ในที่ทำงาน เขาคือหัวหน้าผู้เฉียบขาดที่ใครก็ยำเกรง แต่ในห้องข้างๆ เขาคือคนขี้แกล้งที่คอยดูแลใจพนักงานใหม่อย่างผม เมื่อโลกของการทำงานเต็มไปด้วยการแก่งแย่งและการใส่ร้ายป้ายสี มีเพียงอ้อมกอดเดียวที่ไทกะวางใจได้... คืออ้อมกอดของหัวหน้าคนนั้นที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกคนเพื่อปกป้องเขา
ชาย-ชาย,รัก,ญี่ปุ่น,อื่นๆ,สะท้อนปัญหาสังคม,โรแมนติก ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ออฟฟิศ,18+,ชาย-ชาย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้นในที่ทำงาน เขาคือหัวหน้าผู้เฉียบขาดที่ใครก็ยำเกรง แต่ในห้องข้างๆ เขาคือคนขี้แกล้งที่คอยดูแลใจพนักงานใหม่อย่างผม เมื่อโลกของการทำงานเต็มไปด้วยการแก่งแย่งและการใส่ร้ายป้ายสี มีเพียงอ้อมกอดเดียวที่ไทกะวางใจได้... คืออ้อมกอดของหัวหน้าคนนั้นที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกคนเพื่อปกป้องเขา
กลิ่นอายฤดูใบไม้ผลิ
ใบไม้ผลิเริ่มแทรกตัวหลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวอันยาวนาน ผมกับโยชิโตะก็แอบคบกันอย่างเงียบ ๆ เข้าสู่เดือนที่สองแล้ว ไม่มีใครในออฟฟิศรู้เรื่องนี้ เราทั้งคู่พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด เพราะงานที่กองอยู่ตรงหน้านั้นก็มากมายพอแล้ว โดยเฉพาะโยชิโตะในฐานะหัวหน้ากองบรรณาธิการที่ต้องตรวจทานงานทุกชิ้นอย่างละเอียดก่อนนำเสนอท่านประธานเสมอ
แล้ววันหนึ่ง หัวหน้าฝ่ายขายกลับลาคลอดกะทันหัน ทำให้ไม่มีใครไปเจรจางานสำคัญกับลูกค้าได้ โยชิโตะจึงต้องอาสาไปช่วยที่แผนกนั้น งานของเขาจึงหนักหน่วงกว่าเดิมหลายเท่า ผมเห็นแล้วก็รู้สึกเหนื่อยแทน อยากช่วยแบ่งเบาภาระของเขา แต่ก็ทำได้แค่เท่าที่ทำได้ ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้โยชิโตะยังต้องเตรียมตัวสำหรับงานสำคัญที่จะต้องออกไปเจรจากับลูกค้ารายใหญ่ด้วย
ระหว่างที่กำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำ ผมได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของเพื่อนร่วมงาน ผมทำเป็นไม่สนใจ แต่แล้วบทสนทนาที่ได้ยินกลับมีชื่อของโยชิโตะรวมอยู่ด้วย ผมจึงแกล้งเดินช้าลงเพื่อที่จะได้ยินชัด ๆ
“นี่... รู้หรือเปล่าว่าหัวหน้าทากาฮาชิกำลังจะไปเจรจางานข้างนอกนะ”
“รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ เขากำลังทำงานแทนหัวหน้าสึซึกิอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“ใช่ ๆ แต่ที่สำคัญนะ... ไปกับคุณฮารุกะด้วยนี่สิ”
“จริงเหรอ?”
“จริงสิ แต่ฉันมีเรื่องที่น่าสนใจกว่านั้นอีกนะ”
“เรื่องอะไรเหรอ?”
“ก็เรื่องที่ทั้งคู่เคยคบกันตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยไงล่ะ”
“รู้ได้ยังไงเนี่ย?”
“มีสายสืบน่ะสิ”
“สายสืบ?”
