หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์) - ตอนที่ 7 ดวงตาที่สามของหลี่อี้ โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน,,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

แฟนตาซี,ชาย-ชาย,ยุคปัจจุบัน,จีน

แท็คที่เกี่ยวข้อง

รายละเอียด

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์) โดย Kevinth M. PoTae @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

หลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนจึงกลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ เสี่ยวมู่จื่อได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หากแต่ว่า…เพื่อนรักของหลี่อี้กลับหายไป

ผู้แต่ง

Kevinth M. PoTae

เรื่องย่อ

เรื่องย่อ เล่ม 4

นามปากกา : Kevinth M. PoTae

วาดปก : WALAN

.

เมื่อตกลงกันได้ เยว่หมิงชาง หลิงเซียง และเสี่ยวมู่จื่อ…ก็กลับขึ้นมายังโลกมนุษย์ วิญญาณของเสี่ยวมู่จื่อได้กลับเข้าร่างของตัวเองอีกครั้งแล้วกลับมามีชีวิตได้สำเร็จ

เพียงแต่การกลับมาของทุกคนในคราวนี้ ไม่มีหวังซูกลับมาด้วย หลี่อี้จึงรู้สึกเสียใจ ที่จะไม่ได้เจอเพื่อนของตัวเองอีก

.

.

นิยายเรื่องนี้เกิดขึ้นจากจินตนาการของนักเขียน ดังนั้นตัวละคร/สถานที่/เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่อง จึงถูกสมมุติขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ทุกคำพูด ทุกตัวละครไม่มีอยู่จริง…โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน…

ฝากเป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยการกดไลก์ คอมเมนต์ และกดเข้าชั้นหนังสือด้วยนะครับ

 

ฝากช่องทางการติดต่อไว้ด้วยนะครับ

Tiktok : kevinth_m.author

Facebook : kevinthm.author

 

 

 

 

สารบัญ

โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 1 ข้าจะอยู่ที่นี่,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 2 ความจริงในใจของเสี่ยวมู่,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 3 เราทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไป,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 4 กลับคืนร่าง,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 5 เพื่อนของนายยังไม่ตายหรอกน่า,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 6 การกลับมาของเฮยเสอ,โรงน้ำชาคุณนายเมิ่งหลังเที่ยงคืน เล่ม 4 (จบบริบูรณ์)-ตอนที่ 7 ดวงตาที่สามของหลี่อี้

เนื้อหา

ตอนที่ 7 ดวงตาที่สามของหลี่อี้

ตอนที่ 7

ดวงตาที่สามของหลี่อี้

 

“ข้างนอกนั่นเกิดอะไรขึ้น ทำไมเสียงถึงได้ดังขนาดนี้?”

เสี่ยวมู่เอ่ยถามขึ้นทั้งที่ดวงตาทั้งสองยังคงปิดอยู่ ราวกับคนนอนหลับที่มีคนมารบกวนจนทำให้ตื่นอย่างไรอย่างนั้น เยว่หมิงชางที่นั่งอยู่ข้าง ๆ รีบวิ่งเข้าไปหาคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นด้วยความเป็นห่วง ทั้งดีใจทั้งตื่นเต้นที่คนซึ่งตัวเองรักนั้นได้กลับคืนมามีชีวิตอีกครั้ง

“เจ้าตื่นแล้วหรือ เสี่ยวมู่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

“ข้าไม่เป็นอะไร ข้าตื่นได้สักพักแล้ว เพียงแต่ข้ายังลุกไม่ไหว ท่านช่วยข้าน้อยได้หรือไม่?”

