ในที่ทำงาน เขาคือหัวหน้าผู้เฉียบขาดที่ใครก็ยำเกรง แต่ในห้องข้างๆ เขาคือคนขี้แกล้งที่คอยดูแลใจพนักงานใหม่อย่างผม เมื่อโลกของการทำงานเต็มไปด้วยการแก่งแย่งและการใส่ร้ายป้ายสี มีเพียงอ้อมกอดเดียวที่ไทกะวางใจได้... คืออ้อมกอดของหัวหน้าคนนั้นที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกคนเพื่อปกป้องเขา

Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น - บทที่3 ความรู้สึกที่อึดอัด โดย ATMPeach @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ญี่ปุ่น,อื่นๆ,สะท้อนปัญหาสังคม,โรแมนติก ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ออฟฟิศ,18+,ชาย-ชาย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ญี่ปุ่น,อื่นๆ,สะท้อนปัญหาสังคม

แท็คที่เกี่ยวข้อง

โรแมนติก ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ออฟฟิศ,18+,ชาย-ชาย

รายละเอียด

Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น โดย ATMPeach @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ในที่ทำงาน เขาคือหัวหน้าผู้เฉียบขาดที่ใครก็ยำเกรง แต่ในห้องข้างๆ เขาคือคนขี้แกล้งที่คอยดูแลใจพนักงานใหม่อย่างผม เมื่อโลกของการทำงานเต็มไปด้วยการแก่งแย่งและการใส่ร้ายป้ายสี มีเพียงอ้อมกอดเดียวที่ไทกะวางใจได้... คืออ้อมกอดของหัวหน้าคนนั้นที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกคนเพื่อปกป้องเขา

ผู้แต่ง

ATMPeach

เรื่องย่อ

สารบัญ

Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่1 จุดเริ่มต้น,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่2 ร่องรอยจากอดีต,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่3 ความรู้สึกที่อึดอัด,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่4 ความรู้สึกที่แท้จริง,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่5 อิ่มเอมในหัวใจ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่6 กลิ่นอายฤดูใบไม้ผลิ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่7 [NC18+]ค่ำคืนที่ร้อนแรง,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่8 [NC18+]ห้วงเวลาที่อบอุ่น,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่9 การจากลาที่ไม่ได้ต้องการ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่10 ทริปทะเลก่อนจากลา,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่11 ความสัมพันธ์ที่ถูกแฉด้วยคำว่า 'ที่รัก',Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่12 ช่วงเวลาที่รอคอยและอ้อมกอด,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่13 วันเดียวที่รอคอย,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่14 ภายใต้เงาของคำตัดสิน,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่15 ภายใต้กำแพงเสียงและหยาดน้ำตา,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่16 ชัยชนะท่ามกลางเสียงซุบซิบ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่17 ความเจ็บปวดที่ถูกบิดเบือน,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่18 ชัยชนะที่แลกมาด้วยบาดแผล,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่19 กระชากหน้ากากความอยุติธรรม,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่20 รักที่มองเห็นด้วยหัวใจ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทพิเศษ ทนไม่ไหว

เนื้อหา

บทที่3 ความรู้สึกที่อึดอัด

บทที่ 3

ความรู้สึกที่อึดอัด

 

หลังจากวันนั้น ข่าวซุบซิบนินทาภายในบริษัทก็ยังคงแพร่สะพัดไม่หยุดหย่อน สายตาที่จับจ้องมาทางผมยังคงมีอยู่ ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดมากขึ้นทุกวัน ผมตัดสินใจที่จะหลีกเลี่ยงโยชิโตะอย่างจริงจัง ผมเดินทางไปทำงานด้วยรถไฟฟ้าเพียงลำพังและเลือกที่จะนั่งกินข้าวคนเดียวในช่วงพักกลางวัน แม้ว่าโยชิโตะจะพยายามเข้ามาทักทายหลายครั้ง แต่ผมก็ทำเพียงตอบกลับสั้นๆ แล้วหันกลับไปสนใจงานของตัวเอง ผมหวังว่าการเว้นระยะห่างในครั้งนี้จะทำให้เรื่องซุบซิบต่างๆ เงียบลงไปในที่สุด

จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์ ในช่วงค่ำหนึ่งทุ่มครึ่ง ผมกำลังเก็บของเพื่อจะเดินออกจากโต๊ะทำงาน แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นโยชิโตะยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย ผมทำเป็นไม่สนใจและหลบสายตา ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป แต่ทว่า ขณะที่ผมกำลังจะก้าวพ้นประตูห้อง ผมก็สวนทางกับ ฮารุกะ อดีตแฟนเก่าของโยชิโตะที่กำลังเดินเข้ามาพอดี ผมไม่รู้ว่าเธอมาที่แผนกบรรณาธิการนี้ทำไม แต่ท่าทางของเธอดูมุ่งมั่นจนน่าประหลาดใจ

