ปลายฝันหนีรักพัง ๆ และแฟนเก่าที่ตามตื้อ มาทำงานเพื่อพักใจ แต่ดันมาเจอ "นายไฟ" เจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบ บ้างาน และจริงจังกับทุกตัวอักษร จากคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ กลับกลายเป็นคนที่หัวใจเผลอรักโดยไม่รู้ตัว...

เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก - บทที่4 ความผิดพลาด โดย Lyra malin @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

รัก,ชาย-หญิง,ไทย,รักโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

รัก,ชาย-หญิง,ไทย

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รักโรแมนติก

รายละเอียด

เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก โดย Lyra malin @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ปลายฝันหนีรักพัง ๆ และแฟนเก่าที่ตามตื้อ มาทำงานเพื่อพักใจ แต่ดันมาเจอ "นายไฟ" เจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบ บ้างาน และจริงจังกับทุกตัวอักษร จากคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ กลับกลายเป็นคนที่หัวใจเผลอรักโดยไม่รู้ตัว...

ผู้แต่ง

Lyra malin

เรื่องย่อ

สารบัญ

เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่1 การพบกันครั้งแรก,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่2 เริ่มงานวันแรก,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่3 ผู้หญิงของนายไฟ?,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่4 ความผิดพลาด,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่5 ทำใจให้ชินซะ,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่6 แกล้งหยอก,เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรัก-บทที่7 อุปกรณ์พลางตัว แตกซะแล้ว

เนื้อหา

บทที่4 ความผิดพลาด

เสียงเครื่องยนต์ดับลงตรงหน้าคอนโดหรู วารีก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าใบเล็ก แต่ยังไม่ทันได้เดินเข้าไปในล็อบบี้ ร่างสูงของคิณก็โผล่มาดักหน้าอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึง ดวงตาคมเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ไม่อาจปกปิด

“แต่ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าปลายฝันอยู่ที่ไหน!” น้ำเสียงทุ้มแต่แข็งกร้าวเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้

วารีถอนหายใจแรงจนอกกระเพื่อม ก่อนหันขวับไปมองด้วยแววตาที่ฉายชัดถึงความรำคาญระคนโมโห

“ฉันบอกนายแล้วไงว่าไม่รู้! ถึงนายจะตามฉันไปจนตาย ก็ไม่มีทางได้เจอปลายฝันหรอก กลับไปซะก่อนที่ฉันจะโมโหมากกว่านี้ แล้วเลิกให้นักสืบตามฉันสักที รำคาญ!”

เสียงของเธอดังจนยามที่หน้าคอนโดเงยหน้ามามอง รวมทั้งคนที่เดินผ่านไปมา ต่างก็หันมาสนใจเป็นสายตาเดียว วารีไม่สนใจใครทั้งนั้น เธอไม่เคยได้อยู่อย่างเป็นส่วนตัวเลยสักวัน เพราะไอ้ผู้ชายตรงหน้านี้ตามตื๊อไม่เลิก สมแล้วที่ปลายฝันถึงต้องสลัดรักแล้วหนีหายไปเกือบชายแดน เธออดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ แต่ก็รู้ว่าปลายฝันเลือกทางที่ดีที่สุดแล้ว

“ฉันเตือนนายเป็นครั้งสุดท้ายนะ ถ้าขืนนายยังมายุ่งวุ่นวายกับฉันหรือเพื่อนฉันอีกล่ะก็ ฉันจะให้คนของพ่อฉันจัดการนายซะ ที่ฉันยังไม่ทำตอนนี้เพราะถือว่าเราเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนเลยอภัยให้ แต่หลังจากนี้ อย่าให้ฉันเห็นหน้านาย หรือนักสืบของนายอีก! ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!” วารีชี้หน้าคิณอย่างเด็ดขาด แววตาแข็งกร้าวไม่ต่างจากน้ำเสียง

คิณนิ่งไป เขากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ลืมไปเสียสนิทว่าผู้หญิงตรงหน้าคือลูกสาวผู้ทรงอิทธิพลในวงการธุรกิจ ซึ่งแม้แต่ธุรกิจของครอบครัวเขาก็ยังต้องพึ่งพา

วารีสะบัดหน้า หันหลังเดินเข้าไปในล็อบบี้ทันที ปล่อยให้เขายืนค้างอยู่เพียงลำพังท่ามกลางสายตาของผู้คน คิณยืนกำหมัดแน่น ความดื้อรั้นยังไม่เลือนหาย ในเมื่อตามวารีไม่ได้…เขาก็ต้องหาทางจากครอบครัวของปลายฝันแทน

แต่ปัญหาคือ เขาแทบไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเธอเลย ตอนคบกันก็ไม่เคยสนใจเรื่องครอบครัวมากนัก รู้เพียงว่าพ่อแม่ของเธอรับราชการ ตอนนี้เกษียณแล้วทั้งคู่ เพียงเท่านั้นจริงๆ...