“ใช่ และตอนนี้ทั้งคู่อาจจะกลับมาแอบคบกันอีกครั้งก็ได้นะ ทำงานใกล้ชิดกันขนาดนั้น”
“ว้าว... ก็ดีนะ ดูเหมาะสมกันจะตายไป ไม่น่าเลิกกันเลย”
ทันทีที่ได้ยินบทสนทนาที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่ปรุงแต่งเหล่านี้ ผมก็รู้สึกหงุดหงิดจนทนฟังต่อไม่ได้ ผมเปลี่ยนใจจากที่จะไปเข้าห้องน้ำเป็นเดินตรงไปหาโยชิโตะที่แผนกขายทันที
ขณะที่ผมยืนอยู่หน้าแผนกฝ่ายขาย ผมมองเห็นโยชิโตะนั่งอยู่ท่ามกลางกองเอกสารด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ผมแอบมองเขาอยู่เงียบ ๆ ตรงประตู จนกระทั่งมีเสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
"มาทำอะไรตรงนี้เหรอ?" ผมหันไปมอง เห็นว่าเป็นฮารุกะที่ยืนมองมาทางเดียวกันกับผม
"มาหาโยชิโตะเหรอ? ตอนนี้เขาไม่ว่างหรอกนะ อีกเดี๋ยวพวกเราก็ต้องออกไปข้างนอกกันแล้ว" พูดจบเธอก็เดินตรงเข้าไปหาโยชิโตะที่โต๊ะทำงานทันที ผมยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ
ผมได้แต่ยืนมองฮารุกะเดินเข้าไปหาโยชิโตะแล้วพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ผมกำมือแน่นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหึง หงุดหงิด และน้อยใจที่ผมไม่สามารถทำอะไรได้เลย ยิ่งเห็นเขาทั้งสองคนกำลังจะออกไปด้วยกัน ความอดทนของผมก็หมดลงในที่สุด
ผมตัดสินใจเดินกลับไปยังแผนกบรรณาธิการของตัวเองเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ไม่นาน โยชิโตะก็เดินสวนออกมาจากแผนกฝ่ายขาย สีหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าจนผมรู้สึกเจ็บปวดแทน
ผมคว้าข้อมือของเขาไว้แล้วออกแรงลากไปที่บันไดหนีไฟที่อยู่ใกล้ที่สุด โยชิโตะดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินตามมาแต่โดยดี เมื่อมาถึงที่ปลอดคน ผมก็หันไปเผชิญหน้ากับเขา
"ไทกะ... เป็นอะไรไป? ดูไม่ค่อยดีเลย" โยชิโตะถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"คุณกำลังจะออกไปข้างนอกกับฮารุกะใช่ไหม" ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจปิดบังความรู้สึกขุ่นเคืองได้
โยชิโตะมองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย เขาพยายามจะอธิบายแต่ผมไม่เปิดโอกาสให้เขาพูด ผมรวบตัวเขาเข้ามาใกล้แล้วประกบริมฝีปากลงไปอย่างหนักหน่วงด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกันไปหมด ทั้งความหึงหวง ความโกรธและความต้องการที่จะยืนยันว่าเขาเป็นของผมเพียงคนเดียว
หลังจากจูบอันดุดัน ผมค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกและถอยห่างจากเขาเล็กน้อย โยชิโตะมองผมด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่แววตาจะแปรเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์
"คงไปได้ยินเรื่องที่ผมต้องออกไปข้างนอกกับฮารุกะมาใช่ไหม" เขาเอ่ยถาม
ผมไม่ได้ตอบอะไร ทำได้แค่เพียงหันหน้าหนีไปอีกทาง พยายามซ่อนความร้อนที่พุ่งพล่านไปทั่วทั้งใบหน้าและร่างกาย หัวใจของผมยังคงเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ราวกับต้องการให้เขาเข้ามาใกล้กว่าเดิม
"หึงเหรอ ไทกะ?" เขาถามพร้อมกับใช้มือลูบแก้มผมเบา ๆ ผมได้แต่ส่งเสียง "หึ" ในลำคอเพื่อตอบกลับ
"ผมแค่ออกไปคุยงานข้างนอกเดี๋ยวเดียวก็กลับมาแล้ว" โยชิโตะค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น ก่อนจะกระซิบประโยคหนึ่งที่ทำเอาใจผมเต้นระรัว
"คืนนี้ไปนอนกับผมไหม?" คำพูดของโยชิโตะทำให้ใจผมเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ผมตอบรับไปสั้น ๆ ว่า "อืม" แล้วกำลังจะเดินหนีไปเพื่อซ่อนความรู้สึกเขินอาย แต่เขากลับคว้าแขนของผมไว้แล้วดึงเข้าหาตัว จากนั้นจึงประทับจูบลงมาอีกครั้ง พร้อมกับใช้แขนอีกข้างโอบรอบเอวผมไว้แน่น
