เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตต่างภพ นวนิยายSci-Fiความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และค.รักที่ถูกจารึกใน สุสาส์นราคะ สถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งรักหลับใหล

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] - 9 สุสาส์นราคะ (The Tomb of Infatuation) โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ไซไฟ,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน,นิยายวายจีนโบราณ,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,ไซไฟ,ไซไฟ-แฟนตาซี,ไซไฟแฟนตาซี,สุสาส์นราคะ,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ไซไฟ,ชาย-ชาย,ย้อนยุค,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

นิยายวายจีนโบราณ,นิยายจีนโบราณ,นิยายวาย,นิยายวายพีเรียด,นิยายรัก,นิยายรักจีนโบราณ,ไซไฟ,ไซไฟ-แฟนตาซี,ไซไฟแฟนตาซี,สุสาส์นราคะ

รายละเอียด

 สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] โดย สุสาส์นราคะ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตต่างภพ นวนิยายSci-Fiความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และค.รักที่ถูกจารึกใน สุสาส์นราคะ สถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งรักหลับใหล

ผู้แต่ง

สุสาส์นราคะ

เรื่องย่อ

.... สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation] ...

°•. “Where the Hunter Becomes the Hunted”. •°

เกริ่นนำ

เมื่อนักล่าผู้เคยเชื่อว่าตนคือผู้ล่า กลับพบว่าตนเองถูกเลือกโดยสิ่งมีชีวิตที่เขาตามหา นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่จารึกอยู่บนหิน “สุสาส์นราคะ”

ป่าหนานลู่ไม่มีในแผนที่ของสำนักเทียนหลิน เพราะมันไม่ได้อยู่ในโลกใบเดียวกับที่มนุษย์รู้จัก

ซฺยงเหมิง นักล่าผู้เชี่ยวชาญที่ไม่เคยพลาดเป้า เดินเข้าไปเพื่อตามล่าสิ่งที่ทำให้สัตว์ป่าหายไปอย่างเงียบงัน เขาคาดว่าจะพบปีศาจ

แต่สิ่งที่พบกลับเป็น หริณฉานชายหนุ่มดวงตาสีทองที่นั่งเก็บเห็ดบนต้นไม้กลางดึกอย่างใจเย็น และตั้งแต่วินาทีนั้น คำถามก็เปลี่ยนไปตลอดกาล

ใครกันแน่ที่เป็นนักล่า และใครกันแน่ที่เป็นเหยื่อ

 

นวนิยายจีนโบราณ ไซไฟ ความรักต่างสายพันธุ์ และจิตวิญญาณ เรื่องราวระหว่างมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตต่างภพ 

ความรักต่างสายพันธุ์ที่ข้ามขอบเขตของโลก และสุสานที่ไม่มีผู้ตาย มีแต่หัวใจที่ยังอยู่รอเพื่อกันในทุกวัน

 

"สุสาส์นราคะ" ที่ๆ ทุกราคะและความผูกพันที่ไม่มีทางปล่อยวางได้ถูกเก็บรักษาไว้

ไม่ใช่สุสานของการจบสิ้นพันธนาการสุดท้ายของเหล่าดวงวิญญาณ

แต่เป็นสุสานของการจารึกบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าความตาย

"สถานที่ ที่ จิตวิญญาณแห่งรัก หลับใหล"

....สุสาส์นราคะ...

มีรายตอนทั้งหมด 30 ตอน (ติดเหรียญตอนที่ 9)

EBOOK: MEB/ARNBOOK/PINTO/DEKDEE (ลดราคา22% 09.09-11.11)  

ฝากติดตาม: TIkTOk / IG / FB / LEMON8 / X (NAME: LuLLaLiiL / สุสาส์นราคะ)

ขอบคุณ “นักอ่านทุกคน” ที่ รัก เมตตา ให้โอกาส อ่านผลงานของ “สุสาส์นราคะ”

°•. สุสาส์นราคะ. •°

 

สารบัญ

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-1 กรงดักสัตว์ที่ว่างเปล่า, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-2 กลิ่นที่ไม่ควรสูดดม, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-3 โครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณ, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-4 ผืนป่าที่หายใจได้, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-5 ตาข่ายของนักล่า, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-6 ร่างงามที่ซ่อนในความมืด, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-7 เพราะในโลกนั้นมีท่าน, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-8 เขียนเป็นอักษรได้แต่หัวใจส่งไม่ได้, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-9 สุสาส์นราคะ (The Tomb of Infatuation), สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-10 ความทรงจำในรากไม้, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-11 สายพันธุ์ที่สาม, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-12 เพราะความรักไม่ต้องการคำอนุญาต, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-13 ข้อตกลงเบื้องต้น, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-14 เม็ดฝนในภพพืชพันธุ์ , สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-15 รากพืชพันธุ์ในเลือด, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-16 รายงานที่กลับมา, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-17 ที่แข็งแกร่งคือความรัก, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-18 แสงทองจากสุสาส์นราคะ, สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]-19 สัญญาณของภพต้นกำเนิด

เนื้อหา

9 สุสาส์นราคะ (The Tomb of Infatuation)

มีสถานที่บางแห่งที่ไม่ปรากฏในแผนที่ ไม่ใช่เพราะไม่มีอยู่จริง 

แต่เพราะมันอยู่ระหว่างสิ่งที่มีอยู่แล้ว รอยต่อที่คนส่วนใหญ่เดินผ่านโดยไม่เห็น

และในรอยต่อนั้น มีสิ่งที่ไม่มีในโลกใดโลกหนึ่ง มีแสงที่ไม่ใช่แสงดาวหรือแสงไฟ 

มีความอบอุ่นที่ไม่มาจากอุณหภูมิ มีคนสองคนที่เริ่มสร้างโลกของตัวเอง ในรอยต่อที่ไม่มีในแผนที่ใคร 

บางครั้งโลกที่ดีที่สุด ไม่ได้ถูกค้นพบ แต่ถูกสร้างขึ้น โดยคนสองคนที่ตัดสินใจอยู่ในรอยต่อนั้นด้วยกัน

 


 

สุสาส์นราคะ [The Tomb of Infatuation]

 

เดือนแปด ปีที่สี่แห่งรัชกาลหยวนเฉิง — วันที่สิบแปด

รายงานออกไปสองวันแล้ว

ซฺยงเหมิงไม่ได้รอคำตอบด้วยความกังวล เขาทำในสิ่งที่เขาตัดสินใจแล้ว และการรอผลของการตัดสินใจไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเปลี่ยนแปลงได้ นักล่าที่ดีวางแผน ลงมือ แล้วปล่อยให้ผลลัพธ์มาเอง ไม่ใช้พลังงานกับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

แต่ในขณะที่รอ เขาทำสิ่งที่เขาไม่ได้ทำมาตั้งแต่เด็ก

เขาเดินสำรวจโดยไม่มีจุดหมาย

ป่าหนานลู่ในยามบ่ายมีแสงสีทองอ่อนๆ ส่องผ่านเรือนยอด แสงนั้นไม่เคยเป็นแค่แสงแดดธรรมดาในป่านี้อีกต่อไปในสายตาของซฺยงเหมิง มันเป็นแสงที่มีสองชั้นเสมอ ชั้นหนึ่งจากดวงอาทิตย์ อีกชั้นจากใบไม้ที่เรืองออกมาเอง ทั้งสองชั้นผสมกันจนแยกไม่ออกถ้าไม่รู้ว่าต้องมอง

เขาคิดว่าป่าหนานลู่เป็นอุปมาที่ดีสำหรับหลายสิ่งในชีวิตสองสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่ดูเหมือนหนึ่งอย่างแต่มีสองชั้นเสมอ สิ่งที่แยกไม่ออกถ้าไม่รู้ว่าต้องมองหาอะไร

สัญชาตญาณสัตว์ของเขาแผ่ออกไปเบาๆ ในแบบที่เขาทำโดยอัตโนมัติมากกว่าจะตั้งใจ รับรู้ถึงนกที่ซ่อนอยู่บนกิ่งไม้สูง รับรู้ถึงกวางสองตัวที่กินน้ำอยู่ริมลำธารทางทิศตะวันออก รับรู้ถึงรากของต้นไม้ที่ส่งสัญญาณเงียบๆ ในดินใต้เท้า

และรับรู้ถึงหริณฉาน

อยู่ห่างออกไปประมาณสองร้อยก้าว ทิศตะวันตกเฉียงใต้ ความรู้สึกที่ซฺยงเหมิงเรียนรู้แล้วว่าเป็นสัญลักษณ์ของหริณฉาน ความสงบที่มีน้ำหนัก ความตื่นตัวที่ซ่อนอยู่ใต้ความเงียบ บางอย่างที่เขาจะเรียกว่า การมีอยู่ ถ้าต้องเลือกคำ

ซฺยงเหมิงเดินไปทางนั้น

ไม่ใช่เพราะภารกิจ ไม่ใช่เพราะต้องการข้อมูล แค่เดินไปเพราะรู้ว่าหริณฉานอยู่ที่นั่น

หริณฉานนั่งอยู่ริมลำธารเล็กๆ ที่ซฺยงเหมิงไม่รู้จักชื่อ

น้ำในลำธารใสจนมองเห็นก้อนหินสีเทาอมเขียวใต้น้ำ ปลาขนาดเล็กสีเงินว่ายเป็นฝูงช้าๆ กลีบดอกไม้สีขาวลอยตามน้ำมาจากต้นทางที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน

หริณฉานนั่งบนหินแบนริมน้ำ เท้าทั้งสองพาดลงในน้ำ มือวางบนหินข้างๆ ลำตัวเอนไปด้านหลังเล็กน้อย ดวงตาหลับ ใบหน้าผ่อนคลายในแบบที่ซฺยงเหมิงไม่ค่อยเห็นในบทสนทนาปกติ

ป่ารอบๆ เขาค่อยๆ โน้มเข้ามา ไม่มาก ไม่เห็นชัด แต่ซฺยงเหมิงที่รู้แล้วว่าต้องมองแบบไหนสังเกตได้ว่าหญ้าริมน้ำสูงขึ้นเล็กน้อยที่จุดใกล้ที่หริณฉานนั่ง ดอกไม้เล็กๆ สีเหลืองบานขึ้นสามสี่ดอกบนกิ่งที่ห้อยลงมาเหนือหัวเขา ปลาในลำธารว่ายเข้ามาใกล้จุดที่เท้าของเขาแตะน้ำมากกว่าส่วนอื่น

ป่ารักหริณฉาน

ซฺยงเหมิงนั่งลงบนหินก้อนใหญ่ข้างๆ อย่างเงียบพอที่ไม่ต้องการให้รู้ว่ามา แต่ก็ไม่เงียบพอที่หริณฉานจะไม่รู้ เพราะสิ่งมีชีวิตที่รับสัญญาณจากดินใต้เท้าตลอดเวลาย่อมรู้เมื่อมีคนนั่งลงบนหินริมลำธาร

"ท่านเดินเล่น" หริณฉานพูดโดยไม่เปิดตา

"สำรวจ" ซฺยงเหมิงแก้ไขด้วยนิสัย แล้วก็ตระหนักว่าคำนั้นไม่ถูกต้องเช่นกัน "เดินเล่น" เขาพูดซ้ำ ยอมรับ

หริณฉานเปิดตา ดวงตาสีทองในแสงบ่ายดูนุ่มที่สุดที่ซฺยงเหมิงเคยเห็น มีบางอย่างในนั้นที่ดูเหมือนแสงอาทิตย์ที่กรองผ่านน้ำ

"ท่านเดินเล่นเป็นไหม?" เขาถาม ไม่ได้ถามแบบล้อเล่น แต่ถามจริงๆ

"ไม่ค่อย" ซฺยงเหมิงตอบ "ปกติถ้าเดิน ต้องมีจุดหมาย"

"และวันนี้?"

"วันนี้จุดหมายคือที่ที่สัญชาตญาณพาไป"

หริณฉานมองเขาสักครู่ แล้วก็มองกลับไปที่ลำธาร ปลาฝูงเล็กๆ ว่ายเวียนอยู่รอบๆ เท้าของเขาในน้ำ

"สัญชาตญาณพาท่านมาที่นี่" เขาพูด เสียงเงียบในแบบที่ไม่ตั้งใจจะให้ได้ยิน

"ใช่"

ทั้งสองนั่งอยู่กับคำตอบนั้น

ลำธารไหลเบาๆ เสียงของมันเป็นทำนองที่ไม่ซ้ำแต่ไม่วุ่นวาย กลีบดอกไม้ขาวลอยผ่านมาเรื่อยๆ นกร้องอยู่บนยอดไม้สูง และแสงบ่ายทำให้ทุกอย่างดูอบอุ่นกว่าความจริง

"ท่านนั่งที่นี่บ่อยไหม?" ซฺยงเหมิงถาม

"เมื่อต้องการฟัง" หริณฉานพูด "ลำธารนี้เก่าแก่ มีน้ำไหลมานานมากกว่าภพต้นกำเนิดราก น้ำพาสัญญาณจากที่ต่างๆ มารวมกัน ข้าได้ยินหลายอย่างที่โครงข่ายรากแห่งจิตวิญญาณไม่ส่งมาถึง"

"ได้ยินอะไรบ้างวันนี้?"

หริณฉานเงียบครู่หนึ่ง "ได้ยินว่ามีคนจากสำนักเทียนหลินรับสัญญาณรายงานของท่านแล้ว"

ซฺยงเหมิงตัวตึงเล็กน้อย "ท่านรู้ได้จากน้ำ?"

"ลำธารนี้ไหลผ่านใต้ดินของหลายพื้นที่ รวมถึงพื้นที่ที่ระบบส่งสัญญาณของมนุษย์ทำงานอยู่" หริณฉานพูด "น้ำรับรู้การสั่นสะเทือนของสัญญาณ ไม่ได้อ่านเนื้อหา แต่รู้ว่ามีสัญญาณเคลื่อนผ่าน"

"รู้ว่าพวกเขาตอบสนองอย่างไรไหม?"

"ไม่รู้ แค่รู้ว่าสัญญาณถูกรับและมีการเคลื่อนไหวหลังจากนั้น" หริณฉานพูด แล้วหันมามองซฺยงเหมิง "ท่านกังวลไหม?"

"กังวลในแบบที่ต้องการรู้ผลเพื่อวางแผนขั้นตอนถัดไป" ซฺยงเหมิงพูดตรงๆ "ไม่ใช่กังวลในแบบที่กลัว"

"ต่างกันอย่างไร?"

"กังวลแบบแรกทำให้ตื่นตัว กังวลแบบที่สองทำให้อ่อนแอ" ซฺยงเหมิงพูด "ข้าไม่อนุญาตให้ตัวเองกังวลแบบที่สอง"

หริณฉานพิจารณาเรื่องนั้น "ท่านฝึกควบคุมความกลัวมา"

"ฝึกมาตั้งแต่เด็ก ความกลัวทำให้ตัดสินใจผิด" ซฺยงเหมิงพูด "นักล่าที่กลัวเหยื่อมักพลาด"

"แต่นักล่าที่ไม่กลัวอะไรเลยก็ประมาท"

"ใช่" ซฺยงเหมิงพูดยอมรับ "ดังนั้นต้องรู้สึกพอดี กลัวในแบบที่ทำให้ระวัง ไม่กลัวในแบบที่ทำให้ตัดสินใจผิด"

"ท่านฝึกเรื่องนั้นอย่างไร?"

ซฺยงเหมิงมองลำธารสักครู่ "ฝึกโดยการเผชิญสิ่งที่กลัวบ่อยๆ จนมันไม่ใหม่แล้ว เมื่อไม่ใหม่ก็ไม่น่ากลัวเท่า"

"แล้วสิ่งที่กลัวและยังไม่เคยชินล่ะ?" หริณฉานถาม เสียงเบา

ซฺยงเหมิงมองเขา "มีไหม?"

"ข้าถามท่านก่อน"

ซฺยงเหมิงนั่งนิ่งอยู่สักครู่ คำถามที่ง่ายแต่คำตอบที่ซับซ้อน "มี" เขาพูดในที่สุด "การสูญเสียสิ่งที่ยังไม่ได้เป็นของตัวเอง"

"หมายความว่าอะไร?"

"หมายความว่าถ้าสิ่งนั้นไม่เคยเป็นของข้า ข้าก็ไม่มีสิทธิ์กลัวว่าจะสูญเสียมัน แต่ยังคงกลัวอยู่ดี" ซฺยงเหมิงพูด เสียงเงียบลงในบรรทัดสุดท้าย "นั่นเป็นความกลัวที่ข้ายังไม่รู้วิธีจัดการ"

หริณฉานฟังโดยไม่ขัด ปลาในลำธารว่ายวนอยู่รอบๆ เท้าเขาเป็นจังหวะช้าๆ

"ข้ามีความกลัวแบบเดียวกัน" เขาพูดเงียบๆ "สายพันธุ์ของข้าไม่คุ้นเคยกับการสูญเสียในแบบที่มนุษย์คุ้นเคย เพราะเราเชื่อมต่อกันผ่านรากเสมอ การจากไปไม่ใช่การสูญเสียที่แท้จริง มันแค่เปลี่ยนรูปแบบ" เขาหยุดสักครู่ "แต่ในโลกมนุษย์ ข้าเริ่มเรียนรู้ว่าการสูญเสียบางอย่างไม่มีรูปแบบอื่นให้เปลี่ยนไป มันแค่หายไป"

"และนั่นทำให้กลัว"

"ทำให้เรียนรู้ว่ากลัวคืออะไร" หริณฉานแก้ไขเบาๆ "ข้าไม่เคยรู้จักความกลัวก่อนหน้านี้"

พวกเขานั่งริมลำธารนานกว่าที่ทั้งสองตั้งใจ

แสงบ่ายเคลื่อนไปเป็นแสงเย็น เงาของต้นไม้ยืดยาวขึ้น น้ำในลำธารดูเข้มขึ้นเมื่อแสงจางลง กลีบดอกไม้ขาวยังคงลอยผ่านมาเรื่อยๆ ไม่หยุด ราวกับว่าที่ต้นน้ำมีต้นไม้ที่ไม่เคยหมดดอก

"ข้าต้องการถามท่านเรื่องหนึ่ง" หริณฉานพูดขึ้น

"ถามได้"

"เรื่องคืนในภพพืชพันธุ์" หริณฉานพูด เสียงระมัดระวัง "ก่อนที่พวกหยีเซี่ยจะมา ท่านพูดบางอย่าง"

ซฺยงเหมิงรู้ว่าหริณฉานหมายถึงอะไร

"ข้าพูดว่าสิ่งที่ท่านรู้สึก ข้าไม่ได้รู้สึกคนเดียว" เขาพูดก่อน

"ใช่" หริณฉานพูด "ท่านพูดในภพพืชพันธุ์ซึ่งทุกอย่างออกมาตรงกว่าปกติ และข้าต้องการรู้ว่าในโลกนี้ ในแสงปกติและในอากาศปกติ ท่านยังพูดเรื่องนั้นเหมือนเดิมไหม"

ซฺยงเหมิงพิจารณาคำถามนั้น ทั้งในแง่ที่ถามและในแง่ที่ไม่ได้ถาม

"ท่านถามว่าข้าพูดเพราะภพพืชพันธุ์ทำให้กรองน้อยลง หรือเพราะนั่นคือสิ่งที่รู้สึกจริงๆ"

"ใช่"

ซฺยงเหมิงมองลำธารอยู่ครู่หนึ่ง ปลาเล็กๆ ว่ายผ่านแสงสะท้อนของน้ำ กลีบดอกไม้ขาวลอยผ่านไปหนึ่งดอก สองดอก สามดอก

"ข้าไม่ใช่คนที่พูดสิ่งที่ไม่รู้สึกจริงๆ" เขาพูดในที่สุด "ภพพืชพันธุ์ทำให้การกรองน้อยลง แต่สิ่งที่กรองน้อยลงนั้นก็ต้องมีอยู่จริงก่อน ถึงจะกรองออกมาได้"

"แล้วมันมีอยู่จริง"

"มีอยู่จริง" ซฺยงเหมิงพูดตรงๆ "และมีอยู่แม้ไม่ได้อยู่ในภพพืชพันธุ์"

หริณฉานเงียบ มองลำธาร มองกลีบดอกไม้ที่ลอยผ่าน

"ข้าไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้ารู้สึกเรียกว่าอะไรในภาษาของท่าน" เขาพูดเงียบๆ "แต่ข้ารู้ว่ามันมีอยู่ และข้ารู้ว่ามันไม่ได้มีอยู่ฝ่ายเดียว"

"ไม่ได้มีอยู่ฝ่ายเดียว" ซฺยงเหมิงพูดซ้ำ

"ใช่"

ทั้งสองนั่งนิ่งอยู่กับคำยืนยันสองฝ่ายนั้น ลำธารไหลต่อไปในความเงียบที่ไม่ได้เงียบ

เมื่อแสงเย็นจางลงจนเกือบเป็นพลบค่ำ หริณฉานลุกขึ้นเงียบๆ

"มีอะไรที่ต้องการให้ข้าทำก่อนที่สำนักของท่านจะตอบกลับไหม?" เขาถาม

ซฺยงเหมิงคิดอยู่สักครู่ "บอกข้าเรื่องสุสาส์นราคะ"

หริณฉานหยุด หันมามอง

"ท่านรู้เรื่องนั้น?"

"รู้ว่ามีอยู่" ซฺยงเหมิงพูด "รู้ว่าอยู่ในป่านี้ที่ไหนสักแห่ง แต่ยังไม่รู้รายละเอียด"

หริณฉานเงียบสักพักหนึ่ง แล้วพูดว่า "พรุ่งนี้ ข้าพาท่านไปดู"

"ทำไมไม่เดี๋ยวนี้?"

"เพราะสุสาส์นราคะควรเห็นในแสงที่ถูกต้อง" หริณฉานพูด "และแสงที่ถูกต้องสำหรับมันคือแสงรุ่งสาง ก่อนที่ดาวจะหายไปและหลังจากที่ดวงจันทร์ตก เวลาสั้นๆ ที่ทั้งสองหายไปพร้อมกัน"

"ท่านชอบเรื่องเวลาที่ถูกต้อง"

"บางสิ่งดูดีที่สุดในเวลาของมัน" หริณฉานพูด แล้วหันไปทางบ้านของเขา "คืนนี้พักผ่อน พรุ่งนี้รุ่งสางข้ามาหาท่าน"

ซฺยงเหมิงมองตามหริณฉานที่เดินออกไปจากลำธาร แล้วก็นั่งอยู่กับลำธารนั้นต่อไปในความเงียบของพลบค่ำ

รุ่งสาง วันที่สิบเก้า

หริณฉานมาถึงก่อนที่ซฺยงเหมิงจะออกจากถ้ำ

พวกเขาเดินในความมืดก่อนฟ้าสาง ไม่มีตะเกียง หริณฉานนำทางผ่านส่วนของป่าที่ซฺยงเหมิงไม่เคยเข้าไป ส่วนที่ต้นไม้ขึ้นหนาแน่นและรากโผล่พ้นดินมากจนต้องก้าวอย่างระมัดระวัง

สัญชาตญาณสัตว์บอกว่าพวกเขากำลังเดินลึกเข้าไปในใจกลางป่า ไม่ใช่ไปในแนวนอนแต่ราวกับว่าลึกลงในแง่ของบางอย่างที่ไม่ใช่ระยะทาง

"สุสาส์นราคะสร้างขึ้นมาอย่างไร?" ซฺยงเหมิงถามระหว่างเดิน

"ไม่ได้สร้าง มันเกิดขึ้นเอง" หริณฉานพูดจากข้างหน้า "เมื่อผู้สำรวจของสายพันธุ์หยิ่นสือเลือกสิ่งมีชีวิตใดสิ่งมีชีวิตหนึ่ง สิ่งนั้นจะปรากฏขึ้นในสุสาน หินรำลึกงอกขึ้นมาเองจากดิน จารึกด้วยพลังงานของผู้สำรวจที่เลือก"

"และถ้าการเลือกนั้นสิ้นสุดลง?"

"หินเรืองแสงสีม่วง ตลอดไป เป็นความทรงจำที่ดินเก็บรักษา" หริณฉานพูด "ถ้าการเลือกยังดำเนินอยู่ หินยังขาว"

"ผู้สำรวจทุกคนมีสุสานของตัวเอง?"

"ไม่ใช่ทุกคน แค่ผู้ที่เลือก"

"และท่านเลือก?"

หริณฉานไม่ตอบทันที เดินต่อไปอีกสักครู่

"ข้าเลือก" เขาพูดในที่สุด "มากกว่าหนึ่งครั้งในสามปีที่ผ่านมา"

“สุสาส์นราคะ สถานที่ที่จิตวิญญาณแห่งรักหลับใหล”

หริณฉานพาซฺยงเหมิงเดินผ่านพงป่าหนานลู่ในความมืดก่อนรุ่งสาง จนกระทั่งถึงลานที่ต้นไม้ขึ้นเป็นวงกลมโดยธรรมชาติ วงกลมกว้างพอให้คนสามสิบคนยืนล้อมได้พอดี

ต้นไม้รอบวงไม่ได้สูงใหญ่โตเท่าภพต้นกำเนิดราก แต่ทุกต้นมีบางอย่างที่ทำให้รู้สึกถึงอายุอันเก่าแก่เกินกว่าจะคาดเดา เปลือกไม้สีเข้มจนเกือบดำสนิท รากที่โผล่พ้นดินคดเคี้ยวเป็นรูปทรงคล้ายตัวอักษรโบราณ ราวกับว่าต้นไม้เหล่านี้เคยจารึกชื่อของใครบางคนไว้บนผิวโลกมานานนับศตวรรษ แล้วปล่อยให้กาลเวลากัดกร่อนจนเหลือเพียงร่องรอยที่อ่านไม่ออก

ตรงกลางวงกลม… มีหินเรียงรายอยู่ประมาณสิบกว่าก้อน

หินทุกก้อนสูงราวครึ่งตัวคน รูปร่างต่างกันไป บางก้อนเพรียวบางเหมือนร่างของผู้หญิงที่ยืนสงบ บางก้อนกว้างและแบนราวกับแผ่นจารึกที่ถูกวางนอน ผิวหน้าของแต่ละก้อนมีรอยสลักลึก ๆ ที่ไม่ใช่ภาษาใดที่ซฺยงเหมิงเคยรู้จัก แต่เมื่อสายตากวาดผ่าน กลับรู้สึกได้ถึง “ชื่อ” ถึง “ตัวตน” ถึงบางสิ่งที่เฉพาะเจาะจงและเป็นส่วนตัวราวกับกำลังมองเห็นวิญญาณที่ถูกแช่แข็งไว้ในหิน

หินส่วนใหญ่เรืองแสงสีม่วงอ่อน ๆ ในความมืดก่อนรุ่งสาง

สีม่วงที่นุ่มนวลและเศร้าสร้อยในเวลาเดียวกัน เหมือนสีของดอกไม้ที่บานเต็มที่แล้วกำลังจะร่วงโรย แสงนั้นไม่สว่างจ้า แต่แผ่ซ่านออกมาอย่างแผ่วเบา ราวกับเสียงสะอื้นที่ไม่มีใครได้ยิน ปกคลุมพื้นดินรอบโคนหินด้วยเงาสีม่วงจาง ๆ ที่เคลื่อนไหวช้า ๆ ตามลม

แต่มีหินสองก้อนที่ไม่เรืองสีม่วง

ก้อนหนึ่งยังคงขาวนวลบริสุทธิ์ เรืองแสงสีเงินอ่อน ๆ ราวกับหิมะที่เพิ่งตกใหม่และยังไม่เคยละลาย แสงของมันสะอาดและเงียบงัน แตกต่างจากความเศร้าของหินสีม่วงอย่างสิ้นเชิง

อีกก้อนหนึ่ง… มีสีทองอ่อน ๆ

สีทองที่ไม่เหมือนแสงของหริณฉาน หรือแสงของภพพืชพันธุ์ แต่เป็นสีทองที่อบอุ่นและมีชีวิต ราวกับมีดวงใจดวงเล็ก ๆ กำลังเต้นอยู่ภายในเนื้อหิน แสงนั้นอ่อนโยนแต่ชัดเจน จนโดดเด่นท่ามกลางสีม่วงอันเศร้าสร้อยรอบด้าน

ซฺยงเหมิงยืนนิ่งอยู่ที่ขอบวงกลม รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และความลึกลับที่กดทับลงมาบนบ่าอย่างแผ่วเบา ที่นี่ไม่ใช่สุสานของคนตาย แต่เป็นที่หลับใหลของจิตวิญญาณแห่งรัก… สถานที่ที่ความรักซึ่งเคยรุนแรง เคยเจ็บปวด เคยสมบูรณ์ ถูกเก็บรักษาไว้ใต้แสงสีม่วงและรอยจารึกที่ไม่มีวันลบเลือน

หริณฉานยืนอยู่ข้าง ๆ เขา ดวงตาสีทองมองไปยังหินสองก้อนที่แตกต่างอย่างเงียบงัน

ที่นี่ เขาพูดเสียงเบาจนเกือบหายไปในลมก่อนรุ่งสาง

คือสุสาส์นราคะ

ที่สุดท้ายของเหล่าดวงวิญญาณ

"หินสีม่วง" ซฺยงเหมิงพูดเบา "คือการเลือกที่สิ้นสุดแล้ว"

"ใช่" หริณฉานยืนอยู่ที่ขอบวงกลม ไม่เดินเข้าไป "สิ่งมีชีวิตที่ถูกเลือกไม่อยู่แล้ว หรือออกจากชีวิตของผู้สำรวจไปแล้ว"

"มีสิบกว่าก้อน" ซฺยงเหมิงนับ "ท่านเลือกสิบกว่าครั้งในสามปี?"

"ไม่ใช่ทั้งหมดของข้า สุสานนี้ใช้ร่วมกันกับผู้สำรวจคนอื่นที่เคยผ่านมาในพื้นที่นี้" หริณฉานพูด "ข้าได้รับมาจากผู้สำรวจรุ่นก่อน เหมือนมรดก"

"แล้วของท่าน ก้อนไหน?"

หริณฉานเดินเข้าไปในวงกลมอย่างช้าๆ ซฺยงเหมิงเดินตาม

หริณฉานหยุดที่หินก้อนหนึ่งที่เรืองสีม่วงลึก ผิวเรียบกว่าก้อนอื่น รอยสลักบนนั้นคมและชัดเจน

"ก้อนนี้" เขาพูดเงียบๆ "เป็นครั้งแรก เมื่อสองปีก่อน"

ซฺยงเหมิงมองหิน "สิ่งมีชีวิตที่ถูกเลือก — เป็นมนุษย์?"

"เป็นมนุษย์" หริณฉานพูด เสียงราบและสงบเกินไป บอกว่ามีบางอย่างที่ถูกควบคุมไว้อยู่ใต้นั้น "ชายชราที่ดูแลป่านี้มาก่อนที่ข้าจะมา เขาสอนข้าเรื่องโลกมนุษย์หลายอย่าง"

"เขาตาย?"

"เขาตายเมื่อปีที่แล้ว" หริณฉานพูด "อายุมาก ไม่ใช่ความรุนแรง แค่เวลา"

ซฺยงเหมิงมองหินสีม่วงก้อนนั้น มองรอยสลักที่เขาอ่านไม่ออกแต่รู้สึกถึงน้ำหนักของมัน

"ท่านเสียใจ" เขาพูด

"ข้าไม่รู้ว่าเสียใจในแบบที่มนุษย์รู้จักไหม" หริณฉานพูด "แต่มีบางอย่างที่ขาดหายไปหลังจากที่เขาไม่อยู่ ซึ่งข้ายังรู้สึกอยู่"

แล้วหริณฉานก็เดินไปยังหินก้อนที่ขาวนวล

"ก้อนนี้" เขาพูด ยืนอยู่หน้าหินนั้น "เกิดขึ้นสองสัปดาห์ก่อน"

ซฺยงเหมิงมองหินขาว ผิวเรียบและเย็น ไม่มีรอยสลักที่ชัดเจน แต่มีบางอย่างที่เรืองออกมาจากข้างในอย่างเบาๆ เหมือนแสงในกระดาษข้าวบางๆ

"สองสัปดาห์ก่อน" เขาพูดช้าๆ "ตรงกับเวลาที่ข้ามาถึงป่านี้"

หริณฉานไม่ตอบ แต่การไม่ตอบนั้นคือคำตอบ

ซฺยงเหมิงยืนอยู่หน้าหินขาวก้อนนั้น ในแสงรุ่งอรุณที่เพิ่งเริ่มทอแสงแรกๆ ออกมาจากขอบฟ้า แสงนั้นทำให้หินขาวดูอบอุ่นขึ้น

"รอยสลักบนหินขาว" เขาพูด "ทำไมมองไม่เห็น?"

"เพราะยังไม่สมบูรณ์" หริณฉานพูดเงียบๆ "รอยสลักจะชัดขึ้นเมื่อการเลือกชัดขึ้น"

"และตอนนี้การเลือกยังไม่ชัด?"

"ตอนนี้การเลือกอยู่ระหว่างทาง" หริณฉานพูด แล้วหันมามองซฺยงเหมิง ดวงตาสีทองในแสงรุ่งอรุณมีบางอย่างที่ซฺยงเหมิงรับรู้ได้ผ่านสัญชาตญาณสัตว์ ความรู้สึกที่เขาจำแนกออกมาได้ว่าเป็นอะไร แต่ไม่แน่ใจว่าควรพูดออกมาหรือเปล่า

"และหินสีทอง?" ซฺยงเหมิงถาม ชี้ไปยังหินก้อนที่สามที่เขาเห็นตั้งแต่แรก "ก้อนนั้นต่างจากทุกก้อน"

หริณฉานหันไปมองหินสีทอง สักครู่

"ก้อนนั้นไม่ใช่ของผู้สำรวจ" เขาพูดเงียบๆ "มันคือหินของภพต้นกำเนิดราก หินที่บันทึกการเลือกของต้นไม้เองตั้งแต่สี่ร้อยปีก่อน"

"ต้นไม้เลือกอะไร?"

"ต้นไม้เลือกที่จะรอ" หริณฉานพูด "รอบางอย่างที่มันรู้ว่าจะมาในที่สุด แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่"

ซฺยงเหมิงมองหินทองนั้นนานขึ้น สีทองของมันต่างจากแสงทองของป่า มันเป็นสีทองที่ลึกกว่า นิ่งกว่า เหมือนสีทองของสิ่งที่คงทนมานานมากจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ

"สุสาส์นราคะ" เขาพูด "ในภาษาของท่านหมายความว่าอะไรจริงๆ?"

หริณฉานพิจารณาอยู่สักครู่ "แปลตรงๆ ไม่ได้ แต่ประมาณว่า... ที่ที่ความผูกพันที่ไม่มีทางปล่อยวางได้ถูกเก็บรักษาไว้ ไม่ใช่สุสานของการตาย แต่สุสานของบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าความตาย"

"ความรัก" ซฺยงเหมิงพูดออกมาก่อนที่จะคิด

หริณฉานเงียบ

"ใช่" เขาพูดในที่สุด เบาที่สุดเท่าที่ซฺยงเหมิงเคยได้ยิน "ถ้าท่านต้องการคำนั้น ก็ใช่"

แสงรุ่งอรุณสว่างขึ้นอย่างสมบูรณ์เมื่อทั้งสองเดินออกจากสุสาส์นราคะ

หินขาวก้อนนั้นยังคงขาวอยู่ แต่ในแสงรุ่งอรุณ ซฺยงเหมิงเห็นว่ามีรอยสลักเริ่มปรากฏขึ้นบางๆ บนผิวหินขาวนั้น รอยที่เขาอ่านไม่ออก แต่รู้สึกได้ถึงมัน

ราวกับว่าบางอย่างกำลังชัดขึ้น

ทีละนิด

"หริณฉาน" ซฺยงเหมิงพูดเมื่อออกจากวงกลมต้นไม้แล้ว

"อะไร?"

"สิ่งที่ท่านรู้สึก" เขาพูด "ที่บอกว่ายังไม่มีชื่อในภาษาของท่าน"

"ใช่?"

"ในภาษาของข้า" ซฺยงเหมิงพูดช้าๆ "มันมีชื่อ"

หริณฉานหยุดเดิน หันมามอง

"ชื่ออะไร?" เขาถามเบา

ซฺยงเหมิงมองเขาในแสงรุ่งอรุณที่กำลังสว่างขึ้น มองดวงตาสีทองที่รอคำตอบโดยไม่กดดัน

"เดี๋ยวบอก" ซฺยงเหมิงพูด "เมื่อถึงเวลาที่ถูกต้อง"

หริณฉานมองเขาสักครู่ แล้วก็มุมปากขยับขึ้นเล็กน้อย ในแบบที่ซฺยงเหมิงเพิ่งเรียนรู้ว่าหมายถึงอะไร

"ท่านเรียนรู้เรื่องเวลาที่ถูกต้องจากข้า" หริณฉานพูดเงียบๆ

"บางทีสิ่งดีๆ ก็ติดมาจากคนที่อยู่ด้วย" ซฺยงเหมิงพูด แล้วเดินต่อไป

หริณฉานยืนอยู่ที่เดิมสักครู่ มองหลังของซฺยงเหมิงที่เดินออกไป

แล้วก็เดินตาม ก้าวเดียวหลัง ในระยะที่ไม่ใช่ห่างแต่ไม่ใช่ชิด

ในระยะที่ทั้งสองสบายใจ

 


 

สุสานที่ไม่มีผู้ตาย กลับมีชีวิตมากกว่าสถานที่ใดในป่า เพราะสิ่งที่เก็บรักษาไว้ในนั้น ไม่ใช่ความทรงจำ

แต่คือสิ่งที่ยังคงเต้นอยู่

หินขาวค่อยๆ ชัดขึ้น ทีละรอย ทีละเส้น ไม่ใช่เพราะมีคนแกะสลัก แต่เพราะบางอย่างในดินรู้แล้ว

ว่าสิ่งที่รอมาถึงแล้ว

และนักล่าที่เดินออกจากสุสาน พกชื่อหนึ่งไว้ในอก ที่ยังไม่พูดออกมา เพราะรู้ว่าเมื่อพูดแล้ว

ทุกอย่างจะเปลี่ยน และเขาพร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนนั้น

“สุสาส์นราคะ ที่ๆ ความผูกพันที่ไม่มีทางปล่อยวางได้ถูกเก็บรักษาไว้

ไม่ใช่สุสานของการตาย

แต่สุสานของบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าความตาย” "ความรัก"

สุสาส์นราคะ