ปลายฝันหนีรักพัง ๆ และแฟนเก่าที่ตามตื้อ มาทำงานเพื่อพักใจ แต่ดันมาเจอ "นายไฟ" เจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบ บ้างาน และจริงจังกับทุกตัวอักษร จากคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ กลับกลายเป็นคนที่หัวใจเผลอรักโดยไม่รู้ตัว...
รัก,ชาย-หญิง,ไทย,รักโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรักปลายฝันหนีรักพัง ๆ และแฟนเก่าที่ตามตื้อ มาทำงานเพื่อพักใจ แต่ดันมาเจอ "นายไฟ" เจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบ บ้างาน และจริงจังกับทุกตัวอักษร จากคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ กลับกลายเป็นคนที่หัวใจเผลอรักโดยไม่รู้ตัว...
ฉันคิดว่าการเริ่มต้นใหม่ในไร่ส้มจะเรียบง่ายและสงบสุข... จนกระทั่งได้สบตากับ 'นายไฟ' เจ้าของไร่จอมดุที่มองฉันเหมือนเป็นตัวภาระมากกว่าคนงาน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่ฉันไม่มีวันหนีพ้น
ปลายฝันยืนอยู่หน้าทางเข้าไร่ส้มกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาต้องพวงส้มสีทองอร่าม ที่ห้อยระย้าเต็มต้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกส้มลอยมาตามลม ปะทะจมูก ทว่าความงดงามเบื้องหน้ากลับแฝงไว้ด้วยความเงียบสงบที่ชวนให้รู้สึกอ้างว้างวังเวง ภูเขาสูงใหญ่ทอดตัวเป็นฉากหลัง ราวกับกำแพงธรรมชาติที่กั้นโลกภายนอกออกไป
ไม่นานนัก รถกระบะโฟร์วีลสีดำคันใหญ่ แล่นเข้ามาจอดเทียบตรงหน้า ชายฉกรรจ์ร่างกำยำในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์เก่าๆ ก้าวลงมาเปิดประตูให้เธอ
“นายไฟหื้อมาฮับเน้อ”
เสียงห้าวๆ เอ่ยขึ้นสั้นๆ ก่อนจะผายมือเชิญให้เธอขึ้นรถ ปลายฝันกระชับกระเป๋าใบใหญ่ในมือแน่น พลางดันแว่นตากรอบหนาที่เลื่อนลงมาหยุดตรงปลายจมูกขึ้น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์หลากหลายที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน ทั้งความประหม่า ความหวาดหวั่น และความไม่มั่นคง
รถกระบะเคลื่อนตัวไปตามถนนลูกรังที่ทอดยาวเข้าไปในอาณาเขตสวนส้ม ฝุ่นสีแดงคลุ้งตลบอบอวลไปทั่ว ทิวแถวต้นส้มที่เคยดูเป็นระเบียบจากระยะไกล บัดนี้กลับดูเหมือนเขาวงกตที่ไม่มีที่สิ้นสุด แสงแดดลอดผ่านกิ่งก้านใบลงมาเป็นริ้วๆ เห็นเงาตะคุ่มๆของเหล่าคนงานที่กระจัดกระจายตามท้องร่อง ท่ามกลางความเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์และเสียงล้อบดกับกรวดหินเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็นระยะ
วารีบอกว่าพี่ชายทำไร่เล็กๆทางเหนือ กำลังหาคนมาช่วยงานพอดี เหมาะกับปลายฝัน ที่กำลังหนีอาการอกหักมาพักใจ ความคิดของปลายฝันลอยเข้ามาในหัวขณะมองผ่านกระจกรถออกไป
'นี้หรือไร่เล็กๆ?'
สิ่งที่เห็นเบื้องหน้าคืออาณาจักรขนาดย่อมๆ ที่กว้างใหญ่เกินกว่าที่เธอจินตนาการเอาไว้มาก สวนส้มที่ดูเป็นระบบระเบียบ ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา บ่งบอกถึงการบริหารจัดการที่ดี ไม่น่าเชื่อว่าคนหนุ่มเพียงคนเดียวจะดูแลสถานที่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ที่นี้เหมือนจะไม่ใช่แค่ไร่เล็กๆ ที่เธอจะมาพักใจได้ง่ายๆ อย่างที่วารีเคยบอกไว้เลย
รถเคลื่อนมาหยุดลงที่อาคารสำนักงานขนาดเล็กที่สร้างจากตู้คอนเทนเนอร์ ปลายฝันก้าวลงจากรถกระบะอย่างเก้ ๆ กัง ๆท่ามกลางสายตาที่จับจ้องมาจากด้านในอาคาร
“คุณเข้าไปรอข้างในก่อนเน้อ สงสัยนายไฟจะยังบ่าเข้ามา ในออฟฟิศกะบ่ามีไผดอก ปกติมีแต่นายไฟอยู่คนเดียว เดี๋ยวผมไปตามหื้อ”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ปลายฝันพยักหน้ารับ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปยังสำนักงานที่ดูเหมือนจะเปิดแอร์ทิ้งไว้ แต่กลับไร้เงาผู้คน เธอนั่งลงบนโซฟากว้างซึ่งดูเหมือนจะเป็นที่เดียวที่พอจะนั่งได้ เสียงดังกุกกักๆ ก็ดังลอดออกมาจากด้านในอีกห้องหนึ่ง ปลายฝันหันขวับไปมอง
'เมื่อกี่เขาบอกว่าที่นี้ไม่มีคนนี้น่า แล้วนั้นเสียงอะไร'
ความสงสัยเข้าครอบงำ ปลายฝันเดินย่องไปที่ประตูที่เปิดแง้มอยู่ เธอชะโงกหน้าเข้าไปมอง เห็นร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์เก่า ๆ กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่หน้าโต๊ะทำงานที่มีลิ้นชักเอกสารเปิดอ้าออก มือหนารีบค้นข้าวของด้านในอย่างลุกลี้ลุกลน ราวกับกลัวว่าจะมีใครเดินเข้ามาเห็นเสียก่อน
ขโมย!
คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวของปลายฝันทันที หญิงสาวยืนนิ่งมองอีกครั้งอย่างไม่แน่ใจ หรือจะเป็นคุณไฟ...แต่คนเมื่อครู่ก็บอกว่าเขายังไม่อยู่ แล้วถ้าเป็นขโมยจริง ๆ ล่ะ เธอไม่รอช้า รีบหันไปคว้าไม้กวาดด้ามยาวที่วางพิงอยู่ข้างประตูไว้ในมือแน่น หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นปนหวาดหวั่น
ผัวะ!
ไม้กวาดในมือของปลายฝันฟาดลงไปกลางศีรษะของชายชุดดำอย่างจัง เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจดังขึ้น ชายหนุ่มดีดตัวลุกขึ้นเต็มความสูง มือใหญ่คว้าด้ามไม้กวาดของเธอที่กำลังจะเหวี่ยงลงมาอีกครั้ง ปลายฝันพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการเกาะกุม แต่เรี่ยวแรงของเธอนั้นเทียบไม่ได้เลย ชายหนุ่มเหวี่ยงเธอลงบนโต๊ะทำงานอย่างไม่ทันตั้งตัว สองมือรวบข้อมือเล็กขึ้นไว้เหนือศีรษะ ขณะที่มืออีกข้างคลำที่ท้ายทอยของตัวเองว่ามีเลือดออกหรือไม่ ร่างบางที่อยู่ใต้ร่างพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมอย่างสุดกำลัง
“อยู่เฉยๆ ถ้าดิ้นฉันจับหักคอเลยดีไหม”
เสียงห้าวทุ้มที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจเอ่ยขู่ ใบหน้าคมเข้มเคร่งเครียด
“เธอเป็นใคร!” เขาถามย้ำ จ้องมองเธอด้วยแววตาขุ่นเคือง
“ฉันต่างหากที่ต้องถาม! นายนั่นแหละเป็นใคร กล้าดียังไงมาขโมยของในสำนักงานแบบนี้!”
ปลายฝันสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะเริ่มหวั่นๆ กับท่าทางดุดันของเขา และสถานการณ์ที่ดูหมิ่นเหม่เหลือเกิน
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณเพลิงพญา!”
ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อยเมื่อเธอเอ่ยชื่อนี้ขึ้นมา ปลายฝันเห็นเขาเงียบไปเลยคิดว่าเขาต้องกลัวแน่ๆ
“เธอเป็นใคร” เขาถามอีกครั้ง
“ฉันเป็น... เอ่อ... เมียเจ้าของไร่” ปลายฝันตอบตะกุกตะกัก ชายหนุ่มเลิกคิ้วเล็กๆก่อนกระตุกยิ้มที่มุมปาก
“เมียเจ้าของไร่... จริงเหรอ”
เสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นช้าๆ ชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว คำพูดนั้นฟังดูเหมือนถาม แต่แววตากลับบอกว่าเขาไม่ได้เชื่อ คำตอบของเธอเลยสักนิด ปลายฝันพยายามกลืนน้ำลาย ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย
“ก็จริงนะซิ”
ชายหนุ่มสเยาะยิ้มออกมาอย่างคนที่เหนือกว่า
“ถ้ารู้แล้วก็รีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
“แล้วเธอคิดว่าฉันเป็นใคร”
“หน้าอย่างนี้ จะใครได้อีก ก็โจรขโมยของยังไงล่ะ!”
ปลายฝันตอบกลับอย่างไม่คิด ชายหนุ่มชะงัก ไม่คิดว่าหนวดเคราที่เขาไม่ได้ดูแลจะทำเอาภาพลักษณ์ของเขาเสียหายขนาดนี้ เสียงวิ่งอย่างกระตือรือร้นดังมาจากด้านหน้า เพราะได้ยินเหมือนเสียงคนทะเลาะกัน
“คุณ คุณครับ เกิดอะไรขึ้น... อ่าวนายไฟ ทำอะไรกันอยู่ครับเนี่ย”
ชายหนุ่มที่เพิ่งจะขับรถออกไปตามนายไฟถึงกับตกใจ เพราะท่าที่นายไฟคร่อมหญิงสาวอยู่บนโต๊ะนั้นมันล่อแหลมสุดๆ
“นายไฟเหรอ!” ปลายฝันอุทานด้วยความตกใจ ชายหนุ่มก้มลงมาจ้องหน้าเธอเขม่น
“ไง ยังใช่เมียนายไฟอีกมัย”
ชายหนุ่มยอมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอกระพริบตาถี่ๆ แล้วค่อยๆ หันมามองชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างละเอียดขึ้น ร่างสูงโปร่ง บ่าไหล่กว้าง กล้ามแขนแน่นทะลักออกมาจากแขนเสื้อที่พับขึ้น ผิวสีแทนเข้มจากแดดและลม หนวดเคราขึ้นเต็มคาง ใบหน้าดิบแข็งแกร่ง แล้วเธอก็นึกถึงรูปภาพในโทรศัพท์ของวารีที่เพื่อนส่งมาให้ดู ก่อนมาถึงที่นี่
รูปนั้น... ชายในรูปสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ผมเรียบหน้าตาอ่อนเยาว์ ผิวขาว คมเข้ม ดูสมาร์ทเป๊ะราวกับนายแบบ กับชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้ ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวเสียนี่กระไร
“เธอได้ยินไหมที่ฉันพูด”
เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้ง ปลายฝันสะดุ้งเฮือก รู้สึกได้เลยว่าความร้อนกำลังลามขึ้นมาบนใบหน้า
ตายแล้ว...เธอเพิ่งฟาดหัวว่าที่เจ้านายในอนาคตไปเต็มแรง แถมยังเผลออ้างตัวว่าเป็นเมียเขาอีกต่างหาก อยากมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอดเสียตอนนี้เลย
"นั่งลง"
นั้นไม่ใช่คำขอ แต่เป็นคำสั่ง ไฟเดินไปที่มุมห้องหยิบผ้าเช็ดหน้ามาห่อน้ำแข็งก้อนเล็กๆ แล้ววางลงประคบที่กระหม่อมของตัวเองอย่างเงียบๆ ใบหน้าบึ้งตึง ไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว ปลายฝันค่อยๆ เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กข้างโต๊ะ ก้มหน้าลงจนคางเกือบจะจรดหน้าอก
เงียบ เงียบแบบที่ทำให้รู้สึกว่าอยากหายตัวไปจากห้องนี้เสียเลยดีกว่า เธอขยับนิ้วบนตักอย่างกระวนกระวาย ก่อนจะเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา
"...หัวเป็นอะไรบ้างไหมคะ"
ไม่มีคำตอบ มีแต่เสียงน้ำแข็งกระทบผ้าเบาๆ และเสียงลมพัดผ่านประตูสำนักงานที่ยังเปิดค้างอยู่ ปลายฝันก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม วันแรกที่มาถึง ก็ฟาดหัวเจ้าของไร่แล้ว
"คิดยังไง ถึงเอาไม้กวาดฟาดหัวคนอื่นแบบนั้น หึ!"
"ถ้าฉันเป็นโจรขึ้นมาจริงๆคิดว่าไม้กวาดแค่นั้นจะทำอะไรได้มัย"
ชายหนุ่มดูหัวร้อนขึ้นมาทันที เมื่อดูหญิงสาวตรงหน้า จะใจกล้าเกินตัว
"ขอโทษค่ะลืมคิดข้อนี้ไป"ปลายฝันเอ่ยอย่างรู้สึกผิด
ชายหนุ่มฟาดเอกสารตัวต้นเรื่อง ที่เขาตามหามาวางไว้บนโต๊ะ ปลายฝันเหลือบมองเล็กน้อย จึงรู้ว่ามันคือเอกสารการสมัครงานที่เธอส่งมาทางอีเมลนั้นเอง
“ชื่ออะไรนะเรา”
“ปลายฝันคะ” เธอตอบเบาๆ พลางหลบสายตาคมที่มองมา
“ยายน้ำบอกมาคร่าวแล้วใช่มัยว่าต้องทำอะไรบ้าง”
“ไม่เลยคะ” เธอตอบเสียงแผ่ว
“ช่างเถอะ...” เขาปิดแฟ้มลงอย่างไม่ใยดี ก่อนจะหันไปทางนายควนที่ยืนรออยู่
“พาปลายฝัน ไปที่บ้านพักบนเนินเขาด้านหลัง”
“แต่บ้านหลังนั้นมันร้างนานแล้วนะครับนาย”ควนรีบแย้ง
นายไฟคิดอะไรอยู่กันแน่ หรือแค้นที่โดนคุณเขาฝาดหัว
“ฉันสั่งก็ให้รีบไปทำก็พอ ไม่ต้องถามมาก”
“ครับนาย” ควนรับคำ ก่อนจะผายมือเชิญเธอออกไป ปลายฝันเดินตามคนงานไปขึ้นรถกระบะอีกครั้ง
รถแล่นออกจากอาคารสำนักงาน มุ่งหน้าขึ้นสู่เนินเขาด้านหลังที่ปกคลุมไปด้วยต้นส้มหนาทึบ
เพลิงพญา หรือ นายไฟ อย่างที่คนงานเรียกกัน มองดูหญิงสาวตรงหน้า ไม่รู้น้องสาวเขาคิดอะไรอยู่ ถึงได้ส่งหญิงสาวร่างกายบอบบาง ผิวขาวเนียนแม้จะเห็นเพียงแค่ฝ่ามือเล็กๆ ใบหน้านวลถูกบดบังด้วยกรอบแว่นหนา มองแล้วขัดใจยังไงพิกล ยิ่งชุดกระโปรงยาว เสื้อคอเต่าที่ใส่มายิ่งขัดสายตาแปลกๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ปิดบังความสวยไว้ไม่มิด โดยเฉพาะริมฝีปากอิ่มเย้ายวนนั้น
เพลิงพญาได้แต่ถอนหายใจหนักอก แล้วท่าทางหวาดระแวงเขาอยู่ตลอดเวลานี่เล่า ทำอย่างกับเขาเป็นโจรห้าร้อย
หรืออาจเพราะหนวดเคราที่ขึ้นเขียวครึ้มอยู่บนใบหน้า เพลิงพญาเผลอยกมือลูบคางที่เขียวครึ้มของตน ช่วงนี้เขาลุยงานหนักจนลืมแม้กระทั่งโกนหนวดเครา แต่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าเธอกลัวเขามากๆ จะได้หนีกลับกรุงเทพ เขาจะได้ไม่มีปัญหาหนักใจในภายหลัง
รถกระบะแล่นมาหยุดลงที่บ้านพักหลังเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ท่ามกลางความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดและเสียงใบไม้ไหวเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ หญ้าข้างบ้านรกครึม จนกลัวงูจะเข้าไปนอนเป็นเพื่อนเธอแน่นอนคืนนี้
"ไฟฟ้ายังใช้ได้อยู่เน้อ”
ควนรีบบอกขณะลองเปิดประตูเข้าไปดู ปลายฝันกลืนน้ำลายลงคอ นี้เป็นผลกรรมจาการตีหัวเจ้าของไร่ใช่มัย ปลายฝันได้แต่ถอนหายใจ เธอต้องทำความสะอาดยกใหญ่เลยทีเดียว ดูจากสภาพแล้วไม่ต่างจากบ้านร้าง แม้ด้านในจะดูดีอยู่ก็ตาม แต่ภายนอกชวนวังเวงอย่างไรพิกล