ในที่ทำงาน เขาคือหัวหน้าผู้เฉียบขาดที่ใครก็ยำเกรง แต่ในห้องข้างๆ เขาคือคนขี้แกล้งที่คอยดูแลใจพนักงานใหม่อย่างผม เมื่อโลกของการทำงานเต็มไปด้วยการแก่งแย่งและการใส่ร้ายป้ายสี มีเพียงอ้อมกอดเดียวที่ไทกะวางใจได้... คืออ้อมกอดของหัวหน้าคนนั้นที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกคนเพื่อปกป้องเขา

Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น - บทที่1 จุดเริ่มต้น โดย ATMPeach @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ชาย-ชาย,รัก,ญี่ปุ่น,อื่นๆ,สะท้อนปัญหาสังคม,โรแมนติก ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ออฟฟิศ,18+,ชาย-ชาย,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ชาย-ชาย,รัก,ญี่ปุ่น,อื่นๆ,สะท้อนปัญหาสังคม

แท็คที่เกี่ยวข้อง

โรแมนติก ,ดราม่า,พล็อตสร้างกระแส,ออฟฟิศ,18+,ชาย-ชาย

รายละเอียด

Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น โดย ATMPeach @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ในที่ทำงาน เขาคือหัวหน้าผู้เฉียบขาดที่ใครก็ยำเกรง แต่ในห้องข้างๆ เขาคือคนขี้แกล้งที่คอยดูแลใจพนักงานใหม่อย่างผม เมื่อโลกของการทำงานเต็มไปด้วยการแก่งแย่งและการใส่ร้ายป้ายสี มีเพียงอ้อมกอดเดียวที่ไทกะวางใจได้... คืออ้อมกอดของหัวหน้าคนนั้นที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกคนเพื่อปกป้องเขา

ผู้แต่ง

ATMPeach

เรื่องย่อ

สารบัญ

Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่1 จุดเริ่มต้น,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่2 ร่องรอยจากอดีต,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่3 ความรู้สึกที่อึดอัด,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่4 ความรู้สึกที่แท้จริง,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่5 อิ่มเอมในหัวใจ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่6 กลิ่นอายฤดูใบไม้ผลิ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่7 [NC18+]ค่ำคืนที่ร้อนแรง,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่8 [NC18+]ห้วงเวลาที่อบอุ่น,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่9 การจากลาที่ไม่ได้ต้องการ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่10 ทริปทะเลก่อนจากลา,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่11 ความสัมพันธ์ที่ถูกแฉด้วยคำว่า 'ที่รัก',Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่12 ช่วงเวลาที่รอคอยและอ้อมกอด,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่13 วันเดียวที่รอคอย,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่14 ภายใต้เงาของคำตัดสิน,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่15 ภายใต้กำแพงเสียงและหยาดน้ำตา,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่16 ชัยชนะท่ามกลางเสียงซุบซิบ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่17 ความเจ็บปวดที่ถูกบิดเบือน,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่18 ชัยชนะที่แลกมาด้วยบาดแผล,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่19 กระชากหน้ากากความอยุติธรรม,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทที่20 รักที่มองเห็นด้วยหัวใจ,Boss&Me เรื่องราวของผมและหัวหน้าคนนั้น-บทพิเศษ ทนไม่ไหว

เนื้อหา

บทที่1 จุดเริ่มต้น

บทที่ 1
จุดเริ่มต้น


ชีวิตของผม นากามูระ ไทกะ คือการอยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด ไม่เคยมีใครหันมาเหลียวแล ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่โรงเรียนหรือคนข้างบ้าน พ่อแม่หายไปตั้งแต่ผมยังเด็ก ส่วนคุณปู่คุณย่าผู้เป็นที่พึ่งเดียวก็จากไปด้วยโรคชราตอนผมอยู่มัธยมต้น