ในขณะที่ริมฝีปากของเขาบดเบียดกับผมอย่างนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรง ผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึกรักที่อบอวลไปทั่วทั้งร่างกาย ผมหลับตาลงและปล่อยให้เขาเป็นคนนำจูบนี้ โยชิโตะละจากริมฝีปากของผมไปซบหน้าลงกับซอกคอของผมพร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"รีบทำงานให้เสร็จเถอะ กลับไปค่อยทำต่อจากนี้กัน"
เขาพูดพร้อมกับจูบที่ต้นคอของผมเบา ๆ ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ คลายอ้อมกอดออกแล้วมองผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ผมตอบรับด้วยการพยักหน้า ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินกลับไปยังแผนกฝ่ายขาย
ผมมองแผ่นหลังของเขาที่กำลังจะเดินจากไป ผมยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปากของตัวเอง ก่อนที่จะอมยิ้มออกมาบาง ๆ ที่ข้างบันไดหนีไฟ
“คนบ้าเอ๊ย” ผมพึมพำกับตัวเองเบา ๆ แล้วเดินออกจากบันไดหนีไฟตรงไปยังห้องน้ำ
เมื่อกลับมานั่งที่โต๊ะทำงาน โยชิโตะกับฮารุกะก็ออกไปพบลูกค้าแล้ว ผมได้แต่ภาวนาให้งานของเขาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พร้อมกับหวังในใจว่าเรื่องที่ได้ยินเพื่อนร่วมงานคุยกันจะเป็นเพียงแค่ลมปากที่ไม่มีมูลความจริงเท่านั้น และขอให้ในใจของเขามีแค่ผมเพียงคนเดียว
ในที่สุดก็ถึงช่วงเย็น ผมกลับมาถึงห้องพักและอาบน้ำเตรียมตัวเรียบร้อย โยชิโตะส่งข้อความมาบอกว่ากำลังจะกลับมาถึงในไม่ช้า เพราะเพิ่งจะพาลูกค้าไปทานข้าวและเซ็นสัญญาสำเร็จ ผมรู้สึกภูมิใจในตัวเขามาก โยชิโตะเป็นคนที่มีความสามารถในการเจรจาสูง ใคร ๆ ก็ยากที่จะเทียบได้ แต่ในมุมของเขา มันเป็นเรื่องที่หนักหนาไม่น้อย เพราะบางครั้งก็ต้องยอมทำตามใจลูกค้า ถ้าไม่เช่นนั้นการเจรจาอาจล้มเหลวได้
เกือบหนึ่งชั่วโมงผ่านไป ผมกำลังรอโยชิโตะอยู่ที่ห้องพัก ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตู ผมรีบเดินไปเปิดด้วยใจที่เต้นระรัวและภาวนาให้เป็นเขา พอเปิดประตูออกก็เห็นโยชิโตะยืนอยู่ตรงหน้าจริง ๆ เขายกถุงจากร้านสะดวกซื้อให้ผมดู แล้วพาผมเดินตรงไปที่ห้องพักของเขา
โยชิโตะจัดแจงวางถุงจากร้านสะดวกซื้อลงบนเคาน์เตอร์ครัว เขาหยิบวัตถุดิบออกมาเตรียมทำอาหารเย็น ผมนั่งลงที่เก้าอี้มองดูเขาอย่างเงียบ ๆ ท่าทางที่เขาทำอาหารดูคล่องแคล่วและจริงจังแต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นในตัว ทำให้ผมอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ โยชิโตะหันมาเห็นเข้าก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน
หลังจากนั้นไม่นาน โยชิโตะก็ทำอาหารเสร็จเรียบร้อย เรานั่งกินข้าวด้วยกันอย่างเงียบ ๆ แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น หลังจากที่พวกเราอิ่มกันแล้ว ผมก็ขอตัวไปนั่งดูหนังอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่น
ในขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับภาพยนตร์ที่ฉายอยู่ตรงหน้า โยชิโตะก็เดินมานั่งลงข้างๆ แล้วใช้แขนโอบรอบไหล่ผม ผมเอนตัวซบลงกับแผงอกของเขาอย่างออดอ้อน โยชิโตะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกับก้มลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู
"อยากจะทำต่อจากเมื่อกลางวันไหม?"
สิ้นคำพูดของเขา ภาพเหตุการณ์บนบันไดหนีไฟก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวทันที หัวใจผมเต้นรัว ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ผมค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองสบตาเขา แล้วพยักหน้าเบา ๆ โยชิโตะคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างพอใจ