“ได้สิ ได้”

เยว่หมิงชางใช้มือของตัวเองช้อนตัวของเสี่ยวมู่ให้ลุกขึ้นนั่ง แล้วยกตัวไปพิงเข้าที่หัวเตียง แมวน้อยค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นทีละน้อย สูดหายใจเข้าปอดราวกับว่าไม่มีอากาศเข้าร่างกายมาแล้วหลายวัน ปากก็ถามหาน้ำ เหตุเพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมานี้ กายสังขารนี้ยังไม่ได้ดื่มน้ำเข้าไปเลยแม้สักหยดเดียว

“ค่อย ๆ ดื่มนะ อย่ารีบเดี๋ยวจะสำลัก”

“ข้าพอแล้ว ขอบคุณท่านมาก เพียงแต่ว่า…ข้างนอกนั้นเกิดอะไรขึ้นหรือ เหมือนข้าจะได้ยินเสียงคนสู้กัน ยามนี้ยังไม่ถึงเที่ยงคืนเลยนี่นา แล้วเหตุใดจึงมีเสียงทะเลาะเบาะแว้งของเหล่าปีศาจเล่า?”

“มีคนมาหาเรื่องนะ ข้ายังไม่ออกไปเพราะข้าต้องดูแลเจ้า แต่เจ้าอย่าห่วงเลย ข้างนอกนั่นมีทั้งหลิงเซียงทู่เอ่อเสิน หวังปว๋อและเป่าเหลียน ทุกคนสามารถต่อสู้เจ้าปีศาจงูนั่นได้อยู่แล้วเจ้าอย่าห่วงไปเลย”

“ปีศาจงูอย่างนั้นหรือ ผู้ใดกัน?”

“เหมือนข้าจะได้ยินนามของมันว่า…เฮยเสอ”

“เฮยเสอ…ที่แท้เจ้าปีศาจงูตนนั้น มันเคยมาหาเรื่องข้ากับหลี่อี้แล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ถูกพี่หลิงเซียงจัดการไปแล้วมิใช่หรือ เหตุใดมันยังกล้ากลับมาอีก?”

“มันกล้าบุกเดี่ยวมาขนาดนี้ ข้าว่า…มันคงอยากจะแก้แค้นแน่ หลายเดือนที่มันหายไป คงไปฝึกปรือพลังปีศาจมามากพอควรแล้ว แต่เจ้าอย่าห่วงไปเลย ข้ามั่นใจในการต่อสู้ของทู่เอ๋อและหลิงเซียง สองคนนี้แม้จะใจดี แต่ยามต่อสู้ก็ไม่เคยยั้งมือเช่นเดียวกัน ไหนจะยังมีหวังปว๋อและเป่าเหลียนอีก สองคนนี้เป็นเทพผู้พิทักษ์อยู่บนสวรรค์ เป็นไส้ตะเกียงและโคมตะเกียงของแม่เจ้าแม่หวังหมู่ ไม่มีทางพ่ายแพ้ให้กับเจ้าปีศาจงูสวะนั่นได้ง่าย ๆ หรอก”

“แต่ข้ารู้สึกเป็นห่วงเขาทั้งสองคนอย่างไรก็ไม่รู้ ให้ข้าออกไปดูสักหน่อยได้หรือไม่?”

“เจ้าอย่าออกไปเลย ยังอ่อนแออยู่แบบนี้ หากออกไปแล้วถูกมันทำร้ายเข้าจะทำอย่างไร?” ตู้มมมมมม

ยังไม่ทันสิ้นคำห้ามปรามของเยว่หมิงชาง กำแพงประตูไม้ฉลุกระดาษก็พังครืนเข้ามา ร่างของงูตัวใหญ่พุ่งตัวเข้ามาอยู่ถึงหน้าเตียงของเสี่ยวมู่ เยว่หมิงชางรีบหันตัวเข้าขวางแล้วดันตัวของเสี่ยวมู่ไปด้านหลัง เพื่อไม่ให้เจ้าเฮยเสอนั่นพุ่งตัวเข้ามาหาและทำร้ายเอาได้

“ที่แท้ก็อยู่ที่นี่เอง ข้าตามหาอยู่ตั้งนาน”

“เจ้าออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้น ข้าจะฆ่าเจ้าให้ตายเสีย”

“เจ้าคิดว่าข้าจะกลัวเจ้าหรือเจ้ากระต่ายจากดวงจันทร์ พ่อกระต่ายนักรัก จะต่อสู้กับข้าที่แกร่งกล้าขนาดนี้ได้อย่างไร”

“สู้ได้ไม่ได้ก็มาดูกัน!!!”

