ปลายฝันหนีรักพัง ๆ และแฟนเก่าที่ตามตื้อ มาทำงานเพื่อพักใจ แต่ดันมาเจอ "นายไฟ" เจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบ บ้างาน และจริงจังกับทุกตัวอักษร จากคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ กลับกลายเป็นคนที่หัวใจเผลอรักโดยไม่รู้ตัว...

เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก - บทที่6 แกล้งหยอก โดย Lyra malin @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-หญิง,ไทย,รักโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-หญิง,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รักโรแมนติก

รายละเอียด

เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก โดย Lyra malin @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ปลายฝันหนีรักพัง ๆ และแฟนเก่าที่ตามตื้อ มาทำงานเพื่อพักใจ แต่ดันมาเจอ "นายไฟ" เจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบ บ้างาน และจริงจังกับทุกตัวอักษร จากคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ กลับกลายเป็นคนที่หัวใจเผลอรักโดยไม่รู้ตัว...

ผู้แต่ง

Lyra malin

เรื่องย่อ

สารบัญ

เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่1 การพบกันครั้งแรก,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่2 เริ่มงานวันแรก,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่3 ผู้หญิงของนายไฟ?,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่4 ความผิดพลาด,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่5 ทำใจให้ชินซะ,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่6 แกล้งหยอก,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่7 อุปกรณ์พลางตัว แตกซะแล้ว

เนื้อหา

บทที่6 แกล้งหยอก

ปลายฝันเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ เข็มสั้นชี้เลขเจ็ดกว่าแล้ว ด้านนอกหน้าต่างเริ่มมืดลงอย่างรวดเร็ว อาจเพราะเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาว แสงอาทิตย์จึงลาลับขอบฟ้าเร็วกว่าปกติ เธอรวบแฟ้มเอกสารทั้งหมดมาวางบนโต๊ะทำงานของเพลิงพญาอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะกลับมาเก็บของใช้ส่วนตัวเตรียมตัวกลับบ้าน เหลือบมองร่างหนาที่ดูเหมือนจะหลับสนิทอยู่บนโซฟา เธอลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเปิดตู้ หยิบผ้าห่มผืนหนาที่เพิ่งพับเก็บมาคลี่ห่มบนตัวเขาอย่างแผ่วเบา

“บ้านก็มี แต่ไม่รู้จักกลับ” 

ปลายฝันบ่นกับตัวเองเบาๆ เสียงกระซิบนั้นแผ่วราวกับกลัวจะรบกวนการนอนของเขา ก่อนจะหมุนตัวเพื่อออกจากสำนักงาน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาออกไป เธอถูกแรงดึงจากข้อมือ จนร่างนุ่มนิ่มล้มทับลงบนอกกว้างของเขาอย่างจัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าเธออยู่ห่างจากเขาเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นสบู่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายอบอุ่นของชายหนุ่มลอยแตะจมูกจนเธอหน้าแดงเถือก หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก



มือหนายังกุมข้อมือเธอไว้แน่น แม้ดวงตายังปิดสนิท แต่ความอุ่นร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากฝ่ามือและแผงอกกำยำ ทำให้เธอมั่นใจว่าเขาไม่ได้หลับอย่างที่แกล้งทำอยู่แน่ๆ

ปลายฝันพยายามดันอกเขาออกด้วยมืออีกข้าง แต่เขากลับลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกริบสีนิลสบเข้ากับดวงตาหวั่นไหวของเธอเพียงเสี้ยววินาที ปลายจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดริมฝีปากเธอจนรู้สึกหวั่นไหว

“จะกลับแล้วเหรอ…” น้ำเสียงทุ้มพร่าเอ่ยออกมาแผ่วเบา แต่แฝงแววขี้แกล้งและยียวนอย่างชัดเจน

“มืดแบบนี้ เดี๋ยวฉันไปส่งเองดีกว่า ซุ่มซ่ามแบบเธอขับรถตกเขาเอาได้” คำพูดที่ดูเหมือนจะตำหนิ แต่กลับแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ทำให้ปลายฝันรู้สึกแปลกๆ ปลายฝันหน้าแดงจัด รีบพยายามขืนตัวออกจากอ้อมแขนของเขา

“มะ…ไม่เป็นไรค่ะ ปล่อยเถอะ เดี๋ยวฉันกลับเองได้”

เพลิงพญายกคิ้วเล็กน้อยแทนที่จะปล่อย เขากลับกดใบหน้าเธอให้เข้ามาใกล้อีกนิดจนเธอใจเต้นโครมคราม ริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน ก่อนที่เขาจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แล้วกระซิบใกล้หูจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว



“ทำหน้าแบบนั้น…คิดว่าฉันจะจูบจริงๆ รึไง ยัยแม่ชี ใครกันที่สอนเธอแต่งตัวแบบนี้” เขาเอ่ยเย้า พลางกวาดสายตามองชุดทำงานที่ดูมิดชิดของเธออย่างจงใจ

เขายอมปล่อยมือในที่สุด ปลายฝันรีบผละออกห่างแทบจะทันที ใจเต้นแรงราวจะทะลุอก ขณะที่เขายังคงเอนหลังลงกับโซฟา ยิ้มมุมปากราวกับเป็นฝ่ายชนะเกมล้อเล่นนี้

ชายหนุ่มยิ้มเล็กๆ เมื่อมองท่าทีหวาดระแวงของปลายฝัน ทำเหมือนเขาเป็นโจรห้าร้อย ทั้งที่เขาแค่อยากจะแกล้งแม่ชีน้อยเล่นเท่านั้น เพลิงพญา กวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ขัดใจอยู่ลึกๆ กับสองสิ่งนี้ ชุดป้าแก่เชยๆ กับแว่นตาหนาเตอะ เขาลุกขึ้นเต็มความสูง พลางก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ ปลายฝันถึงกับหวั่นใจขึ้นมา ท่าทางเขาดูไม่น่าไว้ใจ โดยเฉพาะสายตาที่มองเธอเหมือนราชสีห์ที่กำลังจ้องเหยื่อ

เธอถอยหลังจนชนกับตู้เก็บเอกสาร ความเย็นเฉียบจากเหล็กวิ่งพล่านในกาย เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้ ยกแขนแกร่งขึ้นกันไม่ให้เธอหนีไปไหน

“ปลายฝัน สายตาเธอสั้นเท่าไหร่” เขาถามด้วยน้ำเสียงอยากรู้ปนความสงสัย

“เอ่อ…ประมาณ 300 ค่ะ” 

ปลายฝันตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามหลบสายตาคมกริบของเขา



“สามร้อย! ถึงว่าทำไมเลนส์หนาขนาดนี้ ไม่รำคาญแว่นบ้างเหรอ” 

เขาขมวดคิ้วมุ่น รำคาญแทน ทั้งที่มันอยู่บนหน้าเธอไม่ใช่เขา

“ก็ชินแล้วค่ะ ใส่บ่อยๆ” เธอตอบเสียงเบา พยายามหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองเธอไม่วางตา

“เราจะไปกันได้หรือยังคะ ฉันเริ่มจะง่วงแล้ว” 

ปลายฝันพยายามเปลี่ยนเรื่อง

“อะไรกัน เด็กกรุงเทพเขานอนตั้งแต่ยังไม่สองทุ่มเลยหรือ”

“ผิดวิสัยจริง ๆ” เพลิงพญาโน้มเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกนิด จนปลายฝันแทบจะกลั้นหายใจ เธอรีบย่อตัวลอดแขนเขาไปอย่างว่องไวราวกับกระต่ายน้อยที่หลุดพ้นจากกรงเล็บของราชสีห์

“เดี๋ยวฉันขอไปรอที่รถนะคะ!” ว่าแล้วก็วิ่งหายออกไปจากสำนักงานอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เพลิงพญายืนหัวเราะเบาๆ อยู่คนเดียว



เขาขับรถไปส่งเธอถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ปลายฝันรีบยกมือไหว้ขอบคุณ ก่อนจะวิ่งเข้าบ้าน ปิดประตูแน่นหนา ไม่แม้แต่จะชวนเขาเข้ามาตามมารยาท สักพักแสงไฟจากรถกระบะค่อยๆ ถอยห่างออกไป จนลับหายไปในความมืดมิด ปลายฝันพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก…



“พี่ปลายฝันทำอะไรน่ะ” เสียงใสๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ปลายฝันถึงกับยกมือกุมอกด้วยความตกใจ เมื่อหันกลับมาเจอเอื้องยืนหน้าขาวอยู่ด้านหลัง เพราะกำลังผัดแป้งพอกหน้าอยู่

“ตกใจหมด! เอื้องโผล่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเลย” ปลายฝันบ่นอุบ

“ก่อผ่ออยู่ว่าพี่ปลายฝันยืนแอบมองอะหยังอยู่นาน เลยอยากฮู้…อ๋อ ว่าแต่นี่นายไฟมาส่งก๋า?” เอื้องทำหน้าประหลาดใจเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายด้วยความอยากรู้

“ใช่สิ…มันมืดแล้ว นายไฟเลยอาสามาส่ง กลัวพี่ขับรถตกข้างทางมั้ง” ปลายฝันรีบเฉไฉพูดกลบเกลื่อน เมื่อเห็นเอื้องยิ้มมุมปาก ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาทางเธอ

“แค่นั้นกาา…” เสียงลากยาวของเอื้องยิ่งทำให้ปลายฝันหน้าแดงก่ำ

“ก็แค่นั้นสิ! จะมีอะไรอีกเล่า…พอแล้ว พี่จะไปอาบน้ำ เหนียวตัวมาตั้งแต่เช้า” 

ปลายฝันรีบตัดบทแล้วเดินเลี่ยงออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เอื้องได้แต่มองตามยิ้มๆ ก่อนจะหันไปเปิดผ้าม่าน มองออกไปในความมืดที่เพิ่งกลืนแสงไฟของรถหายลับไปเมื่อครู่



*****

วันที่วุ่นวายผ่านไปอย่างเหนื่อยอ่อน กว่าจะยื่นซองคนสุดท้ายเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบบ่าย เอื้องเดินหิ้วปิ่นโตเข้ามาอย่างรู้ใจ

“วันนี้พี่ปลายฝันบ่ต้องเฮ็ดงานแล้วเน้อ นายไฟฝากมาบอกว่าให้กลับได้เลย แล้วถ้ามีก๊อกน้ำรั่ว หรืออะหยังเสีย กะบอกมาได้เน้อ เดี๋ยวจะส่งคนไปซ่อมให้เจ้า”

ปลายฝันพยักหน้ารับรู้ สองสาวกินข้าวกินปลาเรียบร้อยเตรียมจะปิดประตู เสียงรถกระบะคันใหญ่ก็เลี้ยวเข้ามาจอดอยู่ด้านหน้า เอื้องชะเง้อคอออกไปมอง

“อั้นแน่ะ รถปลัดกา สงสัยมาหานายไฟก่อ”

“ใครกันเอื้อง…ปลัด?”

“ก็ปลัดอำเภอที่นี้นะเจ้า เป็นเพื่อนกับนายไฟ” เอื้องเอ่ยยอ ก่อนจะเดินออกไปรับหน้าชายหนุ่ม

ปลายฝันหันไปมองชายหนุ่มรูปร่างสูง น่าจะสูงพอๆ กับนายไฟ ผิวขาวสะอาดสะอ้าน ตาตี๋เล็กน้อยแบบคนเชื้อสายจีน ใบหน้าดูอ่อนวัยกว่านายไฟ อาจเพราะทำงานในร่ม

“สวัสดีเจ้า ปลัดมาหานายไฟก่อ แกบ่าหยู่ออกไปอยู่ในไร่นู้น” 

เอื้องบอกพลางชี้ไปทางไร่

“อ้าวเหรอ วันนี้วันสิ้นเดือน นึกว่าจะอยู่แจกเบี้ยคนงานที่นี่ซะอีก”



“บ่าต้องแล้วละเจ้า ตอนนี้ได้คนเฮ็ดเอกสารคนใหม่แล้วเจ้า” เอื้องหันกลับไปก็เห็นปลายฝันถือกระเป๋าออกมาพอดี

“อั้นไงพอดีเลย”

ปลัดมองหญิงสาวนิ่ง ถึงจะใส่เสื้อผ้าที่ดูมิดชิด หรือแว่นตาที่ดูหนาเตอะ แต่ก็ปิดบังความสวยไม่มิด ไม่ยักรู้ว่านายไฟรับพนักงานมาเพิ่ม หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้ชายหนุ่ม ปลัดธนารีบยกมือไหว้กลับไปอย่างเขินๆ ก็เขาเล่นจ้องเธอไม่วางตาแบบนี้

“สวัสดีครับ ไม่ยักรู้ว่านายไฟจ้างพนักงานเพิ่ม ผมชื่อธนานะครับ เป็นเพื่อนของไฟ”

“ปลายฝันค่ะ เพิ่งมาเริ่มงานที่นี่ คุณปลัดมาหานายไฟหรือคะ สำคัญไหม จะได้ให้ควนไปตาม”

“คือ ไม่สำคัญหรอกครับ แค่แวะมาทักทาย ปกติหาตัวยาก แต่สิ้นเดือนเห็นอยู่ประจำสำนักงานตลอด เลยคิดว่าน่าจะแวะมาทักทายหน่อย” ชายหนุ่มเอ่ย สายตาจับจ้องใบหน้านวลไม่วางตา ราวกับต้องมนต์สะกด

ปลัดธนาละสายตาจากใบหน้าหวานของปลายฝันอย่างอ้อยอิ่ง ใบหน้าติดรอยยิ้มตลอดเวลา ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเอื้องเป็นภาษาถิ่นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น 

“แล้วนี่เลิกงานแล้วก๋า กำลังจะไปไหนกั๋น”



“วันนี้นายไฟให้เลิกเร็วเน้อ ว่าจะไปช่วยพี่ปลายฝันซ่อมท่อที่บ้าน” เอื้องตอบด้วยท่าทีเป็นกันเอง

“งั้นไว้วันหลังผมค่อยแวะมาหาใหม่”

ปลัดหนุ่มเอ่ยขอตัวกลับ ก่อนจะส่งยิ้มหวานมาทางปลายฝันอีกครั้ง ปลายฝันได้แต่ยิ้มตอบรับอย่างสุภาพ

เอื้องที่ยืนอยู่ข้างๆ แอบเหลือบมองท่าทีของทั้งคู่แล้วหันมากระซิบกับปลายฝัน “อย่าหลงเสน่ห์เขาเน้อพี่” ว่าแล้วก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ใส่เต็มๆ

“บ้า” 

ปลายฝันตบบ่าเอื้องเบาๆ เป็นเชิงปรามกับคำแซวของน้องสาว ก่อนจะรีบบึ่งมอเตอร์ไซค์กลับบ้านไปอย่างรวดเร็ว