เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตต่างภพ นวนิยายSci-Fiความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และค.รักที่ถูกจารึกใน สุสาส์นราคะ สถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งรักหลับใหล

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] - 6 ร่างงามที่ซ่อนในความมืด โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ไซไฟ,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยายวายจีนโบราณ,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,ไซไฟ,ไซไฟ-แฟนตาซี,ไซไฟแฟนตาซี,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ไซไฟ,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยายวายจีนโบราณ,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,ไซไฟ,ไซไฟ-แฟนตาซี,ไซไฟแฟนตาซี,สุสาส์นราคะ

รายละเอียด

 สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตต่างภพ นวนิยายSci-Fiความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และค.รักที่ถูกจารึกใน สุสาส์นราคะ สถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งรักหลับใหล

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

.... สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] ...

°•. “Where the Hunter Becomes the Hunted”. •°

เกริ่นนำ

เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตที่เขาตามหา นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่จารึกอยู่บนหิน “สุสาส์นราคะ”

ป่าหนานลู่ไม่มีในแผนที่ของสำนักเทียนหลิน เพราะมันไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกับที่มนุษย์รู้จัก

ซฺยงเหมิง นักล่าผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เคยพลาดเป้า เดินเข้าไปเพื่อตามล่าสิ่งที่ทำให้สัตว์ป่าหายไปอย่างเงียบงัน เขาคาดว่าจะพบปีศาจ

แต่สิ่งที่พบกลับเป็น หริณฉานชายหนุ่มดวงตาสีทองที่นั่งเก็บเห็ดบนต้นไม้กลางดึกอย่างใจเย็น และตั้งแต่วินาทีนั้น คำถามก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

ใครกันแน่ที่เป็นนักล่า และใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ

 

นวนิยายจีนโบราณ ไซไฟ ความรักต่างสายพันธุ์ และจิตวิญญาณ เรื่องราวระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตต่างภพ 

ความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และสุสานที่ไม่มีผู้ตาย มีแต่หัวใจที่ยังอยู่รอเพื่อกันในทุกวัน

 

"สุสาส์นราคะ" ที่ๆ ทุกราคะและความผูกพันที่ไม่มีทางปล่อยวางได้ถูกเก็บรักษาไว้

ไม่ใช่สุสานของการจบสิ้นพันธนาการสุดท้ายของเหล่าดวงวิญญาณ

แต่เป็นสุสานของการจารึกบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความตาย

"สถานที่ ที่ จิตวิญญาณแห่งรัก หลับใหล"

....สุสาส์นราคะ...

มีรายตอนทั้งหมด 30 ตอน (ติดเหรียญตอนที่ 9)

EBOOK: MEB/ARNBOOK/PINTO/DEKDEE (ลดราคา22% 09.09-11.11)  

ฝากติดตาม: TIkTOk / IG / FB / LEMON8 / X (NAME: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

 

สารบัญ

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-1 กรงดักสัตว์ที่ว่างเปล่า, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-2 กลิ่นที่ไม่ควรสูดดม, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-3 โครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณ, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-4 ผืนป่าที่หายใจได้, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-5 ตาข่ายของนักล่า, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-6 ร่างงามที่ซ่อนในความมืด, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-7 เพราะในโลกนั้นมีท่าน, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-8 เขียนเป็นอักษรได้แต่หัวใจส่งไม่ได้, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-9 สุสาส์นราคะ (The Tomb of Infatuation), สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-10 ความทรงจำในรากไม้, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-11 สายพันธุ์ที่สาม, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-12 เพราะความรักไม่ต้องการคำอนุญาต, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-13 ข้อตกลงเบื้องต้น, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-14 เม็ดฝนในภพพืชพันธุ์ , สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-15 รากพืชพันธุ์ในเลือด, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-16 รายงานที่กลับมา, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-17 ที่แข็งแกร่งคือความรัก, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-18 แสงทองจากสุสาส์นราคะ, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-19 สัญญาณของภพต้นกำเนิด

เนื้อหา

6 ร่างงามที่ซ่อนในความมืด

มีความงามบางชนิดที่ซ่อนตัวในความมืด ไม่ใช่เพราะละอาย แต่เพราะรอคนที่ใช่

รอคนที่กล้ามองโดยไม่หนี รอคนที่เห็นแล้วยังเลือกที่จะอยู่ ดอกไม้บางดอกบานเฉพาะกลางคืน ไม่ใช่เพราะกลัวแสง