*****

แสงแดดยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนลง ทอประกายสีส้มนวลบนพื้นที่สวนส้มกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา สายลมพัดกลิ่นดินและกลิ่นหญ้าสดโชยมาแตะจมูกอย่างแผ่วเบา คนงานกำลังทยอยเก็บอุปกรณ์กลับสู่โรงเรือน เสียงหัวเราะพูดคุยกันอย่างออกรสเป็นบรรยากาศคึกคักตามประสาคนงานที่นั่งพักหลบแดดใต้ต้นส้ม

ปลายฝันนั่งก้มหน้าจัดเรียงเอกสารอยู่ด้านในสำนักงานเล็กๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงยามมีสมาธิ ดวงตาเธอไล่ไปตามตัวเลขบนกระดาษอย่างตั้งใจ 

สายลมพัดกลีบดอกไม้สีขาวปลิวลอยผ่านชานสำนักงาน เสียงกระดาษปลิวว่อนเพราะแรงลมที่โกรกเข้ามาทางหน้าต่าง ปลายฝันรีบเอื้อมมือไปกอบกู้เอกสารที่กระจัดกระจาย แต่แผ่นหนึ่งกลับปลิวหลุดออกไปจนเกือบตกจากชานสำนักงาน

ร่างบางรีบก้าวตามไปอย่างลืมตัว เท้าสะดุดขอบไม้จนเซไปข้างหน้า หวิดจะล้มคะมำ ทว่าในจังหวะนั้นเอง มือใหญ่แข็งแรงก็คว้าแขนเธอไว้แน่น รั้งร่างบางให้กลับมายืนมั่นคงแทนที่จะล้มลงไป ปลายฝันรู้สึกถึงความอบอุ่นและมั่นคงจากฝ่ามือที่จับต้อง เธอตกใจจนหัวใจเต้นระรัว

ปลายฝันเงยหน้าขึ้นช้าๆ สบเข้ากับดวงตาคมเข้มที่อยู่ใกล้จนหัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างเพียงคืบ กลิ่นกายหอมกรุ่นแบบผู้ชายทำงานกลางแจ้งโชยมาแตะจมูก ทำให้เธอรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก “ซุ่มซ่าม” 

เพลิงพญาเอ่ยเสียงเรียบ สายตาแข็งกร้าวดังเดิม แต่แรงจับที่แขนกลับเต็มไปด้วยความมั่นคงและอุ่นแผ่วๆ จนหญิงสาวรู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น

“ข…ขอโทษค่ะ” 

เธอรีบก้มหน้าหลบ สองแก้มร้อนผ่าวโดยไม่รู้ตัว ความอับอายผสมกับความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก

เพลิงพญาปล่อยมืออย่างไม่ใส่ใจนัก หยิบเอกสารที่ตกพื้นขึ้นมาส่งคืนให้ ริมฝีปากหยักยกยิ้มเล็กๆ เชิงเยาะเย้ยในความซุ่มซ่ามของเธอ ชายหนุ่มกลับเข้ามานั่งประจำที่ โต๊ะที่เขานั่งจากที่มีกองเอกสารล้น กลับกลายเป็นสะอาดเอี่ยม แต่โต๊ะหญิงสาวกลับแน่นไปด้วยกองงานเอกสารที่รอการสะสาง

“เอามาให้ฉันดูซิ”

เสียงทุ้มเรียบกังวานเอ่ยขึ้นโดยไร้แววอารมณ์ ไฟเหยียดตัวพิงเก้าอี้อย่างไม่เร่งรีบ แต่ดวงตาคมกลับตวัดมองหญิงสาวตรงหน้าที่กำลังยื่นเอกสารมาให้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวังและจริงจัง

ปลายฝันวางกระดาษบนโต๊ะด้วยความมั่นใจ เธอตรวจสอบมันมาหลายครั้งแล้ว และคิดว่าไม่มีข้อผิดพลาด

เพียงไม่นาน จากกระดาษขาวสะอาดก็เต็มไปด้วยร่องรอยวงปากกาสีแดงหนาแน่นจนแทบไม่เหลือที่ว่างใดๆ หัวใจของปลายฝันหล่นวูบเมื่อเห็นรอยปากกาสีแดงฉานเหล่านั้น

“ไปแก้มาใหม่”

เขาโยนเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง “ปัง!” ถึงแรงไม่มาก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หญิงสาวตรงหน้าสะดุ้งโหยง 

“นี่มันงานจริง ไม่ใช่รายงานในห้องเรียน ตัวเลขผิดนิดเดียวก็ทำให้บริษัทเสียหาย เข้าใจใช่ไหม?” 

น้ำเสียงของเขาเรียบเย็น แต่ในใจกลับแอบขบขันเมื่อเห็นสีหน้าของเธอ ใบหน้างามดูตกใจกับเอกสารตรงหน้า เธอไม่รู้ตัวเลยสินะ ว่าโลกจริงมันโหดกว่าที่คิด

“ดะ…ได้ค่ะ ฉันจะรอบคอบกว่านี้” ปลายฝันตอบเสียงเบา แทบจะกลืนหายไปกับอากาศ เธอพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกอับอายและน้อยใจเอาไว้ ไฟเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยกระแทกถ้อยคำออกมา 

“เครื่องคิดเลขที่วางไว้ตรงนั้น ไม่ได้แค่ใช้ทับกระดาษนะ ใช่มันซะ”

คำพูดนั้นแทงใจดำจนแก้มปลายฝันร้อนวูบ เธอรู้สึกเหมือนถูกตอกย้ำความผิดพลาดอย่างจัง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ก้มหน้ายอมรับผิด สองมือกำปากกาแน่นจนข้อขาว ผู้ชายอะไร ดุไม่พอ ยังปากจัดอีกด้วย! เธอคิดในใจอย่างขุ่นเคือง