เยว่หมิงชางพุ่งตัวเข้าหาเฮยเสออย่างไม่หวั่นเกรง กางกรงเล็บออกจนยาวเฟื้อยก่อนจะฟาดเข้าไปที่ลำคอของเฮยเสอนั้นอย่างแรง ร่างกายของงูตัวใหญ่เจ็บปวดจากกรงเล็บเป็นแนว เลือดไหลออกมาจากบาดแผลจนอาบตัวของงูตัวใหญ่จนแดงฉาน

เพียงแต่มันไม่ง่ายขนาดนั้น ในช่วงเวลาเพียงไม่นาน แผลนั้นก็กลับสมานเข้าดังเดิม ราวกับว่าไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น แม้แต่รอยเลือดที่เพิ่งจะไหลออกมาก็ไหลกลับเข้าไปในร่างกายนั้นอย่างน่าอัศจรรย์

“พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

ทั้งหมดที่อยู่ข้างนอกก่อนหน้านี้ต่างก็กรูกันเข้ามาในห้องนี้ และต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนเมื่อเฮยเสอได้รับบาดเจ็บ ทุกคนก็วิ่งเข้าไปขวางกับเสี่ยวมู่เอาไว้ เพื่อไม่ให้เสี่ยวมู่บาดเจ็บซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

“เสี่ยวมู่เจ้าหนีออกไปก่อนเถิด หากอยู่ที่นี่ เจ้าอาจจะเกิดอันตรายเอาได้”

หลี่อี้ที่เพิ่งจะวิ่งตามเข้ามาทีหลัง รีบไปลากตัวของเสี่ยวมู่ออกมา จากที่นอน แล้วพยายามพาหลบหนีออกไปจากห้องนอนนั้น เมื่อเฮยเสอเห็น จึงพุ่งตัวเข้าหาทั้งสองอย่างรวดเร็ว หากแต่ก็ถูกหลิงเซียงลอยตัวขึ้นไปกลางอากาศแล้วกางปีกผีเสื้อออก เกิดแสงขึ้นมาเป็นม่านป้องกันไม่ให้เจ้าเฮยเสอตนนั้นทะยานร่างงูเข้าไปหาทั้งสองคน ได้สำเร็จ

“ช่างเกะกะขวางทางเสียจริง เจ้าผีเสื้อตัวน้อย”

แม้กำแพงมนตร์นั้นจะสามารถขวางเฮยเสอเอาไว้ได้ แต่ในขณะที่หลิงเซียงไม่ทันระวังตัว ก็กลับถูกหางของเจ้าเฮยเสอฟาดเข้าที่กลางร่างจนเสียการควบคุมไปครู่หนึ่ง

ร่างสวยค่อย ๆ ตกลงมาจากกลางอากาศร่วงลงสู่พื้นห้องนอนของเสี่ยวมู่ เป่าเหลียนรีบวิ่งเข้าไปประคอง แม้หลิงเซียงก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่การบาดเจ็บครั้งนี้ก็ถือว่าเสียท่าอยู่มากเลยทีเดียว

เยว่หมิงชางและทู่เอ๋อเสิน กระต่ายทั้งสองตนต่างมองหน้ากัน แล้วพยักหน้าให้กันอย่างรู้ใจ ทั้งสองพุ่งทะยานหาเขาเฮยเสอในขณะที่เฮยเสอกำลังย่ามใจที่กำจัดหลิงเซียงได้ แล้วกางกรงเล็บออกจนสุดมือและฟาดใส่ร่างนั้นลงไปอีกครั้ง

เฮยเสอร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แต่หวังป๋อและเป่าเหลียนก็ไม่ปล่อยให้คราวนี้ พลาดได้อย่างครั้งก่อนอีก ทางหลิงเซียงที่ยังคงบาดเจ็บและนั่งอยู่บนพื้นห้องนั้น พยายามยันร่างของตัวเองขึ้นในท่านั่งแล้วยกฝ่ามือชูขึ้นสูง ปล่อยลำแสงสีเขียวออกมาพุ่งตรงไปยังหัวของเจ้าเฮยเสอนั่นเพื่อเป็นการควบคุม

หวังปว๋อและเป่าเหลียนรีบพุ่งร่างเข้าไปหาเจ้าเฮยเสอในขณะที่ ที่เจ้างูตัวใหญ่นั้นกำลังถูกตรึงออกอยู่ทั้งสี่ทิศทาง เทพสวรรค์ทั้งสองง้างดาบในมืออย่างสุดแรง ก่อนที่จะฝันลงไปตรงสันหลังของเจ้างูตัวใหญ่นั้นหมายจะปลิดชีพให้ดับดิ้นไปเสีย แต่ก็ดูเหมือนว่าทุกคนจะคิดผิด

แม้กรงเล็บของกระต่ายทั้งสองจะสามารถสร้างบาดแผลให้กับเฮยเสอได้ แต่ดาบของเทพสวรรค์ทั้งสองกลับไม่สามารถระคายกลางหลังของเฮยเสอได้เลยแม้แต่น้อย

นั่นจึงทำให้ทุกคนรู้ว่า เกล็ดตรงกลางหลังนั้น มันกำลังทำหน้าที่เป็นเสื้อเกราะชั้นดีให้กับผู้เป็นรเจ้าของ จึงไม่มีอาวุธใดที่จะสามารถทำร้ายเจ้าเฮยเสอนั่นได้จากด้านหลัง บาดแผลที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ของเฮยเสอสมานเข้ากลับอย่างเดิมเช่นคราวแรก

เฮยเสอหันหน้าเข้าไปหาเป่าเหลียนและหวังปว๋อ ก่อนจะพ่นพิษเข้าใส่จนทำให้เป่าเหลียนร่วงลงกองอยู่กับพื้น พิษนั้นค่อย ๆ กัดกิน เทพสวรรค์อย่างเป่าเหลียนจนแหลกเหลวกลายเป็นน้ำ แล้วเฮยเสอก็รีบพุ่งตัวเข้ามากัดตัวของหวังปว๋ออีกทางหนึ่ง แล้วสะบัดทิ้งลงไปบนพื้นอย่างไม่ไยดี และนั่น…ก็ทำให้หวังปว๋อสิ้นใจตายไปในที่สุด

“หวังปว๋อ เป่าเหลียน!!!”

ทุกคนร้องเรียกหาทั้งสองด้วยความไม่คิดว่าเหตุการณ์ทั้งหมดมันจะเกิดขึ้นรวดเร็วขนาดนี้ เทพสวรรค์ทั้งสองที่เพิ่งจะสิ้นใจตายไป มลายหายไปสิ้นราวกับไม่เคยมีอยู่ในสถานที่ตรงนั้น เหตุการณ์นี้สร้างความโกรธแค้นให้กับทุกคนที่เหลือเป็นอย่างมาก

ด้วยความโกรธ หลี่อี้จึงกระโจนเข้าไปหาอย่างไม่คิดชีวิต และดูเหมือนหลี่อี้จะลืมคิดไปว่า ตนนั้นเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา แม้จะมีพลังวิเศษอยู่บ้าง แต่มันก็ไม่มากพอให้สู้กับเฮยเสอได้

ในขณะที่ทุกคนกำลังตกใจในการกระทำของหลี่อี้ แล้วอยู่ ๆ ตาที่สามก็เปิดออกมาท่ามกลางความตะลึงงัน เฮยเสอยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองในขณะที่กำลังย่ามใจอยู่นั้น ดวงตาที่สามของหลี่อี้ก็เปลี่ยนกลายเป็นแสงสีแดงเพลิง ก่อนจะเกิดแสงไฟพุ่งเข้าหาตัวของเฮยเสอจนเผาไหม้ปีศาจงูให้กลายเป็นเถ้าถ่านไปในที่สุด

“ฮ๊ากกกกกก”

.

.