แต่เพราะแสงของมันสว่างพอแค่สำหรับคนเดียว คนที่มาหาในเวลาที่คนอื่นนอนหลับ

และเมื่อนักล่าเห็นร่างแท้ของสิ่งที่เขาตามมา สัญชาตญาณบอกว่าอันตราย

แต่หัวใจบอกว่า งดงาม และในคืนนั้น หัวใจชนะเป็นครั้งแรก

 

 

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]

 

เดือนแปด ปีที่สี่แห่งรัชกาลหยวนเฉิง วันที่สิบสี่

คืนก่อนเดือนมืด

หริณฉานบอกว่าคืนพรุ่งนี้คือเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการข้ามไปยังภพพืชพันธุ์ เพราะเมื่อพระจันทร์ไม่ส่องแสง ขอบเขตระหว่างสองโลกจะบางที่สุด แต่คืนนี้ คืนก่อนเดือนมืด หริณฉานบอกว่าจะมาเตรียมซฺยงเหมิง

ซฺยงเหมิงนั่งรอที่ปากถ้ำด้วยสมุดบันทึกเปิดอยู่ในตัก

เขาเขียนบันทึกข้อมูลที่ได้รับจากเครื่องบันทึกการสั่นสะเทือนตลอดสองวันที่ผ่านมา กราฟของความถี่ที่บันทึกได้แสดงรูปแบบที่ชัดเจน มีการส่งสัญญาณอยู่ตลอดเวลา แต่ความเข้มข้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่หริณฉานอยู่ในบริเวณใกล้เคียง และลดลงเมื่อเขาไม่อยู่

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกชุดหนึ่งคือรูปแบบความถี่ที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ซฺยงเหมิงเองเดินผ่านบริเวณที่วางกรงดัก

ราวกับว่าโครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณของป่าตอบสนองต่อเขา ไม่ใช่แค่ต่อหริณฉาน

เขากำลังคิดถึงเรื่องนั้นอยู่เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า

หริณฉานมาถึงก่อนเวลาที่นัดสักครู่ ซึ่งไม่เหมือนเขา

"มีเรื่องเร่งด่วน" หริณฉานพูดเมื่อเข้ามาถึงในระยะเสียง น้ำเสียงเรียบแต่มีบางอย่างที่ต่างออกไป บางอย่างที่ซฺยงเหมิงไม่เคยได้ยินในน้ำเสียงของเขามาก่อน

ตึงเครียด

"อะไร?" ซฺยงเหมิงลุกขึ้นทันที

"มีสิ่งมีชีวิตจากภพอื่นเข้ามาในบริเวณนี้" หริณฉานพูด "ไม่ใช่จากภพพืชพันธุ์ จากที่อื่น ข้าไม่รู้จักสัญญาณของมัน แต่โครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณทั้งหมดกำลังส่งสัญญาณเตือน"

ซฺยงเหมิงหยิบอาวุธขึ้นมาโดยอัตโนมัติ "ทิศทาง?"

"ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ห่างออกไปประมาณหนึ่งลี้ กำลังเคลื่อนเข้ามา"

"ความเร็ว?"

"ช้า มันไม่ได้รีบ"

ซฺยงเหมิงประเมินข้อมูลในพริบตา สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนที่ช้าในป่ากลางคืนมีสองแบบ แบบที่อ่อนแอและระวังตัว กับแบบที่แข็งแกร่งพอที่จะไม่รู้สึกต้องรีบ

"ท่านอยู่ใกล้ข้า" เขาพูด น้ำเสียงไม่ขอร้อง แต่สั่ง

หริณฉานขยับมาอยู่ข้างๆ อย่างเงียบ ไม่โต้แย้ง

ซฺยงเหมิงสังเกตว่านั่นเป็นครั้งแรกที่หริณฉานทำตามคำสั่งของเขาโดยไม่ตั้งคำถาม

มันมาถึงเมื่อดาวสูงขึ้นไปครึ่งฟ้า

ซฺยงเหมิงได้ยินมันก่อนที่จะเห็น เสียงที่ไม่ใช่เสียงปกติของสัตว์ แต่เป็นเสียงที่คล้ายกับการเสียดสีของอากาศ เหมือนมีดตัดผ่านสิ่งที่ไม่ควรถูกตัด