ขณะที่ผมยืนรอรถไฟฟ้าอยู่ ภาพความทรงจำทั้งหลายระหว่างผมกับโยชิโตะก็ผุดขึ้นมาในหัว ช่วงเวลาดีๆ ที่เรามีร่วมกันทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นในใจจนเผลอน้ำตาคลอเบ้า ผู้คนมากมายเริ่มทยอยมารอรถไฟฟ้าจนแน่นสถานี แต่ถึงแม้จะรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมายขนาดไหน ผมก็ยังคงรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อกลับมาถึงห้องพัก ผมวางกระเป๋าลงข้างประตูแล้วทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้าบนโซฟาด้วยความรู้สึกซึมเซา อยากจะร้องไห้ให้สุดเสียงแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นถึงขนาดนั้น ผมจึงทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาหยดลงอาบแก้มอย่างเงียบๆ

ผ่านไปสักพัก ผมค่อยๆ ลุกขึ้นจากโซฟาและเดินไปหยิบกล่องข้าวที่วางไว้เพื่อนำไปล้าง ขณะที่กำลังจะเปิดก๊อกน้ำ เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ผมรีบวางกล่องข้าวลงและใช้แขนเสื้อเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าออกอย่างลวกๆ จากนั้นจึงเดินไปเปิดประตู และก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือโยชิโตะนั่นเอง

“มีอะไรรึเปล่าครับ ? หัวหน้า” ผมถามเสียงเบาพร้อมกับหลบสายตาเล็กน้อย

“มี อยากจะคุยกับนายหน่อย”

ผมเงียบไป ไม่ได้ตอบอะไรกลับ โยชิโตะจึงยื่นมือมาจับที่คางของผม แล้วค่อยๆ เชยขึ้นให้สบตากับเขา ผมรู้ทันทีว่าเขาต้องเห็นดวงตาที่แดงก่ำของผมอย่างแน่นอน

“เป็นอะไรไป? ร้องไห้เหรอ?” โยชิโตะถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน ผมรีบปัดมือเขาออกอย่างแรง

“ผมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”

“ฉันรู้นะว่านายกำลังปกปิดบางอย่างจากฉัน” โยชิโตะยังคงพูดต่อ 

“เข้าไปกินข้าวที่ห้องด้วยกันไหม จะได้คุยกันได้ด้วย” โยชิโตะเอ่ยชวน ก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องของเขาโดยไม่รอคำตอบ ผมเดินตามไปอย่างเงียบๆ

ภายในห้องยังคงสะอาดและเป็นระเบียบเหมือนเคย แต่ที่แตกต่างออกไปคือบนโต๊ะอาหารมีชุดอาหารเย็นแบบญี่ปุ่นจัดเตรียมไว้อย่างน่ากิน ทั้ง หมูผัดขิง ทงคัตสึ ปลาแซลมอนย่างเกลือ รวมถึงข้าวสวยและซุปมิโซะอีกคนละถ้วย ผมเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเขา แล้วเริ่มกินอาหารอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา ความรู้สึกอยากหนีออกจากสถานการณ์นี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงวางตะเกียบลงบนชามและกำลังจะลุกจากเก้าอี้เพื่อเดินกลับห้อง แต่จู่ๆ โยชิโตะก็เรียกชื่อผมเอาไว้

“ไทกะ…” เสียงของเขาทำให้ผมหยุดชะงัก

“ช่วงนี้นายเป็นอะไรไป ไทกะ...ทำไมต้องหลบสายตาฉันตลอดด้วย” โยชิโตะถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

“ไม่มีอะไรหรอกครับหัวหน้า” ผมตอบพลางหลบสายตา

“ตอนนี้ไม่ใช่เวลางาน ไม่ต้องเรียกหัวหน้าก็ได้” โยชิโตะพูด พลางลุกจากเก้าอี้และเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างผม เขาค่อยๆ ยื่นมือมาจับไหล่ของผมให้หันหน้าไปทางเขา

“คงเป็นข่าวซุบซิบนั่นสินะ...ที่ทำให้นายต้องหลบหน้าตลอด”ผมยังคงเงียบ ไม่โต้ตอบ แต่ก้มหน้าลงต่ำเพื่อซ่อนสีหน้าที่สับสน

“ข่าวซุบซิบนั่นมันก็แค่ลมปากของคนอื่น ไม่เห็นจะต้องไปใส่ใจเลย”

“ไม่ใส่ใจได้ยังไงล่ะครับ...เพราะผม...” ผมอยากจะสารภาพความจริงออกไป แต่คำพูดก็จุกอยู่ที่คอจนไม่กล้าพูดออกมา

“นายทำไม?” โยชิโตะถามอย่างสงสัย

“ไม่มีอะไรครับ” ผมรีบปฏิเสธ

“พูดออกมาสิไทกะ...ฉันอยากรู้นะ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“เพราะผมทำเป็นไม่สนใจข่าวพวกนั้นไม่ได้หรอกครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“คุณเป็นถึงหัวหน้า ส่วนผมเป็นแค่ลูกน้องที่เพิ่งเข้ามา แล้วอยู่ดีๆ จะให้มีข่าวแบบนี้ได้อย่างไรกัน”น้ำตาที่คลอเบ้าในตอนแรกเริ่มไหลอาบแก้ม ผมไม่สามารถเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ได้อีกแล้ว

“ไทกะ…” โยชิโตะเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ผมถามหน่อยได้ไหม...คุณรู้สึกยังไงกับผมกันแน่ ? ” หลังจากที่ผมถามออกไป โยชิโตะก็เงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

“ฉัน… ไม่รู้สิ ฉันตอบไม่ได้เหมือนกัน”

ทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น ผมก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปทำไมอีกแล้ว ผมรีบหันหลังและเดินออกจากห้องของเขาอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้ เมื่อผมกลับมาถึงห้องพักตัวเอง เสียงประตูปิดลงดัง ปึ้ง! ผมใช้แผ่นหลังพิงบานประตูและค่อยๆ ทรุดตัวลงกับพื้น ก่อนจะปล่อยโฮร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น

หลายวันผ่านไปนับตั้งแต่คืนนั้น ผมกับโยชิโตะไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย เสียงซุบซิบนินทาภายในบริษัทเริ่มจางหายไป แต่บรรยากาศระหว่างเรากลับอึดอัดหนักกว่าเก่า ทุกครั้งที่ผมแอบเหลือบมองเขาอย่างเงียบๆ แล้วเขาหันมาสบตา ผมก็ต้องรีบก้มหน้าลงมองงานตรงหน้าอย่างลนลาน ราวกับว่าการสบตากันเป็นเรื่องต้องห้าม ผมอยากจะกลับไปมีช่วงเวลาดีๆ เหมือนเก่า อยากจะพูดคุยกับเขาเหมือนที่เคยเป็น แต่ดูเหมือนว่าเส้นบางๆ ระหว่างเราได้ขาดสะบั้นลงแล้ว และต่อจากนี้คงไม่มีโอกาสได้กลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก

ระหว่างที่ผมเดินกลับมาจากห้องน้ำ ก็เห็นแก้วชาเขียวมัทฉะวางอยู่บนโต๊ะทำงาน ผมหันไปถามเพื่อนร่วมงานที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าว่าไม่รู้ ผมจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก นั่งลงที่เก้าอี้แล้วตั้งใจทำงานต่อไป พลางจิบชาเขียวมัทฉะรสคุ้นเคยไปพลางๆ โดยที่ผมก็พอจะเดาได้ว่าใครเป็นคนซื้อมาให้ ผมพยายามจะทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ในใจก็อดรู้สึกสับสนไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าโยชิโตะต้องการอะไรจากผมกันแน่

วันต่อมา โยชิโตะลางานอย่างกะทันหัน ผมนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะอย่างเงียบๆ จนกระทั่งสายตาเหลือบไปเห็นฮารุกะเดินเข้ามาในแผนก เมื่อเธอไม่เห็นโยชิโตะ เธอก็เดินตรงมาที่โต๊ะของผม

“โยชิโตะล่ะ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

“วันนี้หัวหน้าไม่มาครับ” ผมตอบ

“งั้นเหรอ” หลังจากนั้นเธอก็สะบัดก้นเดินออกจากห้องทำงานไปทันที ทิ้งให้ผมได้แต่สงสัยว่าทำไมโยชิโตะถึงไม่มาทำงานในวันนี้

