นทำไมท่านออกมายืนในฝน"

"และเพราะมันสวย" หริณฉานพูดเงียบๆ "บางสิ่งทำเพราะสวย ไม่ต้องการเหตุผลอื่น"

ซฺยงเหมิงมองฝนที่ตกลงมาบนใบไม้ มองแสงเรืองที่สะท้อนในน้ำฝนแต่ละหยด

แล้วก็ก้าวออกจากขอบลานมายืนในฝนด้วย

"สวยจริง" เขาพูด

หริณฉานหันมามองเขา ดวงตาสีทองมีแสงที่ต่างออกไปในสายฝน สดกว่า มีชีวิตกว่า

"ท่านเปียก" หริณฉานพูด

"ท่านก็เปียก"

"ข้าไม่เป็นไรในฝน"

"ข้าก็ไม่เป็นไร" ซฺยงเหมิงพูด "ข้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยากกว่านี้มาตลอดชีวิต"

หริณฉานมองเขาอยู่สักครู่ แล้วก็หันหน้าขึ้นรับฝนอีกครั้ง ซฺยงเหมิงยืนข้างๆ ทำเหมือนกัน

ทั้งสองยืนอยู่ในฝน หน้าขึ้น ตาปิด ฝนตกลงมาบนใบหน้า แสงเรืองของป่าล้อมรอบ และระหว่างพวกเขา ห่างกันแค่หนึ่งก้าว

"สามวัน" หริณฉานพูดเงียบๆ

"สามวันก่อนพวกเขามาถึง" ซฺยงเหมิงพูดซ้ำ

"ท่านพร้อมไหม?"

ซฺยงเหมิงเปิดตา มองหน้าของหริณฉานที่หันขึ้นรับฝนในแสงทองอ่อนๆ ที่เรืองออกมาจากผิวหนัง มองรอยน้ำฝนที่ไหลลงมาตามแก้มเขา มองดวงตาสีทองที่ยังปิดอยู่

"พร้อม" เขาพูด

แล้วก็เปิดตาเพิ่มเติมอีกนิด เปิดในแบบที่ไม่ใช่แค่การมองเห็น แต่เป็นการยอมรับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

"หริณฉาน"

"อะไร?"

ซฺยงเหมิงมองเขา ในฝน ในแสงทอง ในคืนก่อนที่ทุกอย่างจะซับซ้อนขึ้น

"สิ่งที่ข้าบอกว่าจะบอกเมื่อถึงเวลาที่ถูกต้อง" เขาพูดช้าๆ

หริณฉานเปิดตา หันมามองซฺยงเหมิง

"ถึงเวลาแล้ว?" เขาถาม เสียงเงียบมาก

"ถึงเวลาแล้ว" ซฺยงเหมิงพูด มองดวงตาสีทองนั้นตรงๆ ในสายฝน "สิ่งที่ท่านรู้สึกและไม่มีชื่อในภาษาของท่าน ในภาษาของข้าเรียกว่า 'รัก'"

ฝนตกต่อไป

ป่าเรืองแสงต่อไป

หริณฉานยืนนิ่งอยู่กับคำนั้น ดวงตาสีทองไม่ขยับ ไม่กะพริบ

แล้วแสงทองที่เรืองออกมาจากผิวหนังของเขาสว่างขึ้นเล็กน้อย ในแบบที่ซฺยงเหมิงเรียนรู้แล้วว่าหมายถึงอะไร

"รัก" หริณฉานพูดคำนั้นซ้ำ ทดลองรูปร่างของมันในปาก "ข้าจะจำคำนั้นไว้"

"จำไว้" ซฺยงเหมิงพูดเงียบๆ "เพราะมันเป็นสิ่งที่ข้ารู้สึกเช่นกัน"

แสงทองของหริณฉานสว่างขึ้นอีก สว่างพอที่จะทำให้ฝนรอบๆ เขาเรืองแสงทองตาม น้ำฝนแต่ละหยดที่ตกลงมาบนร่างของเขากลายเป็นแสงวาบเล็กๆ สีทองสว่าง

ซฺยงเหมิงมองปรากฏการณ์นั้น ไม่ขยับ ไม่ถอย

แค่อยู่ด้วยในฝนที่กลายเป็นทอง

 

 


 

ฝนที่ตกในคืนนั้นไม่ใช่ฝนธรรมดา มันคือฝนที่ได้ยินคำที่ต้องการได้ยิน และตอบด้วยการเรืองเป็นทอง

เพราะธรรมชาติรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ควรฉลอง

ความรักที่พูดออกมาครั้งแรก ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้น ของสิ่งที่ใหญ่กว่า ลึกกว่า

และยากกว่าที่ทั้งสองจะรู้ในคืนนั้น

แต่ในขณะที่ยืนในฝนทอง ทั้งนักล่าและสิ่งที่เขาตามมา ต่างรู้สึกว่าสิ่งที่ยากที่สุดในชีวิต ก็ยังคุ้มค่าถ้ามีคนยืนข้างๆ

..สุสาส์นราคะ...