เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตต่างภพ นวนิยายSci-Fiความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และค.รักที่ถูกจารึกใน สุสาส์นราคะ สถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งรักหลับใหล
รัก,ไซไฟ,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยายวายจีนโบราณ,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,ไซไฟ,ไซไฟ-แฟนตาซี,ไซไฟแฟนตาซี,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตต่างภพ นวนิยายSci-Fiความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และค.รักที่ถูกจารึกใน สุสาส์นราคะ สถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งรักหลับใหล
.... สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] ...
°•. “Where the Hunter Becomes the Hunted”. •°
เกริ่นนำ
เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตที่เขาตามหา นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่จารึกอยู่บนหิน “สุสาส์นราคะ”
ป่าหนานลู่ไม่มีในแผนที่ของสำนักเทียนหลิน เพราะมันไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกับที่มนุษย์รู้จัก
ซฺยงเหมิง นักล่าผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เคยพลาดเป้า เดินเข้าไปเพื่อตามล่าสิ่งที่ทำให้สัตว์ป่าหายไปอย่างเงียบงัน เขาคาดว่าจะพบปีศาจ
แต่สิ่งที่พบกลับเป็น หริณฉานชายหนุ่มดวงตาสีทองที่นั่งเก็บเห็ดบนต้นไม้กลางดึกอย่างใจเย็น และตั้งแต่วินาทีนั้น คำถามก็เปลี่ยนไปตลอดกาล
ใครกันแน่ที่เป็นนักล่า และใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ
นวนิยายจีนโบราณ ไซไฟ ความรักต่างสายพันธุ์ และจิตวิญญาณ เรื่องราวระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตต่างภพ
ความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และสุสานที่ไม่มีผู้ตาย มีแต่หัวใจที่ยังอยู่รอเพื่อกันในทุกวัน
"สุสาส์นราคะ" ที่ๆ ทุกราคะและความผูกพันที่ไม่มีทางปล่อยวางได้ถูกเก็บรักษาไว้
ไม่ใช่สุสานของการจบสิ้นพันธนาการสุดท้ายของเหล่าดวงวิญญาณ
แต่เป็นสุสานของการจารึกบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความตาย
"สถานที่ ที่ จิตวิญญาณแห่งรัก หลับใหล"
....สุสาส์นราคะ...
มีรายตอนทั้งหมด 30 ตอน (ติดเหรียญตอนที่ 9)
EBOOK: MEB/ARNBOOK/PINTO/DEKDEE (ลดราคา22% 09.09-11.11)
ฝากติดตาม: TIkTOk / IG / FB / LEMON8 / X (NAME: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)
ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”
°•. สุสาส์นราคะ. •°
มีกลิ่นบางอย่างที่จมูกรู้ก่อนสมอง มีความรู้สึกบางอย่างที่หัวใจรู้ก่อนจะถาม
นักล่าผู้เชี่ยวชาญรู้จักอันตรายทุกรูปแบบ ยกเว้นอันตรายที่ไม่ได้มาฆ่า แต่มาทำให้อยากอยู่
ฝนไม่ได้ตกเพื่อล้างสิ่งสกปรก บางครั้งฝนตกเพื่อให้สองคนต้องหลบเข้าที่เดียวกัน
และในที่แคบที่มีแสงตะเกียงดวงเดียว กำแพงที่สร้างมาทั้งชีวิตก็บางลงทีละนิด
ระวังชาที่คนแปลกหน้าชงให้ แต่ระวังให้มากกว่านั้น เมื่อท่านดื่มแล้ว และพบว่าไม่เสียใจเลย
สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]
เดือนแปด ปีที่สี่แห่งรัชกาลหยวนเฉิง — วันที่หก
มีกฎข้อหนึ่งที่ซฺยงเหมิงยึดถือมาตลอดชีวิตการล่า
อย่าสูดดมกลิ่นของสิ่งที่ยังไม่รู้จัก
กฎนั้นฟังดูง่าย และมันง่ายจริงสำหรับคนที่ไม่เคยเจอกลิ่นที่ทำให้กฎทุกข้อในชีวิตดูเหมือนเขียนขึ้นมาเพื่อทดสอบ ไม่ใช่เพื่อปกป้อง
ซฺยงเหมิงนั่งอยู่ที่ขอบแคร่ในที่พักใหม่ เขาย้ายออกจากที่พักเดิมในหมู่บ้านเมื่อรุ่งเช้า เลือกถ้ำขนาดพอดีตัวที่ปากป่าแทน ที่นี่ไม่มีประตูให้งัด ไม่มีหน้าต่างให้แอบ และที่สำคัญกว่านั้น มีลมพัดผ่านจากทิศเหนือตลอดเวลา ซึ่งตรงข้ามกับทิศที่บ้านหริณฉานตั้งอยู่
เขาไม่ได้ทำเพราะกลัว
เขาทำเพราะรู้ว่าต้องควบคุมตัวแปรในการสังเกต
กลิ่นนั้นคือตัวแปรที่เขาควบคุมได้น้อยที่สุด
ซฺยงเหมิงเปิดสมุดบันทึกไปที่หน้าที่เขียนเมื่อคืน อ่านซ้ำอีกครั้งด้วยสายตาที่เย็นกว่าตอนเขียน
หริณฉาน ผลิตสารบางชนิดที่ส่งผลต่อระบบประสาท อาการที่สังเกตได้จากตนเอง กล้ามเนื้อคลาย ความตึงเครียดลดลงชั่วคราว แนวโน้มความไว้วางใจเพิ่มขึ้นผิดปกติ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่สมองจะประมวลผลว่าควรไว้วางใจหรือไม่
นี่คือกลไกล่า ไม่ใช่กลิ่นธรรมชาติ
เขาขีดเส้นใต้คำสุดท้ายสามเส้น
ปัญหาคือเขารู้ว่ามันเป็นกลไกล่า แต่รู้แล้วก็ยังรู้สึกอยู่
ความรู้กับความรู้สึกเป็นคนละเรื่อง และในยี่สิบแปดปีของชีวิต ซฺยงเหมิงมักจะเป็นคนที่ความรู้ชนะความรู้สึกเสมอ
มักจะ คำนั้นทำให้เขากัดฟันเล็กน้อย
เขาปิดสมุดบันทึก ลุกขึ้น และเริ่มวางแผนวันใหม่
ตลาดหนานลู่ในยามเช้ามีชีวิตชีวาในแบบที่หมู่บ้านชายป่ามักจะมี
แม่ค้าปลาตะโกนราคา พ่อค้าผักต่อรองกับลูกค้า เด็กๆ วิ่งเล่นระหว่างขาผู้ใหญ่ กลิ่นของน้ำมันร้อนและเครื่องเทศผสมกับกลิ่นฟางสด ทุกอย่างดังและวุ่นวายในแบบที่น่าคุ้นเคย
ซฺยงเหมิงเดินผ่านตลาดโดยไม่หยุด สายตากวาดรอบๆ อย่างรวดเร็วแต่ละเอียด
ไม่มีหริณฉาน
เขาเดินต่อไปยังปลายหมู่บ้าน ที่ที่มีร้านขายอุปกรณ์การเกษตรเล็กๆ ที่เจ้าของร้านมักรู้เรื่องราวของทุกคนในพื้นที่ดีที่สุด
เจ้าของร้านเป็นชายแก่ ผิวเข้มจากการตากแดด มือใหญ่และหยาบจากการทำงาน เขานั่งซ่อมด้ามจอบอยู่หน้าร้านอย่างสบายๆ เมื่อเห็นซฺยงเหมิงเข้ามาก็พยักหน้าทักทายโดยไม่หยุดมือ
"แวะมาซื้อของหรือแวะมาถาม?" ชายแก่พูดโดยไม่เงยหน้า
"ถาม" ซฺยงเหมิงตอบตรงๆ นั่งลงบนม้านั่งข้างๆ "เรื่องนักพฤกษศาสตร์ที่อยู่ในป่า"
ชายแก่หยุดมือสักครู่ แล้วก็กลับมาซ่อมด้ามจอบต่อ "หริณฉาน"
"ท่านรู้จัก"
"ทุกคนในหมู่บ้านรู้จัก" ชายแก่พูด น้ำเสียงไม่แสดงอารมณ์ "เขามาอยู่ที่นี่สามปีแล้ว ช่วยหมอประจำหมู่บ้านรักษาคนไข้บ้าง ช่วยแม่ค้าสมุนไพรดูพืชบ้าง ไม่ก่อเรื่อง ไม่สร้างปัญหา"
"มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับเขาไหม?"
ชายแก่วางด้ามจอบลง เงยหน้ามองซฺยงเหมิงเป็นครั้งแรก สายตาของเขาคมและประเมิน
"ขึ้นอยู่กับว่าท่านนิยามคำว่า 'ผิดปกติ' ว่าอย่างไร" ชายแก่พูด แล้วหยิบด้ามจอบขึ้นมาซ่อมต่อ "เขาไม่กินข้าวที่ใครเชิญ เขาไม่นอนในหมู่บ้าน เขาออกจากป่าแค่ตอนกลางวัน และสัตว์ทุกตัวชอบเขาผิดปกติ"
"ผิดปกติแค่ไหน?"
"สุนัขที่กัดทุกคนที่เข้าใกล้นอนราบเมื่อเขาเดินผ่าน" ชายแก่พูดเฉยๆ "งูพิษที่ชาวบ้านพบใกล้บ้านเขา แทนที่จะขด มันเลื้อยออกไปเอง หมูป่าที่บุกสวนผักเมื่อปีก่อนหยุดบุกพอดีหลังจากที่เขาเดินลึกเข้าไปในป่าคืนหนึ่ง และความงามที่เกินมนุษย์นั่น ถ้าเจ้าจะนับ"
ซฺยงเหมิงบันทึกในสมุดอย่างเงียบๆ
"และชาวบ้านไม่รู้สึกว่าแปลก?"
"รู้สึก" ชายแก่ตอบ "แต่เขาช่วยเหลือทุกคน ดังนั้นทุกคนเลือกที่จะไม่ถามมาก" เขาหยุดสักครู่ "ท่านเป็นนักล่าจากสำนักเทียนหลิน"
"ใช่" ซฺยงเหมิงไม่ปฏิเสธ
"ท่านมาล่าเขา"
"ข้ามาสืบสวนการหายไปของสัตว์ในพื้นที่"
ชายแก่ผิวเข้มมองเขานานๆ แล้วพูดช้าๆ "ในสามปีที่หริณฉานอยู่ที่นี่ สัตว์ร้ายที่เคยทำร้ายชาวบ้านหายไป โรคระบาดในฝูงสัตว์เลี้ยงลดลง พืชผลในสวนข้างป่าดีขึ้นทุกปี" เขาวางด้ามจอบลงอีกครั้ง มือพับบนตัก "สิ่งที่หายไปจากป่านี้หลังจากที่เขามา ล้วนเป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่อยากได้กลับคืน"
ซฺยงเหมิงเขียนบันทึกสุดท้ายแล้วปิดสมุด
"ขอบคุณ" เขาลุกขึ้น
"ท่านนักล่า" ชายแก่พูดตามหลัง เสียงเบาแต่ชัด "บางทีสิ่งที่ดูเหมือนนักล่าก็ไม่ใช่ศัตรู และบางทีสิ่งที่ดูเหมือนเหยื่อก็ไม่ใช่เหยื่อ"
ซฺยงเหมิงไม่ตอบ แต่เขาหยุดก้าวไว้ครู่หนึ่งก่อนเดินต่อ
บ่ายของวันนั้น เขาพบหริณฉานอีกครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ
หรืออาจจะตั้งใจ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนนำทาง
ซฺยงเหมิงกำลังตรวจสอบบริเวณที่กรงดักเคยวางเมื่อคืนก่อน หาเบาะแสเพิ่มเติมที่อาจจะตกหล่น เมื่อสัญชาตญาณสัตว์ของเขาดึงความสนใจไปยังทิศเหนือ
หริณฉานนั่งอยู่ที่โคนต้นไม้ใหญ่ริมลำธาร
เขานั่งหลังตรง เข่าพับเข้า มือวางบนเข่าอย่างสงบ ดวงตาหลับ ท่าทางเหมือนคนที่กำลังนั่งสมาธิ ผมสีขาวเงินยาวสลวยขยับเล็กน้อยจากแรงลม แต่มีความต่างที่ซฺยงเหมิงสังเกตได้
จากปลายนิ้วของหริณฉาน รากเส้นเล็กบางๆ สีทองอ่อนพาดออกไปสัมผัสกับรากใหญ่ของต้นไม้ที่โผล่พ้นดิน ราวกับว่าเส้นประสาทจากร่างกายของเขาเชื่อมต่อกับโครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณของต้นไม้โดยตรง
นกสองสามตัวนั่งอยู่บนกิ่งเหนือศีรษะเขา ใกล้ผิดปกติสำหรับสัตว์ที่ควรจะระวังภัย
กระรอกตัวหนึ่งนั่งอยู่บนเข่าข้างซ้ายของเขาอย่างสบาย กำลังกินลูกสน
ซฺยงเหมิงยืนอยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่ง ไม่ขยับ
เขาพยายามอ่านอารมณ์หริณฉานผ่านสัญชาตญาณสัตว์ และครั้งนี้เขาได้รับกลับมามากกว่าเดิมไม่ใช่แค่ความสงบ แต่เป็นความรู้สึกที่ลึกกว่า ราวกับว่าหริณฉานกำลังรับรู้บางอย่างที่ใหญ่มากๆ ผ่านรากที่เชื่อมต่ออยู่นั้น
ข้อมูล หรืออารมณ์ หรืออะไรบางอย่างที่ไม่มีชื่อในภาษามนุษย์
"ท่านยืนอยู่ที่นั่นนานพอแล้ว" หริณฉานพูดโดยไม่ลืมตา "นั่งลงได้ถ้าต้องการ"
ซฺยงเหมิงประเมินสักครู่ แล้วนั่งลงบนหินแบนข้างลำธาร ระยะห่างพอสมควร ไม่ใกล้เกินไป ไม่ไกลเกินไป
"ท่านกำลังทำอะไร?" เขาถาม
"รับฟัง"
"รับฟังอะไร?"
หริณฉานเปิดตา ดวงตาสีทองในแสงบ่ายดูอบอุ่นกว่าในตอนกลางคืน เขามองซฺยงเหมิงสักครู่แล้วพูด "ป่านี้มีระบบของมันเอง เหมือนร่างกายที่มีหัวใจ มีเส้นเลือด มีการส่งสัญญาณระหว่างส่วนต่างๆ รากไม้คือเส้นเลือดนั้น ข้ารับฟังสัญญาณที่ส่งผ่านมัน"
ซฺยงเหมิงมองรากทองที่ยังเชื่อมต่ออยู่ "สัญญาณบอกว่าอะไร?"
"หลายอย่าง" หริณฉานดึงมือกลับมา รากทองค่อยๆ ละลายหายไป "บอกว่ามีสิ่งมีชีวิตใหม่เข้ามาในพื้นที่ บอกว่าสัตว์บางตัวกังวล บอกว่าลมจะเปลี่ยนทิศในสามวัน" เขาหยุดสักครู่ "และบอกว่าสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่สิบก้าวจากข้าในตอนนี้มีกลิ่นที่ผิดปกติสำหรับมนุษย์"
ซฺยงเหมิงไม่ขยับ แต่ข้อมูลนั้นทำให้บางอย่างภายในเขาตื่นตัวขึ้น
"กลิ่นของข้าผิดปกติอย่างไร?"
หริณฉานเอียงหัวเล็กน้อย ท่าทางนั้นทำให้เขาดูเหมือนสัตว์ขนาดใหญ่ที่กำลังสนใจบางอย่างมากกว่าที่ดูเหมือนมนุษย์ "กลิ่นของมนุษย์ทั่วไปประกอบด้วยสารที่ผลิตจากเมตาบอลิซึม เหงื่อ อาหารที่กิน อารมณ์ สิ่งแวดล้อม" เขาพูดอย่างราบเรียบ เหมือนบัณฑิตบรรยาย "กลิ่นของท่านมีทั้งหมดนั้น แต่มีอีกชั้นหนึ่งที่ข้าไม่เคยพบในมนุษย์"
"ชั้นนั้นคืออะไร?"
หริณฉานมองเขาตรงๆ "ข้าตอบไม่ได้ในตอนนี้ เพราะข้ายังไม่แน่ใจ"
ซฺยงเหมิงสังเกตว่านั่นอาจเป็นครั้งแรกที่หริณฉานพูดว่าไม่แน่ใจ
"ท่านแน่ใจในอะไรบ้าง?" เขาถาม
"แน่ใจว่าท่านอันตรายกว่ามนุษย์ทั่วไป" หริณฉานตอบโดยไม่ลังเล "แน่ใจว่าท่านรู้ว่าข้าไม่ใช่นักพฤกษศาสตร์ธรรมดา แน่ใจว่าท่านวางแผนบางอย่างกับข้า" เขาหยุดสักครู่ "และแน่ใจว่าแผนนั้นจะไม่ได้ผลตามที่ท่านคิด"
"เพราะ?"
"เพราะท่านยังไม่รู้ว่าข้าคืออะไร" หริณฉานลุกขึ้น ปัดเศษดินออกจากชุดอย่างเงียบๆ "และเมื่อท่านรู้แล้ว ท่านอาจจะพบว่าการล่าที่ท่านวางแผนไว้ไม่ใช่การล่าแบบที่ท่านคุ้นเคย"
กระรอกบนเข่าของเขากระโดดลงพื้นวิ่งหนีเมื่อเขาลุก
หริณฉานมองซฺยงเหมิงสักครู่ก่อนจะเดินไป
"วันนี้คืนก่อนฝน" เขาพูดโดยไม่หันมา "ถ้าท่านตั้งใจจะนอนในถ้ำที่ท่านย้ายไปวันนี้ ควรรู้ไว้ว่าถ้ำนั้นน้ำท่วมเมื่อฝนตกหนัก"
ซฺยงเหมิงแข็งตัว
"ท่านรู้ว่าข้าย้ายที่พัก"
"ป่ารู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอาณาเขตของมัน" หริณฉานหยุดก้าวครู่หนึ่ง "และข้ารับฟังป่า"
ฝนมาตามที่หริณฉานบอก
ตกหนักตั้งแต่ห้าทุ่มและไม่มีท่าว่าจะหยุด ซฺยงเหมิงยืนอยู่หน้าถ้ำมองน้ำที่เริ่มไหลเข้าปากถ้ำและบ่นในใจว่าทำไมเขาถึงไม่ตรวจสอบก่อนย้ายเข้า แต่เขารู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะเขาไม่ได้คาดว่าจะฝนตกหนักขนาดนี้กลางฤดูร้อน
และหริณฉานบอกว่าลมจะเปลี่ยนทิศในสามวัน ไม่ใช่ฝนจะตกในคืนนี้
เขาไม่ได้แค่รับฟังป่า เขาอ่านป่าได้แม่นยำกว่าที่บอก
ซฺยงเหมิงกวาดสายตารอบๆ หาที่กำบังฝน ต้นไม้ใหญ่ริมลำธารอาจใช้ได้ แต่ฟ้าแลบทำให้ต้นไม้ใหญ่กลายเป็นที่อันตราย
เขากำลังประเมินทางเลือกอยู่เมื่อมีแสงไฟกระพริบออกมาจากระหว่างต้นไม้
ห่างออกไปประมาณสามสิบก้าว มีแสงตะเกียงสีเหลืองอ่อน
ซฺยงเหมิงเดินเข้าไป
บ้านของหริณฉานไม่ได้ดูแตกต่างจากกลางวันมาก แต่ในแสงฝนและความมืด มันมีบางอย่างที่อบอุ่นกว่าที่ควรจะเป็น ควันบางๆ ออกมาจากปล่องเล็กๆ บนหลังคา กลิ่นของสมุนไพรต้มลอยออกมาพร้อมกับไอน้ำ
ประตูไม้เปิดอยู่ก่อนที่ซฺยงเหมิงจะเดินถึง
"เข้ามา" เสียงหริณฉานพูดจากข้างใน
ซฺยงเหมิงยืนอยู่หน้าประตูสักครู่ สัญชาตญาณทุกอย่างบอกว่าควรระวัง แต่สัญชาตญาณสัตว์บอกว่าข้างในนั้นปลอดภัย
สองอย่างขัดกัน
เขาเลือกเข้าไป เพราะเขาเป็นนักล่า ไม่ใช่เพราะกลิ่นนั้น เขาบอกตัวเองอย่างนั้น
ข้างในบ้านเล็กแต่ไม่คับแคบ มีหิ้งหนังสือเต็มไปด้วยสมุดบันทึกและม้วนกระดาษ โต๊ะทำงานที่มีตัวอย่างพืชวางเรียงอย่างมีระเบียบ ที่นอนม้วนเก็บไว้มุมหนึ่ง และกระทะเหล็กบนเตาที่กำลังต้มอะไรบางอย่างที่มีกลิ่นหอมแบบที่ซฺยงเหมิงจำแนกไม่ออก
หริณฉานนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน หลังหันมาทางประตู กำลังเขียนบางอย่างด้วยมือที่เคลื่อนไหวเร็วและชัดเจน
"นั่งได้" เขาพูดโดยไม่หันมา "เสื้อที่เปียกเอาออกได้ถ้าต้องการ มีชุดแห้งในลิ้นชักที่สอง"
ซฺยงเหมิงมองลิ้นชักที่สอง แล้วมองกลับมาที่หลังของหริณฉาน
"ท่านเตรียมให้ข้าไว้แล้ว?"
"ข้าเตรียมไว้สำหรับผู้มาเยือนที่ต้องการ" หริณฉานตอบ ยังไม่หันมา "บังเอิญว่าวันนี้ผู้มาเยือนที่มาในคืนฝนตกคือท่าน"
ซฺยงเหมิงนั่งลงบนม้านั่งตัวเดียวในห้อง ไม่ถอดเสื้อ เปียกก็เปียก เขาวางสมุดบันทึกบนเข่า แต่ไม่ได้เปิด
"ท่านรู้ว่าข้าจะมา" เขาพูด ไม่ถามแต่ยืนยัน
"ข้าบอกท่านว่าถ้ำจะท่วม" หริณฉานวางปากกาลง หันมามอง "ต้องมาที่ไหน ถ้าไม่ใช่ที่นี่?"
"ข้าอาจนอนในต้นไม้"
"ฝนตกหนักขนาดนี้ในคืนที่มีฟ้าแลบ ท่านจะไม่ทำอย่างนั้น" หริณฉานพูดเรียบๆ "ท่านอันตราย ไม่ใช่โง่"
ซฺยงเหมิงมองเขา "ท่านชมหรือประเมินข้า?"
"บันทึกข้อสังเกต" หริณฉานลุกจากโต๊ะ เดินไปที่เตา หยิบกระทะลงจากไฟ "ท่านดื่มชาไหม? ช่วยให้อบอุ่น"
"ขึ้นอยู่กับว่าชานั้นมีอะไรผสม"
หริณฉานหันมาพร้อมถ้วยเซรามิกเล็กๆ สองใบ มีรอยยิ้มเบาๆ ที่มุมปาก "ข้าใส่ใบชาและน้ำ สมุนไพรแก้หวัดเพราะท่านจะหนาวในคืนนี้ และความจริง"
"ความจริง?"
"ใช่" เขาวางถ้วยหนึ่งบนโต๊ะตรงหน้าซฺยงเหมิง "ชานี้จะทำให้ท่านพูดความจริงมากขึ้นเล็กน้อย ไม่ได้บังคับ แค่ลดความต้านทานต่อความซื่อสัตย์ ซึ่งข้าคิดว่าสำหรับคนอย่างท่าน มันน่าจะมีประโยชน์"
ซฺยงเหมิงมองถ้วยชา มองหริณฉาน มองถ้วยชาอีกครั้ง
แล้วหยิบถ้วยขึ้นมาดื่ม
หริณฉานแสดงความประหลาดใจเป็นครั้งแรก คิ้วยกขึ้นเล็กน้อย
"ท่านดื่มเลย?"
"ถ้าท่านต้องการให้ข้าพูดความจริง ข้าก็อยากรู้ความจริงของท่านด้วย" ซฺยงเหมิงวางถ้วยลง รสชาติเย็นและหวานเล็กน้อย มีรสที่เขาจำไม่ได้อยู่ใต้รสเย็นนั้น "ท่านจะดื่มด้วยไหม?"
หริณฉานมองเขานานมากกว่าปกติ แล้วหยิบถ้วยของตัวเองขึ้นมา
"ข้าไม่ได้รับผลจากสมุนไพรมนุษย์เหมือนกัน" เขาพูด แต่ก็ดื่ม "แต่ท่าทีก็น่าสนใจดี"
ทั้งสองนั่งอยู่พักหนึ่งในความเงียบที่ฝนตกหนักเคาะหลังคา
"ท่านมาจากไหน?" ซฺยงเหมิงถาม เสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย นุ่มกว่าปกติ ซึ่งเขาสังเกตได้เองและพยายามดึงกลับ แต่ดึงได้ไม่หมด
"ที่ที่ไม่มีชื่อในแผนที่ของท่าน"
"โลกนี้ทั้งหมดมีชื่อในแผนที่ของสำนักเทียนหลิน"
"แผนที่ของท่านวาดแค่โลกที่ตาเห็น" หริณฉานตอบ เสียงเงียบขึ้น มีบางอย่างในน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป เหมือนว่าเขากำลังพูดเรื่องที่ไม่ค่อยพูดถึง "แต่มีโลกที่ซ้อนอยู่กับโลกนี้ อยู่ในความถี่ที่ต่างออกไป ที่ที่ต้นไม้มีจิตสำนึก ที่ที่รากไม้ส่งข้อมูลเหมือนเส้นประสาท ที่ที่แสงสีทองในป่านี้มาจาก ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติธรรมดา"
ซฺยงเหมิงนิ่งฟัง ชาที่ดื่มทำให้บางอย่างภายในเขาผ่อนลง ไม่ใช่ความตื่นตัว แต่เป็นความต้านทานต่อการรับข้อมูลใหม่ๆ ที่ขัดกับสิ่งที่เขารู้
"และท่านมาจากโลกนั้น"
"ใช่"
"เพื่ออะไร?"
หริณฉานมองถ้วยชาในมือ "ข้าบอกได้แค่ว่า ภารกิจที่ข้ามาคือการสำรวจ" เขาพูดช้าๆ "แต่สิ่งที่ข้าพบที่นี่ในสามปีที่ผ่านมา มันซับซ้อนกว่าที่ภารกิจระบุไว้"
"ซับซ้อนอย่างไร?"
หริณฉานเงียบนานกว่าจะตอบ "สิ่งมีชีวิตในโลกของข้าไม่ได้ผูกพันกับสิ่งแวดล้อมแค่ทางกายภาพ เราผูกพันทางอารมณ์ด้วย รับรู้ความรู้สึกของสิ่งแวดล้อมรอบๆ อย่างที่มนุษย์ส่วนใหญ่ทำไม่ได้" เขาหยุดสักครู่ "แต่มนุษย์บางคน ทำได้"
ซฺยงเหมิงรู้ว่าประโยคสุดท้ายนั้นพูดถึงเขา
"สัญชาตญาณสัตว์" เขาพูด
"ท่านเรียกมันว่าอย่างนั้น" หริณฉานพูด "แต่สิ่งที่ท่านมีมันลึกกว่าสัญชาตญาณ ท่านอ่านอารมณ์ของสิ่งมีชีวิตได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ตีความจากพฤติกรรม"
"และนั่นทำให้ข้าผิดปกติในสายตาท่าน"
"ทำให้ท่านน่าสนใจ" หริณฉานแก้ไข เสียงนุ่มลงเล็กน้อย "ต่างกัน"
ฝนตกหนักขึ้น ฟ้าแลบแว่บหนึ่งส่องแสงขาวเข้ามาทางหน้าต่างเล็กๆ สักครู่
"ท่านล่าสัตว์เพราะอะไร?" หริณฉานถาม
ซฺยงเหมิงไม่ได้เตรียมตัวกับคำถามนั้น
"เป็นงาน" เขาตอบ
"นั่นคือเหตุผลที่ท่านทำ ไม่ใช่เหตุผลที่ท่านเลือกทำ"
ชานั้นทำงานอยู่จริงๆ ซฺยงเหมิงรู้สึกได้ มันไม่ได้บังคับ แต่มันทำให้การกรองคำพูดที่เขาทำตลอดเวลารู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ
"เพราะข้าเข้าใจสัตว์ดีกว่าเข้าใจคน" เขาพูด เสียงตรงผิดปกติสำหรับตัวเอง "และงานที่ต้องอยู่กับสัตว์มากกว่าคนเหมาะกับข้า"
หริณฉานฟังโดยไม่ขัด
"ท่านเหงา" เขาพูดในที่สุด ไม่ใช่คำถาม ไม่ใช่การสงสาร แค่การบันทึกข้อเท็จจริง
ซฺยงเหมิงเกือบโต้ตอบ แต่ชาขัดขวางคำปฏิเสธไว้ที่ปลายลิ้น
เขาเปลี่ยนเรื่องแทน "สัตว์ที่หายไปจากป่า ท่านส่งไปไหน?"
หริณฉานมองเขาครู่หนึ่ง ยอมรับการเปลี่ยนเรื่องโดยไม่แสดงอาการ
"สัตว์ที่หายไปไม่ได้ถูกส่งไปไหน" เขาตอบ "มันเดินข้ามขอบเขตระหว่างสองโลกเอง เพราะมันรู้สึกว่าโลกนั้นดึงดูดมัน พืชในภพพืชพันธุ์ส่งกลิ่นที่สัตว์บางชนิดไม่อาจต้านทาน เหมือนกลิ่นของอาหารที่สัตว์หิวโหยไม่อาจเดินผ่านได้"
"มันกลับมาได้ไหม?"
"ถ้ามันต้องการ" หริณฉานตอบ "ไม่มีสิ่งใดถูกกักขัง ทุกอย่างอยู่ด้วยความสมัครใจ"
ซฺยงเหมิงนึกถึงคำพูดของชายแก่เจ้าของร้านอุปกรณ์ สิ่งที่หายไปล้วนเป็นสิ่งที่ชาวบ้านไม่อยากได้กลับคืน
"ท่านเลือกสัตว์ที่ส่งไป" เขาพูด ไม่ถาม
หริณฉานไม่ตอบทันที
"ข้าเลือกว่าสัตว์ชนิดใดจะรับกลิ่นนั้นได้" เขาพูดในที่สุด น้ำเสียงระมัดระวังกว่าปกติ "ข้าไม่ได้บังคับ แต่ข้ารู้ว่าสัตว์ใดจะตอบสนอง"
"เหมือนกับที่ท่านรู้ว่าข้าจะตอบสนองต่อกลิ่นของท่าน"
ห้องเงียบลง แม้แต่เสียงฝนก็ดูเบาลงชั่วครู่
หริณฉานมองซฺยงเหมิงด้วยดวงตาสีทองที่ไม่กะพริบ
"ท่านรู้ตัว" เขาพูดช้าๆ
"ตั้งแต่วันแรก"
"แต่ท่านยังคงอยู่"
"เพราะข้าเป็นนักล่า" ซฺยงเหมิงตอบ เสียงหนักและสงบ "นักล่าไม่หนีจากสิ่งที่กำลังล่า"
หริณฉานเงียบครู่หนึ่ง แล้วพูดเบาๆ กับตัวเองมากกว่ากับซฺยงเหมิง
"คำถามคือ ตอนนี้ใครกำลังล่าใคร"
ฝนหยุดตกเมื่อใกล้รุ่งสาง
ซฺยงเหมิงหลับไปบนม้านั่งโดยไม่ตั้งใจ ตื่นขึ้นมาพบว่ามีผ้าห่มบางๆ คลุมไว้บนตัว
หริณฉานนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ยังคงเขียนบันทึกในแสงตะเกียงที่กะพริบเบาๆ
ซฺยงเหมิงมองเขาอยู่ครู่หนึ่งโดยที่หริณฉานไม่รู้ตัว
หรืออาจรู้ตัวและเลือกที่จะไม่แสดงออก
ดวงตาสีทองในแสงตะเกียงดูนุ่มกว่าในแสงกลางวัน และผมสีขาวที่สะท้อนแสงสีทองวิบวับ งดงามเกินไป และมีบางอย่างในท่าทางของเขาตอนที่คิดว่าไม่มีใครดูที่แตกต่างจากตอนที่มีคนอยู่ด้วย ไม่ใช่เปราะบางกว่า แต่เป็นจริงกว่า
ซฺยงเหมิงลุกขึ้นเงียบๆ พับผ้าห่มวางคืน หยิบสมุดบันทึกที่ยังอยู่บนเข่าของตัวเองขึ้นมา
"ท่านตื่นแล้ว" หริณฉานพูดโดยไม่เงยหน้าจากงาน
"ขอบคุณสำหรับที่พักและผ้าห่ม"
"อย่าขอบคุณ" หริณฉานตอบ "ข้าแค่ไม่ต้องการให้ผู้มาเยือนเจ็บป่วย มันสร้างความยุ่งยาก"
"ท่านเย็นชามาก"
"ท่านก็เหมือนกัน" หริณฉานเงยหน้าขึ้นมองด้วยดวงตาที่ไม่แสดงอารมณ์ "แต่ทั้งสองของเราพูดความจริงมากกว่าปกติคืนนี้ ข้าคิดว่านั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี"
ซฺยงเหมิงเดินไปที่ประตู มือจับกลอน แต่ไม่ได้เปิดทันที
"หริณฉาน" เขาพูด "ข้ายังคงสืบสวนต่อ"
"ข้ารู้"
"และข้าจะหาคำตอบ"
"ข้ารู้เช่นกัน" หริณฉานกลับไปเขียนบันทึก เสียงปากกากระทบกระดาษเบาๆ "ข้าแค่ไม่แน่ใจว่าคำตอบที่ท่านหาจะเป็นคำตอบที่ท่านคาดไว้"
ซฺยงเหมิงเปิดประตูออก
อากาศหลังฝนสะอาดและเย็น กลิ่นดินเปียกและใบไม้สด ป่ายังคงเรืองแสงสีทองอ่อนๆ แม้ในยามรุ่งสาง
เขาเดินออกไปสามก้าวแล้วหยุด ควักสมุดบันทึก เขียนสั้นๆ
วันที่หก คืนคุยกับหริณฉาน สิ่งที่รู้: 1. มาจากโลกซ้อนทับที่เรียก 'ภพพืชพันธุ์' 2. ใช้กลิ่นในการล่อสัตว์ แต่ไม่บังคับ 3. รับรู้ผ่านโครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณไม้ 4. รู้ว่าข้าเป็นนักล่า รู้ว่าข้าวางแผนกับเขา 5. ยังคงบอกข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับข้า
สิ่งที่ยังไม่รู้: ทำไมเขาถึงยังไม่ทำอะไรข้า ทั้งที่เขาน่าจะทำได้
เขาปิดสมุด เดินต่อไปในป่ายามรุ่งสาง
เบื้องหลังเขา จากหน้าต่างเล็กของบ้านไม้กลางป่า หริณฉานมองตามจนร่างนั้นหายไปในหมอกรุ่งเช้า
แล้วเขาก็เขียนลงในสมุดบันทึกของตัวเองด้วยอักษรที่ไม่ใช่ภาษาที่ใครในโลกนี้อ่านออก
ตัวอย่างที่น่าสนใจ กลิ่นผิดปกติ ความต้านทานต่อสารดึงดูดสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปสามเท่า รับรู้อารมณ์ได้จริง ไม่หนีแม้รู้ว่าอันตราย
จุดที่ต้องสังเกตเพิ่ม: เขาเหงา
เหงามากกว่าที่เขายอมรับ และบางทีนั่นอาจเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเขา
ฝนที่ตกในคืนนั้นไม่ได้ล้างอะไร มันแค่ทำให้กลิ่นชัดขึ้น
กลิ่นของนักล่าที่นั่งดื่มชากับเหยื่อ กลิ่นของเหยื่อที่คลุมผ้าห่มให้นักล่า
เมื่อทั้งสองไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่โลกก็เริ่มเอียง
..สุสาส์นราคะ..