แล้วมันก็ปรากฏที่ขอบลำแสงตะเกียง

สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีรูปร่างที่ชัดเจน ดูเหมือนหมอกสีเทาเข้มที่มีความหนาแน่นมากกว่าปกติ มีส่วนที่ดูเหมือนใบหน้าปรากฏและหายไปในมวลหมอกนั้น ตาสองดวงที่เรืองแสงสีแดงจางๆ เหมือนถ่านที่กำลังจะดับ

สัญชาตญาณสัตว์ของซฺยงเหมิงส่งสัญญาณทันที ไม่ใช่แค่อันตราย แต่เป็นบางอย่างที่ลึกกว่านั้น ความรู้สึกว่าสิ่งนี้ผิดปกติในแบบที่ฝ่ามือของเขาชาขึ้นเล็กน้อย

ข้างๆ เขา หริณฉานยืนนิ่ง

แต่ซฺยงเหมิงรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวหริณฉาน ผ่านสัญชาตญาณสัตว์ที่ขยายออกไป ชีพจรเร็วขึ้น ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น

หริณฉานกลัว

"ท่านรู้จักมันไหม?" ซฺยงเหมิงถามเสียงต่ำ

"ไม่" หริณฉานตอบ เสียงราบแต่มีความพยายามอยู่ในนั้น "แต่โครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณบอกว่ามันดูดซับ มันไม่ได้ล่ากาย มันล่าบางอย่างอื่น"

"ล่าอะไร?"

ก่อนที่หริณฉานจะตอบ สิ่งมีชีวิตนั้นเคลื่อนไหว

มันไม่ได้เดินหรือบิน แต่เลื่อนผ่านอากาศราวกับว่าระยะทางระหว่างมันและเป้าหมายไม่ใช่ระยะทางจริง มุ่งตรงมายังหริณฉาน

ซฺยงเหมิงเคลื่อนไหวก่อนที่คิดจะตัดสินใจ

เขาก้าวเข้ามาอยู่ระหว่างหริณฉานกับสิ่งมีชีวิตนั้น มือขวาจับมีดทำจากไม้มงคลแบบพิเศษที่สำนักออกแบบมาสำหรับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่ทางกายภาพ มือซ้ายชักอาวุธสำรองออกมา

สิ่งมีชีวิตนั้นหยุดเมื่อซฺยงเหมิงเข้ามาอยู่ระหว่างกลาง

ตาสีแดงจางๆ มองเขาสักครู่ในแบบที่ทำให้รู้สึกว่ากำลังถูกชั่งน้ำหนัก

แล้วมันก็หันไปทางหริณฉานอีกครั้ง

"มันไม่สนใจข้า" ซฺยงเหมิงพูดเงียบ "มันต้องการท่าน"

"ข้ารู้" หริณฉานพูด เสียงตึงกว่าเดิม "มันล่าพลังงานชีวิตจากสิ่งมีชีวิตของภพพืชพันธุ์ พลังงานของข้าเข้มข้นกว่ามนุษย์ธรรมดามาก มันรู้สึกได้"

"อาวุธที่ใช้กับมันคืออะไร?"

"ข้าไม่รู้" หริณฉานพูดอย่างตรงไปตรงมา "ข้าไม่เคยพบสิ่งนี้มาก่อน"

ซฺยงเหมิงประเมินอย่างรวดเร็ว อาวุธทางกายภาพน่าจะไม่ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีรูปร่างชัดเจน แต่มีดไม้มงคลออกแบบมาสำหรับสิ่งที่อยู่ระหว่างโลก

เขาลองดู

มีดทำจากไม้มงคลเคลื่อนเร็วและแม่น

ปลายมีดฉีกผ่านขอบของสิ่งมีชีวิตนั้น

มันไม่ได้ร้องหรือแสดงอาการเจ็บปวด แต่มันถอยออกไปสองก้าว ตาสีแดงสว่างขึ้นเล็กน้อยในแบบที่ซฺยงเหมิงตีความว่าเป็นความโกรธหรือความประหลาดใจ

"มันรู้สึกถึงมีดนี้" ซฺยงเหมิงพูดเบา

"ใช้ต่อเนื่อง" หริณฉานพูด "ข้าจะช่วย"

"ท่านทำอะไรกับมันได้บ้าง?"