หลังจากนั้นผมก็ต้องดิ้นรนทำงานหาเลี้ยงตัวเองเรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นงานหนักหรืองานเบา ผมรับหมดจนตอนนี้อายุ 24 ปี ชีวิตของผมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งเมื่อย้ายมาสู่เมืองคอนกรีตที่เต็มไปด้วยรถไฟฟ้า รถใต้ดิน และแสงสีเสียงอันวุ่นวาย ผมมาที่นี่ตามคำชวนของคนรู้จัก เพื่อทำงานตำแหน่งผู้ช่วยตรวจอักษรในบริษัทแห่งหนึ่ง

การเริ่มต้นในเมืองใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่มาจากต่างจังหวัดอย่างผมเลย ผมยังไม่คุ้นชินกับหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งการหลงทางบนรถไฟฟ้าที่เต็มไปด้วยชื่อสถานีชวนสับสน การต้องเกร็งตัวทุกครั้งที่ลิฟต์เคลื่อนที่ หรือแม้แต่การยืนบนบันไดเลื่อนที่ไม่เคยมีมาก่อนในบ้านเกิด แม้จะรู้สึกไม่คุ้นเคย แต่ชีวิตในเมืองก็มีข้อดีตรงที่หลายอย่างสะดวกสบายกว่าที่เคยเป็นมา

เช้าวันนี้​ ผมยืนโหนราวเบียดเสียดกับผู้คนบนรถไฟฟ้าเหมือนเคย เมื่อเสียงประกาศดังขึ้นพร้อมประตูที่เปิดออก ผู้คนนับสิบต่างรีบกรูออกอย่างรวดเร็ว รวมถึงตัวผมด้วยเช่นกัน ผมพยายามเบียดเสียดออกมาจากขบวนรถจนสำเร็จ เมื่อออกมาสู่ด้านนอก ผมได้แต่ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะรีบเดินไปยังบริษัทที่อยู่ไม่ไกล เพราะเหลือเวลาอีกแค่สิบนาทีก็จะถึงเวลาทำงานแล้ว​

เมื่อถึงช่วงพักเที่ยง เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ต่างลุกจากโต๊ะเพื่อออกไปหาข้าวกลางวันกิน ส่วนผมยังคงอยู่ที่โต๊ะทำงาน หยิบกล่องข้าวเบนโตะที่เตรียมมาจากบ้านออกมาจากกระเป๋าผ้า วันนี้อาหารก็ยังคงน่ากินเหมือนเช่นเคย ผมแกะกล่องอย่างระมัดระวัง จัดวางตะเกียบข้างกล่อง ก่อนจะพนมมือพร้อมกล่าวคำว่า 

"จะกินแล้วนะครับ" ตามความเคยชิน

ขณะที่ผมกำลังกินข้าวกล่องอยู่นั้น​ จู่ๆผมก็ได้ยินใครบางคนดังขึ้นมาจากประตูห้อง

“นี่​ เด็กใหม่​ เอาข้าวกล่องมากินอีกแล้วเหรอ? จะประหยัดเกินไปแล้วรึเปล่า​ ไม่ลงไปกินข้าวข้างล่างดูบ้างละ”​ ผมหันไปมองต้นเสียงพร้อมกับมือที่ยังถือตะเกียบคีบไส้กรอกอยู่​ ซึ่งเจ้าเสียงนั้นเป็นหัวหน้าแผนก​ 

คุณทากาฮาชิ โยชิโตะ ชายหนุ่มร่างสูง​ ผมทรงยาวปานกลาง​ อายุ​ 33​ ปี​ เขากำลังเดินมาที่โต๊ะพร้อมกับมือถือแก้วกาแฟ​ ผมที่เห็นหัวหน้าแผนกเดินมา​ ผมรีบวางตะเกียบลงและตอบกลับเบา​ ๆ

“คือผมพึ่งจะเข้าเมืองมา ช่วงแรกๆนี้ผมคงต้องกินข้าวกล่องไปก่อนนะครับหัวหน้า”

“อย่างนั้นเหรอ?”

“ครับ”

“ถ้าอย่างนั้น​ กินต่อไปเถอะ​ ฉันไม่กวนนายละเด็กใหม่”​ เมื่อเขาพูดจบ เขาก็เดินจากไปอย่างเดียว ผมมองดูแผ่นหลังนั้นอย่างเงียบ ๆ หลังจากนั้นผมมองข้าวกล่องตรงหน้าอย่างพึงพอใจ​ ไข่ดาวที่ขอบสุกกำลังดีแต่ไข่แดงยังเยิ้มสวย​ ไส้กรอกถูกหั่นเป็นแว่นๆ เต้าหู้ทอดชิ้นพอดีคำและกิมจิกับผักดองที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบบนข้าวสวย นี่คือความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่ผมทำได้

ผมชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยคิดจะเอาดีทางนี้ถึงขั้นเป็นเชฟ เพราะไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองพอ ผมรู้ดีว่างานในครัวยุ่งยากแค่ไหน

ตอนที่เคยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ ผมมักจะเห็นพ่อครัวในครัวมีสีหน้าเคร่งเครียดและทะเลาะกันบ่อยครั้ง นั่นทำให้ผมรู้ว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับงานแบบนั้น และตัดสินใจทำอาหารกินเองต่อไป

เมื่อหมดเวลาพัก ผมกลับมาทำงานตรวจอักษรต่ออย่างตั้งใจ เพ่งสายตามองหาจุดที่สะกดผิดหรือประโยคที่ซับซ้อนเกินไปเพื่อส่งกลับไปแก้ไข บางครั้งผมก็จะช่วยแก้ไขให้เลยหากรู้ว่าอีกฝ่ายยุ่ง

อีกวันถัดมา ก่อนช่วงพักกลางวัน ผมเริ่มรู้สึกง่วง จนหาวซ้ำหลาย​ ๆ​ รอบในเวลางาน​ ขณะที่ผมกำลังอ่านเอกสา​ร​ ทันใดนั้นมีบางอย่างเคาะเบาๆ ที่ศีรษะ

“นั่งหาวอยู่นั่นแหละ เมื่อคืนนอนดึกรึไง ? เด็กใหม่”

“เปล่าสักหน่อยครับหัวหน้า” ผมตอบกลับ

“เอ้า กาแฟ” โยชิโตะยื่นแก้วกาแฟให้ ผมไม่รู้จะตอบกลับอย่างไร ทำได้เพียงนั่งมองอย่างมึนงง

“เอาไปสิ ฉันให้ เห็นนายนั่งหาวตลอดเลย”

“มะ...ไม่ต้องก็ได้ครับหัวหน้า หัวหน้าซื้อมาเองไม่ใช่… ” ผมยังไม่ทันพูดจบ โยชิโตะก็ได้พูดแทรกขึ้นมา

“ฉันจะปล่อยให้ลูกน้องทำงานแบบง่วงนอนได้ยังไงล่ะ เอาไปดื่มซะ จะได้มีแรงทำงานหน่อย”​ โยชิโตะวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะและเดินจากไป​ ผมหยิบแก้วขึ้นมา แต่ทว่ากลับสังเกตเห็นรอยคราบกาแฟที่ขอบปากแก้วพอดี จึงทำให้ผมคิดว่าหัวหน้าคงดื่มไปแล้วไม่ชอบ เลยเอามาให้ผมดื่มแทน จากนั้นผมจึงใช้ทิชชู่เช็ดทำความสะอาดก่อนจะยกดื่ม

หลังจากนั้นผมก็ทำงานต่อได้ดีขึ้น เพราะฤทธิ์​กาแฟที่ทำให้รู้สึกกะปรี้กะเปร่าขึ้นมาบ้าง

 เมื่อถึงเวลาพักกลางวัน ผมเตรียมจะเปิดข้าวกล่องเมนูใหม่ที่ตั้งใจทำ เสียงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางประตู

“เด็กใหม่ วันนี้ทำอะไรมาทานล่ะ ? ” โยชิโตะเดินเข้ามาพร้อมกล่องข้าวในมือ

“ข้าวผัดปลาแซลมอนครับ”​

“ข้าวผัดปลาแซลมอนเหรอ​ ? ”​ โยชิโตะวางกล่องข้าวของตัวเองลงบนโต๊ะข้างๆ

“ถ้างั้นฉันขอนั่งกินข้าวด้วยคนสิ”​ 

​ผมไม่กล้าปฏิเสธ ทำได้เพียงกินข้าวของตัวเองเงียบๆ ในขณะที่โยชิโตะเปิดกล่องข้าวของเขาออกภายในนั้นมีไข่ม้วน บรอกโคลี แครอท​ ไก่คาราอาเกะ และบ๊วยเค็มที่วางอยู่บนข้าวสวยร้อนๆ

ขณะที่ผมกำลังกินอย่างตั้งใจ โยชิโตะก็ยื่นมือมาหาผมอย่างกะทันหัน

“มีเศษข้าวติดอยู่มุมปากนะ”พูดจบเขาก็ปาดเศษข้าวที่มุมปากของผมออกแล้วป้อนให้กิน ผมตกตะลึงจนพูดไม่ออก หัวใจของผมสั่นรัวเหมือนจะหลุดออกมา​ ใบหน้ารู้สึกร้อนผ่าว ผมได้แต่รีบก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าของตัวเอง​

ขณะที่ผมกำลังก้มหน้ากินข้าวอยู่นั้น​ ผมแอบชำเลืองมองเขาเล็กน้อย​ เขาดูผ่อนคลาย​​และนั่งกินข้าวด้วยสีหน้านิ่งสงบ​ ผมสังเกตดูใบหน้าเขา​อย่างเงียบ ๆ​ เขาช่างดูหล่อเหลาต่างจากปกติและไม่เคยเห็นเขามานั่งกินข้าวกับลูกน้องด้วย​

“หน้าฉันมีอะไรติดเหรอ ? ”​ โยชิโตะถาม

“ปะ… เปล่าครับ”​ ผมรีบตอบกลับและก้มหน้ากินข้าวต่อด้วยความเร่งรีบ​ จนเวลาพักกลางวันได้จบลง​ โยชิโตะหยิบกล่องและลุกขึ้นจากเก้าอี้​ ก่อนที่เขาจะเดินจากไป​ เขาได้พูดบางอย่างทิ้งท้าย

“ขอบคุณ​ที่ให้ฉันนั่งด้วยนะ​ ไว้วันหลังจะชวนไปนั่งกินข้าวด้วย​ เด็กใหม่”​ เขาเดินจากไป ทิ้งให้ผมนั่งมองแผ่นหลังอย่างเหม่อลอย หลังจากนั้นทั้งวันผมแทบไม่มีสมาธิทำงาน ภาพที่โยชิโตะยื่นมือมาเช็ดเศษข้าวให้ยังคงติดตา หัวใจของผมก็ยังคงเต้นระรัวไม่หยุดหย่อน จนพยายามบอกตัวเองว่านี่เป็นเรื่องปกติที่หัวหน้าทำกับลูกน้อง แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ผมก็หาคำตอบที่ทำให้ใจสงบไม่ไม่ได้เลย​

จนกระทั่งถึงวันศุกร์ โยชิโตะลางาน ผมไม่รู้ว่าเขาไปไหน แต่ในหัวของผมกลับคิดถึงแต่เรื่องหัวหน้าคนนี้ จนทำงานแทบไม่ได้ ผมรู้สึกประหลาดใจกับตัวเองที่ความรู้สึกมันเป็นแบบนี้ ผมสะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านและพยายามจ้องไปที่งานตรงหน้า จนคนที่นั่งข้างๆ หันมามอง

 ไม่ว่าจะเป็นตอนกินข้าว เข้าห้องน้ำ หรือทำงาน หัวของผมก็ยังคงนึกถึงแต่โยชิโตะคนเดียว ทำไมเขาถึงได้เข้ามามีบทบาทในความคิดของผมได้ตลอดเวลาแบบนี้ ผมยังคงไม่เข้าใจ

เมื่อถึงช่วงหัวค่ำเวลาสองทุ่มครึ่ง ผมกำลังเดินอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คนที่ออกมาเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน บางคนมาเป็นคู่ บางคนมาเป็นกลุ่ม ความเงียบเหงาเข้าเกาะกุมหัวใจของผมพลางคิดว่าอยากจะมีใครสักคนเดินเคียงข้าง หิมะแรกของฤดูกาลโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าอย่างช้าๆ ไทกะมองดูเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นก่อนจะเดินต่อไป

เมื่อกลับมาถึงห้องพัก ผมได้ยินเสียงย้ายของดังมาจากห้องข้าง ๆ ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองกำลังจะมีเพื่อนบ้านใหม่เสียที เพราะทั้งชั้นที่มีห้าห้อง มีคนอาศัยอยู่แค่สามห้องรวมห้องของผมด้วย​ ทำให้ผมรู้สึกเหงามาตลอด แต่ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก รีบวางกระเป๋าแล้วเข้าไปอาบน้ำ 

 ระหว่างอาบน้ำ เสียงย้ายของก็ยังคงดังอยู่เป็นระยะ แต่ผมไม่ได้สนใจ เมื่อผมได้แต่งตัวเสร็จและกำลังจะล้มตัวลงนอน ก็รู้สึกหิวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทั้งที่เพิ่งจะกินบะหมี่สำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อไป ผมเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบนมขวดออกมาแล้วยกดื่มจนหมดขวด

หลังจากดื่มนมจนอิ่ม ความง่วงก็เข้ามาแทนที่ ผมเดินไปทิ้งขวดนมแล้วล้มตัวลงบนเตียงด้วยความอ่อนเพลีย วันนี้เป็นอีกวันที่เหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ผมพยายามข่มตาให้หลับ แต่ภาพของโยชิโตะยังคงวนเวียนไม่หาย ผมถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา

รุ่งเช้าวันต่อมา แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ้าม่านเข้ามาปลุกผมให้ตื่นพร้อมเสียงนกน้อยที่ร้องอยู่ข้างหน้าต่าง ผมรู้สึกงัวเงียและไม่เข้าใจว่าจะตื่นขึ้นมาทำไมในวันหยุด เลยคิดว่าจะนอนต่อ แต่ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเพื่อหวังว่าจะเงียบไปเอง แต่เสียงยังคงดังอย่างต่อเนื่อง ผมจึงต้องลุกจากเตียง เดินไปเปิดประตูอย่างเชื่องช้า และก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือหัวหน้าโยชิโตะนั่นเอง

ผมตกใจจนแทบจะพูดไม่ออก โยชิโตะในชุดลำลอง เสื้อยืดสีขาวเรียบๆ กับกางเกงยีนส์ดูสบายๆ ยืนอยู่หน้าประตูห้องของผม ท่าทางไม่ได้ดูเคร่งขรึมเหมือนตอนอยู่ที่ทำงานเลยแม้แต่น้อย

"หัวหน้า...มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ" ผมถามออกไปเสียงสั่น ๆ โยชิโตะยิ้มเล็กน้อย

“ฉันก็ไม่นึกเหมือนกันว่าจะเป็นนายด้วยซ้ำ​ ประหลาดใจจริงๆ”​ เมื่อโยชิโตะพูดจบ​ ผมพูดอะไรไม่ออกนอกจากนิ่งเงียบไปชั่วขณะ

“แต่ก็นะ​ ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนบ้าน”​ รอยยิ้มของเขาทำให้ใจผมเต้นระรัวอีกครั้ง​ ผมยิ่งพูดอะไรไม่ออกมามากกว่าเดิม

“แปลกใจมากเหรอที่เจอกันนอกเวลางาน”​

“ครับ...คือไม่คิดว่าหัวหน้าจะมาเป็นเพื่อนบ้าน”​ ผมก้มหน้าลงเล็กน้อย เพราะไม่กล้าสบตาเขาตรง ๆ ความรู้สึกประหม่าเมื่อวันก่อนกลับมาอีกครั้ง

“ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอก”​ เขายิ้มและหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่จะพูดต่อ

“ว่าแต่นายยังไม่แต่งตัวเลยนี่นา ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนดีกว่า แล้วเดี๋ยวฉันจะทำข้าวเช้าให้กิน”​

“เอ่อ...ไม่เป็นไรครับ ผมทำกินเองได้”​ ผมรีบปฏิเสธ แต่ในใจกลับอยากกินฝีมือเขาอย่างประหลาด

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก”​ โยชิโตะเอื้อมมือมาแตะที่หัวผมเบา ๆ 

“ถือซะว่าเป็นของขวัญต้อนรับเพื่อนบ้านใหม่ก็แล้วกัน”

หลังจากที่โยชิโตะกลับไปที่ห้อง ผมก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวตามที่เขาบอก จากนั้นจึงเดินไปหยุดอยู่หน้าห้องของเขา ผมค่อยๆ ยกมือขึ้นเคาะประตูด้วยความลังเล

 ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก ! 

“เปิดประตูเข้ามาได้เลย​ ประตูไม่ได้ล็อก”​ เสียงโยชิโตะดังมาจากข้างใน

​ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ผมก็ตกตะลึงกับห้องที่ตกแต่งอย่างเป็นระเบียบ เขาเดินเข้าไปด้านในพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งถึงถึงโต๊ะอาหารที่มีข้าวผัดอเมริกันวางอยู่ กลิ่นหอมๆโชยเตะจมูก

“เชิญนั่งกินเลย”​ โยชิโตะพูดพร้อมกับวางแก้วน้ำเปล่าลงข้างจาน ผมนั่งลงแล้วตักข้าวผัดกับไข่แดงเยิ้มๆ เข้าปาก ทันทีที่ได้ลิ้มรส ดวงตาของผมก็เป็นประกาย ข้าวที่คลุกเคล้ากับซอสมะเขือเทศเข้ากันดีกับไข่แดงที่นุ่มนวล ผมไม่คิดเลยว่าฝีมือของเขาจะอร่อยได้ขนาดนี้

โยชิโตะมองอย่างมีความสุข ก่อนจะยิ้มมุมปากและถามว่า

“อร่อยมั้ย ? ”​

“อร่อยมากครับ”​

“ถ้างั้นกินเยอะ​ ๆ​ เลยนะ​ นายเป็นคนแรกเลยนะที่ได้กินข้าวฝีมือฉัน”​

เมื่อได้ยินอย่างนั้น ผมก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่เพียงแต่ได้กินอาหารอร่อย แต่ผมยังเป็นคนแรกอีกด้วย จากนั้นผมจึงตั้งหน้าตั้งตากินข้าวตรงหน้าจนหมดจาน

หลังจากกินเสร็จ ผมกล่าวขอบคุณสำหรับมื้ออาหาร โยชิโตะเก็บจานของผมไปที่อ่างล้างจาน ผมมองแผ่นหลังของหัวหน้าอย่างเงียบๆ

พลางใช้มือเท้าคางและยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ตลอดชีวิตนี้ไม่เคยมีใครทำแบบนี้ให้ผมนอกจากคุณย่าที่จากไปนานแล้ว

นับจากวันนี้เป็นต้นไป ชีวิตของผมก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป