ปลายฝันหนีรักพัง ๆ และแฟนเก่าที่ตามตื้อ มาทำงานเพื่อพักใจ แต่ดันมาเจอ "นายไฟ" เจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบ บ้างาน และจริงจังกับทุกตัวอักษร จากคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ กลับกลายเป็นคนที่หัวใจเผลอรักโดยไม่รู้ตัว...
รัก,ชาย-หญิง,ไทย,รักโรแมนติก,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
เหมือนจะร้าย แต่กลายเป็นรักปลายฝันหนีรักพัง ๆ และแฟนเก่าที่ตามตื้อ มาทำงานเพื่อพักใจ แต่ดันมาเจอ "นายไฟ" เจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบ บ้างาน และจริงจังกับทุกตัวอักษร จากคนที่ไม่อยากเข้าใกล้ กลับกลายเป็นคนที่หัวใจเผลอรักโดยไม่รู้ตัว...
“เป็นไงบ้าง ปลายฝัน ถึงที่ไร่หรือยัง” เสียงใสของวารีดังลอดมาตามสายโทรศัพท์ที่สัญญาณขาดๆ หายๆ
“รู้ไหมว่าฉันต้องมายืนกลางลำธารเพื่อหาสัญญาณโทรศัพท์เนี่ย แกส่งฉันมาที่ไหนกันแน่ วารี ทำไมมีแต่ต้นไม้กับต้นไม้เต็มไปหมด”
ปลายฝันบ่นอุบ พลางพยายามเขย่งปลายเท้าให้พ้นจากกระแสน้ำเย็นเฉียบ เสียงหัวเราะคิกคักดังแว่วมาให้ได้ยิน จนคนเอ่ยถามแอบนึกเคืองอยู่ไม่น้อย
“แล้วแกใส่ชุดที่ฉันบอกหรือเปล่า ปลายฝัน” วารีถามต่อ
“ใส่สิ อึดอัดจนหายใจไม่ออกแล้วเนี่ย ฉันต้องใส่แบบนี้ทุกวันเลยหรือไง” เธอตอบอย่างหงุดหงิดกับเสื้อคอเต่าและกระโปรงยาวกรอมเท้าที่วารีบังคับให้ใส่
“ก็ถ้าแกอยากอยู่รอดปลอดภัยก็ต้องใส่ชุดเชยๆ แบบนี้แหละ” วารีเอ่ยอย่างรู้ทัน ก็ปลายฝันออกจะตรงสเปกพี่ชายจอมเถื่อนของเธอซะเหลือเกิน ถ้าไม่แต่งตัวเชยๆ ปิดบังความสวยไว้ มีหวังหนีเสือปะจระเข้เป็นแน่ ถึงเธอจะอยากได้เพื่อนสาวเป็นพี่สะใภ้ก็เถอะ
“แต่แกอธิบายมาเลยนะวารี รูปที่แกส่งให้ฉัน กับตัวจริงมันต่างกันอย่างกับฟ้ากับเหวลึก”
เสียงวารีหัวเราะก๊าก กับคำเปรียบเปรยของเพื่อนเธอ
“รูปที่ฉันให้แกเกือบ10ปีได้แล้วมั่ง ตั้งแต่พี่ไฟกลับมาจากเมืองนอกใหม่ๆ”
“แล้วแกไม่มีรูปที่มันนานน้อยกว่านี้เลยหรือไง”
“จะมีได้ไง พี่ไฟหมกตัวอยู่แต่ในไร่ ฉันจะมีโอกาสถ่ายรูปเขาได้ยังไง”
“ถึงว่าละ อย่างกับคนละคน ฉันเลยนึกว่าโจร เผลอฟาดหัวเข้าให้”
“ว่าไงนะ นี้แกคิดกว่าพี่ไฟเป็นโจรหรอ ฮ่าๆ”
“แกดูยังไงของแก พี่ฉันออกจะหล่อลากไส้”
“ก็เห็นก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ตรงตู้เอกสาร ฉันก็นึกว่าโจรน่ะสิ แถมหนวดเคราครึ้มขนาดนั้น ใครเห็นก็คงคิดเหมือนฉัน”
ปลายฝันนึกถึงสายตาคมดุที่จ้องเธออย่างคาดโทษ คิดแล้วก็ร้อน ๆ หนาว ๆ ขึ้นมาทันที ต่อให้หน้าตาหล่อแค่ไหนก็กลบความน่ากลัวตอนนั้นไม่มิดอยู่ดี
“ฉันเริ่มสงสัยแล้วว่า แกส่งฉันมาทำงานในไร่หรือดงโจรกันแน่ ยิ่งพี่ชายแกยิ่งดูน่ากลัวเข้าไปอีก ฉันคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่เชื่อแผนบ้าๆ ของแก” ปลายฝันถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ก็ถ้าแกอยากหนีจากนายคิณ แกก็ต้องหนีไปให้ไกลแบบนี้แหละ นายนั่นตาเป็นสับปะรด แกจะอยู่ส่วนไหนของกรุงเทพ เขาก็ตามแกเจอ”
“แต่ฉันว่ามันก็ไกลไปนะ ไกลจนจะติดชายแดนอยู่แล้วมั้ง” เธอพึมพำ
“เอาน่า ถือว่าไปพักผ่อน ไว้ฉันว่างเมื่อไหร่จะรีบขึ้นไปหาแกทันที แต่ตอนนี้นายคิณตามฉันแจเลย พยายามจะให้ฉันบอกที่อยู่ของแกให้ได้ เอาไว้ฉันสลัดหมอนั่นหลุดก่อน แล้วจะรีบตามไปเลย” วารีปลอบใจ
ปลายฝันวางสายจากวารีเรียบร้อย ความเงียบสงัดเริ่มกลับมาเยือนอีกครั้ง ความจริงก็ไม่ถึงกับเงียบนักหรอก หากนับรวมเสียงน้ำไหล เสียงใบไม้เสียดสีกัน หรือเสียงนกร้องที่ดังมาเป็นระยะ ซึ่งล้วนเป็นเสียงที่ใครหลายคนโหยหา ทว่าในตอนนี้สิ่งที่เธออยากได้ยินกลับเป็นเสียงผู้คนจอแจมากกว่าเสียงธรรมชาติเหล่านั้น ก็เธอมันสาวกรุงเทพฯ เต็มตัวนี่นา จะให้มาอินกับป่าเขาแบบนี้ได้อย่างไร
หลังจากวางสายจากวารี เธอก็โทรไปหาพ่อกับแม่ เพื่อบอกว่าเธอมาถึงอย่างปลอดภัย ตอนที่เธอบอกท่านว่าเธอได้งานทำที่ต่างจังหวัด ท่านก็ดูจะเป็นห่วงไม่น้อย ก็เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน พ่อกับแม่ต้องห่วงมากเป็นธรรมดา
ปลายฝันเดินกลับขึ้นไปด้านบน ได้ยินเสียงเรียกชื่อเธอแว่วมาแต่ไกลๆ เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านพัก ก็พบกับสาวน้อยแรกรุ่นที่อายุห่างกับเธอไม่มากนัก ผิวสีน้ำผึ้งเข้มบ่งบอกถึงการทำงานกลางแดดทั้งวัน ใบหน้ามีรอยยิ้มสดใส มือถือปิ่นโตใบขนาดกะทัดรัด
“สวัสดีเจ้า พี่ปลายฝันก๋า หนูชื่อเอื้องเน่อ นายไฟหื้อเอาปิ่นโตมาหื้อเจ้า”
เอื้องเอ่ยภาษาเหนือน่าฟัง ถึงปลายฝันจะไม่ค่อยคุ้นเคยนัก แต่ก็พอฟังเข้าใจได้ เธอจึงยิ้มรับทันที
“แล้วก่อ นายไฟฝากถามมาโตย ว่าพี่ปลายฝันอยู่ได้ก่อ ถ้ายังกลัวอยู่ กะหื้อเอื้องมานอนเป็นเพื่อนก่ะได้เจ้า” เอื้องพูดต่อด้วยความใสซื่อ
“จริงเหรอ? ก็ดีสิ พี่ไม่ค่อยชินกับป่าแบบนี้เท่าไหร่”
ปลายฝันตอบรับอย่างโล่งใจ แม้จะเพิ่งรู้จักเด็กสาวตรงหน้า แต่การที่นายไฟส่งมาให้อยู่เป็นเพื่อน เธอก็คิดว่าคงไว้ใจได้ระดับหนึ่ง ที่สำคัญเธอไม่มีของมีค่าอะไรเลย นอกจากโทรศัพท์เครื่องหนึ่งที่ดูเหมือนที่ทับกระดาษมากกว่า เมื่อมาอยู่ที่นี่
ปลายฝันและเอื้องช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูห้องนอนจนสะอาดเอี่ยม ก่อนจะจัดการอาบน้ำอาบท่า ซึ่งวันนี้ก็ไม่พ้นลำธาร เพราะก๊อกน้ำในบ้านเสีย คงต้องเรียกคนมาซ่อมแซม เอื้องเลยช่วยปลายฝันตักน้ำมาไว้ใช้ในห้องน้ำ เท่าที่จำเป็นไปก่อน
เอื้องเป็นคนคุยสนุก แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ทำให้ทั้งสองคน สนิทสนมเหมือนรู้จักกันมานาน เอื้องเล่าเรื่องต่างๆภายในไร่ พร้อมทั้งเล่าวีรกรรมต่างๆ ของนายไฟให้เธอฟัง ปลายฝันรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาเหมือนกัน เพราะเท่าที่ทราบ คนงานที่นี่ให้ความเคารพและยำเกรงนายไฟกันทุกคน เพราะเป็นคนจริง และโหดสมชื่อเพลิงพญา
เช้าวันรุ่งขึ้น ปลายฝันตื่นขึ้นจากเสียงไก่ขัน ปนกับเสียงคนงานตะโกนเรียกกันไปมา เอื้องออกไปตั้งแต่เช้าตรู่เพราะต้องช่วยป้าผันเตรียมอาหารที่โรงครัว ปลายฝันรีบจัดการตัวเองอย่างลนลาน กว่าจะนอนหลับก็ปาไปเที่ยงคืนเพราะไม่ชินกับสถานที่ แต่ทันทีที่ก้าวลงบันได ร่างสูงใหญ่ของเพลิงพญาก็ยืนตระหง่าน กอดอกพิงรถรออยู่ก่อนแล้ว
“ช้า” เสียงทุ้มเอ่ยสั้นๆ ดวงตาคมปรายมามองอย่างตำหนิ
เพิ่งเจ็ดโมงเอง ช้าตรงไหนกัน ปลายฝันคิดในใจ แต่ไม่กล้าเอ่ยหรือสบตาเขาตรงๆ
“ที่นี่เจ็ดโมงคือสาย” เขาก้าวเข้าใกล้เหมือนอ่านใจเธอได้ ดวงตาคมเข้มมองเธอผ่านกรอบแว่นหนานั่นอย่างพิจารณา
“จะทำงานไร่ได้ยังไง ถ้าแค่ตื่นเช้ายังไม่ไหว”
“ฉันทำงานเอกสารค่ะ ไม่ได้แบกจอบเสียหน่อย” เธอแอบบ่นลับหลังชายหนุ่มไม่ให้เขาได้ยิน
เพลิงพญาพาหญิงสาวมายังคอกม้า ก่อนจะเข็นมอเตอร์ไซค์กึ่งเก่ากึ่งใหม่ออกมา ลองสตาร์ทเช็คระบบการใช้งาน
“มอเตอร์ไซค์ของยัยน้ำ ปกติเอาไว้ขับเที่ยวในไร่ แต่เดี๋ยวนี้จอดทิ้งไว้เฉยๆ เธอเอาไปใช่แล้วกัน”
ปลายฝันพยักหน้ารับ ดีเหมือนกันที่ได้ขับสำรวจไร่ ไปไหนมาไหนก็สะดวก ถ้าต้องตื่นมาแล้วเจอเขายืนหน้าบึ้งรอทุกวัน เธอคงผวา คิดแล้วก็รู้สึกขลุกขลักขึ้นมาทันที
เริ่มงาน
ปลายฝันกำลังจัดการกับเอกสารที่นายไฟเคยบอกไว้คร่าวๆ ก่อนออกไป พร้อมทั้งจัดสำนักงานไปในตัว ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีใครเข้ามาแตะต้องเลย เพราะมันดูรกไปทุกจุด แม้แต่โซฟาก็เต็มไปด้วยเสื้อผ้าของเขา ชายหนุ่มคงนอนที่นี่ด้วยกระมัง เมื่อมองเห็นหมอนและผ้าห่มเหมือนเพิ่งมีคนลุกขึ้นไปเมื่อเช้า
เริ่มเข้าช่วงสาย นายไฟก็เดินเข้ามายังสำนักงานพร้อมคนงานอีกสองคน กางเกงเต็มไปด้วยคราบดิน ปลายฝันมองดูรองเท้าเปื้อนโคลนที่เหยียบย่ำไปมาบนพื้นสะอาดที่เธอเพิ่งจะถูเมื่อเช้าอย่างหงุดหงิด แต่ก็ต้องเก็บอารมณ์ไว้
“เป็นไง ขาดเหลืออะไรไหม” เขาหันมาเอ่ยถามเสียงห้วนๆ
“ยังค่ะ ยังไม่ขาดอะไร” ปลายฝันตอบพลางกระชับแว่นบนใบหน้า จนกลายเป็นท่าประจำของเธอไปแล้ว ซึ่งเพลิงพญาหันมองกี่ครั้งก็ทำให้รู้สึกขัดใจ
“นี่ลุงนวย หัวหน้าคนงานที่นี่ ส่วนนี่ไอ้ควนคงเคยเจอแล้ว เดียวคงทำงานแถวๆ สำนักงานนี้แหละ มีอะไรก็เรียกใช้มันได้”
ปลายฝันยกมือไหว้ลุงนวย พร้อมทั้งเลยไปยังไอ้ควนที่เพลิงพญาเอ่ยถึง มันถึงกับสะดุ้ง ไม่คิดว่าจะมีใครให้ความเคารพมันแบบนี้
“บ่าต้องไหว้ฉันหรอกจ๊ะ คุณปลายฝัน” ควนเอ่ยพลางหัวเราะเฮะๆ
เพลิงพญาเดินไปหยิบกุญแจรถไถ ก่อนจะกลับออกไปพร้อมลุงนวย ส่วนไอ้ควนที่ชายหนุ่มเรียก ก็เดินไปเดินมาอยู่ด้านนอก ขนนู่นนี่ ถางหญ้าให้สำนักงานดูไม่รกเหมือนตอนที่เพลิงพญาอยู่คนเดียว
‘นายไฟคงกลัวงูจะเลื้อยเข้าไปกัดคุณคนสวยในสำนักงานละมั่ง’ ไอ้ควนคิด