"พลังดูดซับของข้าใช้ไม่ได้กับสิ่งที่ไม่มีรูปร่างชัดเจน" หริณฉานพูดเร็ว "แต่ข้าสามารถใช้โครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณสร้างกำแพงได้ ชะลอการเคลื่อนที่ของมัน"

"ทำได้เลย"

หริณฉานนั่งลงบนพื้นดินทันที มือทั้งสองวางบนดินพร้อมกัน แสงสีทองแผ่ออกจากฝ่ามือลงไปในดิน แผ่กระจายออกไปเป็นวงกลม รากเล็กๆ สีทองงอกขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว ทอตัวกันเป็นตาข่ายบางๆ รอบๆ บริเวณที่สิ่งมีชีวิตนั้นอยู่

สิ่งมีชีวิตนั้นพยายามเคลื่อนเข้ามา แต่รากทองขัดขวางไว้ ไม่หยุดสนิท แต่ช้าลงอย่างชัดเจน

ซฺยงเหมิงใช้โอกาสนั้น

เขาเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วรอบๆ สิ่งมีชีวิตนั้น มีดฟันเป็นจังหวะที่เขาเรียนรู้มาจากการต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีรูปร่างชัดเจนในภารกิจก่อนๆ ไม่ใช่การฟันเพื่อตัด แต่เป็นการฟันเพื่อสร้างรอยที่ทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นไม่สามารถรักษารูปทรงได้

สี่ครั้ง ห้าครั้ง หกครั้ง

รอยฟันสะสม ขอบของสิ่งมีชีวิตนั้นเริ่มไม่สม่ำเสมอ มวลหมอกบางส่วนแยกออกและสลายไป

ครั้งที่เจ็ด

สิ่งมีชีวิตนั้นส่งเสียงที่ไม่ใช่เสียง บางอย่างที่ซฺยงเหมิงรับรู้ผ่านผิวหนังมากกว่าหู แล้วก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นจุดสีเทาเล็กๆ ที่หายลงไปในพื้นดิน

ป่าเงียบลงทันที

ซฺยงเหมิงยืนนิ่งอยู่สักครู่ สัญชาตญาณสัตว์ขยายออกไปตรวจสอบรอบๆ

ไม่มีอะไรเหลือ

เขาหันมา

หริณฉานยังนั่งอยู่บนพื้น มือยังแตะดิน แสงทองใต้ฝ่ามือจางลงอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาซีดกว่าปกติ รากทองที่งอกขึ้นมาค่อยๆ ดึงตัวกลับลงไปในดิน

ซฺยงเหมิงเดินมาหาในสองก้าว นั่งลงตรงหน้า

"ท่านเป็นอย่างไร?"

"เหนื่อย" หริณฉานพูด น้ำเสียงตรงโดยไม่พยายามแกล้งทำเป็นว่าปกติ "การสร้างกำแพงรากใช้พลังงานมาก"

"ท่านทำโดยไม่มีเวลาเตรียมตัว"

"ข้าทำสิ่งที่ทำได้" หริณฉานตอบ แล้วยกหัวขึ้นมองซฺยงเหมิง ดวงตาสีทองในความมืดดูอ่อนกว่าปกติ ราวกับว่าพลังงานที่ใช้ไปทำให้การควบคุมต่างๆ หย่อนลงด้วย "ท่านเคลื่อนไหวเร็วมาก ข้าไม่คาดว่าท่านจะเข้ามาอยู่ระหว่างกลางก่อนที่ข้าจะบอกให้ทำ"

"ข้าไม่ได้รอให้ใครบอก"

"ข้ารู้" หริณฉานพูดเงียบๆ มีบางอย่างในสองคำนั้นที่หนักกว่าความหมายตรงๆ

ซฺยงเหมิงมองหน้าเขา สังเกตความซีดที่ยังไม่หาย สังเกตว่ามือที่วางบนเข่านั้นมีรอยสั่นเล็กน้อย

"นั่งพักก่อน" เขาพูด ไม่ใช่คำถาม

"ข้าไม่ต้องการ—"

"ท่านใช้พลังงานเกิน ร่างกายของท่านต้องการเวลา" ซฺยงเหมิงพูดตัดสั้น "ข้าเห็นเองว่าท่านสั่น"

หริณฉานมองมือของตัวเอง สักครู่ แล้วไม่พูดอะไรต่อ

ซฺยงเหมิงนั่งอยู่ตรงนั้นกับเขา ไม่ขยับออก ไม่พูด

ป่ารอบๆ เงียบและเรืองแสง

หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วยาม หริณฉานดูฟื้นตัวได้มากพอที่จะลุกขึ้นยืนได้

แต่เขาไม่ได้ลุกทันที

เขานั่งอยู่กับความเงียบอีกสักครู่ ดวงตาสีทองมองไปที่จุดที่สิ่งมีชีวิตนั้นหายไป แล้วก็เคลื่อนมาที่ซฺยงเหมิง

"ท่านไม่ต้องอยู่รอ" เขาพูด

"ข้าเลือกอยู่"

"เพราะภารกิจ?"

ซฺยงเหมิงมองเขาตรงๆ "ไม่"

หริณฉานรับคำตอบนั้นไว้อย่างเงียบๆ

"ขอบคุณ" เขาพูดในที่สุด เสียงเบาจนซฺยงเหมิงเกือบไม่ได้ยิน ไม่ใช่คำขอบคุณแบบที่พูดเพราะมารยาท แต่เป็นคำขอบคุณที่มาจากที่ที่ลึกกว่านั้น

"ท่านบอกว่าสิ่งนั้นล่าพลังงานชีวิตจากสิ่งมีชีวิตของภพพืชพันธุ์" ซฺยงเหมิงเปลี่ยนเรื่อง ไม่ใช่เพราะอึดอัดกับคำขอบคุณ แต่เพราะรู้ว่าหริณฉานจะสบายใจกว่าถ้าคุยเรื่องข้อมูล "ท่านเคยเจอมันมาก่อนไหม?"

"ไม่เคย" หริณฉานพูด "แต่ในบันทึกของชาติพันธุ์ มีรายงานสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า 'ผู้กินสาร' ที่ออกมาจากภพระหว่างกลาง ไม่ใช่ภพพืชพันธุ์ ไม่ใช่โลกมนุษย์ แต่เป็นพื้นที่ว่างระหว่างสองภพนั้น"

"มีภพที่สาม?"

"มีพื้นที่ระหว่าง" หริณฉานแก้ไข "เหมือนระยะห่างระหว่างสองหน้า ไม่ใช่หน้าใดหน้าหนึ่ง แต่ก็มีอยู่ในตัวเอง สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในนั้นดำรงชีวิตโดยการดูดซับพลังงานที่รั่วออกมาจากทั้งสองภพ"

"และพลังงานของท่านรั่วออกมามากกว่าปกติ"

"ในช่วงนี้ ใช่" หริณฉานพูดเงียบๆ "การรับสัญญาณมากกว่าปกติทำให้พลังงานของข้าเปิดออกมากกว่าที่ควร"

"รับสัญญาณมากกว่าปกติเพราะอะไร?"

หริณฉานไม่ตอบทันที

"เพราะมีสิ่งที่น่าสนใจในพื้นที่นี้" เขาพูดในที่สุด น้ำเสียงระมัดระวัง

ซฺยงเหมิงไม่ถามต่อ เพราะเขารู้ว่าถ้าถามต่อ คำตอบที่ได้อาจเป็นคำตอบที่เขายังไม่แน่ใจว่าพร้อมรับ

พวกเขากลับมาที่บ้านของหริณฉาน เพราะซฺยงเหมิงยืนยันว่าต้องตรวจดูให้แน่ใจว่าหริณฉานปลอดภัยก่อนแยกกัน

หริณฉานไม่โต้แย้ง

ในบ้าน หริณฉานนั่งที่โต๊ะทำงาน ดูดีขึ้นกว่าในป่าแต่ยังไม่เป็นปกติ ซฺยงเหมิงยืนอยู่ที่หน้าต่าง มองออกไปที่ป่าที่เรืองแสง

"ท่านเคยบาดเจ็บไหม?" ซฺยงเหมิงถามโดยไม่หันมา

"บาดเจ็บแบบไหน?"

"แบบที่ต้องการเวลาฟื้นตัว ไม่ใช่แค่เหนื่อย"

หริณฉานพิจารณาอยู่สักครู่ "ข้าไม่บาดเจ็บง่าย ร่างกายของข้าซ่อมแซมตัวเองได้เร็วกว่ามนุษย์มาก แต่การสูญเสียพลังงานชีวิตมากเกินไปในเวลาสั้น มันใช้เวลาฟื้นตัวต่างออกไป"

"คืนนี้ท่านสูญเสียมากเกินไปไหม?"

"ไม่ถึงขั้นนั้น" หริณฉานพูด แล้วหยุดสักครู่ก่อนพูดต่อ "แต่ถ้าไม่มีท่านชะลอมันไว้ด้วยมีดไม้มงคล ข้าอาจสูญเสียมากกว่านี้"

ซฺยงเหมิงหันมามองเขา

"ท่านยอมรับว่าต้องการความช่วยเหลือ"

"ข้ายอมรับข้อเท็จจริง" หริณฉานพูดเรียบๆ "ไม่มีประโยชน์อะไรในการปฏิเสธสิ่งที่เกิดขึ้น"

"สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ปฏิเสธจุดอ่อนตัวเองโดยสัญชาตญาณ โดยเฉพาะเมื่ออยู่กับคนที่อาจใช้จุดอ่อนนั้นได้"

"ท่านจะใช้จุดอ่อนของข้าไหม?"

ซฺยงเหมิงเงียบสักครู่ "ไม่"

"ข้ารู้" หริณฉานพูดเบา "นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าบอกท่านได้"

ทั้งสองนั่งอยู่กับความเงียบนั้นสักครู่

แสงสีน้ำเงินอมเขียวของป่าเรืองแสงวนเวียนรอบตัวพวกเขาอย่างสงบ ใบไม้พลิ้วไหวเบา ๆ แต่ไม่มีใครเอ่ยปาก ซฺยงเหมิงมองหริณฉานด้วยสายตาที่ยังเต็มไปด้วยความสงสัยและความประทับใจจากภาพลักษณ์มนุษย์อันงดงามเกินจริง ขณะที่หริณฉานเองก็นั่งนิ่ง ดวงตาทองอ่อน ๆ จ้องมองพื้นดินตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง

แล้วหริณฉานก็ทำสิ่งที่ซฺยงเหมิงไม่ได้คาดว่าจะเกิดขึ้น

แสงสีทองค่อย ๆ ซึมออกมาจากผิวหนังของเขา เบาบางเหมือนแสงแรกของรุ่งอรุณที่ค่อย ๆ แทรกผ่านหมอก มันไม่ได้ฉาบผิวเพียงอย่างเดียว แต่ดูเหมือนจะผลิขึ้นมาจากภายในเนื้อหนังทีละน้อย ราวกับเมล็ดพันธุ์ที่ถูกปลุกให้ตื่น

ต่างจากครั้งที่ซฺยงเหมิงเคยเห็นในป่า คราวนี้หริณฉานไม่ได้ซ่อน

แสงนั้นสว่างขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่รีบร้อน แต่ละอณูเปล่งประกายอย่างบริสุทธิ์และสง่างาม รากเส้นเล็กบาง ๆ สีทองบริสุทธิ์เริ่มงอกออกจากปลายนิ้วทั้งสิบ แผ่ขยายออกมาอย่างช้า ๆ เหมือนต้นไม้ที่เติบโตภายใต้สายตาของใครบางคน รากเหล่านั้นไม่แข็งกระด้าง แต่โค้งงออย่างอ่อนช้อย มีลายเส้นละเอียดอ่อนคล้ายเส้นเลือดของใบไม้ ปลายรากบางครั้งแตกแขนงเป็นใบเล็ก ๆ ที่เรืองแสงสีทองอมเขียว ลอยละล่องในอากาศก่อนจะค่อย ๆ หายไป

ผิวหนังบางส่วนของเขาเริ่มโปร่งแสงขึ้น เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้… ไม่ใช่เส้นเลือดสีแดงของมนุษย์ แต่เป็นเครือข่ายเส้นสีทองที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับใบไม้เรืองแสงในยามค่ำ เส้นเหล่านั้นไหลเวียนช้า ๆ ไปทั่วร่าง เชื่อมโยงจากปลายนิ้วขึ้นไปตามแขน ผ่านอก แล้วลงไปถึงเอว ราวกับโครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณที่หล่อเลี้ยงชีวิตทั้งต้น

ดวงตาของหริณฉานเปลี่ยนไป

สีทองเข้มขึ้นจนกลายเป็นสีเหลืองอำพันที่ลุกโชน รูม่านตาที่เคยกลมกลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมแนวตั้งเรียวยาว เหมือนดวงตาของสัตว์ป่าโบราณหรือมังกรที่หลับใหลใต้ดินมานานแสนนาน แสงจากดวงตานั้นไม่คมกริบ แต่กลับนุ่มนวลและลึกซึ้ง ราวกับมีดวงอาทิตย์สองดวงถูกเก็บไว้ในร่างต้นไม้

ลมหายใจของเขาเปลี่ยนจังหวะ ช้าลงมากจนเกือบจะหยุดนิ่ง แต่ละครั้งที่หายใจออก มีสายควันสีทองบาง ๆ ลอยออกมาจากริมฝีปาก วนเวียนรอบใบหน้าก่อนจะสลายไปในอากาศ ควันนั้นมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดินชื้นและดอกไม้ป่าที่เพิ่งบาน

แล้วที่ด้านหลัง… จากไหล่ทั้งสองข้างลงมาตามแนวกระดูกสันหลัง รากใหญ่กว่าเส้นอื่นค่อย ๆ แผ่ออกมา

รากเหล่านั้นหนากว่า แข็งแรงกว่า แต่ยังคงงดงามอย่างที่สุด เปลือกรากสีทองอมน้ำตาลมีลายไม้ที่ละเอียดอ่อนราวกับถูกแกะสลักโดยเทพเจ้า มันโค้งขึ้นไปเหนือศีรษะอย่างช้า ๆ ก่อตัวเป็นมงกุฎที่มีชีวิต รากย่อย ๆ แตกแขนงออกไปเป็นกิ่งก้านเล็ก ๆ ที่มีใบทองคำเรืองแสงพริ้วไหว บางกิ่งมีดอกไม้สีขาวเงินบานสะพรั่งอย่างเงียบงัน กลีบดอกโปร่งแสงจนมองทะลุได้

นั่นคือร่างแท้ของหริณฉาน

ร่างต้นไม้ที่งดงามจนเกินกว่าคำบรรยาย เขาไม่ได้กลายเป็นต้นไม้ธรรมดา แต่เป็นราชันย์แห่งป่าที่ถูกย่อส่วนลงมาอยู่ในร่างกึ่งมนุษย์กึ่งพฤกษา แสงสีทองและสีน้ำเงินอมเขียวของป่ารอบตัวดูเหมือนจะโค้งน้อมให้เขา ใบไม้ทุกใบพลิ้วไหวไปในทิศทางเดียวกันราวกับกำลังคารวะ

ซฺยงเหมิงนั่งนิ่ง มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่อาจละสายตาได้ ความงามนั้นไม่ได้ทำให้กลัว แต่กลับดึงดูดจนหัวใจเต้นแรง ราวกับกำลังได้เห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่โลกมนุษย์ไม่สมควรได้พบ

หริณฉานในร่างแท้ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น รากทองคำแผ่ปกคลุมพื้นดินรอบตัวเล็กน้อย มงกุฎที่มีชีวิตพลิ้วไหวเบา ๆ เหนือศีรษะ และดวงตาสี่เหลี่ยมสีทองจ้องมองซฺยงเหมิงอย่างสงบ… รอคอยปฏิกิริยาแรกจากมนุษย์ที่เพิ่งได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขาเป็นครั้งแรก

ซฺยงเหมิงยืนนิ่งโดยไม่ขยับ

สัญชาตญาณสัตว์ของเขาส่งสัญญาณ ไม่ใช่อันตราย แต่เป็นบางอย่างที่ลึกกว่า บางอย่างที่เขาไม่มีชื่อเรียก ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตตรงหน้าเขาเชื่อมต่อกับบางอย่างที่ใหญ่กว่าทั้งสองคนนี้

หริณฉานมองเขา ดวงตาสีทองเข้มในร่างแท้ มีบางอย่างที่เปราะบางในการมองนั้น ราวกับว่าการแสดงร่างแท้เป็นสิ่งที่ทำให้เขาเปลือยเปล่ากว่าการถอดเสื้อผ้า

"นี่คือข้า" เขาพูดเงียบๆ "ทั้งหมดที่ข้าเป็น"

ซฺยงเหมิงไม่หนี

ไม่หยิบอาวุธ ไม่ถอยหลัง ไม่แสดงอาการกลัวที่สัญชาตญาณสัตว์บอกว่าไม่มีเหตุผลที่ต้องกลัว

เขาเดินเข้ามาอีกหนึ่งก้าว

"ท่านแสดงสิ่งนี้ให้ข้าดู" เขาพูดเงียบๆ "เพราะอะไร?"

"เพราะท่านเห็นข้ากลัว" หริณฉานพูด เสียงเบา "และข้าไม่ต้องการให้ท่านเห็นข้าแค่ตอนอ่อนแอโดยที่ไม่รู้ว่าข้าเป็นอะไร ท่านควรรู้ทั้งสองอย่าง"

ซฺยงเหมิงมองร่างแท้นั้น มองรากทองที่แผ่ออกมา มองแสงที่เรืองออกจากผิวหนัง มองดวงตาสีทองเข้มที่รอดูว่าเขาจะทำอะไร

เขายื่นมือออกไป

ไม่ใช่ยื่นเพื่อสัมผัสรากทอง ไม่ใช่ยื่นเพื่อตรวจสอบ แต่ยื่นในแบบที่ขอ ขอให้หริณฉานเลือกว่าจะทำอะไรกับมือนั้น

หริณฉานมองมือที่ยื่นออกมานั้นนานพอที่แสงในห้องจะกะพริบครั้งหนึ่ง

แล้วเขาก็วางมือของตัวเองลงบนมือซฺยงเหมิง

มือในร่างแท้อุ่นกว่ามือในร่างมนุษย์ มีแสงทองเล็กๆ ไหลออกมาที่จุดสัมผัส ซฺยงเหมิงรู้สึกถึงบางอย่างที่คล้ายกับที่เขารู้สึกเมื่อสัมผัสภพต้นกำเนิดราก แต่ใกล้ชิดกว่า ส่วนตัวกว่า ราวกับว่าบางส่วนของหริณฉานไหลเข้ามาผ่านจุดสัมผัสนั้น

ไม่ใช่การดูดซับ แต่เป็นการแบ่งปัน

"ท่านไม่กลัว" หริณฉานพูดเบา ไม่ใช่คำถาม

"ไม่" ซฺยงเหมิงตอบ ก็เป็นเรื่องจริง เพราะสัญชาตญาณสัตว์ยืนยันว่าสิ่งที่สัมผัสมือเขาอยู่นี้ไม่ได้ต้องการทำร้าย

"ทำไม?"

ซฺยงเหมิงคิดอยู่สักครู่ คำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดมีหลายชั้น แต่ชั้นที่สำคัญที่สุดคือชั้นที่เขายังไม่แน่ใจว่าพร้อมพูดออกมาหรือเปล่า

"เพราะสัญชาตญาณของข้าบอกว่าไม่ต้อง" เขาพูด ซึ่งเป็นความจริงเพียงบางส่วน

หริณฉานมองเขาในแบบที่บอกว่าเขารู้ว่ามันเป็นความจริงเพียงบางส่วน แต่ไม่กดดันให้พูดส่วนที่เหลือ

แสงทองค่อยๆ จางลงเมื่อหริณฉานกลับสู่ร่างมนุษย์ทีละส่วน รากที่แผ่ออกมาดึงกลับ ผิวหนังทึบขึ้น รูม่านตากลับเป็นวงกลม

แต่มือของเขายังอยู่บนมือซฺยงเหมิง

และซฺยงเหมิงไม่ได้ถอน

"พรุ่งนี้คืนเดือนมืด" หริณฉานพูดเงียบๆ "ท่านยังต้องการไปภพพืชพันธุ์ไหม?"

"ต้องการ" ซฺยงเหมิงพูดโดยไม่ลังเล

"แม้ว่าจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้แล้ว?"

"โดยเฉพาะเพราะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนี้"

หริณฉานพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง มือของเขาเคลื่อนไหวเล็กน้อยบนมือซฺยงเหมิง ไม่ใช่การถอน แต่เป็นการขยับที่รู้สึกถึงได้

"ข้าจะไปรับท่านตอนพระจันทร์ขึ้น" เขาพูด แล้วถอนมือออกอย่างช้าๆ ลุกขึ้นจากที่นั่ง "ท่านกลับพักได้ ข้าไม่เป็นไรแล้ว"

ซฺยงเหมิงลุกขึ้น เดินไปที่ประตู มือจับกลอน

"หริณฉาน"

"อะไร?"

ซฺยงเหมิงไม่หันมา "ที่ท่านแสดงร่างแท้ให้ข้าดู ขอบคุณ ที่ไว้ใจ"

ความเงียบสั้นๆ

"ท่านเป็นคนแรกที่ข้าแสดง" หริณฉานพูดเบา "ในโลกนี้"

ซฺยงเหมิงเปิดประตูออก เดินออกไปในคืนที่เรืองแสงทอง

ข้างหลังเขา ในบ้านไม้กลางป่า หริณฉานยืนอยู่กับมือที่ยังอุ่นอยู่ในแบบที่เขาจะเรียนรู้ทีหลังว่าเรียกว่าอะไร

 

 

ร่างแท้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว มันแค่เป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ รอคนที่กล้าเห็น รอคนที่เห็นแล้วยังยื่นมือให้

และเมื่อนักล่ายื่นมือ ไม่ใช่เพื่อจับ แต่เพื่อรับ ป่าทั้งหมดก็รู้ ว่าเกมนั้นจบแล้ว เพียงแต่ทั้งสองยังไม่รู้ตัว

..สุสาส์นราคะ...