จนกระทั่งถึงช่วงเย็น วันนี้ผมทำงานตรวจเอกสารเสร็จเร็วกว่าปกติ ผมจึงขอตัวกลับบ้านทันที เมื่อมาถึงหน้าห้องพัก ผมหันไปมองประตูห้องของโยชิโตะอย่างลังเล หัวใจเต้นแรงขึ้นจนผมต้องยกมือขึ้นมาวางบนอก ก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องเขา ค่อยๆ ยกมือขึ้นจะเคาะประตู แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักไว้กลางอากาศ ความรู้สึกกลัวและความเจ็บปวดที่ยังไม่จางหายทำให้ผมไม่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง คนอย่างผมไม่เหมาะสมกับคนอย่างเขาเลยจริงๆ ผมจึงค่อยๆ ลดมือลงแล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองอย่างเงียบๆ ปล่อยให้ความรู้สึกเจ็บปวดจากการคิดถึงเขากัดกินหัวใจอีกครั้ง

เมื่อกลับเข้ามาในห้องพัก ผมทิ้งกระเป๋าลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี แล้วทิ้งตัวลงบนโซฟา ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าเข้าครอบงำจนเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น โดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดด้วยซ้ำ

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ผมตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ บิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะเตรียมตัวไปอาบน้ำ แต่ขณะที่กำลังจะถอดเสื้อ ผมก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากห้องข้างๆ ทำให้ผมตกใจจนรีบเดินไปที่ประตูห้องของโยชิโตะ ผมพยายามใช้มือเคาะประตูอย่างแรงแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อผมตัดสินใจลองบิดลูกบิด ประตูก็กลับเปิดออก ผมจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้องของเขาอย่างรวดเร็วและก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นโยชิโตะนอนนิ่งอยู่บนพื้นห้อง ผมรีบเข้าไปนั่งลงข้างๆ แล้วใช้มือตบหน้าเขาเบาๆ เพื่อเรียกสติ

แต่ทันทีที่มือของผมสัมผัสกับใบหน้าของเขา ก็รู้สึกได้ถึงความร้อนจัด ดูเหมือนว่าโยชิโตะจะเป็นไข้หนักจนต้องลางาน ผมค่อยๆ พยุงร่างเขาขึ้นมาอย่างระมัดระวังและพาไปที่เตียงนอน แต่จังหวะที่ผมจะวางเขาลง โยชิโตะกลับทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดมาทางผม ทำให้ผมเสียหลักล้มลงไปนอนที่เตียงของเขาด้วยกัน ผมกำลังจะลุกขึ้น แต่จู่ๆ เขาก็ใช้มือเข้ามากอดรัดที่เอวของผมพร้อมกับพึมพำบางอย่าง

“ไทกะ…” ผมหันไปมองหน้าเขาอย่างตกใจ โยชิโตะดูเหมือนกำลังละเมอเรียกชื่อผม ผมจึงค่อยๆ ดึงมือเขาออกจากเอวอย่างแผ่วเบา

เมื่อผมแกะตัวเองออกจากอ้อมกอดของโยชิโตะได้สำเร็จ ก็รีบเดินไปหยิบกะละมังและผ้าขนหนูผืนเล็กจากในห้องน้ำ แล้วกลับมานั่งเช็ดตัวให้เขาที่นอนอยู่บนเตียง ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนผมรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผดเผาออกมา

ขณะที่ผมกำลังเช็ดตัวให้โยชิโตะอยู่นั้น จู่ๆ มือของเขาก็เอื้อมมาจับใบหน้าของผม ผมหันไปสบตากับเขาที่กำลังหายใจหอบถี่ ก่อนที่เขาจะส่งยิ้มบางๆ มาให้

“นาย...มาอยู่นี่ได้ยังไง?” เขาถามเสียงแผ่ว ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไป และยังคงเช็ดตัวให้เขาต่อ โยชิโตะพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่ผมใช้มือดันเขาให้นอนลงไปเหมือนเดิม

“ไม่ต้องลุกครับ นอนพักเถอะ”

“นายยอมมาเจอหน้าฉันแล้วเหรอ?”

“เปล่าหรอกครับ...แค่เป็นห่วงเพื่อนบ้านเท่านั้น”

“เป็นห่วง...” โยชิโตะพึมพำกับตัวเองเบาๆ 

ผมเช็ดตัวให้เขาจนเสร็จเรียบร้อยและกำลังจะลุกออกจากเตียง แต่จู่ๆ โยชิโตะก็คว้ามือของผมไว้ ผมหยุดชะงัก ไม่กล้าหันไปมองหน้า แต่เมื่อไม่ได้ยินเสียงใดๆ ผมจึงค่อยๆ หันกลับไปสนใจเขาอีกครั้ง ตอนนี้เขากำลังก้มหน้าอยู่

“ขอบคุณนะ” เขาพูดเสียงแผ่ว

“ครับ” ผมตอบสั้นๆ แล้วรีบเดินออกจากเตียงของเขา นำกะละมังไปเก็บที่เดิม ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย